Touken Ranbu AU FanFiction [ Ookurikara x Heshikiri Hasebe ] ‘The First’

หลักๆคงลงไว้ในเด็กดีค่ะ http://writer.dek-d.com/aiihiwatari/writer/view.php?id=1429752 เพราะตั้งใจอยากลงแบบเรื่องยาวๆ(จบในตอน) แต่ก็อยากเก็บในบล็อกด้วย เอาเป็นว่าเลือกเว็บอ่านได้ตามอัธยาศัยเลยค่า จะที่ไหนก็เหมือนกัน

ปล.รูปไม่เกี่ยวกับธีมเรื่องแต่เราชอบรูปนี้มากค่ะฮือออฟฟฟฟฟฟฟ

 

_______________

 

โอคุริคาระกำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาดห้องนอนของตน

ข้าวของถูกรื้อออกมาเพื่อจัดใหม่ให้เป็นระเบียบยิ่งกว่าเดิม ลิ้นชักทั้งหลายถูกดึงเข้าดึงออกอยู่หลายครั้ง และในขณะที่กำลังหยิบอัลบั้มรูปถ่ายเก่าๆและไดอารี่สมัยเด็กออกมา กระดาษขอบเหลืองยับยู่ยี่แผ่นหนึ่งที่พับครึ่งแล้วถูกนำไปแทรกในหน้าไดอารี่ก็ร่วงลงพื้นอย่างไร้เสียง

เด็กหนุ่มม.ปลายวางทุกอย่างในมือลงบนโต๊ะชั่วคราวเพื่อก้มเก็บกระดาษแผ่นนั้น โอคุริคาระรู้ดีว่ากระดาษแผ่นนั้นคืออะไร คนผิวเข้มกวาดตามองเนื้อความในกระดาษแล้วหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย ตัวเลขเศษส่วนบอกคะแนนที่ถูกเขียนด้วยลายมือของอาจารย์สมัยประถมสะท้อนอยู่บนนัยน์ตาสีทองสวย

 

’19/20′

 

และนั่นก็คือคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ของเขาขณะที่มีอายุได้เจ็ดขวบ

 

โอคุริคาระจำได้ดีว่าตนเคยเกลียดวิชานี้มากแค่ไหน แต่เพราะว่ามีใครบางคนอุตส่าห์เจียดเวลาช่วงเย็นหลังเลิกงานมาสอน จนทำให้ตารางเวลาทำงานช่วงเย็นผิดเพี้ยนไป และคนคนนั้นต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำแทบไม่ได้นอนเป็นอาทิตย์ๆ ดังนั้น โอคุริคาระจึงตั้งใจเรียนสุดชีวิตเพื่อตอบแทนความเหนื่อยยากของอีกฝ่าย

เฮชิคิริ ฮาเซเบะ นอกจากจะเป็นอาที่ดีในสายตาของหลานชายแล้ว เขายังเป็นเป็นครูที่ดีและทุ่มเทกับการสอนอีกด้วย และเพราะการสอนที่กระจ่างแจ้งของเขา โอคุริคาระจึงมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าตนสามารถคว้าตำแหน่งที่หนึ่งของห้องมาเป็นของขวัญเพื่อคุณอาได้อย่างแน่นอน

 

ทว่า เรื่องราวกลับไม่เป็นไปตามที่คิด โอคุริคาระไม่ได้ที่หนึ่งของห้องตามที่คาดหวัง คะแนนที่หายไปหนึ่งคะแนนทำให้เด็กชายได้ตำแหน่งรองท็อป ระหว่างทางเดินกลับบ้าน ความเจ็บปวดจากความผิดหวังเริ่มกัดกินหัวใจจนทนไม่ไหว

สุดท้าย โอคุริคาระก็น้ำตาร่วงเผาะๆทันทีที่ถึงบ้าน เด็กชายร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นใบหน้าของคุณอาที่โทรมยิ่งกว่าเดิมจากการโหมงานหนัก

เฮชิคิริ ฮาเซเบะสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นใบหน้าเศร้าสร้อยของเด็กน้อย หลังจากที่ลนลานทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่งก็เริ่มตั้งสติได้ ชายผมสีอ่อนในคราบพนักงานกินเงินเดือนเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ปกปิดความตื่นตระหนกได้อย่างมิดชิดเช่นเดียวกับทุกครั้ง

 

เป็นอะไร?’

‘….’ โอคุริคาระในตอนนั้นไม่ตอบอะไร เด็กชายทำเพียงแค่ยื่นผลสอบให้คู่สนทนาเงียบๆ ในขณะที่ฮาเซเบะกวาดตามองข้อมูลในกระดาษ ความกลัวและความรู้สึกผิดในใจเด็กน้อยก็ระเบิดออกมา คำขอโทษพรั่งพรูออกมาจากปากเล็กๆพร้อมๆกับเสียงสะอื้น

ขอโทษครับ ขอโทษ ฮึก ผมขอโทษ’  เจ้าของนัยน์ตาสีทองเอ่ยซ้ำๆอยู่อย่างนั้นจนเฮชิคิริ ฮาเซเบะที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกถึงกับเอ่ยถามกลับไปอย่างไม่เข้าใจ

‘…ขอโทษทำไม?’

ก็คุณอา…อุตส่าห์ตั้งใจสอน…’

ทั้งๆที่ตั้งใจเอาไว้แท้ๆว่าจะไม่ให้ความพยายามของฮาเซเบะต้องสูญเปล่า แต่สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นว่าทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามแผน เด็กชายปล่อยโฮออกมาเสียงดัง ในขณะที่ผู้เป็นอาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

‘….เด็กบ้า เรื่องแค่นี้เอง’ ชายหนุ่มผมสีอ่อนย่อตัวลง รวบตัวเด็กชายเข้ามากอดช้าๆ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปลูบหัวอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา

คิดมากเกินไปแล้ว ไม่ได้โกรธอะไรซะหน่อย’

ท่าทีของเฮชิคิริ ฮาเซเบะในตอนนั้นหากคนรู้จักคนอื่นๆได้มาเห็นคงตกใจอ้าปากค้าง ถึงแม้จะเป็นคนเคร่งขรึมเจ้าระเบียบและจริงจัง แต่แท้จริงแล้ว ฉากหน้าเหล่านั้นปกปิดความใจอ่อนและความใส่ใจผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่อ่อนแอกว่าไว้ได้อย่างแนบเนียน

ไม่โกรธ…จริงๆเหรอ…’ เสียงเล็กๆของโอคุริคาระตัวน้อยเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจนัก ฮาเซเบะเห็นดังนั้นจึงแสร้งทำเสียงดุเป็นเชิงว่าไม่พอใจ

จะโกรธก็ตรงที่ไม่เชื่อกันนั่นล่ะ’

ช เชื่อ…ผมเชื่อแล้ว!’ เด็กชายผิวเข้มรีบพยักหน้าหงึกๆ ผู้เป็นอาหลุดขำออกมาเบาๆอย่างอดไม่ได้ ในที่สุดเขาก็ปล่อยคนในอ้อมแขนให้เป็นอิสระ กระแอมเล็กน้อยก่อนจะกลายเป็นชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมดังเดิม เค้าความอ่อนโยนถูกปกปิดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบอีกครั้ง

เอาล่ะ ไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้รีบลงมากินข้าว’

ครับ’ โอคุริคาระขานรับด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงขึ้น ฮาเซเบะมองตามแผ่นหลังของหลานชาย ชายหนุ่มลอบยิ้มกับตัวเองก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องครัวเพื่อจัดการกับเมนูอาหารง่ายๆสำหรับมื้อเย็นในค่ำคืนนั้น

 

 

โอคุริคาระในช่วงเวลาปัจจุบันยิ้มบางๆให้แผ่นกระดาษยับยู่ยี่ เด็กหนุ่มบรรจงพับแล้วสอดมันไว้ในสมุดไดอารี่เช่นเดิม พร้อมกับที่เสียงเคาะประตูเรียกของผู้เป็นอาดังขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน

 

“คุริคาระ ลงไปกินข้าว”

“ครับ” เด็กหนุ่มขานรับนิ่งๆ เหลือบมองข้าวของในห้องก่อนจะตัดสินใจลงไปหาอะไรใส่ท้องก่อนแล้วค่อยขึ้นมาจัดการต่อให้เรียบร้อย

ผู้เป็นอายืนรออยู่หน้าห้อง เมื่อเปิดประตูออกมาโอคุริคาระก็ถูกอีกฝ่ายไล่สำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า ฮาเซเบะย่นจมูกเล็กน้อย พึมพำออกมาเสียงกระด้าง

“ฝุ่น…”

“….” โอคุริคาระมองเจ้าของนัยน์ตาสีม่วงที่สูงกว่าตนเพียงเล็กน้อย เวลาผ่านไปหลายปี ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมต้องเปลี่ยนแปลง หรือถูกแทนที่ด้วยอะไรบางอย่าง จนถึงตอนนี้ โอคุริคาระก็ยังคงอยากเป็นที่หนึ่ง ความปรารถนาเช่นเดียวกับวัยเด็กยังไม่หายไป เพียงแต่ว่า ที่หนึ่ง‘ ของเด็กหนุ่มนั้นต่างออกไปจาก ที่หนึ่ง’ ที่ตัวเขาสมัยเด็กเคยอยากได้มาเพื่อทำให้ฮาเซเบะภาคภูมิใจ

 

และคราวนี้ การจะได้ที่หนึ่งนั้นลำบากกว่าเดิม เพราะไม่มีคนติวให้แล้ว มีแต่เขาเท่านั้นที่ต้องพยายามด้วยตัวเอง

 

…พยายามที่จะเป็นที่หนึ่งในใจของเฮชิคิริ ฮาเซเบะ…

 

“…ยาก” จู่ๆโอคุนิคาระก็พึมพำออกมาเสียงเบา ฮาเซเบะที่กำลังจะบ่นเรื่องฝุ่นหันไปให้ความสนใจกับคำพูดปริศนาของอีกฝ่าย

“ยาก?” ชายหนุ่มผมแสกทวนคำถาม โอคุริคาระส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงว่าไม่มีอะไร คนผิวเข้มเลือกที่จะปิดปากเงียบ แล้วเอ่ยคำพูดนั้นอยู่ในใจ

 

ข้อสอบของคุณ ถ้าไม่ยากเกินไปก็คงจะดี แต่ว่า…

 

ต่อให้มันยาก ผมก็ต้องได้เต็ม’

 

หากผ่านข้อสอบแห่งความรักนี้ไป หากตอบได้ถูกต้อง ในวันใดวันหนึ่ง ตำแหน่ง ที่หนึ่ง’ ที่เด็กหนุ่มม.ปลายต้องการ อาจไม่ใช่เพียงแค่ความฝันอีกต่อไป

 

 

…………….

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s