Mao Shan Hou Yi FanFiction [ อ้ายเอ่อร์ซวิ่น x จางกั๋วจง ] ‘ไม่รู้ตัว’

แฟนฟิคของนิยายเรื่องมหากาพย์แห่งเหมาซานค่ะ คู่ อ้ายเอ่อร์ซวิ่นxจางกั๋วจง ฮือ ยังคงเอากาวมาจากเล่มสอง ในหัวยังคงมโนโมเมนต์ที่อ้ายเอ่อร์ซวิ่นแอบรักข้างเดียว กับจางกั๋วจงที่มองอีกฝ่ายเป็นลูกเป็นหลาน คิดว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงเป็นแนวนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าเล่มสามจะออกค่ะ

ปล.ลองไปอ่านฟิคก่อนหน้าของแพร์ริ่งนี้ได้ที่ https://nightynox.wordpress.com/2016/12/30/mao-shan-hou-yi-fanfiction-%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8B%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99-x-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%87/ ค่ะ

 

________________________________________________________________

 

 

Mao Shan Hou Yi FanFiction

 

อ้ายเอ่อร์ซวิ่น x จางกั๋วจง (ซวิ่นจง)

 

‘ไม่รู้ตัว’

 

……………

 

 

“ศิษย์พี่ ผมว่าอาซวิ่นกำลังเสียคน”

 

 

 

พอได้ยินชื่อของตนปะปนอยู่ในบทสนทนา อ้ายเอ่อร์ซวิ่นที่กำลังเดินอยู่ก็หยุดกึก หันไปมองตามเสียงเบาๆที่เล็ดรอดออกมาจากประตูห้องห้องหนึ่งในคฤหาสน์ตระกูลซุน

 

เป็นเสียงของประมุขจาง… หรือจางกั๋วจงไม่ผิดแน่ อดีตตำรวจปราบปรามยาเสพค่อยๆเดินเข้าไปใกล้แหล่งที่มาของเสียง ใช้ทักษะอำพรางตัวตนที่เคยฝึกในอดีตลอบฟังบทสนทนาของผู้มาเยือนอย่างตั้งใจ

 

“กั๋วจงเอ๊ยกั๋วจง เจ้าหนุ่มนั่นเป็นลูกลับๆของคุณหรือไงกัน”

 

หลังจากที่ศิษย์ผู้พี่เอ่ยเช่นนั้น อ้ายเอ่อร์ซวิ่นได้ยินเสียงอึกอักจากลำคอของประมุขเหมาซานคนปัจจุบัน ราวกับว่ากำลังใคร่ครวญหาคำพูดที่เหมาะสมอยู่

 

“ถึงไม่ใช่ก็เหมือนใช่ เขาอายุมากกว่าอี้เฉิงไม่กี่ปีนี่ครับ” จางกั๋วจงกระแอมให้โล่งคอก่อนจะตอบกลับไปเช่นนั้น คำตอบที่ไม่ใคร่ตรงกับคำถามนักทำเอาเหล่าหลิวหัวเราะเอิ๊กอ๊าก

 

“ไม่กล้าหือกับลูกตัวเองเลยมาจ้ำจี้จ้ำไชกับลูกชาวบ้าน! น่าสมเพชเกินไปแล้ว!”

 

ชายหนุ่มที่แอบฟังอยู่เงียบๆอดเห็นด้วยกับคำพูดของเหล่าหลิวไม่ได้ ดูเหมือนว่าทางฝ่ายจางกั๋วจงเองก็คงรู้สึกสมเพชตัวเองเช่นกันเลยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ถึงแม้จะไม่ได้รู้จักกันมานาน แต่อ้ายเอ่อร์ซวิ่นก็พอจะเดาได้คร่าวๆว่าคนอย่างจางกั๋วจงน่าจะเป็นพ่อที่ค่อนข้างเกรงใจลูก ยิ่งเป็นลูกชายคนเดียวเด็กคนนั้นยิ่งต้องเอาแต่ใจ จนประมุขเหมาซานคนนั้นเก็บกดเอาความเป็นพ่อมาใช้กับคนแปลกหน้าอย่างเขา เพราะไม่สามารถควบคุมลูกชายได้ดังใจนึกนั่นเอง

 

แต่ก็น่าแปลกที่เขาไม่ได้รังเกียจท่าทีเช่นนั้นของจางกั๋วจงเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อการกระทำเช่นนั้น แม้จะไม่ได้มาจากความบริสุทธิ์ใจ แต่ก็ไม่มีพิษภัย ซ้ำยังทำให้อ้ายเอ่อร์ซวิ่นรู้สึกขบขันอยู่ในใจยามเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังสั่งสอนตนอย่างเอาจริงเอาจัง

 

อาจจะเป็นการใช้คำศัพท์ที่แปลกอยู่บ้างถ้านำมาใช้สำหรับผู้ชายวัยสี่สิบกว่าเช่นจางกั๋วจง แต่อ้ายเอ่อร์ซวิ่นไม่ใช่คนเก่งภาษามากนัก เขาถูกฝึกมาเยี่ยงนักรบ ไม่ใช่ปัญญาชน ดังนั้น ชายหนุ่มจึงนิยามความรู้สึกเมื่อเห็น ‘พฤติกรรมแสดงความเป็นพ่อ’ นั้นว่า ‘น่าเอ็นดู’ ตามพื้นความรู้อันน้อยนิดที่ตนมี

 

ถ้าหากว่าจางกั๋วจงเป็นสาวน้อยหน้าตาน่ารักอาจไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะนึกเอ็นดูยามเห็นเธอพยายามจะวางท่าเป็นมารดาเจ้าระเบียบ แต่นี่….ชายวัยสี่สิบกว่าๆที่มีลูกมีเมียแล้ว อีกทั้งลูกชายยังโตเอาป่านนั้น….

 

อ้ายเอ่อร์ซวิ่นเคยเดาว่าเขาคงติดเชื้อพิลึกบางอย่างมาจากพีระมิดเจดีเฟร แต่พอพูดเช่นนั้นกับเหล่าหลิวก็ถูกอีกฝ่ายโกรธ หาว่าไม่เชื่อใจในฝีมือการรักษา เล่นเอาอ้ายเอ่อร์ซวิ่นต้องรีบอธิบายอาการผิดปกติของตนเสียยกใหญ่

 

‘อ้อ เอ็นดูกั๋วจง? ก็เป็นเรื่องปกตินี่’

 

บทสนทนาระหว่างตนกับเหล่าหลิวดังขึ้นในหัว ในตอนนั้นชายแก่เอ่ยคำพูดดังกล่าวออกมาพลางแคะหูไปด้วยอย่างไม่ใส่ใจนัก ท่าทีของผู้สูงวัยตรงหน้าทำเอาอ้ายเอ่อร์ซวิ่นงงเป็นไก่ตาแตก

 

‘คุณหลิว ผมไม่เข้าใจ คุณหมายความว่า…’

 

‘ผมหมายความตามนั้น กั๋วจงเป็นคนดี มีน้ำใจช่วยเหลือชาวบ้านไปทั่ว ขัดใจใครไม่เป็น ต้องตามน้ำไปตลอด ถ้ามองจากสายตาของคนที่ผ่านอะไรมามากอย่างผม เขาก็แค่ไอ้หนูใจอ่อนคนหนึ่ง’

 

คนคุ้มกันตระกูลซุนพยักหน้าเห็นด้วย อ้ายเอ่อร์ซวิ่นยังหนุ่มยังแน่นก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นก็ผ่านความโหดร้ายมานับไม่ถ้วน ทั้งความโหดร้ายของสงคราม ความดิบเถื่อนของพวกพ่อค้ายาเสพติด และการทรยศของเพื่อนสนิท พอมาเจอกับจางกั๋วจงผู้เป็นคนซื่อโดยธรรมชาติ ก็เลยอดเอ็นดูไม่ได้ เผลอมองด้วยสายตาที่ไม่ต่างไปจากผู้ใหญ่มองเด็กชายตัวน้อยๆ

 

‘แต่ตอนเขาเลือดร้อนนี่ต่งฉุนรุ่ยชัดๆ เหมือนกับคุณตอนนั้นไม่มีผิด’

 

อ้ายเอ่อร์ซวิ่นยิ้มเจื่อน ถ้าจำไม่ผิดตอนที่เขาถูกเกราะอสุภเล่นงานจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เหล่าหลิวเองก็เคยแดกดันว่า ชายหนุ่มเป็นต่งฉุนรุ่ย ทหารกล้าที่สละชีวิตในสงครามกลางเมืองระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์กับก๊กมินตั๋งคนนั้นหรือไง แน่นอนว่าคำตอบคือไม่ ดังนั้น ด้วยคำเตือนของเหล่าหลิว อ้ายเอ่อร์ซวิ่นจึงมีชีวิตรอดออกมาจากพีระมิดกลับหัวนั่นได้อย่างปลอดภัย

 

การย้อนอดีตจบลงเพียงเท่านั้น อ้ายเอ่อร์ซวิ่นกลับมาสนใจบทสนทนาปัจจุบันระหว่างศิษย์พี่และศิษย์น้องอีกครั้ง พอเห็นว่าเถียงเหล่าหลิวไม่ออก จางกั๋วจงก็เลยเปลี่ยนเรื่องคุย หันเหความสนใจกลับมาที่เรื่องหลานถิงซวี่ ปรึกษาและวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆอย่างออกรสออกชาติ อดีตตำรวจลอบฟังอยู่ไม่นานนักก็เลิกสนใจ เดินจากไปอย่างเงียบงัน ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าตามหลังยามก้าวเดินไปบนพื้นที่บุด้วยพรมหรู

 

ขณะที่สองขายาวกำลังเคลื่อนไหว ในหัวของอ้ายเอ่อร์ซวิ่นก็เต็มไปด้วยเรื่องของประมุขเหมาซาน เอาแต่ครุ่นคิดและติดใจสงสัยในตัวจางกั๋วจง อยากรู้เรื่องราวชีวิตของอีกฝ่ายมากกว่านี้…

 

ความรู้สึกประหลาดๆเริ่มก่อกำเนิดขึ้นในจิตใจของชายหนุ่มอย่างเชื่องช้า แต่สม่ำเสมอ และมั่นคง

 

แม้ว่าพฤติกรรมและความรู้สึกเหล่านั้นยากที่จะให้คำอธิบายถึงสาเหตุที่แท้จริง ทว่า อ้ายเอ่อร์ซวิ่นก็เลือกที่จะไม่สนใจ ไม่ได้ขวนขวายแสวงหาคำตอบนั้นเลยสักนิด เขาประมาทเลินเล่อ แม้จะผ่านโลกมามาก ได้พบเจอผู้คนหลากหลาย แต่ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ชายหนุ่มไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน

 

อ้ายเอ่อร์ซวิ่นไม่เคยมีความรัก ไม่ประสบความสำเร็จในการคบหาดูใจกับใคร จึงครองตัวเป็นโสดมาจนถึงทุกวันนี้

 

ชายหนุ่มไม่รู้ว่าความรู้สึกในอกนั้นคือของต้องห้าม เขาจึงละเลยความรู้สึกแปลกประหลาดนั้น และต้องเสียใจในภายหลังเมื่อเข้าใจความรู้สึกของตนอย่างถ่องแท้

 

 

คงได้แต่โทษตัวเองที่เลินเล่อเกินไป

 

 

ความรักที่เขามีให้จางกั๋วจง…จนถึงตอนนั้นก็บานปลายจนหยุดไม่ได้เสียแล้ว

 

 

 

……

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s