Yume 100 FanFiction [ Kagetora x Sky ] ‘Cigar’

Yume 100 FanFiction

Pairing : Kagetora x Sky

Rate : G

 

‘Cigar’

 

.

 

 

ครั้งหนึ่งในความทรงจำ เจ้าของร้านขายของชำเคยเอ่ยกับผมว่า หากจะสูบบุหรี่ต้องเกรงใจผู้อื่น สูบในที่ที่ควรสูบ ไม่สูบในสถานที่ห้ามสูบ และเมื่อตัวผมในตอนนั้นที่เพิ่งบรรลุนิติภาวะพยักหน้ารับคำอย่างกระตือรือร้น นั่นทำให้คู่สนทนาคลี่ยิ้มพึงพอใจ การสอนสั่งให้คนรุ่นใหม่มีสามัญสำนึกและความรับผิดชอบต่อคนหมู่มาก ราวกับว่าสิ่งนั้นถูกตั้งเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งในชีวิตของเขา

 

แต่ก่อนที่คุณลุงเจ้าของร้านจะได้ยื่นกล่องบุหรี่ขนาดกะทัดรัดส่งให้ผม เขากำชับเตือนบางสิ่งแก่ผมเป็นครั้งสุดท้าย น้ำเสียงของเขา กึ่งจริงจัง กึ่งหยอกล้อ จนไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าคำพูดนั้นมีมูลความจริงหรือเป็นเพียงคำโป้ปดมดเท็จเลื่อนลอย

 

‘ถ้าจะสูบบุหรี่ ก็อย่าไปยุ่งกับคนสูบซิการ์เชียวล่ะ’

 

และเป็นอีกครั้งที่ผมพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง หลังจากนั้น ห้วงเวลาคล้อยผ่านไปนานปี ผมเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างว่า ซิการ์กับบุหรี่นั้นอยู่ร่วมกันไม่ได้ ราวกับน้ำและน้ำมันที่แยกชั้นกันอย่างชัดเจน การสูบบุหรี่ต่างจากสูบซิการ์ตรงที่ซิการ์ไม่สูดควันเข้าปอด และไม่ใช้เวลาสูบอย่างรวดเร็ว แต่จะค่อยๆลิ้มรสควันที่อบอวลอยู่ในปาก ละเลียดความผ่อนคลายนั้นอย่างสุขสม ถ้าเปรียบบุหรี่เป็นสามัญชน ซิการ์ก็คงเป็นดั่งขุนนางชั้นสูง

 

ขุนนางกับสามัญชน เพียงแค่ความแตกต่างของคำเปรียบเปรยก็แสดงให้เห็นถึงรอยร้าวในสายสัมพันธ์อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของผม เรื่องฐานะอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ทั้งคนสูบบุหรี่และคนสูบซิการ์ไม่ถูกกัน แต่เหตุผลหลักๆก็คงหนีไม่พ้นเรื่องกลิ่นนิโคตินจากบุหรี่ที่ทำให้รสสัมผัสของซิการ์ผิดเพี้ยนไป

 

ซึ่งนั่นทำให้ผมที่กำลังคาบบุหรี่อยู่ในปากกลายเป็นข้อยกเว้นที่จะได้รับความรู้สึกแง่ลบจากคนสูบซิการ์

 

เพราะอะไรอย่างนั้นหรือ? ออกจะเป็นเรื่องน่าขายหน้าหากความลับนี้ถูกนำไปร่ำลือในหมู่สิงห์อมควัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับอย่างช่วยไม่ได้ว่า ตั้งแต่วันที่ผมได้รับบุหรี่กล่องแรกในชีวิตมาจากลุงเจ้าของร้าน

 

ผมก็ได้แต่คาบมันไว้ในปาก ไม่เคยจุดสูบเลยแม้สักครั้งเดียว

 

 

.

 

 

ท่ามกลางความมืดสลัวของบรรยากาศในช่วงเช้ามืด ผมได้ยินเสียงก้านไม้ขีดไฟถูกับกล่องกระดาษ เสียงเสียดสีนั้นดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงลุกพรึ่บของเปลวไฟขนาดเล็ก ผมลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ใครบางคนนั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ เรือนผมสีดำของเขายุ่งเหยิงเล็กน้อย ราวกับว่าเมื่อลุกจากเตียงนอนก็ตรงดิ่งไปทำงานทันที และถึงแม้ว่าเขาจะนั่งหันหลังให้ แต่รูปร่างที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันช่วยให้ผมระบุตัวตนของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

 

เสียงขีดเขียนดังคลอไปกับเสียงนกร้องนอกหน้าต่าง ควันสีเทาขุ่นลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ผมรู้ได้ทันทีว่าคาเงโทระกำลังเพลิดเพลินใจอยู่กับซิการ์สีน้ำตาลเปลือกไม้เช่นเคย เป็นอย่างนี้เสมอ ทุกครั้งเมื่อต้องใช้ความคิด เขามักจะสูบซิการ์ เพื่อช่วยให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์ดีพอที่จะรับผิดชอบต้นฉบับนิทานในมือ

 

ผมเหม่อมองเพดานห้อง ย้อนนึกถึงคำเตือนเลือนรางที่ลุงเจ้าของร้านขายของชำเคยกำชับเอาไว้ อย่ายุ่งกับคนสูบซิการ์อย่างนั้นหรือ? ตอนที่พบกันครั้งแรก ผมไม่ได้อยากยุ่งกับคาเงโทระเสียหน่อย พวกเราดูไม่เหมือนคนที่จะเข้ากันได้ดีเลยสักนิด เขาคาบซิการ์ ส่วนผมคาบบุหรี่ เราสองคนยืนเคียงกัน อาศัยชายคาของอาคารแห่งหนึ่งเป็นสถานที่หลบฝนชั่วคราวอย่างช่วยไม่ได้

 

สายฝนไม่มีทีท่าว่าจะซาลงแม้แต่น้อย ความรู้สึกอึดอัดเริ่มรุกคืบเข้ามาในใจของผม ทำให้อดเหลือบมองคนที่ยืนอารมณ์เสียอยู่ข้างๆไม่ได้ และในตอนนั้นเองที่พวกเราสบตากันเข้าพอดี

 

ผมสะดุ้งเฮือกอย่างลืมตัว คาเงโทระในตอนนั้นหรี่ตามองผม เอ่ยคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดุดัน

 

‘อย่าได้หยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดเชียว’

 

ท่าทางอารมณ์เสียเต็มที แต่ใช่ว่ามีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่หงุดหงิดกับสถานการณ์และสภาพอากาศชื้นแฉะ ผมตอบโต้กลับไปอย่างอวดเก่งและวางมาด

 

‘เฮอะ วางใจเถอะ ฉันไม่สูบต่อหน้าคนอื่นหรอก ทำอย่างนั้นออกจะไร้มารยาทไปหน่อย’

 

ผมจงใจเน้นประโยคหลังสุดเป็นพิเศษ พร้อมกับจ้องมองไปยังซิการ์สีน้ำตาลที่มีควันพวยพุ่งออกมา กลิ่นของยาสูบผสมผสานกับกลิ่นความชื้นจากเม็ดฝน โดยรวมแล้วไม่ใช่กลิ่นที่ดีสักเท่าไหร่

 

เงียบสนิท นอกจากเสียงสายฝนห่าใหญ่ตกกระทบผิวดินก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก ทั้งๆที่ผมเตรียมใจจะเขวี้ยงถังขยะแถวนั้นใส่เพื่อถ่วงเวลา แล้ววิ่งหนีทันทีที่อีกฝ่ายขยับตัว แต่กลับไม่มีท่าทีส่อเค้าความรุนแรงออกมาจากคู่สนทนาแม้แต่น้อย

 

ไม่นานนัก คาเงโทระในตอนนั้นแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ริมฝีปากเหยียดยิ้มประหลาดขณะจ้องมองผมด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้

 

‘พิลึก ถ้าไม่สูบต่อหน้าคนอื่น แล้วจะหยิบขึ้นมาคาบเฉยๆทำไม? ทำไมไม่เก็บใส่กล่อง’

 

‘น นั่นมัน….’ ผมพูดอะไรไม่ออกเมื่อต้องกลายเป็นฝ่ายถูกเล่นงานเสียเอง ขณะที่กำลังเลิ่กลั่กคิดหาคำแก้ตัว คาเงโทระก็หยิบซิการ์ออกจากปาก อมควันไว้ในปากครู่หนึ่งเพื่อลิ้มรสกลิ่นยาสูบ ก่อนจะปล่อยควันในปากออกมาอย่างเชื่องช้า

 

‘ฉันไม่สูบแล้ว ตามสบาย จะจุดไฟหรืออะไรก็ทำไป’

 

‘……’ ผมรู้สึกอับจนหนทางยิ่งกว่าเก่า ถ้าไม่สูบก็คงดูพิลึกไม่น้อย แต่ถ้าจะสูบ… ปัญหาหลักก็คือ คนสูบบุหรี่ไม่เป็นอย่างผมพกไฟแช็คติดตัวเสียที่ไหนกัน ยิ่งเอ่ยปากขอยืมไฟจากอีกฝ่าย ไม่ใช่ว่ายิ่งดูผิดปกติหรอกหรือ?

 

‘ฉันไม่อยากสูบตอนนี้’ ตัวผมในอดีตว่าพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ขัดแย้งกับภายในที่กำลังลนลาน ส่วนคาเงโทระยักยิ้มอย่างอารมณ์ดี ไม่ใส่ใจกับคำตอบของผมเท่าไหร่นัก

 

‘แปลกนะ ปกติแล้วคนสูบบุหรี่ต้องมีกลิ่นนิโคติน’ คำพูดลอยๆนั้นทำให้ผมสะดุ้งโหยง รู้ตัวทันทีว่าต่อให้แก้ตัวอย่างไรก็ไม่มีวันฟังขึ้น

 

และนั่นคือความประทับใจแรกพบของผมกับคาเงโทระ ชายผู้ซึ่งทำให้ผมพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีวี่แววว่าจะเถียงชนะเขาเลยสักครั้ง

 

กลับสู่ปัจจุบัน ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ อดีตเป็นอย่างไร สถานการณ์ในปัจจุบันเองก็เป็นเช่นนั้น ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะพยายามต่อกรกับอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับความล้มเหลวกลับมาตอกย้ำความพ่ายแพ้อยู่เสมอ

 

บางที ผมอาจจะเกิดมาเพื่อพ่ายแพ้เขาไปตลอดชีวิตก็เป็นได้

 

กลิ่นซิการ์ยังคงลอยเจือจางอยู่ในอากาศ ทว่า เสียงขีดเขียนหยุดลงแล้ว ฟูกที่ผมกำลังนอนอยู่ยุบตัวลงไปตามน้ำหนักที่โถมทับลงมา เมื่อหันหน้าไปก็เจอกับร่างใหญ่โตของคาเงโทระตามคาด

 

“คิดอะไรอยู่?”

 

“ตอนที่ฉันกับนายเจอกันครั้งแรก” ผมว่าพลางยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ประสบการณ์ในอดีตสอนผมว่า การนอนบนเตียงในขณะที่อีกฝ่ายนั่ง ค่อนข้างเป็นสถานการณ์ที่น่าหวาดเสียว คาเงโทระชอบเล่นทีเผลอ ฉวยโอกาสคร่อมร่างผมทุกครั้งที่มีโอกาส อีกทั้งยังเอ่ยคำหยอกล้อทุกครั้งราวกับตั้งใจจะแกล้งให้ผมอับอายไปชั่วชีวิต ดังนั้น ด้านล่างก็ฟูก ด้านบนก็คาเงโทระ สถานการณ์ที่ราวกับทางตันไร้ซึ่งทางออก เลี่ยงได้ก็เลี่ยงเสียจะดีกว่า

 

“อ้อ” คนผมดำว่าพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ซอกคอของผม สูดดมฟุดฟิดอย่างเอาแต่ใจ

 

“จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีกลิ่นนิโคติน”

 

“ก็รู้อยู่แล้วยังจะดมอีกเรอะ!” ผมรีบใช้มือยันใบหน้าอีกฝ่ายออกไปทันที อีกแล้ว เป็นอย่างนี้เสมอ ฉวยโอกาสทุกครั้งที่มีช่องว่าง ถึงแม้ว่าเรื่องแบบนี้จะกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของพวกเราไปแล้ว แต่ผมก็ยังไม่ค่อยจะชินเสียที

 

ทันใดนั้น ผมก็ถูกจู่โจมระลอกสอง ความรู้สึกจั๊กจี้ที่มาพร้อมกับสัมผัสเปียกอุ่นเกิดขึ้นกลางฝ่ามืออย่างกะทันหัน ทำให้ผมรีบปล่อยมือออกจากใบหน้าของอีกฝ่าย คาเงโทระคลี่ยิ้มร้ายกาจ ลิ้นที่เคยใช้เลียฝ่ามือของผมเมื่อครู่ตวัดเลียริมฝีปากอย่างเจ้าเล่ห์

 

“ม ไม่กลับไปเขียนนิทานของนายต่อรึไง!”

 

“เขียนสิ แต่ว่าเล่นกับนายแล้วหัวค่อยโล่งขึ้นหน่อย ช่วยได้เยอะกว่าซิการ์อีก” ในที่สุดคาเงโทระก็ลุกจากเตียง เดินไปยังโต๊ะเขียนหนังสือตัวเดิม ไม่เข้าใจเลย แกล้งคนอย่างผมนี่มันสนุกขนาดนั้นเลยหรือไง

 

เสียงขีดเขียนดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ควันสีขุ่นที่เคยปรากฏอยู่อย่างเด่นชัดนั้นหายไปแล้ว จะเหลือก็แต่เพียงกลิ่นยาสูบเจือจางที่เกาะติดข้าวของทุกอย่างในห้องนี้ แม้กระทั่งเสื้อผ้าและร่างกายของผมเองก็มีกลิ่นติดด้วยเช่นกัน

 

พยายามกำจัดอย่างไรก็ไม่หาย ราวกับว่าเจ้ากลิ่นนี่ฝังรากลึกลงไปในร่างกาย เพื่อที่จะครอบงำผมอย่างไรอย่างนั้น

 

ผมถอนหายใจอย่างปลดปลง

 

จะให้ชนะคาเงโทระอย่างนั้นหรือ แม้แต่กลิ่นซิการ์ของเขา ผมยังเอาชนะไม่ได้เลยเสียด้วยซ้ำ ช่างน่ารันทดใจเสียจริง

 

 

………

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s