Touken Ranbu AU FanFiction [ Ookurikara x Heshikiri Hasebe ] ‘Always’

หลักๆคงลงไว้ในเด็กดีค่ะ http://writer.dek-d.com/aiihiwatari/writer/view.php?id=1429752 เพราะตั้งใจอยากลงแบบเรื่องยาวๆ(จบในตอน) แต่ก็อยากเก็บในบล็อกด้วย เอาเป็นว่าเลือกเว็บอ่านได้ตามอัธยาศัยเลยค่า จะที่ไหนก็เหมือนกัน

ปล.รูปไม่เกี่ยวกับธีมเรื่องแต่เราชอบรูปนี้มากค่ะฮือออฟฟฟฟฟฟฟ

 

_______________

 

“แต่งตัวไม่เรียบร้อยอีกแล้วนะ คุริคาระ”

ท่ามกลางกลิ่นกาแฟดำและขนมปังปิ้งที่ตลบอบอวลไปทั่วครัว เฮชิคิริ ฮาเซเบะในชุดเครื่องแบบพนักงานออฟฟิศวางหนังสือพิมพ์ลงแล้วลุกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปหาหลานชาย ตวัดมองกระดุมที่ติดไม่ครบและชายเสื้อที่โผล่พ้นออกมานอกกางเกง ก่อนจะลงมือจัดการกับสิ่งเหล่านั้นให้เข้าที่เข้าทางตามที่ควรจะเป็น

“ต้องให้ฉันทำให้ทุกเช้าเลยหรือไง”

ถึงแม้ปากจะบ่นอย่างไม่สบอารมณ์ แต่สองมือของคุณอาเจ้าระเบียบก็ยังคงวุ่นวายอยู่กับความเรียบร้อยของเสื้อผ้า โอคุริคาระเหลือบมองอีกคนด้วยสายตาที่ยากจะตีความ…เรียบเฉย ทว่า แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่มักจะเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ

การกระทำที่ตรงกันข้ามของฮาเซเบะเรียกรอยยิ้มบางๆจากเขาได้ทุกครั้ง แม้ว่าชายหนุ่มผู้มีอายุมากกว่าจะพยายามทำตัวเคร่งขรึมดุดันจนเป็นที่หวั่นเกรงของเพื่อนร่วมงาน แต่มีเพียงโอคุริคาระเท่านั้นที่รับรู้อีกด้าน รับรู้ถึงความอบอุ่นอ่อนโยนที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่จริงจังตลอดเวลา

เด็กหนุ่มม.ปลายลอบสูดกลิ่นหอมจางๆจากเชิ้ตขาวแขนยาวของผู้เป็นอา โอคุริคาระชอบกลิ่นนั้น ถึงแม้จะใช้ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มนี่ห้อเดียวกัน แต่ในความรู้สึกของคนผิวเข้ม กลิ่นเสื้อผ้าของฮาเซเบะหอมกว่ากลิ่นเครื่องแบบนักเรียนเป็นไหนๆ

“หัดดูแลตัวเองซะบ้าง ฉันไม่ได้อยู่ดูแลนายไปได้ตลอดทั้งชีวิตหรอกนะ” เจ้าของนัยน์ตาสีม่วงเอ่ยขณะใช้มือปัดๆฝุ่นออกจากชุดนักเรียนเบาๆ โอคุริคาระหยุดยิ้ม หลังจากที่เงียบมานาน ในที่สุดเด็กหนุ่มม.ปลายก็เอ่ยคำพูดออกมาเบาๆ

“ถ้าอย่างนั้นก็อยู่ด้วยกันไปตลอด…ไม่ได้เหรอ?”

เฮชิคิริ ฮาเซเบะหยุดมือที่กำลังช่วยหลายชายแต่งตัว ตั้งใจว่าจะหยอกล้ออีกฝ่ายว่าคิดจะให้เขาทำงานเลี้ยงดูไปตลอดชีวิตเลยหรือไง แต่คำพูดต่อจากนั้นของโอคุริคาระกลับทำให้เขานิ่งขรึม

“ผมจะทำงานเลี้ยงคุณเอง เพราะอย่างนั้น…อยู่ด้วยกันเถอะนะ…”

“….”

“…ทำเป็นพูดดี” ในที่สุดฮาเซเบะก็ควานหาเสียงของตัวเองจนเจอแล้วเอ่ยตอบอีกฝ่ายกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เช่นเดียวกับทุกครั้ง ถึงแม้ว่าจะทำทีเป็นไม่ใส่ใจ แต่ข้างในหัวของชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าๆกำลังปั่นป่วน ทั้งดีใจ…และสับสน…

สำหรับฮาเซเบะแล้ว ชายหนุ่มคิดมาตลอดตั้งแต่รับโอคุริคาระมาเลี้ยง คิดมาตลอดว่า สักวันหนึ่งเมื่อโตเต็มที่ โอคุริคาระก็ต้องตีตัวห่าง แยกย้ายไปสร้างครอบครัว สร้างบ้านที่เป็นของตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเขาอีก และเพราะอย่างนั้นถึงได้ทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่า เมื่อถึงวันที่โอคุริคาระต้องเผชิญโลกด้วยตัวเองโดยที่ไม่มีเขาดูแล เด็กคนนั้นจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

ฮาเซเบะไม่คิดว่าตัวเองจะมีชีวิตยืนยาวจนสามารถให้ความช่วยเหลือโอคุริคาระได้ในทุกช่วงชีวิตของอีกฝ่าย ตัวเขาที่แก่ตัวลงทุกวันกับการโหมทำงานอย่างบ้าระห่ำที่ทำลายสุขภาพ ฮาเซเบะนึกไม่ออกเลยว่า ในวันที่โอคุริคาระสร้างครอบครัว ไม่แน่ใจว่าตัวเขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้เห็นครอบครัวของอีกฝ่ายหรือเปล่า

แต่ถ้าอีกฝ่ายมีครอบครัว ไม่ว่าเขาจะอยู่หรือจะตาย อย่างไรเสียโอคุริคาระก็ไม่เหงาอยู่ดี

โอคุริคาระมองฮาเซเบะที่จมอยู่ในห้วงความคิด เด็กหนุ่มรู้สึกอึดอัดกับความเงียบของอีกฝ่าย ความรู้สึกหวาดระแวงเริ่มเกาะกินจิตใจ ดังนั้นคนผิวเข้มจึงเอ่ยคำถามเดิมซ้ำย้ำอีกครั้ง

“ไม่ได้เหรอ…?”

เมื่อได้สติ ผู้เป็นอาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยักไหล่เป็นเชิงว่า ‘อยากทำอะไรก็ตามใจ’ ก่อนจะรีบไล่อีกฝ่ายให้ไปทานอาหารเช้าที่เริ่มจะเย็นชืด

“ถ้ายังไม่เบื่อหน้ากัน จะอยู่นานแค่ไหนก็อยู่ไป”

โอคุริคาระพยักหน้าหงึกๆ นัยน์ตาสีทองสวยปรากฏแววความยินดีอยู่ในนั้น ฮาเซเบะยกกาแฟขึ้นจิบช้าๆ เอือมระอากับท่าทีของหลานชายที่ดีใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ลึกๆแล้วในใจของฮาเซเบะยังคงไม่เชื่อคำพูดของโอคุริคาระในเวลานี้ ชายหนุ่มสรุปกับตัวเองว่า เป็นเพราะอีกฝ่ายยังเด็ก จึงได้พูดอะไรเหลวใหลตามใจตัวเอง เรื่องมันก็เท่านั้น

แต่ว่า…นั่นมันก็เป็นเรื่องของอนาคต สิ่งที่ควรสนใจในตอนนี้คือเรื่องราวในปัจจุบันต่างหาก

ฮาเซเบะตรวจดูเอกสารในกระเป๋าทำงานอีกครั้ง เขายกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา ประจวบหมวบเหมาะกับที่โอคุริคาระจัดการกับขนมปังในจานเสร็จเรียบร้อยพอดี

“ได้เวลาแล้ว” ฮาเซเบะหันไปสำรวจความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินนำหน้าโอคุริคาระออกจากบ้าน ทิ้งจานชามไว้บนโต๊ะไม้ตามความเคยชิน เพราะอีกไม่นาน แม่บ้านที่เขาจ้างไว้ก็จะมาทำความสะอาดสิ่งเหล่านั้นและดูแลความสะอาดของบ้านหลังนี้เช่นเคย

โอคุริคาระที่ถือกระเป๋านักเรียนเดินตามหลังมาเร่งเดินจนทันผู้เป็นอา ในขณะที่เดินอยู่เคียงข้างกัน เด็กหนุ่มผิวเข้มหันไปเอ่ยคำพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

“อย่าทิ้งผมไปไหนนะ…”

 

ฮาเซเบะนึกขำอยู่ในใจ มือที่ผ่านการทำงานเอกสารมาอย่างหนักหน่วงเอื้อมไปขยี้หัวอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบชักมือกลับ สีหน้าอ่อนโยนกลับกลายเป็นเคร่งขรึมเช่นทุกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างที่ไม่กล้าเอ่ยออกมา

 

‘ฝ่ายที่ต้องขอร้อง…คือฉันคนนี้ต่างหากล่ะ’

 

……….

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s