Mob Psycho 100 FanFiction [ Serizawa Katsuya x Reigen Arataka ] ‘Sorry’

Mob Psycho 100 FanFiction

Serizawa Katsuya x Reigen Arataka

‘Sorry’

 

……..

 

ถ้าหากจะเอ่ยถึงมนุษย์ผู้มากความสามารถ เรเกน อาราทากะ ก็คงเป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่หลากหลาย ความฉลาดที่พลิกแพลงไปตามสถานการณ์ อีกทั้งบุคลิกภาพภายนอกที่ช่วยส่งเสริมความน่าเชื่อถือ ทำให้ชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีคนนี้สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ ดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร

 

ซึ่งแท้จริงแล้ว ความเชื่อของเรเกนนั้นกลับขัดต่อการใช้ชีวิตของเจ้าตัวเสียเหลือเกิน นั่นเป็นเพราะชายหนุ่มเชื่อสุดใจว่า มนุษย์ทุกคนไม่มีใครสมบูรณ์แบบ สุดท้ายก็ต้องพึ่งพากันและกัน ไม่มีใครสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่พึ่งพาใคร

 

แต่ถึงอย่างนั้น กลับกลายเป็นเรเกนเสียเองที่อยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอด

 

ชายหนุ่มทำในสิ่งที่ขัดกับความเชื่อของตน ทำในสิ่งที่ขัดกับความปรารถนาลึกๆในใจตัวเอง นั่นก็คือ ความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอย่างแนบแน่น

 

ว่ากันว่า มนุษย์จะพยายามไขว่คว้าอะไรบางอย่างมากเป็นพิเศษเมื่อเขาหรือเธอไม่เคยเป็นเจ้าของสิ่งๆนั้นมาก่อน ซึ่งถ้าหากอ้างอิงตามหลักการข้างต้น เรเกนเองก็นับว่าเป็นหนึ่งในคนกลุ่มนั้นเช่นเดียวกัน และนั่นทำให้ชายหนุ่มเกิดความยึดติดในตัวตนของม็อบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

 

ถึงแม้ว่าเรเกนจะชอบวางตัวเป็นอาจารย์คอยสอนสั่ง รวมทั้งพยายามที่จะเป็นที่พึ่งพิงให้แก่ม็อบ ทว่า แท้จริงแล้ว กลับเป็นตัวเรเกนเองต่างหากที่พึ่งม็อบเพียงแค่มีม็อบ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป การใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่ได้สนิทกับใครสักคนนั้นเปรียบได้กับการถอดแว่นกันแดดออกจากดวงตา ชีวิตประจำวันของเรเกน อาราทากะเริ่มมีสีสันขึ้น ไม่ใช่สีขาวดำอึมครึมเช่นเคย

 

แต่สุดท้ายแล้ว ม็อบก็ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง เรเกนรู้เรื่องนี้ดีที่สุด ในขณะที่กำลังทำใจกับอนาคตข้างหน้าอันแสนโดดเดี่ยวอยู่นั้นเอง ชายหนุ่มก็รับรู้ถึงตัวตนของเซริซาวะ คัตสึยะ

 

และเพราะอย่างนั้น…ถึงได้เอ่ยชักชวนเซริซาวะมาทำงานกับตน

 

ไม่ใช่เพราะใจกว้าง ต้องการให้โอกาสใคร

 

แต่เพราะต้องการตัวสำรองต่างหาก คำเชิญชวนนั้นไม่ได้ถูกกล่าวออกมาอย่างบริสุทธิ์ใจตั้งแต่แรกแล้ว

 

เซริซาวะ ก็คือตัวแทนของม็อบ ตัวแทนที่จะช่วยให้เรเกนไม่ต้องกลับไปอยู่คนเดียวอีกครั้ง การกลับไปใช้ชีวิตอยู่คนเดียวอีกคราโดยที่ไม่เกี่ยวข้องลึกซึ้งกับใคร

 

ชีวิตแบบนั้น….สุดจะเหงาเกินทน…

 

เรเกนได้แต่พร่ำขอโทษเซริซาวะอยู่บ่อยครั้ง เพราะความเอาแต่ใจของตนแท้ๆที่ทำให้คนคนนั้นต้องจมปลักอยู่ในสำนักงานแห่งนี้ ถ้าหากได้ออกไปทำงานที่อื่น อยู่ในสังคมที่แตกต่างออกไป บางทีชีวิตของเซริซาวะอาจจะก้าวหน้าและมีความสุขมากกว่านี้ก็ได้

 

แต่ก็เพราะไปเกลี้ยกล่อมให้มาทำงานด้วยกัน ถึงได้กลายเป็นว่าเรเกนไปตัดโอกาสของเซริซาวะทิ้งอย่างเลือดเย็น

 

‘ถ้าได้ชดใช้ให้ให้หมอนั่นได้บ้าง…ก็คงดี’

 

แต่อะไรบ้างล่ะที่จะชดเชยให้กับเซริซาวะได้ อะไรบ้างล่ะที่จะช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกผิดและสมเพชตัวเองไปมากกว่านี้

 

 

 

 

“ทำซะสิ เซริซาวะ”

 

เสียงที่ดังขึ้นทำลายความเงียบในสำนักงานนั้นเป็นเสียงของเรเกน อาราทากะไม่ผิดแน่ เจ้าของบริษัทรับปรึกษาปัญหาวิญญาณเหลือบมองตัวเลขแสดงเวลาบนหน้าจอโน้ตบุค แสงแดดที่เคยสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างนั้นเลือนหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้ บ่งบอกได้ชัดเจนดีว่าหมดเวลาทำงานในส่วนของวันนี้แล้ว

 

“เอ๊ะ..? เรเกนซัง หมายความว่ายังไงครับ…??” เจ้าของเรือนผมสีดำสะดุ้งเล็กน้อย จากที่เคยจ้องมองร่างของเจ้านายอย่างเหม่อลอยก็รีบหลบตาอีกฝ่ายทันทีเมื่อถูกเรียกชื่อ

 

“ก็นะ…สายตาของนายน่ะ มันชัดเจนขนาดนั้น ใครๆก็ดูออกน่า” คนสูทเทาละความสนใจจากโน้ตบุคบนโต๊ะทำงาน ขณะเดียวกันก็เอ่ยคำพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ใส่ใจ ราวกับว่าหัวข้อที่ถูกพูดถึงอยู่เป็นการคุยกันธรรมดาๆอย่างเรื่องลมฟ้าอากาศทั่วไป

 

“นี่ก็เลิกงานแล้ว ไม่มีทั้งม็อบทั้งลูกค้า เพราะฉะนั้น…ทำตามใจชอบเถอะ”

 

“เอ่อ…” เซริซาวะทั้งงงทั้งสับสน พอเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายแล้วเรเกนก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

“อะไรกันเล่า ไม่ได้เรื่องเลย” รอยยิ้มสบายๆของเรเกนผุดขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลา คนอายุน้อยกว่าลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปหาพนักงานที่กำลังจับต้นชนปลายไม่ถูก เรเกนใช้มือข้างหนึ่งดึงเน็กไทของอีกฝ่ายให้โน้มตัวลงมา อีกข้างหนึ่งโอบรอบลำคอหนา ริมฝีปากสี่กลีบประกบคู่กันอย่างนิ่งงัน

 

ถ้าหากสามารถจ่อไมค์บูมเข้าไปในหัวของเซริซาวะได้ เสียงที่ได้ยินก็คงเป็นเสียงขาดผึงของสติสัมปชัญญะอย่างไม่ต้องสงสัย

 

และในขณะที่อีกคนหนึ่งควบคุมตัวเองไม่ได้ อีกคนหนึ่งก็พยายามตั้งสติอย่างสุดความสามารถ

 

ภายนอกที่เยือกเย็นตรงกันข้ามกับภายในที่เปี่ยมไปด้วยความสับสน เรเกนสะกดกลั้นความหวาดกลัวในจิตใจได้อย่างเชี่ยวชาญ มั่นคง มั่นใจ และควบคุมสถานการณ์ได้ นั่นล่ะคือตัวตนที่เรเกนต้องการจะเป็นในขณะนี้

 

เสียงครางเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากเมื่อถูกมือใหญ่ของเซริซาวะสอดเข้าไปในเสื้อ สัมผัสหยาบกร้านที่ไม่คุ้นชินลากผ่านผิวเนื้อของเรเกนอย่างเชื่องช้า

 

ท่ามกลางอุณหภูมิของร่างกายที่สูงขึ้นเล็กน้อยยามเปลี่ยนถ่ายความร้อน ซุ่มเสียงในจิตใจของเรเกนยังเอ่ยเอื้อนถ้อยคำประโยคหนึ่ง ท่องต่อเนื่องไปเรื่อยราวกับเครื่องจักร

 

‘ขอโทษ…’

 

‘ขอโทษนะ…’

 

‘ขอโทษนะ…เซริซาวะ’

 

……..

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s