Mao Shan Hou Yi FanFiction [ อ้ายเอ่อร์ซวิ่น x จางกั๋วจง ] ‘ครั้งแรก’

แฟนฟิคของนิยายเรื่องมหากาพย์แห่งเหมาซานค่ะ คู่ อ้ายเอ่อร์ซวิ่นxจางกั๋วจง ฮือ คราวนี้เอากาวมาจากเล่มสอง

(แน่นอนว่ามีสปอยเล่มสองงงงง)

.

.

.

.

.

.
.

.

.

.

.

ตอนแรกก็จิ้นเพราะชอบสองคนนี้ค่ะ อ้ายเอ่อร์ซวิ่นดูเป็นหนุ่มทื่อๆ กับจางกั๋วจงมายเทียนเจิน อยู่ด้วยกันคงซื่อๆน่ารักดี ชอบโมเมนต์(ในมโน)ที่อาซวิ่นแอบรักกั๋วจงอยู่ฝ่ายเดียวค่ะ(เพราะทางนั้นเขามีลูกเมียแล้วแง) หนุ่มซื่อๆทื่อๆที่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องความรักแต่ไปหลงรักคุณอาคนซื่อที่ดูเป็นพ่อที่ดีนี่น่ารักจังY/////Y ทีนี้ก็คิดว่าไม่น่าจะได้เจอกันแหละเนาะ น่าจะเรือผี ทำใจๆ แต่พออ่านมาถึงตอนท้ายๆแทบกรี๊ดลั่นบ้าน เขาเจอกันแล้วค่ะแม่ขา ฮืออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ ขอบคุณค่ะต้าลี่จินกังจ่างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง โมเมนต์ไม่กี่บรรทัดก็เอาฮืออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ สรุปคืออินี่เป็นบ้าไปแล้วค่ะเลยต้องมากาวฟิคระบายความบ้าโอยยยยยยยยยยยยยยยยฟหกด่นกห่น้ย่ำพยนะพ้นยะพ่ยน้าวพ้นะพ่ยนะนยเกนเนรีรนพเกดาส้เสกดหหากยนยน่ะพ่ะพ่วาง่สงะฟ่กหาส้เสรพ้ำร่ส้าน้นย่

_______________________________________________________________

 

 

Mao Shan Hou Yi FanFiction

 

อ้ายเอ่อร์ซวิ่น x จางกั๋วจง (ซวิ่นจง)

 

‘ครั้งแรก’

 

……………

 

 

‘คุณคือคุณจางกั๋วจงใช่ไหมครับ?’

 

 

นั่นเป็นครั้งแรกที่อ้ายเอ่อร์ซวิ่นได้รู้จักกับ ‘ประมุขจาง’ คนนั้น อย่างเป็นทางการ

 

จางกั๋วจงเป็นชายวัยสี่สิบขึ้น หน้าตาดี ท่าทางมีการศึกษา อายุอานามพอๆกันกับคุณชายซุนถิงซึ่งเป็นผู้มีพระคุณของอ้ายเอ่อร์ซวิ่น ภายใต้ใบหน้าและบุคลิกที่สุภาพและซื่อสัตย์ของประมุขจาง สัญชาตญาณของอ้ายเอ่อร์ซวิ่นพอจะสัมผัสได้ว่าชายคนนี้ผ่านเรื่องราวต่างๆมาอย่างโชกโชนเลยทีเดียว

 

อ้ายเอ่อร์ซวิ่นเป็นคนซื่อ และเพราะความซื่อนั้นนี่เองที่ทำให้อดีตตำรวจคนนี้ไม่เคยได้รับการเลื่อนขั้นเลยสักครั้งทั้งๆที่เป็นคนมีฝีมือ ทว่า ถ้าเพื่อให้เป้าหมายของตนประสบความสำเร็จตามแผนการที่วางไว้ ต่อให้ไม่นิยมชมชอบการหลอกลวงเสียเท่าไหร่ คนอย่างอ้ายเอ่อร์ซวิ่นเองก็สามารถโกหกได้อย่างแนบเนียนเสียจนน่าประทับใจ

 

‘เกิดเรื่องใหญ่กับคุณหลิวที่อเมริกา เขาต้องการให้คุณไปหาเขาให้ได้ครับ’

 

แม้ว่าจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ภายในใจของอ้ายเอ่อร์ซวิ่นกลับเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ ประมุขจางจะเชื่อคำพูดของคนแปลกหน้าขนาดนี้เชียวหรือ แต่ปฏิกิริยาร้อนอกร้อนใจของอีกฝ่าย ใบหน้าที่ซีดเซียว และท่าทีที่แสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใยนั้นรุนแรงพอที่จะทำให้คนคุ้มกันของซุนฉี่หลินแทบจะคุกเข่าขอขมาแล้วบอกความจริงออกไปอย่างสำนึกผิด

 

ที่คุณหลิวพูดเกี่ยวกับจางกั๋วจงนั้น หลังจากที่ได้ผ่านประสบการณ์การอยู่รวมกันมาหนึ่งถึงสองวัน อ้ายเอ่อร์ซวิ่นเห็นด้วยมากถึงมากที่สุด ชายผู้นี้เป็นคนซื่อ มีคุณธรรมสูงส่ง เห็นอกเห็นใจผู้อื่นอยู่เสมอ พอได้ยินว่าศิษย์พี่ของตนกำลังเดือดร้อนและกำลังรอความช่วยเหลืออยู่ที่อเมริกา จางกั๋วจงที่เพิ่งกลับมาจากซานตงได้เพียงครู่เดียวก็รีบร้อนออกจากบ้านไปพร้อมกับอ้ายเอ่อร์ซวิ่นในที่สุด

 

อ้ายเอ่อร์ซวิ่นพยายามไม่พูดอะไรมากให้อีกฝ่ายจับพิรุธได้ แต่ฝ่ายที่พูดมากกลับกลายเป็นจางกั๋วจงที่ถามเรื่องเหล่าหลิวตลอดเวลา ยิ่งอ้ายเอ่อร์ซวิ่นพยายามเลี่ยงไม่ตอบ จางกั๋วจงก็ยิ่งร้อนใจ มองในแง่ร้ายว่าศิษย์พี่ใกล้จะชะตาขาดรอมร่อ ประมุขเหมาซานคนปัจจุบันถามบ่อยเสียจนคนตัวสูงกว่าต้องแกล้งหลับ เสียงของจางกั๋วจงจึงเงียบหายไป มีเพียงเสียงถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้มที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ

 

อ้ายเอ่อร์ซวิ่นรอเวลาอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงลืมตาขึ้นหนึ่งข้าง ลอบมองไปยังจางกั๋วจงที่ผล็อยหลับไปอย่างอ่อนเพลีย ในใจเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิด พอนึกว่าต่อจากนี้ไปอาจจะถูกโกรธก็ได้แต่ยิ้มแหยๆพร้อมรับกรรม ก่อนจะลองเปลี่ยนมาจินตนาการภาพเหตุการณ์ในอนาคต เคยได้ยินจากคุณหลิวมาว่า คนคนนี้เป็นพวกวู่วามใจร้อน บางทีอาจจะมีบุคลิกด้านตรงข้ามกับนิสัยขี้เกรงอกเกรงใจนั่นก็ได้

 

จนกระทั่งเดินทางมาถึงคฤหาสน์ตระกูลซุน ที่ตั้งอยู่ ณ บริเวณชานเมืองวอชิงตัน ดี.ซี. ในที่สุดความจริงก็ถูกเปิดเผยออกมา จางกั๋วจงมองเหล่าหลิวอย่างเคืองขุ่น จากนั้นจึงปราดตามองอ้ายเอ่อร์ซวิ่นอย่างโมโห ร่างสูงกำยำของคนคุ้มกันทำตัวไม่ถูก แม้จะเสียเวลาขบคิดวิธีพูดแก้ตัวมาตั้งนาน แต่พอเอาเข้าจริงๆก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ก้มหน้าสำนึกผิดไปเงียบๆ

 

ก็สมควรอยู่ที่จะโกรธ เรื่องชีวิตและความปลอดภัยของคนสำคัญไม่ใช่เรื่องที่ควรแก่การนำมาล้อเล่นจริงๆ สุดท้ายจางกั๋วจงก็คงโกรธศิษย์ผู้พี่ของตนไม่ลง ยอมยกโทษให้อย่างปลดปลง แต่กับอ้ายเอ่อร์ซวิ่นที่เป็นคนอื่นคนไกล เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกก็โกหกหน้าตาย แบบนั้นคงยากที่จะกลับไปทำให้ประมุขเหมาซานคนนั้นเชื่อถือในตัวเขาอีกครั้งได้

 

ทั้งๆที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ แต่อ้ายเอ่อร์ซวิ่นก็อดรู้สึกแปลกๆไม่ได้ เพราะอย่างนั้นก็เลยตั้งใจว่าจะเข้าไปพูดคุยกับอีกฝ่ายโดยตรง

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

 

 

สถานการณ์ในตอนนี้ช่างหนาวเหน็บ

 

ณ มุมหนึ่งในคฤหาสน์ตระกุลซุน อ้ายเอ่อร์ซวิ่นและจางกั๋วจงยืนเผชิญหน้ากัน คนอายุมากกว่าเงยหน้ามองคนคุ้มกันร่างกำยำ น้ำเสียงไม่พอใจเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากนั้น

 

“ผมคงดูโง่มากในสายตาคุณ”

 

“…ขอโทษด้วยครับ”

 

ผิดถูกก็ว่าไปตามเนื้อผ้า คราวนี้อ้ายเอ่อร์ซวิ่นรู้ตัวดีจึงยอมขอโทษออกไปโดยง่าย

 

“…ช่างเถอะ ยังไงตัวการก็คือศิษย์พี่ แถมผมยังยอมร่วมมือกับคุณซุนเรื่องหลานถิงซวี่แล้วด้วย” จางกั๋วจงถอนหายใจอย่างปลดปลง แม้ว่าใจจริงจะยังเคืองอยู่แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะไม่ถือสาเอาความแล้ว เห็นอย่างนั้นอ้ายเอ่อร์ซวิ่นก็รู้สึกโล่งอก คงเพราะการถูกคนดีโกรธย่อมหมายความว่าเขาทำตัวไม่ดี ทำตัวขัดกับหลักคุณธรรมที่ตนยึดถือ เพราะอย่างนั้นจึงได้รู้สึกหนักอึ้งในใจมาโดยตลอดนั่นเอง

 

“ที่ผมเลือกจะเชื่อคำพูดคุณก็เพราะคุณดูเป็นคนซื่อๆ ยังไงก็ไม่ใช่คนไม่ดีแน่ๆ แต่ดูเหมือนว่าคุณคงจะอยู่กับศิษย์พี่มากไปจนติดเชื้อเขามาแล้ว” ประมุขจางส่ายหน้าน้อยๆอย่างเอือมระอา ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปใกล้ พอบอกให้อีกคนก้มหัวลงมาเรียบร้อยแล้วก็ยีหัวอ้ายเอ่อร์ซวิ่นอย่างเบามือ

 

“ทีหลังอย่าทำอีกล่ะครับ”

 

จากนั้นก็เดินจากไปเมื่อเสร็จธุระ ปล่อยให้อ้ายเอ่อร์ซวิ่นยืนตะลึงอยู่ตรงนั้นกับการกระทำก่อนหน้าที่คาดไม่ถึง บทลงโทษสำหรับคนอายุน้อยกว่าที่ไม่สนิทกัน ลงมือมากสุดก็คงได้แค่การทำให้อีกฝ่ายผมยุ่ง อย่างไรเสียก็มีกำแพงของคนไม่รู้จักกั้นอยู่ระหว่างพวกเขา จึงทำให้ไม่อาจลงไม้ลงมือไปมากกว่านี้ได้

 

ทว่า บทลงโทษนั้น… จะเรียกว่าบทลงโทษมันก็กระไรอยู่ คงเพราะอายุมากกว่า ซ้ำยังเป็นพ่อคนแล้วฝ่ามือของจางกั๋วจงในตอนที่กำลังสอนสั่งถึงได้ดูอบอุ่นอ่อนโยนเป็นพิเศษ

 

ไม่เห็นจะเหมือนกับบทลงโทษทางการทหารที่อ้ายเอ่อร์ซวิ่นผู้เคยเข้าร่วมรบสงครามจีน-เวียดนามมาก่อนรู้จักเลยสักนิด

 

คงเพราะห่างเหินจากสัมผัสอ่อนโยนอย่างนี้มานานถึงได้ทำตัวไม่ถูก แต่ประเด็นสำคัญก็คือ การที่ประมุขจางเชื่อคำพูดของเขาด้วยเหตุผลแค่นั้น นั่นไม่ไร้เดียงสาไปหน่อยหรือ…?

 

เหตุผลที่เรียบง่ายและเต็มไปด้วยช่องโหว่นั่นทำเอาชายหนุ่มร่างกำยำหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

 

ไม่ระวังตัวเอาเสียเลย… อ้ายเอ่อร์ซวิ่นได้แต่บ่นพึ่มพำอยู่ในใจ ก่อนจะนึกถึงภารกิจหลานถิงซวี่ขึ้นมาได้ ไม่รู้ว่าควรจะอธิบายความรู้สึกนี้อย่างไรดี แต่จากที่ได้สัมผัสตัวตนของจางกั๋วจงคร่าวๆก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาเฉยๆเสียอย่างนั้น

 

 

สงสัยว่า… ระหว่างที่อยู่ในพม่า เขาคงต้องคอยดูแลคนคนนี้เป็นพิเศษแล้วกระมัง

 

 

 

……..

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s