Mob Psycho 100 FanFiction [ Ekubo (Dimple) x Reigen Arataka ] ‘Silent Morning’

Mob Psycho 100 FanFiction

 

Ekubo (Dimple) x Reigen Arataka

 

‘Silent Morning’

 

…..

 

 

‘เอ๋ มาทำอะไรที่นี่ล่ะ?’

 

ชายหนุ่มสูทเทาละความสนใจจากหนังสือพิมพ์ในมือ นัยน์ตาสีเข้มเหล่มองคู่สนทนาที่แม้จะเคยได้ยินเรื่องราวของอีกฝ่ายมาแล้วแต่กลับเพิ่งได้คุยกันสองต่อสองเป็นครั้งแรก เอคุโบะจ้องกลับนิ่งๆ ก่อนจะตอบคำถามอีกฝ่ายไปตามตรง บทสนทนาเริ่มลื่นไหลไปเรื่อยๆ

 

และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของความสัมพันธ์ระหว่างเอคุโบะและเรเกน อาราทากะ

 

 

 

เอคุโบะในร่างชายวัยกลางคนลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งที่ปรากฏให้เห็นเป็นสิ่งแรกในสายตาของวิญญาณร้ายคือกลุ่มเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนยุ่งเหยิงเล็กน้อยของเรเกนที่ยังคงนิ่งสงบอยู่ในอ้อมแขน ลมหายใจที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าอีกฝ่ายน่าจะยังไม่ตื่นไปอีกสักพัก

 

รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเอคุโบะ วิญญาณที่สิงอยู่ในร่างยามเฝ้ากรงเล็บหน่วยที่7ค่อยๆผละออกจากร่างของอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้าเช่นทุกครั้ง เอคุโบะอยากให้อีกฝ่ายนอนพักอีกสักหน่อย เพราะการเป็นเรเกน อาราทากะนั้นจำเป็นต้องใช้พลังงานเยอะกว่าที่ใครๆจะคาดคิด ทั้งไหวพริบและปัญญาจะถูกลับให้เฉียบแหลมพร้อมรับมือกับลูกค้าได้ก็ต่อเมื่อได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ

 

เอคุโบะสูดหายใจเข้าลึกรับออกซิเจนเข้าปอด ห้องพักห้องนี้เต็มไปด้วยกลิ่นของเจ้าของห้องที่กำลังหลับสนิท ชวนให้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก มือหนาแง้มผ้าม่านออกเล็กน้อย แดดยังไม่ออกดี เสื้อผ้าที่แขวนอยู่บนราวสะบัดไปมาเล็กน้อยตามแรงลม เอคุโบะปล่อยมือจากม่านก่อนจะเดินไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ เมื่อเขาแต่งตัวเสร็จเรเกน อาราทากะก็ลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างเชื่องช้า ผ้าม่านถูกดึงให้เปิดออก แสงสว่างลอดเข้ามาในห้อง ร่างสูงอ้าปากหาวก่อนจะเดินสะลึมสะลือสวนผ่านเอคุโบะเพื่อไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ

 

เสียงน้ำไหลซู่ซ่าดังแว่วมาจากห้องน้ำ ดูท่าว่าจะกำลังสระผมอยู่ เอคุโบะที่แต่งตัวเสร็จแล้วนั่งรออยู่เงียบๆ ระหว่างนั้นก็สอดส่ายสายตาสำรวจห้องพักของเรเกนไปด้วย แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับเขาที่มานอนค้างคืนและทำกิจกรรมบางอย่างร่วมกับเรเกน แต่ถึงอย่างไร วิญญาณดวงนี้ก็ยังคงไม่ชินกับมันอยู่ดี

 

“อึมครึมเป็นบ้า…”

 

ถึงแม้จะเปิดผ้าม่านออกแล้วก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น ตัวตนของเจ้าของห้องยามอยู่ในห้องนี้นั้นต่างไปจากตอนอยู่ที่สำนักงานเล็กน้อย เรเกนที่ดูสบายๆ เป็นกันเอง ขี้โม้ เจ้าเล่ห์และชอบสอนคนอื่นไปทั่ว เมื่ออยู่ในห้องนี้กลับดูเงียบลงเล็กน้อย บางทีถ้าได้อยู่คนเดียวก็อาจจะเงียบกว่านี้เสียด้วยซ้ำ

 

‘ก็นะ ห้องของชายโสดมันก็ต้องให้ฟีลน่าสลดใจอะไรอย่างนี้ไม่ใช่รึไง?’

 

ถึงอีกฝ่ายจะเคยเอ่ยออกมาอย่างไม่คิดอะไร แต่เอคุโบะรู้ดีว่า สำหรับเรเกนแล้ว ห้องพักแห่งนี้เหมือนเป็นถังขยะสำหรับระบายความเหน็ดเหนื่อยในแต่ละวันของเจ้าตัว พอกลับถึงห้องก็กลายเป็นพวกพักฟื้นด้วยการอยู่กับตัวเอง คนเข้าสังคมเก่งบางคนต่อให้คุ้นชินกับการพูดคุยมากแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วส่วนหนึ่งในใจก็มักจะเรียกหาที่พักพิงเงียบๆอยู่เป็นประจำ

 

เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกพร้อมๆกับเรเกนที่เดินออกมาพร้อมกับบุหรี่ในปาก ชายหนุ่มเริ่มแต่งตัวอย่างเงียบงัน เอคุโบะนั่งมองเรเกนผูกเน็คไทสีชมพูอยู่ครู่หนึ่งระหว่างนั้นไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ

 

เป็นบรรยากาศปกติ ต้องอยู่ด้วยกันมาสักพักจึงจะรู้ว่า ในทุกๆเช้า เรเกนชอบการอยู่กับตัวเองมากที่สุดก่อนที่จะออกไปอยู่กับคนอื่น

 

เอคุโบะไม่คิดจะทำลายความเงียบซึ่งถือว่าเป็นความสุนทรีย์เล็กๆของเรเกน คงต้องใช้เวลาสักพักกำแพงชั้นในสุดจึงจะพังทลาย ตอนนี้เขาทำลายกำแพงกว่าครึ่งหนึ่งของอีกฝ่ายไปได้แล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

 

ในที่สุดเรเกนที่แต่งตัวเสร็จแล้วก็เอ่ยปากเรียกเอคุโบะเป็นครั้งแรก เอคุโบะส่งเสียงตอบกลับไป ชายหนุ่มสูทดำมองคนสูทเทาดื่มน้ำก่อนจะเทน้ำที่เหลือในแก้วรดน้ำต้นไม้ในกระถางเล็กๆ คนทั้งสองต่างคนต่างใส่รองเท้า มือของเรเกนเอื้อมไปเปิดประตู สายลมอ่อนพัดผ่านปะทะร่างของคนทั้งคู่อย่างแผ่วเบา สายตาของเจ้าของห้องเปลี่ยนไปเล็กน้อย ประกายแห่งความมั่นใจปรากฏขึ้นอยู่ในดวงตาคู่นั้น

 

ที่ผ่านมาถึงแม้จะรับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของแขกที่มาพักด้วย แต่ถึงอย่างนั้น เรเกนก็ยังเลือกที่จะอยู่กับตัวเองเงียบๆเพราะยังไม่พร้อมที่จะกลายเป็นเรเกนอีกคน แต่ตอนนี้ ในเมื่อออกมาจากห้องแล้ว เรเกนก็ไม่มีข้ออ้างใดๆในการเตรียมใจทั้งสิ้น

 

เวลาพักของเขามันสิ้นสุดลงแล้ว

 

และเพราะเชื่อใจเอคุโบะในระดับหนึ่ง เรเกนจึงเลือกที่จะไม่ฝืนตัวเอง ทำตัวเอาแต่ใจได้โดยที่ไม่คิดจะปิดบังพฤติกรรมและนิสัยอันแปลกประหลาดผิดคาดของตน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้เปิดใจด้วยไปซะทุกเรื่อง กับเรื่องที่เป็นด้านที่ไม่อยากให้ใครรู้ ต่อหน้าเอคุโบะ ชายหนุ่มอาจจะทำตามใจที่อยากทำนั่นคือการอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่ได้พูดออกมาตรงๆว่าทำไมถึงต้องการอยู่กับตัวเองเงียบๆ ไม่ได้เผยความรู้สึกที่อ่อนแอออกมา

 

ซึ่งถ้าสนิทกัน…หรือความสัมพันธ์เริ่มหยั่งรากลึก เรเกนอาจจะพูดออกมาตรงๆก็ได้ เพียงแต่วันนั้นยังไม่มาถึงก็เท่านั้น

 

“อรุณสวัสดิ์ เอคุโบะ”

 

“เออ อรุณสวัสดิ์”

 

เสียงประตูปิดลงดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงพูดคุยยามเช้าที่เป็นกันเอง มุมปากของเอคุโบะกระตุกไปมา ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจกันแน่ที่อีกฝ่ายยอมให้เขาเข้าหาได้มากกว่าคนอื่นๆ แต่ถึงอย่างนั้นกลับขังตัวเองไว้อย่างแน่นหนา ต้องอยู่ด้วยกันสักพักถึงจะรู้ตัวว่า แท้จริงแล้ว ตัวเรเกนเองช่างเต็มไปด้วยความลับ ยากที่จะได้รับการเปิดเผยออกมาให้คนอื่นได้รับรู้

 

ทั้งๆที่ชอบกระโดดเข้าไปช่วยเหลือคนอื่น ชอบทำตัวเป็นครูสั่งสอนชาวบ้าน แต่ทีเรื่องของตัวเองกลับปิดเงียบ ไม่ยอมให้ใครเข้าไปยุ่ง…

 

“จริงๆแล้วนายเนี่ยน่าหงุดหงิดชะมัด”

 

“อ้าวเฮ้ย ทำไมจู่ๆมาว่ากันอย่างงี้เล่า?!”

 

เรเกนเถียงกลับอย่างไม่เข้าใจ วิญญาณร้ายในคราบชายวัยกลางคนถอนหายใจออกมาอย่างเอือมระอา

 

“เอาเถอะ….”

 

วงแขนกว้างถือวิสาสะโอบไหล่ของอีกฝ่าย เรเกนเหลือบมองท่าทีของคนสูทดำเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ยังคงพูดอะไรไร้สาระต่อไป

 

อย่างน้อยก็…

 

ได้เข้าใกล้หมอนี่…มากกว่าคนอื่นๆก็แล้วกัน

 

 

………

 

 

จริงๆแล้วแรงบันดาลใจของฟิคม็อบไซฟิคแรกนี้ได้มาจากedค่ะ อันนี้ฟังแบบไม่รู้ความหมายแล้วตีความจากภาพเอา (ซึ่งมาอ่านทรานส์เนื้อเพลงทีหลังแล้วแบบ มองกาวตัวเองด้วยความรู้สึกประหลาดมากๆแงง5555) ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมองผ่านฟิลเตอร์กาวๆหรือว่าเป็นภาพขาวดำก็ไม่รู้ แต่ในความรู้สึกของเราตอนดูครั้งแรกคือเรเกนหม่นจังบรรยากาศในห้องก็หม่น ยิ่งตอนสูบบุหรี่นี่ดูเหงาๆเศร้าๆ ดูไม่เหมือนเรเกนปกติที่ชอบทำอะไรเหนือคาดและมาพร้อมมุกตลก เลยมโนไปเองว่าบางทีนี่อาจจะเป็นด้านที่ฮีไม่อยากให้ใครเห็นก็ได้ กว่าจะเป็นเรเกนที่คนอื่นรู้จักอาจต้องใช้เวลาในการสร้างตัวตนนั้นขึ้นมา ทุกๆเช้าเรเกนอาจจะมีด้านที่ไม่มีอารมณ์แม้แต่จะยิ้ม ไม่อยากยุ่งกับใครทั้งนั้น ไม่พร้อมที่จะพูดคุยหรือทำตัวเป็นที่พึ่งให้กับใคร แล้วถ้าเป็นพวกเด็กๆจะยิ่งให้เห็นภาพนี้ไม่ได้เด็ดขาด แต่พอเป็นเอคุโบะก็แบบ เออ หมอนี่ไม่เด็กแล้ว เรเกนคงเปิดใจง่ายหน่อยเพราะไม่ต้องฝืนทำตัวเองให้ดูพึ่งพาได้ ก็เลยกลายเป็นว่าเปิดรับเอคุโบะได้ง่ายกว่าคนอื่นซะงั้น แต่ลึกๆแล้วก็ยังทำตัวอมพะนำเก็บความลับไว้คนเดียวอยู่ดีเพราะไม่ได้เชื่อใจเอคุโบะหมดทั้งใจ อา… ซับซ้อนจนงงเลยค่ะ เขียนไปงงไป เด๋อไปอีก แต่ยังไงก็สู้ต่อไปนะเอคุโบะ!

 

ปล.ตรงที่บอกว่าทำกิจกรรมร่วมกันแล้วแต่จะจินตนาการค่ะ เค้าอาจจะนวดให้กันเฉยๆไรงี้ก็ได้ค่ะ._.

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s