Fantastic Beasts FanFiction [ Gellert Grindelwald x Percival Graves ] ‘Trust’

ตั้งใจว่าถ้าไม้กายสิทธิ์คุณเกรฟส์ที่พรีไว้มาส่งเมื่อไหร่จะเขียนอะไรเกี่ยวกับไม้กายสิทธิ์ฉลองค่ะ แต่คิดไม่ออก ก็เลยปล่อยเลยตามเลย ไหลไปเรื่อยๆเหมือนเดิม จนออกมาเป็นแบบนี้ค่ะแงงง555555

 


 

 

Fantastic Beasts FanFiction

Pairing : Gellert Grindelwald x Percival Graves

‘Trust’

 

.

 

กลิ่นกาแฟร้อนหอมฟุ้งตลบอบอวล เพอร์ซิวัล เกรฟส์ที่นั่งหมดสติอยู่บนพื้นลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับความปวดร้าวที่แล่นปลาบไปทั่วร่าง ในขณะที่กำลังนึกทบทวนสาเหตุที่ตนหมดสติไป มือที่ตั้งใจจะยกขึ้นมากุมศีรษะพลันหยุดชะงักเพราะแรงตรึงจากเชือกที่พันรวบข้อมือทั้งสองข้างเอาไว้กับขาเตียงขาหนึ่งอย่างแน่นหนา

 

“อึก…!”

 

การเคลื่อนไหวร่างกายที่รวดเร็วนั้นส่งผลให้เกรฟส์ต้องย่นคิ้วลง เสียงครางเบาๆหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากอย่างควบคุมไม่ได้ หันไปมองรอบข้างก็สังเกตเห็นถึงสภาพบ้านที่เละเทะ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆเกลื่อนกลาดไปทั่วอาณาบริเวณ

 

ฝืนทนต่อความเจ็บปวด เกรฟส์ใช้สายตาสำรวจรอบด้านอีกครั้ง ภาพความทรงจำย้อนกลับเข้ามาในหัวอย่างเลือนราง ประกายแสงจากเวทมนตร์คาถา เสียงตะโกน เสียงกรีดร้อง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เมื่อร้อยเรียงเรื่องราวทั้งหมดอย่างมีสติ ภาพของจอมวายร้ายซึ่งกำลังดื่มกาแฟรสเข้มที่ปรากฏแก่สายตาของเขาจึงไม่ใช่ของแปลกตาเลยสักนิด

 

เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์นั่งอยู่ไม่ไกลจากเกรฟส์มากนัก มือขาวซีดหมุนไม้กายสิทธิ์เล่นอย่างเพลิดเพลินใจ ราวกับเด็กที่กำลังถูกล่อลวงด้วยของเล่นชิ้นใหม่แกะกล่อง เกรฟส์มองไม้กายสิทธิ์ตนที่ตกอยู่ในมือของฝ่ายตรงข้าม ก่อนที่จะประสานสายตากับกรินเดลวัลด์เข้าพอดี

 

“อรุณสวัสดิ์ มิสเตอร์เกรฟส์ เมื่อคืนหลับสบายดีไหม?”

 

ทักทายด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ภายในใจของเจ้าหน้าที่มาคูซ่าพลันขุ่นมัวด้วยความโกรธแค้นที่ต้องพ่ายแพ้ต่อผู้บุกรุก แต่ถึงอย่างนั้น เกรฟส์ก็รีบตั้งสติ ข่มอารมณ์โกรธที่กำลังเดือดพล่านให้สงบลง เอ่ยคำพูดออกไปอย่างเยือกเย็น

 

“ทำไมถึงยังไม่ฆ่าฉัน?”

 

พูดถึงเรื่องความเป็นความตายด้วยใบหน้าที่ไร้ซึ่งความกลัวเกรง กรินเดลวัลด์หัวเราะอย่างพึงพอใจก่อนจะวางถ้วยกาแฟที่ว่างเปล่าลง แล้วจึงลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเกรฟส์ จอมวายร้ายย่อตัวลง สัมผัสเย็นเยียบจากมือขาวซีดประทับลงบนใบหน้าของมือปราบมารอย่างแผ่วเบา

 

“เพราะแผนการของฉันต้องการคุณ”

 

เกรฟส์ไม่แปลกใจเท่าไหร่กับคำตอบของอีกฝ่าย เหตุผลที่ไม่ฆ่า นอกจากต้องการเก็บไว้ใช้ประโยชน์แล้วยังจะต้องการอะไรอีก

 

แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ คำตอบต่อจากนั้น

 

“และฉันเองก็ต้องการคุณเช่นเดียวกัน”

 

กรินเดลวัลด์ยิ้มอย่างอารมณ์ดี นัยน์ตาสีดำของเกรฟส์สบเข้ากับนัยน์ตาสองสีของฝ่ายตรงข้าม ชายวัยกลางคนเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

 

“หมายความว่ายังไง?”

 

“หมายความว่า ฉันต้องการผู้ช่วยฝีมือดี”

 

“ถ้าฉันปฏิเสธล่ะ”

 

อย่างไรเสียเกรฟส์ก็เป็นคนของมาคูซ่า ตำแหน่งหน้าที่การงานก็ใช่ว่าจะต่ำต้อย ศักดิ์ศรีและความหยิ่งทะนงของเขานั้นนับว่ามีอยู่มาก จู่ๆจะให้ลดตัวไปเป็นลูกน้องของผู้ร้ายในประกาศจับนั้นเรียกได้ว่าเป็นการลบหลู่เกียรติของมือปราบมารเป็นอย่างยิ่ง

 

“คุณไม่ปฏิเสธหรอก” กรินเดลวัลด์ขยับยิ้มมุมปาก

 

“คุณเองก็ไม่พอใจกับสภาพน่าอนาถของสังคมผู้วิเศษตอนนี้ไม่ใช่หรือไง?”

 

“…..”

 

เกรฟส์ไม่ตอบอะไรกลับไปเมื่อถูกจี้จุดอ่อนที่เก็บงำมานาน เขายังคงมีท่าทีเยือกเย็นเช่นปกติ แต่ถึงอย่างนั้น ความวูบไหวเพียงชั่วเสี้ยววินาทีก็ไม่สามารถหลบหลีกสายตาของกรินเดลวัลด์ได้พ้น

 

‘ทำไมผู้วิเศษต้องอยู่อย่างหลบซ่อน?’

 

คำถามนี้พลันผุดขึ้นมาในใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ ภายในตัวของเพอร์ซิวัล เกรฟส์บ่มเพาะสะสมความไม่พอใจเหล่านั้นไว้มากมายนับไม่ถ้วนจนกลายเป็นความเกลียดชัง แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะล้มล้างกฎของสังคมผู้วิเศษเหมือนที่กรินเดลวัลด์ทำ

 

ยึดมั่นในกฎเกณฑ์ ไม่จำเป็นต้องสนใจเนื้อหาของกฎนั้น แค่ทำไปตามหน้าที่ที่ต้องทำและควรทำก็พอ เกรฟส์ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบนี้มาโดยตลอด แยกความรู้สึกส่วนตัวออกจากเรื่องงาน เมินเฉยต่อเสียงเรียกร้องจากเบื้องลึกของจิตใจ

 

“ยอมรับเถอะว่าลึกๆแล้วคุณเองก็เห็นด้วยกับฉัน”

 

เกรฟส์พยายามตั้งสติ ไม่โอนอ่อนไปตามเกมของฝ่ายตรงข้าม เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์เป็นศัตรูของกระทรวงฯ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์เป็นศัตรูของกระทรวงฯ เขาท่องประโยคนี้ในใจซ้ำไปซ้ำมา ราวกับต้องการสะกดจิตให้ตนเชื่อเช่นนั้นจริงๆ

 

“อย่าให้พวกเขาควบคุมคุณ อย่าให้พวกเขาครอบงำความปรารถนาของคุณ”

 

กรินเดลวัลด์เอ่ยคำพูดกระตุ้นอีกครั้ง โน้มใบหน้าซีดขาวเข้าไปใกล้เสียจนปลายจมูกโด่งของคนทั้งคู่แตะสัมผัสกันเบาๆ เกรฟส์ผงะไปเล็กน้อย ความลังเลเริ่มก่อตัวขึ้นและลุกลามกัดกินจิตใจอย่างรวดเร็ว

 

“ฟังเสียงหัวใจตัวเองดีๆสิมิสเตอร์เกรฟส์ คุณต้องการอะไรกันแน่”

 

“….”

 

เกรฟส์เบือนหน้าหนี ชายคนนี้รู้ตัวดีว่าลึกๆแล้วเขาต้องการอะไร เกรฟส์พยายามนึกถึงใบหน้าของเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า ลูกน้อง ทุกสิ่งทุกอย่างในมาคูซ่า เพื่อฉุดรั้งตัวเองไม่ให้จมดิ่งไปในห้วงอารมณ์ที่กำลังสับสน

 

“อนาคตที่คุณต้องการน่ะ มันยิ่งใหญ่เสียจนฉันสร้างคนเดียวไม่ไหวหรอกนะ”

 

“…..”

 

คำพูดของอีกฝ่ายค่อยๆซึมเข้าสู่สมองและหัวใจของเจ้าหน้าที่มาคูซ่าทีละประโยค

 

และคำพูดสุดท้ายของกรินเดลวัลด์นั้น ไม่ต่างอะไรไปจากก้อนหินที่ตกลงบนผืนน้ำนิ่งสงบ ก่อให้เกิดคลื่นน้ำแผ่กระจายเป็นวงกว้าง แตกขยายออกไปราวกับโดมิโน่ที่ล้มลง ขยายวงรัศมีนั้นให้กว้างออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

 

“ไม่ใช่ว่าคุณต้องการความเปลี่ยนแปลงหรอกหรือ?”

 

 

ภาพใบหน้าของพวกพ้องในมาคูซ่านั้นแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี นัยน์ตาของเพอร์ซิวัล เกรฟส์เบิกกว้างขึ้นฉับพลัน ในที่สุดหมอกควันที่อยู่ในหัวก็เริ่มจางหายไป ราวกับว่าสัมผัสเย็นเยียบจากมือของกรินเดลวัลด์เป็นดังคลื่นน้ำที่ซัดสาดเข้าหน้าช่วยปลุกกระตุ้นให้เขาตื่นเต็มตา ก้อนเนื้อที่เต้นตุบๆอยู่ในอกเริ่มเร่งจังหวะการเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่นัยน์ตาสีดำมองไล่จากเล็บสีดำทะมึน มือสีขาวซีด ไล่ไปเรื่อยๆจนถึงใบหน้า นัยน์ตาของคนทั่งคู่ประสานกันอีกครั้ง

 

กรินเดลวัลด์ยักยิ้มอย่างพึงพอใจกับผลลัพธ์เบื้องหน้า ใบหน้าและลำตัวเบี่ยงไปทางขวา โน้มตัวไปข้างหน้า แขนทั้งสองข้างเอื้อมไปจัดการปลดเชือกที่รัดข้อมือของเกรฟส์ออกอย่างง่ายดาย สภาพของทั้งคู่ในตอนนี้แทบไม่ต่างอะไรไปจากการสวมกอดอย่างหลวมๆ

 

“คุณเจ็บมากไหม?”

 

กรินเดลวัลด์ถามเสียงเบา แม้ว่าจะแก้มัดเรียบร้อยแล้วแต่เขายังคงค้างอยู่ในท่านั้น เพราะติดใจในกลิ่นน้ำหอมจางๆที่ผสมปนเปกับกลิ่นเหงื่อและกลิ่นคาวเลือดเล็กน้อย เกิดเป็นกลิ่นแปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

 

“….มันจะสำเร็จใช่ไหม?” เกรฟส์ไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับถามคำถามของตนออกไปแทน กรินเดลวัลด์แย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี ตอบคำถามด้วยความมั่นใจ

 

“แน่นอน”

 

“คุณจะไม่ทรยศฉันใช่ไหม?” เกรฟส์ถามอีกครั้ง กรินเดลวัลด์ผละออกจากร่างสะบักสะบอม สายตาของคนทั้งคู่ต่างจ้องมองกันและกัน ราวกับต้องการจะมองทะลุความคิดของอีกฝ่าย

 

“แล้วคุณล่ะ?” คราวนี้กรินเดลวัลด์เป็นฝ่ายถามบ้าง เกรฟส์เผยรอยยิ้มบางๆออกมาเป็นครั้งแรก

 

“ขึ้นอยู่กับว่าแผนของคุณจะสำเร็จหรือเปล่า ถ้าสำเร็จ ฉันก็ไม่หักหลังคุณ”

 

กรินเดลวัลด์หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

 

“ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าคุณเชื่อใจฉัน” เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์มั่นใจในแผนการของตนมากทีเดียว

 

รอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกต่างออกไปจากปกติปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกรินเดลวัลด์ มือข้างหนึ่งวางลงบนบ่าของเกรฟส์อย่างแผ่วเบา

 

“เพราะฉะนั้น ฉันเองก็เชื่อใจคุณเหมือนกัน”

 

 

…….

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s