Dàomù bǐjì FanFiction [ เฮยเสียจื่อ x เซี่ยจื่อหยาง ] ‘วันเกิดของคนขี้ลืม’

 

สุขสันต์วันเกิดนะเหลาหย่างงงงงงเยิฟฟฟฟฟฟ

 

…….

 

 

Dàomù bǐjì FanFiction

 

 

Pairing : Hēi xiā zi x Xiè ziyáng  (เฮยหย่าง)

 

 

‘วันเกิดของคนขี้ลืม’

 

 

 

…………..

 

 

 

ขีดฆ่าตัวเลขบนปฏิทินวนมาจนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ จนได้

 

 

ในตอนแรกเซี่ยจื่อหยางจำไม่ได้ว่ามันเป็นวันพิเศษอะไร ก็แค่วันธรรมดาวันหนึ่งที่ต้องใช้ชีวิตต่อไปโดยที่แทบจะไร้ซึ่งความทรงจำไม่ใช่หรือ แต่เมื่อผลักตูห้องอาหารเข้ามาเจอเฮยเสียจื่อนั่งจ๋องอยู่พร้อมกับเค้กก้อนโตบนโต๊ะกินข้าว ชายหนุ่มสวมแว่นก็ร้องอ๋อออกมา ก่อนจะทุบฝ่ามือดังปุ

 

 

“วัน..วันเกิดนาย!!”

 

 

“ไม่ใช่ครับ” เฮยเสียจื่อส่ายหน้าปฏิเสธ “วันเกิดผมวันที่ 23 มกราฯต่างหาก วันนั้นเราจัดปาร์ตี้ข้าวผัดหมูใส่พริกหยวกกับไปกินบะหมี่โหยวพัวกันมาไงครับ”

 

 

“จ จริง…จริงด้วย…ถ้าอย่างนั้น…”

 

 

เซี่ยจื่อหยางลูบคางครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างไม่ค่อยจะแน่ใจนัก

 

 

“วัน..วันเกิดฉัน?”

 

 

“ใช่แล้ว วันเกิดจื่อหยางไงล่ะ” เฮยเสียจื่อดันแว่นกันแดดเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาน่าอิจฉาปรากฏรอยยิ้มอารมณ์ดี

 

 

“ลืม..ลืมไปเลยนะเนี่ย” คนติดอ่างบ่นงึมงำ อันที่จริงไม่ใช่แค่เรื่องวันเกิดตัวเองเท่านั้นที่ถูกลบไปจากหัวสมอง แต่เรื่องอื่นเองก็เช่นกัน ความทรงจำวัยเด็ก คนรอบข้างในอดีต ประสบการณ์ทั้งร้ายและดี ทุกอย่างหายไปเกือบหมด

 

 

 

อีกไม่นาน สิ่งที่เซี่ยจื่อหยางกลัวใกล้จะเป็นจริงแล้ว เขากลัวเหลือเกินว่าเมื่อตื่นขึ้นมาในวันหนึ่ง วันนั้นเขาจะไม่มีตัวตน ไม่มีความทรงจำอีกต่อไป

 

 

ถึงจะเป็นตัวก๊อปปี้ แต่ก็มีหัวใจและเจ็บปวดเป็น ถึงจะเกิดจากความชั่วร้ายแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความรู้สึก ใช่ว่าจะไม่โหยหาการเป็นส่วนหนึ่งของอะไรบางอย่าง

 

 

เขาอยากเป็นเซี่ยจื่อหยาง อยากเป็นมนุษย์ อยากใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่มีความเชื่อมโยงกับผู้คน เชื่อมโยงกับโลกใบนี้

 

 

คนสวมแว่นเผลอตัวกุมอกซ้ายของตัวเองเอาไว้ สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของก้อนเนื้อในอกที่ยังคงทำงานอยู่ เขายังมีชีวิตอยู่ ยังไม่ตายในเร็ววัน แต่ตัวตนทั้งหมดของชายที่ชื่อเซี่ยจื่อหยางกำลังจะตายจากไป

 

 

หลงเหลือไว้แต่เปลือกนอกที่ไม่เชื่อมโยงกับใคร เปลือกนอกที่ไม่เหลือไว้ซึ่งความทรงจำใดๆ และปราศจากซึ่งคนสำคัญที่เซี่ยจื่อหยางไม่อยากลืมเลือน

 

 

“จื่อหยาง”

 

 

วงแขนแกร่งของเฮยเสียจื่อดึงเซี่ยจื่อหยางเข้าไปกอด ไออุ่นเพียงเล็กน้อยที่ได้รับทำให้เซี่ยจื่อหยางหลับตาลง ยอมรับการปลอบโยนนั้นอย่างว่าง่าย

 

 

“ฉัน…ฉันจะไม่ลืมนายด้วยใช่ไหม”

 

 

“ไม่หรอก ที่หายไปมีแค่ความทรงจำของ ‘เขา’ ไม่ใช่เหรอ แต่เรารู้จักกันหลังจากที่ ‘เขา’ ตายไปแล้วนี่ครับ” เฮยเสียจื่ออธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผล แต่ถึงอย่างนั้นเซี่ยจื่อหยางก็ยังคงกลัวอยู่ดี

 

 

ต่อให้ความทรงจำของตัวจริงหายไป แต่มีอะไรรับประกันไหมว่าความทรงจำของตัวก๊อปปี้จะไม่หายไปด้วย

 

 

ถ้าหากว่าเขาสูญเสียไปทั้งหมดเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็นคนสำคัญในอดีต หรือคนสำคัญในตอนนี้?

 

 

“ถ้า..ถ้าฉันลืมนาย…”

 

 

“ไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไร คุณไม่ลืมหรอก แต่ถ้าจื่อหยางลืมผมก็จะจำแทนให้เอง” เฮยเสียจื่อยิ้มบางๆ กล่าวคำมั่นสัญญาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เซี่ยจื่อหยางเงียบไปพักหนึ่ง คนสวมแว่นซุกหน้าลงกับแผ่นอกของอีกฝ่าย เอ่ยคำถามด้วยน้ำเสียงอู้อี้ พร้อมๆกันกับที่เฮยเสียจื่อสังเกตเห็นใบหูของเซี่ยจื่อหยางที่เห่อร้อนจนกลายเป็นสีแดง

 

 

“จะ…จะดีเหรอ?”

 

 

เฮยเสียจื่อหัวเราะเบาๆ กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเล็กน้อย

 

 

“ดีสิครับ มีผมอยู่ทั้งคน จื่อหยางไว้ใจได้เลย ผมจำเก่งนะ”

 

 

“เหอะ ดู..ดูพูดเข้า…” น้ำเสียงของเซี่ยจื่อหยางคล้ายกับว่าผ่อนคลายลงหลายส่วน เฮยเสียจื่อเผยรอยยิ้มอบอุ่น พวกเขาทั้งคู่สวมกอดกันนิ่งๆอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเฮยเสียจื่อเอ่ยคำพูดขึ้นมาเบาๆ

 

 

“สุขสันต์วันเกิดนะ จื่อหยาง”

 

 

“ขอบคุณ…”

 

 

วันเกิดปีนี้ เซี่ยจื่อหยางเอ่ยคำขอบคุณจากใจ ในขณะที่เฮยเสียจื่อเองก็เอ่ยคำมั่นสัญญาจากใจเช่นกัน

 

 

ในอนาคตข้างหน้า หากเซี่ยจื่อหยางจำไม่ได้ เฮยเสียจื่อก็จะเป็นฝ่ายเอ่ยเตือน

 

 

หรือถ้าเซี่ยจื่อหยางสูญเสียความทรงจำไปทั้งหมด นายบอดดำคนนี้ก็จะคอยอยู่เคียงข้าง เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตให้ฟัง เล่าความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเซี่ยจื่อหยางให้ฟัง

 

 

ไม่ยอมให้ลืมหรอก

 

 

ต่อให้เซี่ยจื่อหยางจะลืมทุกอย่างไปจริงๆ เฮยเสียจื่อก็ไม่มีวันยอมให้อีกฝ่ายลืมเขาไปอย่างแน่นอน

 

 

……..

Advertisements

Young Justice FanFiction [ Superman x Superboy ] ‘ว่าด้วยเรื่องชุดรัดรูป’

 

Young Justice FanFiction

 

Superman x Superboy

 

‘ว่าด้วยเรื่องชุดรัดรูป’

 

 

 

……….

 

 

คอนเนอร์ เคนท์ไม่ชอบชุดรัดรูปชุดนี้เอาเสียเลย

 

 

เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นขณะเหลือบมองเสื้อผ้าที่วางแผ่อยู่บนเตียง ชุดแขนยาวขายาวรัดรูปสีฟ้า กางเกงในสีแดงสด และผ้าคลุมผืนยาวสุดเห่ย ให้ตายเถอะ ถึงซุปเปอร์แมนจะลงทุนเอามาให้ลองสวมดูถึงที่ห้องพักในฐาน แต่เขาก็ทำไม่ลงจริงๆ

 

 

นี่มันน่าอายจะตายไป…

 

 

“ไม่ลองดูล่ะ?”

 

 

“ขอบคุณนะ แต่ว่าไม่ดีกว่า”

 

 

ซุปเปอร์แมนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบของเด็กหนุ่มร่างโคลน “เธอไม่ชอบเหรอ?”

 

 

“เอ้อ…นั่นมันก็…”

 

 

คอนเนอร์ไม่รู้ว่าควรจะตอบกลับไปอย่างไรดี ถึงแม้จะไม่ชอบชุดที่ซุปเปอร์แมนนำมาให้ แต่ก็ใช่ว่าจะเกลียดมันไปเสียทั้งหมด ตัวอักษร S กลางอกเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เด็กหนุ่มยอมรับได้ อันที่จริง เขาออกจะชอบมันเสียด้วยซ้ำ

 

 

“ผมว่ามันไม่ค่อยเหมาะกับผมเท่าไหร่” ซุปเปอร์บอยตอบออกมาจนได้หลังจากที่อึกอักอยู่นาน ร่างโคลนเสมองไปทางอื่น ซึ่งท่าทีของคอนเนอร์ก็อยู่ในสายตาของบุรุษเหล็กมาตั้งแต่แรก ซุปเปอร์แมนยักยิ้มเบาบาง เอ่ยออกไปอย่างผ่อนคลาย

 

 

“ตามใจ งั้นไม่ต้องใส่ก็ได้”

 

 

“โอ้ ขอบคุณ” คอรเนอร์ดูจะโล่งอกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย และก่อนที่จะทันได้ตั้งตัว ร่างกำยำของคนตรงหน้าก็โน้มใบหน้าเข้าหาเขา กลีบริมฝีปากของมนุษย์ต่างดาวประกบเข้ากับริมฝีปากของเด็กหนุ่มร่างโคลนอย่างแนบแน่น

 

 

เป็นชั่วเสี้ยววินาทีที่คอนเนอร์ชะงักค้าง ก่อนจะถูกรุกจูบอย่างหิวกระหาย ลิ้นร้อนของซุปเปอร์แมนกวาดไปทั่วโพรงปากของเด็กหนุ่ม คอนเนอร์ร้องครางในลำคอ ไม่ใช่จูบครั้งแรกของพวกเขาก็จริง แต่ซุปเปอร์บอยก็ยังคงไม่คุ้นชินกับความร้อนแรงนี้ จึงทำได้แค่จูบตอบอย่างเงอะๆงะๆเท่านั้น

 

 

ซุปเปอร์แมนดูจะพอใจกับการตอบสนองของเด็กหนุ่มเป็นอย่างมาก ซึ่งท่าทีสุขุมคุมเกมของเขาก็แตกต่างจากอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง คอนเนอร์ในยามนี้ถูกชักนำให้คล้อยตามอย่างน่าเอ็นดู ลิ้นร้อนสองลิ้นตวัดรัดพันเกี่ยว เสียงชื้นแฉะจากของเหลวในโพรงปากดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงครางและเสียงลมหายใจที่ดูจะติดๆขัดๆ

 

 

ซุปเปอร์บอยสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมือหยาบกร้านของซุปเปอร์แมนเริ่มอยู่ไม่สุข มันทิ้งสัมผัสประหลาดไว้เมื่อลูบไล้เรือนร่างของเขา และวนเวียนอยู่ที่บั้นท้ายยาวนานกว่าบริเวณอื่น

 

 

“อา…”

 

 

ผละออกจากกันในที่สุด เพื่อให้คอนเนอร์ได้พักหายใจ ตักตวงเอาออกซิเจนเข้าปอดอย่างเต็มที่ ซุปเปอร์แมนปล่อยให้เด็กหนุ่มหอบหายใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ร่างของคนเด็กกว่าจะถูกช้อนอุ้มท่าเจ้าสาวแล้วพาไปที่เตียงนอนอย่างง่ายดาย

 

 

“ด เดี๋ยว?!” คอนเนอร์หน้าร้อนผ่าว นัยน์ตาสีฟ้าสวยตวัดมองซุปเปอร์แมนทันที

 

 

“ค คุณจะทำเหรอ ตอนนี้เนี่ยนะ?!”

 

 

“แน่นอน นานๆทีเราจะได้เจอกันนี่” ร่างกำยำเอ่ยเช่นนั้นพลางส่งยิ้มบางๆให้คู่สนทนา คนแก่กว่าวางร่างของเด็กหนุ่มลงบนเตียงนุ่ม ในตอนนั้นเองที่นัยน์ตาสีฟ้าสองคู่สบกันเข้าพอดีในระยะประชิด หูทิพย์ของคอนเนอร์เหมือนจะได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเร็วและดังกว่าปกติ

 

 

“ผมนึกว่าคุณแวะมาเพราะเรื่องชุด…”

 

 

“แค่หาข้ออ้างให้ได้มาเจอเธอน่ะ” ซุปเปอร์แมนตอบด้วยน้ำเสียงที่สัมผัสได้ถึงความจริงใจ ขณะเดียวกันก็ใช้มือข้างถนัดปัดชุดรัดรูปที่วางอยู่ให้พ้นหูพ้นตา คอนเนอร์ที่ได้ยินเสียงเสื้อผ้าหล่นลงไปกองบนพื้นได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

 

 

“คุณไม่สนใจมันแล้วหรือไง”

 

 

คนถูกถามหัวเราะเบาๆ เงาร่างใหญ่โตทาบทับลงบนร่างกายของคอนเนอร์ ระหว่างนั้นมือหยาบกร้านของคนอายุมากกว่าก็เริ่มจัดการปลดซิปกางเกงของอีกฝ่ายไปด้วย เสียงซิปที่ถูกดึงจากบนลงล่างดังคลอไปกับถ้อยคำของซุปเปอร์แมน

 

 

“ก็อย่างที่ฉันพูดไปแล้วไง ชุดนั้นน่ะ เธอไม่ต้องใส่ก็ได้”

 

 

“แล้วก็รวมถึงเสื้อผ้าของเธอตอนนี้ด้วย คอนเนอร์”

 

 

 

…….

 

 

 

ไทม์ไลน์ซีซันสองค่ะ

Marvel’s The Defenders FanFiction [ Luke Cage x Danny Rand ] ‘Coffee?’

 

Marvel’s The Defenders FanFiction

 

Luke Cage x Danny Rand

 

‘Coffee?’

 

 

……….

 

 

“เฮ่ ลุค ไปดื่มกาแฟกันไหม”

 

 

คาร์ล ลูคัส หรือในที่นี้คือลุค เคจถึงกับสำลักน้ำเปล่าที่กำลังยกดื่ม คนผิวเข้มส่งเสียงไอค่อกแค่กในขณะที่แดนนี่ แรนด์ลนลานลูบหลังตบหลังเขาอย่างเป็นห่วงเป็นใย

 

 

“เอ้อ นาย…กาแฟ…?” ลุคละล่ำละลักถาม ในขณะที่แดนนี่พยักหน้าหงึกๆ

 

 

“ใช่ กาแฟ” ไอออนฟิสต์ตอบ มือก็ยังลูบหลังคนตัวโตไม่หยุด

 

 

“อยู่คุนหลุนผมได้ดื่มแต่ชา ไม่เคยลองกาแฟเลย ในฮาร์เล็มมีร้านไหนดังๆบ้างไหม”

 

 

“อ้อ…ก็พอจะรู้จักอยู่บ้าง” ลุคตอบกลับไปหลังจากที่เช็ดปากด้วยแขนเสื้อ อันที่จริง การชวนดื่มกาแฟเป็นประโยคที่แฝงความนัยเรื่องเซ็กส์ได้อย่างแนบเนียน ใครๆที่ไหนต่างก็รู้ความหมายของมัน แต่ไม่ใช่กับแดนนี่ แรนด์คนซื่อแน่นอน

 

 

ชายผิวเข้มถอนหายใจ ลืมคิดไปเลยว่าคนอย่างแดนนี่ไม่น่าจะเข้าใจความหมายที่แท้จริงของมัน

 

 

ให้ตายสิ นี่เขาคาดหวังอะไรอยู่เนี่ย….

 

 

ก็แค่ไปดื่มกาแฟ ดื่มกาแฟแบบตรงตามตัวอักษรเป๊ะๆ

 

 

“เยี่ยม คุณรู้จริงๆด้วย งั้นก็ไปกันเลยเถอะ”

 

 

“อืม” วีรบุรุษแห่งฮาร์เล็มตอบตกลงอย่างง่ายดาย แดนนี่ท่าทางอารมณ์ดีมาก ชายหนุ่มฮัมเพลงเบาๆ กระชับเสื้อนอกที่สวมทับอยู่อย่างร่าเริง

 

 

ลุค เคจมองดูเพื่อนซี้ต่างวัยที่อายุน้อยกว่าเขาเป็นสิบๆปีแล้วก็ได้แต่ลอบอมยิ้มอยู่อย่างนั้น แดนนี่ถึงแม้จะเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่ทั้งนิสัยทั้งสามัญสำนึกก็ยังคงเหมือนกับเด็กเล็กๆไม่มีผิด นับว่าไอออนฟิสต์คนนี้เป็นที่รักที่เอ็นดูของลุค เคจอยู่ไม่น้อย

 

 

เพียงแต่ว่าคนที่ถูกรักหรือแดนนี่ แรนด์ผู้ไม่ประสีประสาด้านความรักไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยสักนิด

 

 

“เฮ่ แดนนี่”

 

 

“หืม?”

 

 

เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายเรียกชื่อตน ทายาทแรนด์เอนเตอร์ไพรส์ก็เงยหน้ามองร่างสูงใหญ่ของคู่สนทนา ฝ่ายลุคเองก็ก้มลงมองหน้าคนเด็กกว่า พวกเขาสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง นัยน์ตาของชายผิวเข้มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอะไรบางอย่างที่แดนนี่มองไม่ออกเลยสักนิด

 

 

“เอาไว้วันหลัง…ฉันจะชวนนายไปดื่มกาแฟบ้างก็แล้วกัน”

 

 

……

Marvel’s The Defenders FanFiction [ Luke Cage x Danny Rand ] ‘Good Night’

 

 

Marvel’s The Defenders FanFiction

 

Luke Cage x Danny Rand

 

‘Good Night’

 

……..

 

 

สิ่งที่ขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขา กำลังทำให้ลุค เคจอมยิ้มเบาบาง

 

 

คนที่กำลังมอบความอบอุ่นให้เรือนร่างเปลือยเปล่าของเขาในตอนนี้ก็คือแดนนี่ แรนด์ ชายหนุ่มร่างผอมที่อายุน้อยกว่าเขาเป็นสิบปี

 

 

“อืม…” เสียงครางเบาๆฟังไม่ได้ศัพท์ดังลอดออกมาจากริมฝีปากของแดนนี่ เจ้าของผิวเนื้อขาวเนียนขยับตัวเล็กน้อย เบียดชิดหุ่นกำยำของลุคยิ่งกว่าเดิม และเมื่อหามุมองศาที่พอใจได้แล้ว เสียงงึมงำนั้นก็เงียบหายไป หลงเหลือแต่เพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของอีกฝ่ายเท่านั้น

 

 

ลุคหัวเราะเบาๆ พยายามไม่ทำให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมาในตอนนี้ ชายหนุ่มผิวเข้มพ่นลมหายใจ รอยยิ้มยังคงไม่จางหายไปจากใบหน้า หลังจากที่จัดการเรื่องทางเพศกันเรียบร้อยแล้ว ลุคก็มักจะมองดูแดนนี่ที่ค่อยๆผล็อยหลับไปคาอ้อมกอดของเขา

 

 

ย้อนนึกกลับไป ตั้งแต่ที่ได้เจอกันครั้งแรกจนมาถึงตอนนี้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาพัฒนามาได้ไกลเหลือเกิน

 

 

ในค่ำคืนที่เจอกันครั้งแรก แดนนี่เรียกว่าทำอะไรเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ในขณะที่กำลังย่ามใจ หมัดของนายคนขาวผอมกะหร่องก็เรืองแสงสีเหลืองทองขึ้นมาอย่างเป็นปริศนา

 

 

แล้วหลังจากนั้น แดนนี่ก็ต่อยเขา

 

 

มันเจ็บ เจ็บมาก เจ็บเสียจนต้องประคบแผลด้วยน้ำแข็ง แคลร์ดูจะตกใจและประหลาดใจมากเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาเล่า แต่กลับเป็นฝ่ายลุคที่ตกใจยิ่งกว่าเมื่อเขาได้เผชิญหน้ากับเจ้าของหมัดคนนั้นเป็นครั้งที่สอง

 

 

ลูกคุณหนูจากแรนด์เอนเตอร์ไพรซ์ แดนนี่ แรนด์

 

 

ท่ามกลางบทสนทนาสองต่อสองสุดพิลึกพิลั่นเรื่องคุนหลุน ลุคก็รู้สึกได้คร่าวๆว่าไอ้เจ้าหนูคนนี้นิสัยแทบจะไม่ต่างไปกับเด็กอายุน้อยคนหนึ่งที่ไม่รู้จักการพูดคุยแบบผู้ใหญ่ ไม่รู้จักการโกหก สิ่งที่เขาทำเป็นอย่างเดียวก็คือการพูดความจริงโดยไม่สนใจปฏิกิริยาของคนรอบข้างแต่อย่างใด

 

 

ซื่อตรงราวกับไม้บรรทัด จริงใจราวกับเทวดา นั่นคือสิ่งที่เขากับแมตต์ เมอร์ด็อกเคยคุยกันเกี่ยวกับแดนนี่ แต่ถ้าจะใช้ศัพท์ตามที่เจสสิก้า โจนส์ใช้ ก็ต้องเรียกว่าซื่อบื้อ

 

 

แต่ถึงจะนิสัยเด็กไปเสียหน่อยสำหรับคนวัยยี่สิบต้นๆ แดนนี่ แรนด์ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายเอาแต่ใจ เขามีจิตใจที่งดงาม พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ ไม่กลัวเกรงสิ่งใด ไม่สนใจความลำบากของตัวเอง เป็นคนดีที่น่านับถือคนหนึ่ง

 

 

ไม่ได้เอาแต่หลบซ่อน แต่กลับเลือกที่จะเผชิญหน้า แตกต่างจากลุคในอดีตราวฟ้ากับเหว

 

 

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ลุคเริ่มไว้วางใจแดนนี่มากขึ้นเรื่อยๆ จากคนแปลกหน้าเลื่อนขั้นไปเป็นเพื่อนร่วมทีม เลื่อนขั้นไปเป็นคนสนิท

 

 

แล้วในที่สุด มันก็เกิดขึ้นจนได้

 

 

ในค่ำคืนหนึ่งที่มีเพียงเขาสองคน ขณะที่ลุคกำลังนั่งฟังเรื่องเล่าของไอออนฟิสต์ตามปกติ ชายผิวเข้มเลื่อนสายตาจากหน้าต่างไปมองร่างผอมบางของแดนนี่ แสงจันทร์สีนวลในยามนั้นส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของคนอายุน้อยกว่า ดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับคล้ายดวงดาวทำให้ลุคถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง

 

 

ช่วงวินาทีพิลึกพิลั่นที่เขามีความคิดแบบนี้โผล่เข้ามาในหัวสมอง

 

 

น่ารัก

 

 

แดนนี่ แรนด์….น่ารัก

 

 

พอได้สติลุคก็ขมวดคิ้วมุ่น ชายผิวเข้มขอตัวออกไปเคาะหัวตัวเองสองสามทีเพื่อเรียกสติ ก่อนจะกลับเข้ามานั่งที่เดิม ฟังแดนนี่พล่ามน้ำท่วมทุ่งต่ออีกรอบ

 

 

แต่ถึงแม้จะเรียกสติกลับมาได้ครบถ้วน แดนนี่ แรนด์ก็ยังคงน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของลุค เคจอยู่ดี

 

 

สรุปว่าที่เคาะหัวตัวเองไปนั้นไม่ได้ผลอะไรเลย ถ้าอย่างนั้นปัญหาไม่น่าจะอยู่ที่สมอง แต่น่าจะอยู่ที่สายตา แล้วก็หัวใจของเขามากกว่า

 

 

“ให้ตายสิ…”

 

 

ลุคพึมพำเบาๆ ถ้อยคำนั้นคล้ายกับว่าเขามีเรื่องไม่พอใจ แต่น้ำเสียงกลับฟังดูไม่เหมือนคนหงุดหงิดเลยสักนิด ชายหนุ่มกระชับร่างผอมบางในอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเล็กน้อย รับเอาไออุ่นจางๆที่ถ่ายทอดจากร่างของอีกฝ่ายมาสู่ร่างของเขาด้วยความเต็มใจ

 

 

แม้ว่าการย้อนอดีตของเขาจะจบลงแล้ว แต่รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าก็ยังไม่จางหาย คนผิวเข้มเหลือบมองคนในอ้อมแขนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ

 

 

แล้วลุค เคจก็หลับใหล จมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับหัวใจที่เป็นสุข

 

 

…….

 

 

Marvel’s The Defenders FanFiction [ Frank Castle x Matt Murdock ] ‘Nice to meet you’

 

กาวและooc รุนแรงมากค่ะฟฟฟฟฟฟฟ เป็นดีเฟนเดอร์ส ft. The Punisher ค่ะ เมื่อคุณแมตต์พาแฟนมาอวดเพื่อน—– /แค่กกกกก

 

 

……………

 

 

Marvel’s The Defenders FanFiction

 

 

Frank Castle x Matt Murdock

 

 

‘Nice to meet you’

 

 

………..

 

 

“สวัสดี ผมชื่อแดนนี่ แรนด์ ผมคือไอออนฟิสต์ผู้เป็นอมตะ”

 

ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบในร้านอาหารจีนรอยัลดราก้อนที่ปิดร้านก่อนเวลาอันควร ชายหนุ่มมหาเศรษฐีแนะนำตัวกับผู้มาเยือนอย่างกระตือรือร้น

 

ชายคนนั้นคือผู้ลงทันฑ์ผู้มีชื่อเสียงด้านความโหดเหี้ยมในการล่าสังหารกลุ่มแก๊งอาชญากรด้วยตัวคนเดียว

 

แฟรงค์ แคสเซิล หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในนาม ‘เดอะ พันนิชเชอร์’

 

“แดนนี่…”

 

แมตธิว เมอร์ด็อกเมื่อได้ยินคำกล่าวแนะนำตัวอย่างจริงใจของแดนนี่แล้วก็แทบยกมือก่ายหน้าผาก สำหรับคนที่ชอบเก็บงำความลับอย่างเขา ความเปิดเผยซื่อตรงของแดนนี่ทำให้แมตต์หนักใจได้เสมอ แม้ว่าการเปิดเผยเรื่องพลังพิเศษต่อหน้าแฟรงค์จะไม่ใช่การเปิดเผยเรื่องพลังต่อหน้าคนธรรมดาก็ตามที

 

เพราะแฟรงค์ใช่คนธรรมดาเสียที่ไหน

 

“แฟรงค์ แคสเซิล” แฟรงค์แนะนำตัวตอบกลับไป ขณะเดียวกันก็หันไปมองเจสสิก้า โจนส์ และลุค เคจที่ยังคงจ้องเขาไม่วางตา

 

“โอเค ถ้าอย่างนั้นพวกคุณก็รู้จักกันแล้ว เริ่มกินกันเลยเถอะ กุ้งจานนั้นเย็นหมดแล้ว”

 

แมตต์แม้จะตาบอดแต่ก็ใช่ว่าจะไม่รับรู้ความไม่พอใจของเจสสิก้าและลุค ทนายหนุ่มจัดแจงเอ่ยขัด พยายามดึงบรรยากาศในร้านให้ผ่อนคลายลง แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในร้านก็ไม่สามารถอดกลั้นความหงุดหงิดเอาไว้ได้

 

“ให้ตายเถอะเมอร์ด็อก นายคิดว่าหมอนี่ไว้ใจได้จริงๆน่ะเหรอ”

 

“เขามันฆาตกรโรคจิตชัดๆ” เห็นเจสสิก้าเปิดนำ ลุคจึงร่วมสมทบด้วยทันที ส่วนแดนนี่ที่ไว้ใจแฟรงค์เพราะแมตต์เป็นคนพามาก็เริ่มไขว้เขวไปบ้างแล้ว

 

“เหอะ” แฟรงค์พ่นลมหายใจ เอื้อมมือไปปิดปากแมตต์ที่พยายามอธิบายให้ทั้งคู่ใจเย็นลง

 

“ฉันไม่ใช่ฆาตกรโรคจิต”

 

“งั้นนายจะบอกว่านายเป็นนักบุญงั้นสิ” เจสสิก้ากอดอกมองอีกฝ่าย พร้อมๆกันกับที่แฟรงค์ยักยิ้มมุมปาก

 

“ฉันไม่ใช่นักบุญ แต่มีแฟนเป็นคาธอลิก เรดนี่แหละแฟนฉัน”

 

ทั้งแดนนี่ ลุค และเจสสิก้ามีสีหน้างุนงง เรดไหนอีก? เรดเป็นใคร? จะมีก็แต่แมตต์ที่เผลอส่งเสียงท้วงอู้อี้ออกมาเบาๆอย่างลืมตัว

 

ซึ่งอากัปกิริยาเพียงเล็กน้อยของแดร์เดวิลก็ไปดึงความสนใจของแม่นักสืบสาวเข้าอย่างจัง เจสสิก้าเบิกตากว้างจ้องมองแมตต์ หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ ยกมือลูบคางด้วยสีหน้าแจ่มแจ้ง

 

“อ๋อออ”

 

เจสสิก้า!!! มันไม่ใช่อย่างนั้น!!! แมตต์เหมือนได้ยินเสียงตัวเองตะโกนเรียกชื่อนักสืบสาวอยู่หลายครั้ง ในขณะที่ลุค เคจเองก็เริ่มสังเกตเห็นสีหน้าพิลึกพิลั่นของแมตต์ที่กำลังแกะมือปลิงของแฟรงค์ออกจากปากอย่างยากลำบาก

 

“โอเค…. ชื่อเล่นนายน่ารักดีนี่”

 

“นายนี่มันความลับเยอะจริงๆเมอร์ด็อก”

 

“พวกคุณไปเชื่อเรื่องโกหกพกลมของเขาได้ยังไง เฮ่ ฟังผมนะ มันไม่ใช่แบบนั้น” แมตต์ที่เพิ่งได้อ้าปากพูดรีบแก้ไขความเข้าใจผิดๆของทั้งคู่ ชายหนุ่มเกลียดสถานการณ์ตอนนี้จริงๆ แต่ที่เกลียดสุดๆก็คงจะเป็นเสียงหัวเราะเบาๆของเดอะพันนิชเชอร์ที่ดังขึ้นข้างกาย

 

คุณทนายความแอบกระทืบส้นเท้าใส่แฟรงค์เบาๆอย่างหงุดหงิดใจ เขายังไม่ทันตอบตกลงเสียหน่อย ไอ้หมอนี่ทำเป็นได้ใจ แค่เมื่อคืนได้จูบกันนิดหน่อยก็ทึกทักเอาเองว่าเป็นแฟนกันเสียแล้ว จงใจแกล้งกันชัดๆ!

 

แต่ก็นับว่าท่ามกลางความเข้าใจผิดยังพอจะมีเรื่องราวดีๆหลงเหลืออยู่บ้าง

 

“อะไรกัน เข้าใจผิดอะไร ทำไมผมไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียว คุณยังปิดบังอะไรพวกเราอีกเหรอ พวกเราเป็นทีมเดียวกันแล้วนะแมตต์!!”

 

แดนนี่หันขวับไปมองแมตต์ ชายหนุ่มผู้ร่ำรวยขึ้นเสียงใส่อย่างกระฟัดกระเฟียด ทำเอาคนตาบอดนึกโล่งใจ ได้แต่พร่ำขอบคุณสวรรค์กับความซื่อใสไม่ทันคนของอีกฝ่าย ขอบคุณที่ไอออนฟิสต์ซื่อเกินไปจนไม่สามารถเข้าใจแผนการกลั่นแกล้งของแฟรงค์ได้

 

พับผ่าเถอะ แมตต์ไม่เคยนึกชอบนิสัยเด็กๆของแดนนี่ แรนด์เทียบเท่าวันนี้เลยจริงๆ

 

 

……..