Mao Shan Hou Yi FanFiction [ อ้ายเอ่อร์ซวิ่น x จางกั๋วจง ] ‘เสพติดความอบอุ่น’

 

Mao Shan Hou Yi FanFiction

 

อ้ายเอ่อร์ซวิ่น x จางกั๋วจง (ซวิ่นจง)

 

‘เสพติดความอบอุ่น’

 

…….

 

 

เพิ่งกลับจากซานตงได้สักพัก จางกั๋วจงยังไม่ทันหายเหนื่อยดีก็ต้องต้อนรับแขกเสียแล้ว สถานการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกสำหรับเอ้อร์ยา สามีของเธอมักมีแขกแปลกหน้ามาเยี่ยมเยือนถึงบ้าน พูดคุยกันในเรื่องที่ยากจะเข้าใจ แล้วจากนั้นคนรักของเธอก็เก็บกระเป๋า ร่ำลาลูกเมีย เดินทางไปทำงานที่เขาถนัดในพื้นที่ห่างไกล

 

คราวนี้ก็เช่นกัน ซ้ำรอยเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย สัญชาตญาณของผู้หญิงไม่ค่อยผิดพลาด พูดให้ถูกคือไม่เคยผิดพลาด เมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดและท่าทีตื่นตระหนกของสามีก็พอจะรู้ได้ว่า จางกั๋วจงมีแนวโน้มจะทิ้งเธอและลูกไว้ที่บ้านเช่นเดียวกับหลายๆครั้งที่ผ่านๆมา

 

บรรยากาศระหว่างเจ้าของบ้านและผู้มาเยือนค่อนข้างหนักอึ้ง หญิงสาวลอบมองสามีอย่างเป็นห่วงเป็นใย เธอวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเตี้ยก่อนจะเอื้อมมือไปแตะไหล่สามีเบาๆอย่างปลอบขวัญ แล้วจึงเดินค้อมตัวเล็กน้อยถือถาดน้ำชากลับเข้าไปในห้องครัวดังเดิม

 

หลังจากที่น้ำชาถูกนำมาเสิร์ฟได้ครู่หนึ่ง ในที่สุดจางกั๋วจงที่เงียบไปก็ควานหาเสียงของตัวเองจน เจอเม็ดเหงื่อผุดซึมไปทั่วบริเวณใบหน้า กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ความวิตกกังวลเข้าครอบงำไปทั่วร่าง

 

 

“ศิษย์พี่…”

 

 

พูดออกมาได้แค่นั้นก็พูดอะไรไม่ออกอีก จางกั๋วจงเคยเผชิญหน้ากับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่มาแล้ว เมื่อนึกถึงร่างผอมกะหร่องของหม่าเจินเหรินที่เคยนอนเอียงพิงสิ้นใจอยู่ในอ้อมอกของตน หัวใจของจางกั๋วจงก็พลันปวดแปลบ ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ ขับไล่ความรู้สึกโศกเศร้าที่ถาโถมเข้ามา แม้ผ่านมานานปี แต่วีรกรรมการสละชีวิตของหม่าเจินเหรินผู้เป็นอาจารย์ เขาไม่เคยลืม

 

ประมุขเหมาซานคนปัจจุบันรีบตั้งสติ ใช่ว่าศิษย์พี่จะเร่งตามอาจารย์ไปอีกคนเสียหน่อย ก็แค่กำลังประสบปัญหาที่ยากจะแก้ไขได้ไม่ใช่หรือ ถึงแม้ว่าผู้มาเยือนจะยังไม่ได้บอกรายละเอียดมากนัก แต่คำพูดที่บอกให้รีบไปอเมริกาอย่างด่วนที่สุดนั้น นึกอย่างไรก็นึกเรื่องดีๆไม่ออกเลยแม้แต่น้อย มีก็แต่เรื่องการดูใจและคำสั่งเสียที่โผล่ขึ้นมาในหัวเต็มไปหมด

 

เจ้าของบ้านสูดหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง จะมาทำตัวอ่อนแอให้เสียชื่อประมุขเหมาซานไม่ได้ ด้วยเหตุนั้นจึงรีบเบี่ยงความสนใจทั้งหมดไปยังบุรุษตรงหน้า แขกของจางกั๋วจงชื่ออ้ายเอ่อร์ซวิ่น เขาเป็นชายหนุ่มตัวสูง อายุยังน้อย รูปร่างค่อนข้างกำยำ ท่วงท่างามสง่าผึ่งผายราวกับผ่านการฝึกทหารมาก็ไม่ปาน

 

“คุณ…อ้ายเอ่อร์ซวิ่น… ผมอยากทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับศิษย์พี่ของผมกันแน่”

 

“ผมคิดว่าคุณควรไปดูด้วยตาตัวเองดีกว่าครับคุณจาง ผมเองก็ไม่ค่อยทราบรายละเอียดเท่าไหร่ เกรงว่าจะอธิบายตกหล่น”

 

คำตอบคลุมเครือของอ้ายเอ่อร์ซวิ่นทำเอาคิ้วของจางกั๋วจงขมวดเป็นปม ชายวัยสี่สิบตอนปลายเม้มปากเป็นเส้นตรง เอ่ยออกไปอย่างหนักแน่น

 

“ตกลง ผมจะไปอเมริกา คงต้องรบกวนคุณช่วยเหลือเรื่องเอกสารแล้ว”

 

“นั่นเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ คุณจางอย่าได้กังวล”

 

ภายใต้สีหน้าเรียบนิ่งของอ้ายเอ่อร์ซวิ่น ผู้คุ้มกันตระกูลซุนนึกย้อนกลับไปถึงคำบอกเล่าของเหล่าหลิวเกี่ยวกับจางกั๋วจง ทั้งนิสัยใจอ่อนยอมคนและความวู่วามไร้สติ ไม่ผิดเพี้ยนไปจากคำกล่าวเลยสักนิด

 

ทั้งอ้ายเอ่อร์ซวิ่นและจางกั๋วจงรีบร้อนดำเนินการเรื่องเอกสารการเดินทางอย่างเร่งด่วน แรกเริ่มเดิมทีกว่าจะออกจดหมายรับรองก็ต้องใช้เวลาตั้งหนึ่งสัปดาห์ แต่ด้วยอิทธิพลของใครบางคนที่อ้ายเอ่อร์ซวิ่นไม่ยอมเปิดเผย ก็ทำให้ร่นระยะเวลาการดำเนินการไปมากโขทีเดียว

 

แต่ถึงอย่างนั้น จางกั๋วจงก็ยังไม่สบายใจ ตราบใดที่ยังไม่ได้เจอเหล่าหลิว ไม่ว่าอย่างไรก็ยังวางใจไม่ได้ประมุขเหมาซานเดินวนไปมาในห้องทำงานราวกับคนบ้า ไม่ใกล้ไม่ไกลนักมีอ้ายเอ่อร์ซวิ่นคอยจับตาดูอยู่อย่างระแวดระวัง ด้วยกลัวว่าเจ้าของบ้านจะคิดสั้นอย่างวู่วามไปเสียก่อน

 

เดิมทีอ้ายเอ่อร์ซวิ่นจองโรงแรมเอาไว้สำหรับพักผ่อน แต่พอเห็นอาการของจางกั๋วจงที่พยายามทำเป็นหนักแน่น ซึ่งไม่ค่อยสำเร็จเท่าไหร่ นั่นทำให้คนโกหกเริ่มรู้สึกกังวล และย้ายมาขอพักอาศัยอยู่กับจางกั๋วจงแทน

 

ประมุขเหมาซานคนนั้นวิชาแก่กล้า ถ้าขาดสติจนคิดจะทำอะไรน่ากลัว เกรงว่าลูกเมียในบ้านคงไม่มีกำลังเข้าไปห้าม และนั่นก็คือความหวาดระแวงของอ้ายเอ่อร์ซวิ่น

 

จนแล้วจนเล่า จางกั๋วจงก็ยังคงเดินวนไปมา เผลอถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ บุหรี่หลายสิบมวนถูกทิ้งไว้ในจานรอง กองเป็นภูเขาขนาดย่อม อ้ายเอ่อร์ซวิ่นมองคนอายุมากกว่าที่กำลังกระวนกระวาย นี่ก็ผ่านมาได้สองวันแล้วตั้งแต่เขาเดินทางมาถึงแผ่นดินใหญ่ วุ่นวายกับการพาจางกั๋วจงไปทำเอกสารจนหัวหมุน

 

ต้องรออีกวันหนึ่งถึงจะออกเดินทางจากปักกิ่งไปยังวอชิงตันได้ ระหว่างนั้นความรู้สึกผิดเริ่มแทะเล็มจิตใจ อ้ายเอ่อร์ซวิ่นเดิมทีเป็นคนซื่อ การโกหกไม่ใช่วิสัยปกติของเขา ดังนั้นจึงตัดสินใจเอ่ยออกไปอย่างลังเล

 

“คุณจางครับ”

 

ในที่สุดเจ้าของชื่อก็หยุดเดิน รีบหันมาขอโทษขอโพยอย่างเกรงอกเกรงใจ ในสายตาของจางกั๋วจง อ้ายเอ่อร์ซวิ่นคนนี้จิตใจดีน่าดู พอเห็นสภาพจิตใจของเขาไม่ปกติก็ทำท่าเหมือนเป็นห่วง จางกั๋วจงซึ้งในน้ำใจของอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก โดยที่ไม่รู้ว่าตนกำลังถูกหลอกต้มอยู่อย่างแนบเนียน

 

“ออกไปเดินเล่นข้างนอกด้วยกันหน่อยไหมครับ? ถ้าได้เปลี่ยนบรรยากาศ คุณน่าจะใจสงบขึ้น”

 

“นั่นสินะ…”

 

กังวลไปก็เปล่าประโยชน์ ถ้าไม่ผ่อนคลายเสียหน่อยคงเป็นบ้าไปก่อนที่จะได้เจอศิษย์พี่ ด้วยเหตุนั้นจางกั๋วจงจึงยอมออกไปด้วยกันกับอ้ายเอ่อร์ซวิ่น ระหว่างทางเดินผ่านห้องได้ยินเสียงวิดิโอเกมลอดออกมาจากห้องของจางอี้เฉิง ผู้เป็นพ่อแทบจะหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ผู้ใหญ่กังวลจนหัวแทบระเบิด ในขณะที่เด็กใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน ถ้าลูกชายของเขาได้เรื่องได้ราวเหมือนอ้ายเอ่อร์ซวิ่นเพียงครึ่งหนึ่งก็ยังดี

 

คล้อยหลังเสียงทำนองเพลงจากวิดิโอเกม จางกั๋วจงเริ่มบ่นเรื่องลูกชายเบาๆ อ้ายเอ่อร์ซวิ่นเกือบหลุดยิ้มออกมากับพฤติกรรมนินทาลูกชายลับหลัง ต้องเดินผ่านมาสักพักหนึ่งจึงจะกล้าพูด ประมุขเหมาซานคนนี้ทั้งเชื่อคนง่ายและชอบตามใจผู้อื่นอยู่ร่ำไปจนขัดใจใครไม่ได้ ต้องมาระบายความรู้สึกต่างๆลับหลัง ทำให้อ้ายเอ่อร์ซวิ่นอดมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ใช้มองเด็กไม่ได้

 

สี่ขาก้าวเอื่อยๆ เดินเล่นสูดอากาศอยู่ในบริเวณฟาร์ม บ้านของจางกั๋วจงตั้งอยู่บริเวณชานเมือง ไม่มีคนพลุกพล่าน ทั้งจางกั๋วจงและอ้ายเอ่อร์ซวิ่นเดินรับลมด้วยกันไปเงียบๆ เส้นผมของทั้งคู่พลิ้วไหวไปตามแรงลม

 

“คุณหลิวไม่เป็นอะไรหรอกครับ”

 

จู่ๆชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ใช่ เขาพูดความจริง เหล่าหลิวยังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลซุนในวอชิงตัน แต่จางกั๋วจงกลับเข้าใจไปว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามปลอบตนให้สบายใจขึ้น

 

“ขอบคุณ…ครับ”

 

จางกั๋วจงพึมพำ น้ำเสียงสั่นไหว รู้ตัวอีกทีหยาดน้ำใสก็พรั่งพรูออกมาจากดวงตา ไหลอาบแก้มอย่างเงียบงัน อ้ายเอ่อร์ซวิ่นถึงกับผงะถอยหลังไปสองสามก้าว ทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำตาของอีกฝ่าย

 

ประมุขเหมาซานรีบหันหลังหนี ปาดน้ำตาลวกๆ แต่ทว่า ในท้ายที่สุดก็ยากจะทานทนไหว ความกังวลที่เก็บสะสมมาตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมาถูกปลดปล่อยออกไปพร้อมกับเสียงร้องไห้โฮอย่างไม่อาจฝืน ร่างสูงโปร่งทรุดนั่งลงบนพื้นดินอย่างไร้เรี่ยวแรง

 

ภาพการตายของหม่าเจินเหรินผุดขึ้นมาในความทรงจำ เพียงแต่ในอ้อมแขนของจางกั๋วจงไม่ใช่ร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นอาจารย์อีกต่อไปแล้ว ศพนั้นถูกแทนที่ด้วยร่างของเหล่าหลิว ศิษย์พี่ผู้ฝ่าฟันอุปสรรคและเสี่ยงตายมาด้วยกันอย่างยาวนาน

 

 

“…..ขอให้ผมอยู่คนเดียวเถอะ”

 

 

คำของร้องที่ส่งมานั้นเจือปนไปด้วยเสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ไม่อยู่ บีบรัดคุณธรรมในใจของชายหนุ่มจนแทบจะก้มลงขอขมาแล้วเอ่ยอธิบายความจริงออกไป หลังจากที่สับสนอยู่พักใหญ่ ในที่สุดผู้คุ้มกันตระกูลซุนก็ตัดสินใจแล้ว

 

อ้ายเอ่อร์ซวิ่นนั่งลงบนพื้นข้างๆ หันหลังให้จางกั๋วจง เอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนกว่าปกติ

 

 

“ผมเป็นแค่ต้นไม้ ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ถ้าไม่รังเกียจคุณจางจะนั่งพิงต้นไม้ต้นนี้ก็ได้นะครับ”

 

 

ถ้าพูดให้พวกผู้หญิงฟังคงถูกมองแปลกๆ ทั้งทื่อและไร้ซึ่งความคมคาย แต่จางกั๋วจงกลับทำเพียงระบายยิ้มออกมา ทั้งๆที่ดวงตาและใบหน้ายังคงเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา

 

“รบกวนด้วยนะครับ”

 

ตอบกลับด้วยน้ำเสียงโรยแรงพลางเอนตัวพิงแผ่นหลังใหญ่ของอดีตตำรวจหนุ่ม น้ำหนักและไออุ่นที่ระเหยออกมาจากร่างถูกถ่ายทอดมาให้อ้ายเอ่อร์ซวิ่นอย่างเงียบงัน

 

เสียงสะอื้นดังขึ้นเป็นระยะๆ จางกั๋วจงไม่เปล่งคำพูดอะไรออกมาสักประโยค เช่นเดียวกับอ้ายเอ่อร์ซวิ่นที่ทำเพียงแค่นั่งฟังเสียงสะอื้น และทำหน้าที่เป็นโคนต้นไม้หรือพนักเก้าอี้ให้อีกฝ่ายเอนพิงพึ่งพาความแข็งแกร่งนั้น

 

ไม่ขยับเขยื้อน ไม่เบื่อหน่าย ทำเพียงแค่นั่งนิ่งๆอยู่อย่างนั้น

 

แม้ว่าจะรู้จักกันไม่กี่วัน แต่กลับมองเห็นตัวตนของจางกั๋วจงได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และเพราะตัวตนของจางกั๋วจงเป็นประเภทที่อ้ายเอ่อร์ซวิ่นถูกชะตา จึงรู้สึกว่า จะปล่อยคนคนนี้ให้อยู่คนเดียวในยามอ่อนแอไม่ได้

 

สัมผัสอุ่นๆบริเวณแผ่นหลังยังคงไม่จางหาย จู่ๆรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอ้ายเอ่อร์ซวิ่น เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน และเกิดขึ้นมาโดยที่ชายหนุ่มไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด

 

สายลมอ่อนๆพัดผ่านมาวูบหนึ่ง ท้องฟ้ายังมีแสงอยู่ ต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆจึงจะเริ่มมืด

 

อ้ายเอ่อร์ซวิ่นไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลยสักนิด  ตรงกันข้าม ชายหนุ่มกลับรู้สึกยินดีอย่างไร้สาเหตุ ที่จะได้ขยายช่วงเวลาแห่งการเอนพิงนี้ให้ยาวนานขึ้นไปอีกระยะหนึ่ง

 

 

ดูท่าว่า จะเสพติดสัมผัสอบอุ่นนี้เข้าอย่างจังแล้วกระมัง

 

 

 

……

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s