Mob Psycho 100 FanFiction [ Hanazawa Teruki x Reigen Arataka ] ‘Idol’

Mob Psycho 100 FanFiction

 

Hanazawa Teruki x Reigen Arataka

 

‘Idol’

 

…..

 

 

‘ไม่ว่าจะมีพลังพิเศษรูปแบบไหนก็ตาม มนุษย์ก็ยังเป็นมนุษย์ ไม่มีอะไรมากกว่าหรือน้อยกว่านั้น’

 

คำพูดของชายหนุ่มสูทเทาผู้เป็นอาจารย์ของคาเกยาม่าคุงยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของผม ทั้งคำสอน ทั้งแนวคิด ทั้งฝีมือที่ได้เห็นมา กลั่นออกมาเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด ร่างกายของผมสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความประทับใจ

 

‘เป็นอาจารย์ที่สุดยอดเลย!’

 

ผมในตอนนั้นเปล่งเสียงอุทานออกมาอย่างชื่นชม ในขณะที่คาเกยาม่าคุงทำเพียงแค่พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของผม รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอีกฝ่าย

 

ที่ผมกลับตัวกลับใจได้ก็เป็นเพราะคาเกยาม่าคุง แล้วที่คาเกยาม่าคุงกลายเป็นคาเกยาม่าคุงที่ผมยอมรับก็เป็นเพราะได้รับการสั่งสอนอบรมมาจากผู้เป็นอาจารย์

 

เป็นคนที่น่านับถือจังเลยนะ…

 

รู้ตัวอีกที….เรเกน อาราทากะก็เหมือนกับว่า กลายเป็นโลกทั้งใบของผมไปแล้ว

 

 

 

 

 

“เรเกนซังครับ!!”

 

“โอ้… ฮานาซาว่าคุงนี่นา”

 

ผู้เป็นอาจารย์ของคาเกยาม่าคุงโบกมือให้ผมที่วิ่งปรี่เข้าไปหาอีกฝ่าย

 

“บังเอิญเจอกันบ่อยจังนะช่วงนี้” เรเกนซังเอ่ยอย่างอารมณ์ดี ผมหัวเราะเบาๆไปกับคำพูดนั้น ตัดสินใจไม่บอกอีกฝ่ายไปว่า สาเหตุที่เจอกันบ่อยๆนั้นเป็นเพราะผมแอบสะกดรอยตามเขาอยู่ห่างๆตลอดเวลาต่างหาก

 

ก็รู้ว่ามันผิด…แต่พอได้เริ่มตามแล้วมันก็หยุดไม่ได้นี่นา…

 

“ไหนๆก็ไหนๆแล้ว วันนี้แวะกินมื้อเย็นด้วยกันก่อนมั้ย ฉลองที่พวกเราบังเอิญเจอกันบ่อยเกินไปไง” เรเกนซังว่าพลางบุ้ยมือไปทางร้านราเม็งรถเข็นแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเกินไปนัก

 

“ร้านโปรดของฉันเลยล่ะ ว่าจะกำลังไปกินอยู่พอดี”

 

พอถูกชวนผมก็รีบพยักหน้าตอบตกลงอย่างรวดเร็ว เรเกนซังหลุดขำท่าทางของผมออกมาอย่างไม่เกรงใจ

 

“ถึงจะหิวมากแค่ไหนก็ห้ามกินคุณลุงเจ้าของร้านเข้าไปล่ะ”

 

“ครับ!!”

 

เพราะคนที่ผมอยากกินก็คือเรเกนซังครับ!!!

 

ผมเก็บความคิดบ้าๆของตัวเองไว้ในใจก่อนจะเดินตามหลังอีกฝ่ายไปอย่างเร่งรีบ เรเกน อาราทากะ ผู้ชายคนนี้ยิ่งได้รู้จักก็ยิ่งหลงใหล จากความหลงใหลกลายเป็นความคลั่งไคล้ และความคลั่งไคล้พอเริ่มสะสมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆก็เริ่มทำให้การควบคุมตัวเองของผมลำบากมากยิ่งขึ้น

 

ความคิดของผมกำลังบิดเบี้ยวไปทีละน้อย ยิ่งเห็นเขาเป็นเหมือนคนที่สูงส่ง ผมก็ยิ่งอยากจะดึงเขาลงมา ดื่มด่ำกับความสูงส่งนั้น แบ่งเอาความแปดเปื้อนของตนเองหยิบยื่นให้เขา รู้สึกแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

 

อยากครอบครอง อยากเป็นเจ้าของ อยากเป็นคนที่ถูกอีกฝ่ายให้ความสำคัญ

 

“จ จู่ๆก็รู้สึกหนาวๆแฮะ…”

 

เรเกนซังพึมพำออกมาเบาๆ ดูเหมือนว่าผมจะเผลอตัวมองแผ่นหลังของเขาด้วยสายตากลืนกินมากไปหน่อย ผมรีบตั้งสติ ถอดเสื้อนอกออกมาแล้วส่งให้เขาด้วยสีหน้าจริงจัง

 

“เอาคลุมไว้ก็จะอุ่นขึ้นนะครับ”

 

“เอ้อ ไม่เป็นไรหรอกฮานาซาว่าคุง เมื่อกี๊แค่รู้สึกขนลุกนิดหน่อยน่ะ เพราะอะไรก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้หายแล้วล่ะ แต่ยังไงก็ขอบคุณนะ” เรเกนซังรีบปฏิเสธทันที แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ยอมแพ้ แค่ลองจินตนาการว่าเสื้อนอกของผมคลุมบ่าอีกฝ่ายอยู่ก็รู้สึกมีความสุขแล้ว

 

“แต่ถ้าไม่สบายจะแย่เอานะครับ” ผมยังคงดึงดันถือวิสาสะคลุมเสื้อลงบนบ่าอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ชายหนุ่มวัย28ปีเหลียวมองผู้คนที่เดินสวนผ่านไปมาอย่างขัดเขิน แต่จู่ๆก็เหมือนคิดอะไรดีๆได้ คนอายุมากกว่าส่งเสื้อนอกคืนให้ ก่อนจะคว้ามือผมมาจับไว้ ผมสะดุ้งโหยง เหลือบมองเรเกนซังที่ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกเขินอายเลยแม้แต่น้อย

 

“แบบนี้ก็ช่วยให้อุ่นขึ้นแล้วล่ะ ไม่จำเป็นต้องพึ่งเสื้อนอกของนักเรียนม.ต้นหรอก เนอะ?”

 

“ค..ครับ…” ผมตอบอีกฝ่ายกลับไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ไม่ใช่เป็นเพราะเขินอาย แต่กำลังพยายามข่มใจตัวเองไว้ไม่ให้พุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายต่างหาก

 

“ให้อารมณ์พี่ชายพาน้องชายไปกินข้าวเลยแฮะ”

 

เรเกนซังเอ่ยออกมาอย่างไม่คิดอะไร แน่ล่ะ ถึงจะชอบสั่งสอนคนอื่นไปทั่ว ถึงจะเป็นคนที่น่าพึ่งพา แต่เอาเข้าจริงๆ พอยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็จะถอยหลังกลับไปอยู่ที่เดิม เหมือนจะเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นง่าย แต่ความจริงแล้วการจะเข้าถึงหัวใจของเขากลับยากกว่าที่คิด….

 

“หือ ฮานาซาว่าคุง จะเดินไปไหนน่ะ ร้านราเม็งน่ะไปทางนี้นะ”

 

เรเกนซังดึงมือผมที่กำลังเหม่อลอยจนลืมสนใจเส้นทาง ผมหันไปขอโทษเสียงอ่อย แต่คนคนนั้นกลับบอกปัดเป็นเชิงว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

 

“ดีนะที่จับมือกันไว้ ไม่งั้นคงหากันไม่เจอแล้ว”

 

ผมพยักหน้าเห็นด้วย ยิ่งพอเป็นช่วงเลิกงาน ท้องถนนย่านนี้ก็เริ่มคึกครื้น ถ้าหลงไปกว่าจะเจอเรเกนซังอีกก็คงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆ

 

แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จับมืออีกฝ่ายไว้ ยังไงซะผมก็ต้องตามหาอีกฝ่ายจนเจออยู่ดี ที่สำคัญ ถ้าหากไม่ได้อยู่ใกล้ๆจนเผลอไป ผมคงไม่ยอมปล่อยให้เขาคลาดสายตาไปตั้งแต่แรก

 

รู้หรือเปล่าครับเรเกนซัง ผมน่ะ…

 

“…จะไม่มองไปทางอื่นอีกแล้วล่ะ”

 

“หือ?”

 

เรเกนซังกะพริบตาปริบๆอย่างงุนงง ผมส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่มีอะไร แต่ในใจยังคงยืนยันคำพูดเดิม

 

ตั้งแต่วินาทีแรกที่ยึดถือตัวเรเกนซังเป็นพระเจ้า

 

หัวใจของผมก็ถูกสั่งให้มองไปที่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

 

และจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป…ตราบนานเท่านาน

 

…….

 

 

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s