Dàomù bǐjì FanFiction [ เฮยเสียจื่อ x เซี่ยจื่อหยาง ] ‘Valentine’s Day 2017’

Dàomù bǐjì FanFiction

Hēi xiā zi x Xiè ziyáng  (เฮยหย่าง)

‘Valentine’s Day 2017’

 

……………

 

 

ประโยชน์ของเทศกาลวาเลนไทน์มีเพียงหนึ่งเดียวคือช่วยให้เซี่ยจื่อหยางคนนี้จำวันเดือนปี ได้

 

ซะเมื่อไหร่… เพราะดูเหมือนว่าผมจะลืมไปแล้วว่าวาเลนไทน์มันตรงกับวันที่เท่าไหร่ เดือนอะไร สุดท้ายแล้วก็ไอ้เทศกาลฝรั่งนี่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยอยู่ดี

 

ส่วนข้อเสียที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องเงิน

 

“จื่อหยาง~ ช็อกโกแลตล่ะ?!”

 

พูดไม่ทันขาดคำต้นเหตุที่ทำให้ผมเสียเงินก็ผลักประตูบ้านเข้ามาอย่างเริงร่าจนน่าหมั่นไส้ หมู่นี้ตั้งแต่คบกันอย่างเป็นทางการ เฮยเสียจื่อก็คึกคักขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ระดับความทะเล้นแทบจะสูงกว่าความสูงของเขาฉินหลิ่งเสียอีก

 

“ไม่…ไม่มี” ผมโกหก แน่นอนว่าเป็นเพราะอยากเห็นปฏิกิริยาตลกๆของอีกฝ่าย ทว่า เฮยเสียจื่อหน้าหมองลงทันทีจนผมรู้สึกหวั่นไหว นึกโทษตัวเองที่ปากไวกว่าสมอง ไม่รู้จักคิดหน้าคิดหลังให้รอบคอบ ช่วงนี้หมอนี่อารมณ์ดีผิดปกติ แต่คนที่อารมณ์ดีผิดปกติเองก็สามารถอารมณ์ดิ่งลงได้ในทันทีเช่นกัน

 

และความเปลี่ยนแปลงนั้นก็เป็นสิ่งที่ตัวก๊อบปี้อย่างผมไม่เคยเข้าใจ

 

“ฉัน…” ผมเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายอย่างอึดอัดใจ ในขณะที่กำลังจะเริ่มต้นขอโทษขอโพย เฮยเสียจื่อก็ดันตัวผมติดกำแพง มือข้างถนัดค้ำยันผนังไว้ เขาถอดแว่นกันแดดออก โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกของอีกฝ่ายสัมผัสกับปลายจมูกของผมเบาๆ นัยน์ตาสีประหลาดที่จ้องมองมานิ่งๆนั้นทำให้หัวใจของผมเต้นโครมครามผิดจังหวะไปหมด

 

อึก…

 

ขี้โกง เอาท่าไม้ตายออกมาใช้อย่างนี้….

 

ในขณะที่ผมกำลังรู้สึกถึงความพ่ายแพ้ของตัวเอง จู่ๆ ใบหน้าที่เรียบเฉยของเฮยเสียจื่อก็คลี่ยิ้มทะเล้นออกมาอย่างกะทันหัน

 

“ถ้าไม่มีช็อกโกแลตให้ ผมจะกินคุณแทนจริงๆนะ!”

 

เอาแต่ตะลึงนิ่งมองรอยยิ้มนั้น ริมฝีปากของอีกฝ่ายเคลื่อนที่ใกล้เข้ามาทุกที และแล้วผมก็ประมวลผลสถานการณ์ได้ในที่สุด

 

ล หลอกกันงั้นเรอะ?!! ไอ้เวรเฮยเสียจื่อนี่!

 

“เอา เอาไป!!”

 

“อุ๊บ!!”

 

ผมรีบยัดช็อกโกแลตกล่องเล็กใส่ปากเฮยเสียจื่อทั้งกล่องแล้วถอยหนีออกมาให้ห่างจากกำแพงมากที่สุด เสียงร้องอู้อี้ของเฮยเสียจื่อดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะดึงกล่องช็อกโกแลตออกจากปาก ท่าทีที่เหมือนกำลังเสียดายของคู่สนทนาทำให้คิ้วของผมกระตุกไปมาด้วยความหงุดหงิด

 

” ย อย่า อย่าทำให้ตกใจสิ!!” ผมโวยวายเสียงดัง ยอมรับตรงนี้เลยก็ได้ว่าเขิน! แต่เรื่องนี้ต่อให้เป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่ยอมพูดออกมาต่อหน้าเฮยเสียจื่อเด็ดขาด

 

“แต่จื่อหยางเองก็แกล้งผมเหมือนกันนี่นา เท่านี้ก็เสมอกันแล้วนะ” เฮยเสียจื่อยิ้มเผล่ มือหนาภายใต้ถุงมือหนังสีดำเปิดกล่องขนมอย่างสบายอารมณ์ พอฉีกตัวพลาสติกออกเรียบร้อยแล้วก็นิ่งไป ผมขมวดคิ้วมองท่าทีของฝ่ายตรงข้ามอย่างนึกสงสัย

 

“เป็น…เป็นอะไรอีกล่ะ? ไม่…ไม่ชอบหรือไง?”

 

“ก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหรอก แต่ว่า….”

 

เฮยเสียจื่อเว้นช่วงคำพูดไปนานพอสมควรจนผมเริ่มจะใจคอไม่ดีอีกรอบ แต่แล้วความรู้สึกของผมก็เป็นอันต้องสูญเปล่าเมื่อจู่ๆคนตัวสูงกว่าปรี่เข้ามากุมมือผม พร้อมกับทำสายตาอ้อนวอนเป็นประกายระยิบระยับ

 

“ป้อนผมหน่อยนะ!”

 

ได้คืบจะเอาศอก! นั่นเป็นคำพูดที่เหมาะสมที่สุดถ้าจะให้นิยามถึงพฤติกรรมของเฮยเสียจื่อในตอนนี้ ผมถอนหายใจอย่างหมดคำพูด พยักหน้าหงึกๆก่อนจะพยักเพยิดให้เข้าไปข้างในตัวบ้านเสียที ใจคอจะยืนคุยกันหน้าประตูไปตลอดหรือไง ปกติแล้วเรื่องอย่างนี้น่าจะเป็นสามัญสำนึก แต่เพราะมื่อไม่กี่นาทีมานี้ดันเจอเหตุการณ์ระทึกขวัญเข้าไป ก็เลยลืมสิ่งที่ควรจะทำไปเสียสนิท

 

หลังจากที่นั่งลงบนพื้นแข็ง เฮยเสียจื่อก็เตือนความจำผมด้วยการชี้ช็อกโกแลต ชี้มาที่ตัวผม แล้วก็ชี้ไปที่ปากตัวเอง ไอ้หมอนี่ ต่อให้ไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ก็ยังสามารถคงระดับความกวนโอ๊ยให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

ผมคว้าช็อกโกแลตมาจากเฮยเสียจื่อ หยิบป้อนส่งเข้าปากให้อย่างว่าง่าย พอเห็นเขาเคี้ยวกรุบๆพร้อมกับทำท่าปลาบปลื้มประทับใจในความอร่อยจนเหมือนจะบินขึ้นสวรรค์ ผมก็เบ้ปากแทบจะในทันที

 

“ชิ้นต่อไปป้อนด้วยปากนะจื่อหยาง”

 

คราวนี้ผมไม่ด่าแค่ในใจแล้ว ตัดสินใจพ่นคำด่าออกมาอย่างไม่มีกั๊ก ไอ้คนโลภนี่! ถึงใจความของคำพูดจะวกวนซ้ำไปซ้ำมาและไม่น่าฟังเพราะสำเนียงติดอ่างตลกๆ แต่เฮยเสียจื่อก็ยังคงนั่งอิ่มเอมกับรสชาติหวานอมขมของช็อกโกแลตราคาแพง ไม่มีความรำคาญใจปรากฏขึ้นให้เห็นบนเสี้ยวหน้าเลยสักนิด

 

ผมพูดพล่ามอยู่ฝ่ายเดี่ยวจนเหนื่อยและคอแห้งไปหมด สุดท้ายพอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่สะเทือนกับการกระทำของผมแม้แต่น้อยก็เลยหยุด แบบนี้มันเสียเวลาเปล่าชัดๆ และในขณะที่ผมกำลังพักหายใจ นายบอดดำก็เอาอีกแล้ว

 

นอกจากจะกวนโมโหแล้วยังเป็นนักฉวยโอกาสมือหนึ่ง เฮยเสียจื่ออาศัยช่วงเวลาที่ผมเผลอขยับเข้ามาประชิดตัว สองมือประคองใบหน้าของผมแล้วประทับจูบลงบนริมฝีปากอย่างนิ่มนวล

 

กล่องช็อกโกแลตในมือของผมร่วงหล่นลงบนพื้นเกิดเสียงดัง ‘ตุบ’ เบาๆ หลังจากที่ลิ้นร้อนซุกซนของอีกฝ่ายตวัดรัดพันเกี่ยวอยู่ในโพรงปาก ณ เวลานั้น ราวกับว่าผมสูญเสียความสามารถในการควบคุมตัวเองไปชั่วขณะ ไหลไปตามการชักนำของนายแว่นดำอย่างง่ายดาย

 

ราวกับถูกเทพเจ้าช่วงชิงเอาช่วงเวลาไปอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดการรุกล้ำนั้นก็สิ้นสุดลง เฮยเสียจื่อปล่อยริมฝีปากของผมให้เป็นอิสระ แต่นัยน์ตาคู่สวยยังคงจ้องมองอย่างไม่วางตา

 

“อร่อยกว่าช็อกโกแลตอีก”

 

เขายิ้มอีกครั้ง แต่เป็นรอยยิ้มที่ต่างออกไปจากครั้งที่หยอกล้อผม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของผมเต้นโครมครามจนเหมือนกับว่าจะกระเด็นออกมาจากอก

 

จริงๆแล้ว ข้อเสียอีกข้อของวาเลนไทน์ก็คือการรับมือกับเฮยเสียจื่อที่คึกคักถึงขีดสุดจนไม่สามารถคาดเดาความคิดและเป้าหมายของอีกฝ่ายได้นั่นล่ะ

 

“รู้ไหม เมื่อกี๊นี้ผมเกือบขาดสติจริงๆนะ”

 

เอ่ยออกมาเช่นนั้นก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ผมนิ่งไม่ตอบอะไร ยังคงวุ่นวายอยู่กับการสงบสติให้หัวใจตัวเองเต้นช้าลง

 

ไอ้หมอนี่….เป็นผู้ชายที่อันตรายจริงๆ

 

 

.

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s