Fantastic Beasts FanFiction [ Gellert Grindelwald x Percival Graves ] ‘สัมผัส’

Fantastic Beasts FanFiction

Pairing : Gellert Grindelwald x Percival Graves

‘สัมผัส’

 

_____

 

การปลอมตัวเป็นเพอร์ซิวัล เกรฟส์ไม่ใช่เรื่องง่าย

 

นอกจากการแต่งตัวที่เยอะแยะวุ่นวายแล้ว เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจทั้งนิสัยและพฤติกรรมของเกรฟส์อยู่นานเลยทีเดียว

 

หลังจากที่กลับจากมาคูซ่า พวกเขามักจะเผชิญหน้ากันอย่างเคร่งเครียด กรินเดลวัลด์ที่คืนร่างเดิมแล้วมักจะใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการจ้องมองมือปราบมารมือฉกาจอยู่นิ่งๆโดยไม่พูดอะไรสักคำ คอยสังเกตการกะพริบตา การหายใจ การขยับท่าทาง และสีหน้าของอีกฝ่าย ถ้าหากพูดในภาษาของเกิลหรือโนแมจ กรินเดลวัลด์ก็คือนักวิทยาศาสตร์ และเกรฟส์ก็คือสัตว์ทดลองที่นำมาศึกษา

 

กรินเดลวัลด์คุ้นเคยกับการทดลองดีอยู่แล้ว เดิมทีที่เขาถูกไล่ออกจากเดิร์มสแตรงก์ก็เพราะทำการทดลองวิปริตกับเพื่อนนักเรียน

 

นอกจากอัลบัส ดัมเบิลดอร์ คนที่โดดเด่นจนอยู่ในระดับเดียวกับเขานั้นไม่มีเลย กรินเดลวัลด์จึงติดนิสัยมองว่าตนอยู่เหนือผู้อื่น ไม่ว่าใครต่างก็ต้องอยู่ใต้อำนาจ เป็นแค่เหยื่อ หรือของเล่นฆ่าเวลาของเขา

 

และเพอร์ซิวัล เกรฟส์เองก็เป็นหนึ่งในของเล่นของเขาเช่นกัน

 

ชายคนนี้เป็นหน้ากากชั้นดีที่สามารถปกปิดตวามเคลื่อนไหวของเขา การตามหาออบสคูเรียลภายใต้ฉากหน้าของเจ้าหน้าที่กระทรวงเวทมนตร์ ไม่มีหน้ากากชิ้นไหนที่จะเหมาะสมไปมากกว่านี้อีกแล้ว

 

ห้วงเวลาไหลผ่านไปอย่างเงียบงัน ในที่สุดการสังเกตประจำวันก็สิ้นสุดลง กรินเดลวัลด์ขยับยิ้ม กิจกรรมที่ต้องทำต่อไปก็คือการชวนคุยเพื่อซึมซับลักษณะการพูดคุยของคู่สนทนา ในบางที นอกจากจะถามข้อมูลต่างๆของมาคูซ่าแล้ว กรินเดลวัลด์ยังถามเรื่องส่วนตัวของเกรฟส์และชวนคุยสัพเพเหระอีกด้วย

 

ทั้งหมดก็เพื่อสร้าง ‘ตัวตนของเพอร์ซิวัล เกรฟส์ที่เหมือนกับตัวจริงทุกอย่าง’ ขึ้นมา

 

และจากการที่ใช้เวลาขลุกอยู่กับเกรฟส์มาได้สักระยะ พ่อมดชั่วร้ายก็ลงความเห็นว่าเกรฟส์เป็นของเล่นที่แตกต่างจากของเล่นชิ้นอื่นๆ

 

เจ้าหน้าที่กระทรวงคนนี้ไม่กลัวกรินเดลวัลด์ เมื่อฟื้นขึ้นมาพบว่าตนถูกจับ คิ้วของเพอร์ซิวัล เกรฟส์ขมวดมุ่นอย่างเครียดขึง แสดงออกซึ่งท่าทีต่อต้านอย่างชัดเจนจนกรินเดลวัลด์ต้องทรมานร่างกายเขาอย่างหนักเพื่อล้วงข้อมูล แต่ไม่นานนักชายวัยกลางคนต้นๆก็ใจเย็นลง

 

ท่าทีของเกรฟส์ดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ราวกับรู้ดีว่าฝืนต่อต้านไปก็เท่านั้น หรือไม่อย่างนั้นก็คงเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ ซึ่งคงหนีไม่พ้นแผนตีสนิทที่จะทำให้กรินเดลวัลด์เปิดช่องว่าง คลายความระแวงลงจนฉวยโอกาสหนีไปได้

 

ลำพังการตามหาออบสคูเรียล แค่นั้นก็เป็นภาระที่หนักหนาแล้ว การปล่อยให้มือปราบมารคนนี้หนีไปแล้วยกพลมาคูซ่าไล่ล่าขัดแข้งขัดขาเขานั้นไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยสักนิด ดังนั้น แม้จะยังระแวงอยู่ แต่กรินเดลวัลด์ก็แกล้งทำเป็นไม่รับรู้ถึงแผนการของอีกฝ่าย เพราะการที่เกรฟส์ยอมให้ความร่วมมือมากขึ้นนั้นทำให้งานของเขาง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

“เอาล่ะ มิสเตอร์เกรฟส์ ถ้าคุณเจอเด็กที่ถูกแม่เลี้ยงทำร้าย แล้วบังเอิญว่าเด็กคนนั้นอยากเป็นพ่อมด คุณจะเข้าหาเขายังไง?”

 

นั่นคือคำพูดริเริ่มบทสนทนาในครั้งนี้ เพอร์ซิวัล เกรฟส์ขมวดคิ้วเล็กน้อย กรินเดลวัลด์ถือโอกาสจดจำท่าทีการใช้ความคิดนั้นเงียบๆ

 

“การสัมผัส” ในที่สุดมือปราบมารก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนคุยเรื่องทั่วๆไป เขาขยับตัวเล็กน้อยเสียงตรวนเหล็กลงอาคมที่มัดข้อมือทั้งสองข้างไพล่หลังเอาไว้กระทบกันเบาๆ

 

กรินเดลวัลด์ทวนคำตอบของอีกฝ่ายในใจ มือปราบมารวัยกลางคนเห็นดังนั้นจึงค่อยๆอธิบายอย่างใจเย็นตามความรู้สึกของเขาแล้ว สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ต่างไปจากตอนที่อธิบายงานให้ลูกน้องคนอื่นฟังเท่าไหร่นัก

 

“การสัมผัสช่วยย่นระยะห่างทางใจได้ แต่นายต้องค่อยๆสัมผัส ระหว่างนั้นก็ต้องคอยปลอบ คอยชม แล้วก็แสดงออกว่ายอมรับในตัวตนของเด็กคนนั้น”

 

“สัมผัส…อย่างนี้น่ะหรือ?”

 

มือของกรินเดลวัลด์แปะเข้าที่แก้มของเกรฟส์ ชายทั้งสองจ้องหน้ากันอย่างเงียบงัน

 

“ไม่ใช่…”

 

เจ้าของแก้มริมฝีปากกระตุกเล็กน้อย กรินเดลวัลด์ทำหน้ายุ่งยาก แต่ก็ลองพยายามอีกครั้ง

 

“เบากว่านี้”

 

“….”

 

“อ่อนโยนกว่านี้หน่อย ค่อยๆทำ….”

 

“…..”

 

สถานการณ์แปลกประหลาดเช่นนี้ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เกรฟส์ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างอะไรไปจากผู้เป็นอาจารย์ ในขณะที่กรินเดลวัลด์เองก็รู้สึกแปลกใหม่ ด้วยความที่เป็นอัจฉริยะ การเรียนทุกๆอย่างสำหรับเขาเป็นเรื่องง่าย แต่บทเรียนของเกรฟส์นั้นกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด

 

“พอแค่นี้ก่อนก็ได้ อย่างน้อยก็ดีขึ้นกว่าตอนแรก”

 

เพอร์ซิวัล เกรฟส์ยิ้มบางๆขณะเอ่ยชมความก้าวหน้าของอีกฝ่าย กรินเดลวัลด์มองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกสับสน ไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการเล่นละครตีสนิทของเกรฟส์หรือไม่ แต่ถ้าเป็นเพียงแค่ละคร เกรฟส์ควรได้รับรางวัลอะไรสักอย่าง เพราะทั้งคำชม ทั้งรอยยิ้มที่มอบให้นั้น…..สมจริงมากเกินไปแล้ว

 

เป็นธรรมชาติเสียจนใจเต้น กรินเดลวัลด์จำไม่ได้แล้วว่าครั้งแรกเขาเคยปลื้มปิติกับคำชมของพวกผู้ใหญ่ตอนที่อายุเท่าไหร่ ความทรงจำพวกนั้นมันช่างเลือนราง เพราะเมื่อถูกชมเข้าบ่อยๆก็กลายเป็นว่ารู้สึกชินชา ไม่ตื่นเต้นเลยสักนิด แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกยินดี คงเพราะบทเรียนวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเหมือนสมัยก่อน

 

อายุสี่สิบต้นๆแล้ว แต่กลับต้องมารู้สึกปลื้มปิติเพราะคำชมจากผู้ใหญ่วัยเดียวกัน ถ้าหากทุกๆอย่างเป็นแค่ละคร กรินเดลวัลด์ก็ต้องดูออกและไม่คิดอะไรมาก แต่นี่เขากลับตอบตัวเองไม่ได้ แถมยังห้ามความรู้สึกของตัวเองไม่ได้อีกด้วย

 

“….ก็ได้ ไว้พรุ่งนี้ฉันจะมาสัมผัสคุณใหม่”

 

เจ้าของคำพูดเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากไป กรินเดลวัลด์ลอบมองมือของตน ไออุ่นที่หลงเหลือจากการสัมผัสใบหน้าอีกฝ่ายยังคงตราตรึงอยู่ที่มือข้างนั้น

 

ความรู้สึกประหลาดๆเริ่มก่อตัวขึ้นมาในอก อบอุ่น…? ทำไมล่ะ? ทั้งๆที่ปกติแล้วของเล่นแต่ละชิ้นก็ให้ความรู้สึกเหมือนๆกันหมดไม่ใช่หรือไง ทั้งน่าเบื่อ ทั้งด้อยค่า

 

แต่สำหรับเพอร์ซิวัล เกรฟส์…..

 

ถ้าไม่ทันระวังตัว บางที…ของเล่นชิ้นนี้อาจจะกลายเป็นอาวุธสังหารเขาให้รู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นเลยก็ได้

 

 

________

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s