Touken Ranbu AU FanFiction [ Ookurikara x Heshikiri Hasebe ] ‘New Year 2017’

 

หลักๆคงลงไว้ในเด็กดีค่ะ http://writer.dek-d.com/aiihiwatari/writer/view.php?id=1429752 เพราะตั้งใจอยากลงแบบเรื่องยาวๆ(จบในตอน) แต่ก็อยากเก็บในบล็อกด้วย เอาเป็นว่าเลือกเว็บอ่านได้ตามอัธยาศัยเลยค่า จะที่ไหนก็เหมือนกัน

ปล.รูปไม่เกี่ยวกับธีมเรื่องแต่เราชอบรูปนี้มากค่ะฮือออฟฟฟฟฟฟฟ

 

_________________________________________________

 

 

 

 

จำไม่ได้แล้วว่าได้นอนตื่นสายอย่างนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

 

 

เฮชิคิริ ฮาเซเบะที่ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือเหลือบมองนาฬิกาอย่างเชื่องช้า

 

สิบโมง…. คงเพราะเมื่อคืนลืมตั้งนาฬิกาปลุก… แต่ก็น่าแปลก เขาเดินกลับมานอนที่เตียงตั้งแต่เมื่อไหร่? จำไม่ได้เลยสักนิด

 

“อือ ช่างเถอะ…”

 

ชายหนุ่มบ่นงึมงำอย่างไม่ใส่ใจ อ้าปากหาวอย่างง่วงงุน มือข้างหนึ่งปัดป่ายไปทั่วเตรียมยันตัวเองขึ้นจากเตียงนุ่ม ทว่า เสียง ‘ปึ้ก!’ ทึบๆที่ดังขึ้นข้างๆทำเอาฮาเซเบะสะดุ้งตื่นเต็มตา คนเพิ่งตื่นหันขวับไปมองยังด้านขวามือ ก่อนจะพบว่าร่างที่กำลังหลับสนิทอยู่ตรงนั้นก็คือหลานชายคนเดียวของตน

 

 

โอคุริคาระ

 

 

ผู้เป็นอานิ่งไปเล็กน้อย ใช้มืออีกข้างยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเงียบงัน นัยน์ตาสีม่วงสวยจ้องมองเด็กหนุ่มผิวเข้มที่กำลังหลับสนิท เรียบเรียงสถานการณ์ในใจอยู่ครู่หนึ่ง

 

 

หลังจากที่หอบเอกสารกลับมาจัดการช่วงวันหยุดปีใหม่ ในคืนของวันที่31ธันวาคม ขณะที่ฮาเซเบะกำลังมุ่งมั่นทำงานข้ามปี จู่ๆก็ถูกความเหนื่อยล้าเข้าจู่โจมจนผล็อยหลับไป ตื่นมาอีกทีก็นอนอยู่บนเตียง ข้างๆมีโอคุริคาระที่ยังไม่ยอมตื่น ดูท่าว่าหลานชายคนนี้คงเป็นคนแบกเขามาที่เตียงไม่ผิดแน่

 

“แล้วทำไมไม่กลับไปนอนห้องตัวเอง…” ฮาเซเบะพึมพำอย่างครุ่นคิดพร้อมกับเอื้อมมือไปหาอีกฝ่าย ตั้งใจจะเขย่าตัวปลุกให้ตื่นจากห้วงนิทรา ทว่า พอเห็นใบหน้ายามไร้สติของโอคุริคาระ ฮาเซเบะลังเลเล็กน้อย ตัดสินใจหดมือกลับไปดังเดิม

 

ฮาเซเบะเป็นคนเข้มงวดเจ้าระเบียบ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีอยู่หลายคราที่ชายหนุ่มใจอ่อนยอมตามใจโอคุริคาระ ครั้งนี้เองก็เช่นกัน ผู้เป็นอาผละจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟัน ปล่อยให้เด็กหนุ่มได้นอนหลับฝันหวานต่อไป

 

“สวัสดีปีใหม่”

 

น้ำเสียงแผ่วเบาที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนดังแว่วออกมาจากลำคอเรียว ก่อนจะละลายหายไปกับความเงียบอย่างรวดเร็ว แม้เจ้าของบ้านจะไม่อยู่ในห้องแล้ว แต่บรรยากาศก็ไม่ต่างอะไรไปจากเดิมมากนัก แสงอาทิตย์เจิดจ้าเล็ดรอดผ่านรอยต่อระหว่างกระจกหน้าต่างกับผ้าม่านที่ถูกดึงมาปิดไม่สนิทดี แสงสีทองอ่อนๆนั้นส่องกระทบร่างของเด็กหนุ่มผิวเข้ม มอบความอบอุ่นให้เฉพาะจุดที่แสงส่องถึง

 

ห้องนอนยังคงเงียบสงบ ไร้ซึ่งเสียงใดๆอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งมั่นใจร้อยเปอร์เซนต์ว่าผู้เป็นอาไม่อยู่ในห้องแล้ว คนแกล้งหลับจึงลืมตาขึ้นช้าๆ

 

แววตาของโอคุริคาระไร้ซึ่งความงัวเงียใดๆ เขาตื่นนานแล้ว ตื่นตั้งแต่ก่อนที่จะมีเสียง ‘ปึ้ก!’ ดังขึ้นเสียอีก เด็กหนุ่มมัธยมปลายขยับตัวเล็กน้อย กลิ้งพลิกตัวไปยังจุดที่ฮาเซเบะเคยนอน สัมผัสอุ่นๆที่ถูกทิ้งไว้บนฟูกยังคงไม่จางหาย โอคุริคาระซุกหน้าลงกับหมอนที่อีกฝ่ายเคยหนุน กลิ่นแชมพูจางๆตลบอบอวลอยู่ในรูจมูก ร่างทั้งร่างนิ่งสนิท ราวกับกำลังซึมซับกอบโกยอุณหภูมิที่อีกฝ่ายหลงเหลือไว้ให้ได้มากที่สุด

 

 

 

 

 

‘คุริจัง จะทำอะไรข้ามปีเหรอ?’

 

เคยมีเพื่อนร่วมห้องถามออกมาอย่างนั้น โอคุริคาระในชุดนักเรียนเงยหน้าขึ้นจากหนังสือในมือ ตอบกลับไปห้วนๆสั้นๆ

 

‘นอน’

 

เพื่อนอีกคนที่เดินผ่านมาตกใจตาเหลือก รีบแทรกกลางบทสนทนาของทั้งสองคนทันที

 

‘โห่! จืดชืดชะมัด แต่ก็สมกับเป็นนายดีนะ’

 

โอคุริคาระไม่ใส่ใจความคิดเห็นของอีกฝ่าย นึกใคร่ครวญอะไรบางอย่างอยู่ในใจ

 

การนอนเป็นกิจกรรมที่สามารถทำเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะอย่างนั้นการเลือกทำกิจกรรมธรรมดาๆอย่างนี้ในคืนนับถอยหลังขึ้นปีใหม่จึงเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับใครหลายๆคน แต่สำหรับโอคุริคาระ การนอนข้ามปีครั้งนี้นั้นออกจะพิเศษกว่าทุกๆคืน เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะนอนคนเดียว

 

อยากนอนด้วยกัน…กับคนคนนั้น…

 

 

 

 

ความทรงจำสั้นๆจบลงแค่นั้น ใบหน้าที่ปกติมักจะเย็นชาไร้อารมณ์กลับผุดรอยยิ้มจางๆขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อนึกถึงใบหน้าของใครบางคนที่อาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน แต่เมื่อแว่วเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา โอคุริคาระพลันได้สติ เด็กหนุ่มผิวเข้มรีบย้ายตัวเองกลับไปยังอีกฝั่งของเตียงทันที

 

“ตื่นแล้วสินะ อรุณสวัสดิ์”

 

ฮาเซเบะเดินย้อนกลับเข้ามาปลุกหลานชาย พอเห็นอีกฝ่ายนั่งจ๋องอยู่บนเตียงก็พยักหน้าให้พลางส่งเสียงทักทายสั้นๆเฉกเช่นปกติ

 

โอคุริคาระทักทายตอบ กลิ่นแชมพูจางๆและความอบอุ่นที่ยังคงตกค้างอยู่ในประสาทสัมผัสของเด็กหนุ่ม

 

ท่ามกลางเสียงอรุณสวัสดิ์ที่ถูกเปล่งออกมาอย่างราบเรียบ ผู้เป็นอาเลิกคิ้วเล็กน้อย เนื่องมาจากน้ำเสียงของหลานชายในวันนี้ที่ต่างออกไปจากปกติ

 

“ฝันดีหรือไง”

 

แม้ว่าเสียงของเด็กหนุ่มจะราบเรียบเฉยชา แต่กลับเจือปนไปด้วยมวลกระแสแห่งความสุข นั่นคือสิ่งที่ฮาเซเบะรับรู้ได้จากหลานชาย ถ้าไม่อยู่ด้วยกันมานานก็คงไม่มีทางเข้าใจอีกฝ่ายได้ถึงขนาดนี้

 

ทว่า โอคุริคาระกลับตอบคำถามของคู่สนทนาด้วยการส่ายหน้าเงียบๆเป็นเชิงปฏิเสธ รอยยิ้มน้อยๆปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าหล่อคม แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเช้านี้เด็กหนุ่มอารมณ์ดีน่าดู

 

 

 

ที่ทำให้เขาอารมณ์ดีน่ะ ไม่ใช่ความฝันหรอก

 

นัยนต์สีทองสว่างจับจ้องไปยังร่างสูงโปร่งของผู้เป็นอา ความอบอบอุ่นที่หาได้ยากปรากฏอยู่ในแววตานั้น

 

 

ไม่ใช่แค่ ‘ฝัน’

 

 

แต่เป็น ‘ความเป็นจริง’ ตรงหน้านี้ต่างหากล่ะ

 

 

…….

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s