Marvel’s The Defenders Drabble [ Danny Rand x Matt Murdock ] ‘IF’

 

Marvel’s The Defenders Drabble

 

 

[ Danny Rand x Matt Murdock ]

 

 

‘IF’

 

 

………..

 

 

‘ปกป้องเมืองของฉันด้วย’

 
นั่นคือคำพูดสุดท้ายของแมตต์ เมอร์ด็อคที่แดนนี่ได้ยิน

 

เสียงกระซิบแผ่วเบานั้นคล้ายกับว่าจะเป็นคำสั่งเสีย แต่กลับไร้ซึ่งความรู้สึกแง่ลบใดๆ มันฟังดูผ่อนคลาย ผ่อนคลายเสียจนแดนนี่ไม่คิดว่ามันจะเป็นคำสั่งเสียจากปีศาจแห่งเฮลส์คิทเช่นจริงๆ

 
ทว่า ท่ามกลางเสียงร้องลั่นของรถพยาบาลและเสียงตึกที่กำลังถล่มเพราะแรงระเบิด กลับไร้ซึ่งร่างของแดร์เดวิลยืนรวมกลุ่มกับพวกเขาอย่างที่ควรจะเป็น แดนนี่เม้มริมฝีปากแน่น มีร่างบอบบางของคอลลีน วิงส์อยู่ในอ้อมกอด เธอกำลังร้องไห้ ในขณะที่เขาเองก็กำลังกลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถ

 
แมตต์…แดร์เดวิลคนนั้น…ไม่คิดแม้แต่จะมีชีวิตรอดกลับมาด้วยซ้ำ

 
แม้จะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานพอ แต่แดนนี่ก็นึกเสียใจกับความตื้นเขินของตัวเองที่ยอมปล่อยให้นายศาลเตี้ยคนนั้นทำตามอำเภอใจ ทำไมแมตต์ถึงได้สละชีวิตตัวเองได้ง่ายดายเช่นนั้น หนึ่งชีวิตของเขานั้นไม่มีค่าเลยหรือ?

 
และแน่นอนว่า คำตอบก็คือ ‘ไม่ใช่’

 

จะกี่ชีวิตบนโลกก็ล้วนสำคัญเท่าเทียมกัน

 
ต่อให้แมตต์เป็นฮีโร่ เป็นศาลเตี้ย ต่อให้มีความสามารถในการต่อกรกับเหล่าร้าย แต่จำเป็นด้วยหรือที่แมตต์ต้องแบกรับอะไรแบบนี้อยู่คนเดียว แบกรับความหนักอึ้งที่แม้จะล่องหนแต่ก็มีตัวตนและมีน้ำหนักมหาศาล

 

ความหนักอึ้งที่เรียกว่าความรับผิดชอบ

 

“…..”

 

คล้ายกับว่าคำพูดติดอยู่ในลำคอ ชายหนุ่มยังคงพูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่ ในความเห็นของแดนนี่ ต่อให้แมตต์ เมอร์ด็อคไม่ใช่คนเลวที่สมควรโดนชกด้วยไอออนฟิสต์ แต่ทายาทแรนด์เอนเตอร์ไพรส์ก็ยังคงอยากชกคุณทนายตาบอดสักหนึ่งหมัด

 
เขาจะชกด้วยแรงทั้งหมดที่มี แล้วหามแมตต์หนีออกไปจากไอ้ตึกเวรนั่นก่อนที่มั่นจะถล่มลงมา

 
ถ้าหากย้อนกลับไปได้ เขาก็คงทำเช่นนั้น แม้ว่าจะถูกโกรธในภายหลังก็ตามที

 
……

 

 

Advertisements

Marvel’s The Defenders FanFiction [ Danny Rand x Matt Murdock ] ‘Rainy Night’

 

 

Marvel’s The Defenders FanFiction

 

 

[ Danny Rand x Matt Murdock ]

 

 

‘Rainy Night’

 

 

Rate : NC-18

 

 

………

 

 

 

ในค่ำคืนหนึ่งของเฮลส์คิทเช่นที่ฝนตกหนัก

 

 

แมตต์ เมอร์ด็อคละความสนใจจากเสียงฝนสาดกระทบหน้าต่าง เขาลุกจากโซฟาหนานุ่มแล้วเดินไปที่ประตู แม้จะไร้ซึ่งประสาทสัมผัสทางตา แต่ประสาทสัมผัสอื่น ๆ ที่มีศักยภาพเหนือมนุษย์ทั่วไปก็ทำให้เขารู้ได้ว่ามีแขกมาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้

 

 

มือที่เคยชกต่อยวายร้ายมาหลายร้อยคนคว้าหมับไปที่ลูกบิด ไม่นานนักบานประตูก็เปิดอ้าออก กลิ่นที่คุ้นชินของผู้มาเยือนทำให้แมตต์รู้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้ทันที

 

 

เบื้องหน้าของเขาในตอนนี้คือแดนนี่ แรนด์ไม่ผิดแน่ ทนายความตาบอดเผยยิ้มเบาบาง แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยปากเชื้อเชิญหนุ่มน้อยคนสนิทเข้ามาในห้อง ทายาทแรนด์เอนเตอร์ไพรส์กลับคว้าร่างของแมตต์เข้าไปกอดอย่างแนบแน่น

 

 

หลังจากนั้น แดนนี่ก็จูบเขา

 

 

เสียงประตูปิดดังปัง แมตต์เซถอยหลังไปหลายก้าวเมื่อถูกอีกฝ่ายรุกจูบอย่างโหยหา ชายหนุ่มลังเลใจอยู่เพียงแค่เสี้ยววินาที ก่อนจะตอบรับรสจูบหวานล้ำของคนอายุน้อยกว่า ลิ้นร้อนของทั้งสองคนตวัดเกี่ยวพันกันอยู่พักหนึ่งจึงผละออกจากกัน แมตต์หอบหายใจเล็กน้อย แม้เขาจะมองไม่เห็นสีหน้าและแววตา แต่ก็รู้สึกได้ถึงความปรารถนาของแดนนี่ผ่านลมหายใจที่ไม่ปกติ

 

 

และสัมผัสได้ถึงความต้องการแบบเดียวกัน ที่ปะทุอยู่ภายในร่างของตนเอง

 

 

“ผม…” ไอออนฟิสต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สติของเขาเลือนรางเต็มที คล้ายกับว่ากำลังข่มกลั้นสัญชาตญาณดิบของตัวเองเอาไว้ ใช่แล้ว แดนนี่เป็นเด็กดีที่ไม่ชอบฝืนใจใคร สิ่งที่เขามักจะทำเป็นประจำก็คือการสารภาพความรู้สึกอย่างซื่อตรง แล้วก็ขออนุญาตอย่างตรงไปตรงมา

 

 

และถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นนัยน์ตาเว้าวอนของอีกฝ่าย แต่แมตต์ก็ไม่เคยปฏิเสธเขา

 

 

“อือ…ด แดนนี่..ฮ้าา”

 

 

จบลงบนเตียงเช่นปกติ ลมหายใจสะดุดเป็นห้วง ๆ ยามเมื่อถูกเล้าโลม เสียงหอบครางของทนายหนุ่มดังผะแผ่วอยู่ใต้ร่างของคนอายุน้อยกว่า แว่นกันแดดคู่ใจถูกถอดวางอยู่กับกางเกงสแล็คและเข็มขัดหนังบนพื้นห้อง แมตต์ในสภาพเปลือยท่อนล่างอ้าขาออก รับเอาความใหญ่โตของแดนนี่เข้ามาในร่างอย่างสมยอม ยามเมื่อแดนนี่กระแทกหนึ่งครั้ง ชายหนุ่มก็ร้องออกมาพร้อมกับจิกเล็บลงบนผิวเนื้อขาวซีดของอีกฝ่ายจนเกิดรอย

 

 

“แดน…”

 

 

เสียงเรียกชื่อขาดหายไปเมื่อถูกริมฝีปากของแดนนี่ประกบทับ เหลือแต่เพียงเสียงครางระเส่าเร้าอารมณ์ที่ดังอยู่ต่อเนื่อง แดนนี่ปล่อยให้ช่วงล่างของตนปรนเปรอคนแก่กว่า มือก็ควานปลดกระดุมเชิ้ตขาวยับยู่ยี่ของแมตต์ไปด้วย อันที่จริงแดนนี่ชอบให้แมตต์ใส่เชิ้ตแบบนี้ในเวลาที่มีอะไรกัน มันเป็นสิ่งที่ปลุกเร้าเขาได้ดี จะมีข้อเสียอยู่อย่างเดียวก็ตรงที่มันทำให้เขาลูบไล้เคล้นคลึงเรือนกายของอีกฝ่ายไม่ถนัดก็เท่านั้น

 

 

แต่ปัญหานี้ก็แก้ได้ไม่ยาก เมื่อนึกอยากสัมผัสหยอกล้อตุ่มไตบนยอดอกของอีกฝ่าย แดนนี่จะแกะกระดุมออก และใช้นิ้วหยอกล้อทักทายให้มันชูชันขึ้น ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาหยอกล้อมันเสียจนได้ยินเสียงร้องที่แทบจะคลั่งของแมตต์ ซึ่งนั่นทำให้ทายาทแรนด์เอนเตอร์ไพรส์เส้นสติขาดผึง เขาละริมฝีปากจากจูบเร่าร้อนแล้วลากมาที่ลำคอของอีกฝ่าย ขบกัดดูดดุนจนเป็นรอยจ้ำ พร้อม ๆ กับโถมแรงกระแทกเข้าไปในร่างของแมตต์ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

“ฮ้า…ฮึกก ด แดนนี่… โอ แดนนี่…”

 

 

แมตต์ร้องเรียกชื่อด้วยเสียงที่แหบพร่าเพราะกามารมณ์ กระตุ้นให้แดนนี่ดิบเถื่อนเข้าไปใหญ่ เขากระแทกเข้าไปอีกทีหนึ่ง และอีกหลาย ๆ ครั้งตามมาจนแมตต์หวีดร้องเสียงดัง เตียงขนาดห้าฟุตกว่าส่งเสียงยวบยาบตามแรงโถมคล้ายกับว่าจะพังในไม่ช้า

 

 

เสียงเอี๊ยดอ๊าดของเตียงดังปนไปกับเสียงคราง ระหว่างที่กำลังบุกรุกเข้าไปในช่องทางคับแน่น มือของแดนนี่ก็ยังคงอยู่ไม่สุข ย้ายตำแหน่งจากยอดอกไปเล่นกับแก่นกายที่กำลังตั้งชันด้วยแรงปรารถนา มือของชายหนุ่มแตะสัมผัสส่วนอ่อนไหวเป็นเชิงหยอกล้อ เสียงลมหายใจของคนใต้ร่างพลันติดขัดกว่าเดิม และในความรู้สึกของแดนนี่ สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ทำให้แมตต์เซ็กซี่กว่าเดิมเป็นเท่าตัว

 

 

“แดน…แดนนี่…”

 

 

“แมตต์…”

 

 

แดนนี่ตอบรับเสียงเรียกของอีกฝ่าย หลังประทับตราแสดงความเป็นเจ้าของเรียบร้อยแล้วก็กลับไปจูบอีกครั้ง จูบครั้งนี้ยังคงร้อนแรง และความต้องการของแดนนี่และแมตต์ก็ยังคงล้นปรี่ พวกเขาแลกเปลี่ยนความรักกันต่อไปอย่างไม่อาจหยุดได้

 

 

แลกเปลี่ยนและตักตวงความสุขสมในครั้งนี้ก็เพื่อชดเชยให้กับช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน หรือก็คือช่วงเวลาที่แมตต์ เมอร์ด็อคจากทุกคนไปเพราะแรงระเบิด ศาลเตี้ยแห่งเฮลส์คิทเช่นยังคงหอบหนัก จิกทึ้งแผ่นหลังของคนอายุน้อยกว่าจนเกือบจะได้แผล พวกเขาจมดิ่งกับการชดเชยอยู่นาน จนกระทั่งเสียงฝนสาดกระทบหน้าต่างนั้นหยุดลง แม้แต่ความอึกทึกวุ่นวายภายนอกที่แมตต์เคยได้ยินก็เงียบหายไปเช่นกัน

 

 

สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในห้วงมโนสำนึกของแดร์เดวิล ณ ขณะนี้ มีแต่เพียงตัวตนของชายหนุ่มผิวซีดคนหนึ่งที่สำคัญยิ่งกว่าใคร

 

 

แดนนี่ แรนด์

 

 

 

……