Mob Psycho 100 FanFiction [ Serizawa Katsuya x Reigen Arataka ] ‘แรกเริ่ม’

Mob Psycho 100 FanFiction

 

Serizawa Katsuya x Reigen Arataka

 

‘แรกเริ่ม’

 

……

 

เรเกน อาราทากะเป็นคนคออ่อน

 

และนั่นคือสิ่งที่เซริซาวะ คัตสึยะ ตระหนักรู้ เมื่อเห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาของเจ้านายคนใหม่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงจางๆ น้ำเสียงที่เคยเอ่ยเอื้อนออกมาอย่างมั่นคงเริ่มอ้อแอ้ฟังไม่ได้ศัพท์

 

คนเข้าสังคมเก่งส่วนใหญ่แล้วไม่น่าจะคออ่อน… และความจริงตรงหน้านั้นก็ขัดกับความเข้าใจของเซริซาวะอย่างสิ้นเชิง คนผมดำเกาหัวแกรกๆ คำพูดของเรเกนตอนอยู่สำนักงานดังขึ้นในหัว

 

‘ไปดื่มกันหน่อยมั้ย เซริซาวะ?’

 

‘เอ๊ะ..’

 

พอถูกชวน พนักงานใหม่ของบริษัทรับปรึกษาปัญหาวิญญาณก็ทำหน้างง ไปดื่มกับเจ้าของบริษัท…ไม่เป็นการตีซี้เกินไปหรือ? ถึงทั้งสำนักงานจะมีสมาชิกอยู่แค่นี้ก็เถอะ

 

‘ฉันน่ะอยากดื่มหลังเลิกงานมาตั้งนานแล้ว แต่จะชวนม็อบเข้าร้านเหล้าก็ไม่ดีใช่มั้ยล่ะ ไปดื่มคนเดียวก็ดื่มได้ไม่สะใจ ต้องกั๊กๆไว้ตลอดเพราะกลัวกลับไม่ไหว’ เรเกนอธิบายเหตุผลอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม ขณะเดียวกันก็เอื้อมมือไปตบไหล่เซริซาวะป้าบๆ

 

‘เพราะงั้นก็เลยอยากให้นายไปด้วยกันน่ะนะ จริงสิ!  ถือซะว่าเป็นการเลี้ยงต้อนรับก็ได้’

 

‘ครับ…’

 

และด้วยเหตุนั้น เซริซาวะจึงไม่ปฏิเสธข้อเสนอของเรเกน ชายหนุ่มวัยสามสิบปีพยักหน้าตอบรับคำเชิญชวนอย่างสุภาพ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน สภาพปัจจุบันของเรเกนก็เป็นเหมือนอย่างที่เห็น

 

“เรเกนซังครับ คุณเมาแล้วนะครับ”

 

เซริซาวะเตือนอีกฝ่ายที่กำลังพล่ามอะไรไปเรื่อย คนเมาส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่าตัวเองเมา เพราะอย่างนั้นเซริซาวะที่ไม่อยากถูกตะคอกกลับจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

“ง้านหรอกเหรออ” แต่เรเกนไม่ใช่คนอย่างนั้น เขาไม่โวยวาย ทำเพียงแค่ยักไหล่แล้วดื่มต่อไปอย่างร่าเริง

 

คนเมารู้ตัวดีว่าไม่ใช่คนคอแข็งมาแต่ไหนแต่ไร และไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องน่าอาย ถ้าหากมาคนเดียวก็คงกลับไปเร็วกว่านี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาออกปากเตือนเลยสักนิด แต่เพราะครั้งนี้มั่นใจว่าต่อให้เมามายแค่ไหนก็ยังมีเซริซาวะ ดังนั้นชายหนุ่มสูทเทาจึงไม่กังวลเท่าไหร่นัก

 

เพราะเขาเชื่อใจคนอย่างเซริซาวะที่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็รู้สึกได้ถึงความไร้พิษภัย ดังนั้นจึงได้กล้าดื่มกล้าเมาอย่างเต็มที่ และต่อให้ไม่พูดออกมา เซริซาวะก็รับรู้สิ่งที่เรเกนสื่อออกมาผ่านการกระทำได้เป็นอย่างดี

 

ในขณะที่เรเกนกำลังดื่มด่ำตักตวงความสุขจากแอลกอฮอล์ที่ไม่ได้ลิ้มลองมานาน พนักงานใหม่ที่เพิ่งมาทำงานเป็นวันแรกก็ลอบมองอีกฝ่ายอย่างกระวนกระวายใจ พลันนึกถึงเส้นทางกลับที่พักของเจ้านายที่เคยอธิบายไว้ ถึงแม้จะจดโน้ตไว้แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ลำบากตอนเดินหาเสียหน่อย แถมยังต้องดูแลคนเมาไปด้วยระหว่างเดินอีกต่างหาก

 

เซริซาวะไม่ได้รังเกียจอะไร กลับปลื้มใจเสียอีกที่คนอย่างเรเกนคิดจะพึ่งพาตน แต่ก็แค่กลัวว่าตัวเองจะทำไม่สำเร็จ ทำได้ไม่ดีจนไม่สามารถตอบสนองความต้องการของอีกฝ่ายได้ก็เท่านั้นจากที่เคยยกแก้วดื่มไปบ้างในช่วงแรกๆ เมื่อเห็นท่าทีของเรเกนจึงรีบหยุดดื่มทันที

 

ระหว่างที่นั่งอยู่นิ่งๆไม่แตะต้องแก้วเหล้าตรงหน้าอีก เจ้าของเรือนผมสีดำตัดสั้นมองสำรวจร้านเหล้าเล็กๆจนเริ่มเบื่อ สุดท้ายจึงเบนสายตามาสำรวจร่างของเจ้านายแทน

 

จริงๆก็สังเกตมาตั้งนานแล้ว แต่พอมาดูอีกที เรเกน อาราทากะ คนนี้ก็หน้าตาดีไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งบุคลิกภาพที่สง่างาม ความเฉลียวฉลาดที่เยือกเย็นและพลิกแพลงไปตามสถานการณ์ทั้งความมั่นใจเต็มเปี่ยมที่ชวนให้รู้สึกว่าน่าพึ่งพา เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่ตรงกันข้ามกับเซริซาวะอย่างสิ้นเชิง

 

คนหนึ่งเป็นเหมือนแสงสว่าง อีกคนเป็นเงามืด หรือจะเปรียบอีกอย่างหนึ่งก็คือ ท้องฟ้ากับหุบเหว

 

เซริซาวะชื่นชมเรเกนที่น่านับถือคนนั้น ตัวตนของนายจ้างในขณะนี้สูงส่งเหลือเกินในสายตาของเซริซาวะ

 

ทว่า

 

“ฮี่ๆ เซรี้ซาว้าา”

 

จู่ๆเรเกน อาราทากะก็ยิ้มเผล่ ชูนิ้วมือขึ้นมาสองนิ้วแล้วเอ่ยถามเสียงยานคาง

 

“กี่นี้วเอ่ยย”

 

ถึงแม้จะงุนงงกับการกระทำของอีกฝ่าย แต่คนถูกถามก็ตอบคำถามนั้นไปตามที่เห็น

 

“สองครับ”

 

“ผีดด!! สาม…ต่างหากกก นายมาว…แล้ว…สินะ ม่ายหวาย….ม่ายหวาย”

 

ดูก็รู้ว่าฝ่ายไหนกันแน่ที่เมา เซริซาวะยิ้มเจื่อน ดูเหมือนว่าอาการของคู่สนทนาจะหนักกว่าเมื่อครู่เสียอีก และในขณะที่กำลังคิดว่าควรจะพาอีกฝ่ายกลับได้แล้ว จู่ๆหางตาก็เหลือบไปเห็นกลุ่มเรือผมสีอ่อนบนศีรษะของเรเกนที่กำลังดิ่งลงตามแรงโน้มถ่วงโลก การกระทำไวกว่าความคิด สุดท้ายแล้วพลังจิตของเซริซาวะก็ช่วยให้เรเกนรอดจากการกระแทกโต๊ะอย่างรุนแรงไปได้

 

ชายหนุ่มรีบเข้าไปประคองร่างหมดสติของอีกฝ่าย พลางเหลือบมองพนักงานที่กำลังหันหลังอยู่พอดี โชคดีที่พวกเขานั่งอยู่ในมุมอับ เรื่องพลังเหนือธรรมชาติเมื่อครู่จึงไม่เป็นที่สังเกตเห็นของลูกค้าและพนักงานในร้านคนอื่นๆ

 

“เรเกนซังครับ เรเกนซัง” เซริซาวะเรียกชื่ออีกฝ่าย แน่นอนว่าคนหมดสติไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ใบหน้ายามหลับสนิทของเรเกนยังคงขึ้นสีแดงจางๆ นัยน์ตาที่ปิดสนิทบนใบหน้าหล่อเหลานั้นดูผ่อนคลายและเงียบสงบ ไม่ต่างไปจากเด็กที่หลับสนิทเมื่อรู้สึกปลอดภัย

 

ทั้งๆที่ไม่นานมานี้ยังเป็นชายที่น่าพึ่งพาและไร้ซึ่งจุดอ่อนใดๆ แต่ยามเมาหลับไร้พิษภัยกลับรู้สึกว่า….

 

“น่าเอ็นดู…ยังไงก็ไม่รู้แฮะ”

 

คนผมดำพึมพำออกมาอย่างเหม่อลอย แม้ว่าจะไม่ใช่คำชมที่ชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีจะรู้สึกยินดีเท่าไรนัก แต่เซริซาวะกลับรู้สึกว่าเป็นคำพูดที่เหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับสภาพของเรเกนในตอนนี้

 

“ไว้ใจเรามากเกินไปหน่อยหรือเปล่านะ” เซริซาวะบ่นพึมพำกับตัวเอง จ้องมองร่างของคนเมาในอ้อมแขนอย่างลืมตัว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆของเรเกนผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์สร้างความปั่นป่วนใจเล็กน้อยให้กับอดีตกรงเล็บผู้ใสซื่อ

 

ที่แท้แล้ว…เวลาที่ไร้ซึ่งซึ่งสติสัมปชัญญะ ไร้ซึ่งการป้องกันตัวเอง ไร้ซึ่งหน้ากากทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบขนาดไหนก็ดูจะกลายเป็นคนธรรมดาไปได้ในทันทีเมื่อขาดปัจจัยต่างๆเหล่านั้น

 

 

‘คนที่สมบูรณ์แบบขนาดนั้น….บอบบางขนาดนี้เชียว…’

 

 

เซริซาวะนึกในใจ โดยไม่ทันรู้ตัวเลยว่า ยามมองไปที่ใบหน้าหลับสนิทของเจ้านาย หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้นจนผิดจังหวะไปเล็กน้อย

 

ไม่ใช่ตัวตนที่น่าพึ่งพาไปเสียอย่างเดียว

 

แท้จริงแล้ว เรเกน อาราทากะเองก็มีด้านที่ทำให้คนอย่างเซริซาวะ ‘ต้องการ’ ที่จะปกป้องเช่นเดียวกัน

 

และแล้ว ระยะห่างระหว่างเขากับเรเกนที่เซริซาวะตั้งเอาไว้ในตอนแรกนั้นก็เริ่มที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างเชื่องช้า

 

ระยะห่าง…ลดลง….

 

จนไม่แน่ว่าบางที สิ่งที่เกิดขึ้นตามมานั้น อาจจะเป็นความสัมพันธ์ที่แม้แต่ทั้งสองคนเองยังคาดไม่ถึงก็เป็นได้

 

 

……………

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s