เรื่องเล่าของราชาปีศาจ

  เรื่องเล่าของราชาปีศาจ

 

………………..

 

 

เมื่อคืนนั้นที่จันทร์สลัว ผู้กล้าและพรรคพวกได้เดินทางข้ามเขตแดนมนุษย์มายังแดนปีศาจเรียบร้อยแล้ว

 

ข้าบอกให้หน่วยสอดแนมที่วิ่งโร่มาแจ้งข่าวกลับไปพักผ่อน อีกไม่นานมนุษย์เหล่านั้นคงเข้าปะทะกับกองทัพหลวงแห่งวังปีศาจ และหากมีฝีมือมากพอ ข้าก็คงได้พบกับพวกเขาในเร็วๆนี้

 

ชื่อของข้าคือซีฟร์ พวกมนุษย์ต่างรู้จักข้าในนามของราชาปีศาจผู้โหดเหี้ยม เข่นฆ่าผู้คนอย่างบ้าคลั่งและเลือดเย็นไม่ต่างไปจากราชาปีศาจรุ่นก่อนๆ ทว่า แท้จริงแล้วสำหรับปีศาจด้วยกัน ข้าเป็นเพียงแค่ลูกหลานของกบฏที่น่าดูแคลนก็เท่านั้น

 

โทษสำหรับกบฏที่ต้องการยึดบัลลังก์แห่งองค์ราชันย์คือความตายที่น่าอัปยศอดสู และการตายด้วยคมดาบของมนุษย์ก็คือโทษที่กบฏและลูกหลานของกบฏจำเป็นต้องได้รับ

 

     ‘ในเมื่อเจ้าอยากเป็นราชานัก ข้าย่อมยินดีแต่งตั้งเจ้าเป็นราชา แต่จงเป็นราชาที่ตายด้วยน้ำมือมนุษย์เสียเถิด

 

ราชาปีศาจที่แท้จริงเอ่ยประโยคดังกล่าวกับท่านปู่ของข้าด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะสั่งให้นำปีศาจทุกตนที่มีสายเลือดของท่านปู่ไหลเวียนอยู่ในตัวไปปล่อยไว้ที่ชายแดนห่างไกลรวมกับนักโทษเดนตายตนอื่นๆ

 

ไม่นานนัก ทางวังหลวงก็ปล่อยข่าวลือลงไปในแดนมนุษย์ว่าท่านปู่เป็นราชาปีศาจอำมหิต เข่นฆ่ามนุษย์เป็นว่าเล่น แดนมนุษย์จึงส่งกำลังพลที่กล้าแกร่งมาปราบท่านปู่ของข้า แน่นอนว่าในตอนนั้น ข้ายังเป็นเพียงเด็กทารกที่ไม่รู้ประสีประสาตนหนึ่งเท่านั้น หลังจากที่ท่านปู่จากไปอย่างไม่มีวันได้หวนกลับ ท่านพ่อของข้าจึงกลายเป็นราชาปีศาจ แบกรับโทษหนักที่ตนไม่ได้ก่อไว้ สู้รบกับมนุษย์มากหน้าหลายตา

 

หลายครั้งต่อหลายครั้งที่ท่านรบชนะมาตลอด ยื้อชีวิตของตนเองเพื่อได้กลับมากอดข้าและท่านแม่ ทว่า ในที่สุดท่านก็แพ้ ถูกมนุษย์คนหนึ่งใช้ดาบเล่มใหญ่บั่นคอเสียจนขาดสะบั้น เสียงร้องเฮดังลั่นห้องโถงใหญ่ที่ถูกใช้เป็นสนามรบ มนุษย์คนนั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้กล้าที่พิชิตราชาปีศาจรุ่นที่สองได้ ท่านแม่ตรอมใจตาย และตำแหน่งราชาปีศาจก็ตกเป็นของข้า

 

ข้าสู้มาตลอด ฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ใช่ว่าปีศาจทุกตนจะเป็นนักรบตั้งแต่เกิด ท่านปู่ของข้าเป็นขุนนางชั้นสูงที่ถนัดด้านวางแผน ส่วนท่านพ่อเชี่ยวชาญเรื่องเวทมนตร์คาถา ในขณะที่ข้าชื่นชอบศาสตร์แห่งการเยียวยารักษา

 

ทุกครั้งที่ต้องฆ่ามนุษย์เพื่อรักษาชีวิตตนเองและเพื่อนปีศาจตนอื่นๆนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับข้า ครั้งหนึ่ง ในสมัยที่ข้ายังเป็นเด็ก ข้าเคยถามท่านพ่อถึงเหตุผลในการกำจัดมนุษย์ เหตุใดจึงไม่หนี เหตุใดจึงต้องทำตามคำสั่งของราชาปีศาจ

 

มือแกร่งที่เคยคร่าชีวิตมนุษย์มามากมายจัดแต่งเรือนผมสีดำยาวระต้นคอของข้าให้หายยุ่ง นัยน์ตาสีแดงของข้าจ้องมองใบหน้าของท่านพ่อที่ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเอื้อนคำตอบออกมา น้ำเสียงอ่อนโยนของท่านพ่อเจือไปด้วยความเศร้าและความสิ้นหวัง

 

     ‘ลูกพ่อ ไม่มีทางเลยที่จะหนีราชวงศ์พ้น หากขัดคำสั่งราชา ในเมื่อไม่สู้กับมนุษย์ก็ต้องสู้กับทหารจากเมืองหลวงที่ถูกส่งมา หากเจ้าซ่อนตัวดีๆเช่นทุกครั้ง มนุษย์จะไม่มีวันหาเจ้าเจอ แต่ลูกไม่มีวันหนีทหารพวกนั้นได้ มันจะฆ่าพ่อ ฆ่าลูก ฆ่าพวกพ้องทั้งหมด

 

     ‘พ่ออยากให้ปีศาจที่พ่อรักมีโอกาสรอดให้ได้มากที่สุด เจ้าเข้าใจพ่อใช่ไหม?’

 

คำพูดของท่านพ่อทำให้ข้ารู้สึกหดหู่ แต่การที่ถูกห้ามไม่ให้เคืองแค้นพวกมนุษย์นั้นทำให้ข้าหดหู่ยิ่งกว่านั้น

 

มนุษย์ไม่เคยรู้เลยว่าพวกตนกลายเป็นเครื่องมือของเหล่าปีศาจไปตั้งแต่เมื่อไร

 

เป็นเพราะถูกปลูกฝังว่าราชาปีศาจเป็นภัยร้ายต่อโลกมนุษย์ ดังนั้น สิ่งเดียวที่พวกเขาตั้งใจทำก็คือการล้มล้างราชาปีศาจ ก่อนที่ราชาปีศาจจะทำลายซึ่งทุกสิ่ง

 

แต่ก็เป็นเพราะความเชื่อฝังหัวของพวกมนุษย์ที่ทำให้ทุกวันนี้ปีศาจตนอื่นๆบริเวณชายแดนยังคงมีชีวิตรอด ข้ายังคงมีมนุษย์ให้กำจัด ได้สวมบทราชาปีศาจผู้เหี้ยมโหดอยู่เรื่อยๆ การลงโทษครอบครัวกบฏและนักโทษเดนตายตนอื่นๆยังคงดำเนินต่อไปทำให้ไม่ถูกทหารวังหลวงต้องเข้ามาวุ่นวาย ด้วยเหตุนั้น ข้าจึงพยายามบังคับตัวเองไม่ให้เกลียดพวกเขา ถึงแม้ว่าเผ่าพันธุ์ของคนเหล่านั้นจะเป็นฝ่ายพรากชีวิตปีศาจที่ข้ารักไปมากมาย แต่อย่างน้อยที่สุด ปีศาจส่วนใหญ่ก็ยังมีชีวิตอยู่ให้ข้าได้ปกป้องดูแลต่อไป

 

อย่างน้อยก็ยังมีชีวิตอยู่…ถึงแม้จะต้องอยู่อย่างโศกเศร้าก็ตามที

 

ปีศาจหลายตนในที่แห่งนี้ สำหรับประชาชนแดนปีศาจที่อยู่ ณ ใจกลางอาณาจักรอาจเป็นแค่นักโทษเดนตาย แต่สำหรับข้า พวกเขาคือครอบครัวที่ปกป้องดูแลกันและกันจากการบุกรุกของพวกมนุษย์

 

‘หากไม่ร่วมมือ ตัวเองก็จะไม่รอด’ จากความคิดดั้งเดิมที่ต้องร่วมมือกันเพราะความจำเป็น ค่อยๆเปลี่ยนผันกลายเป็น ‘ต้องร่วมมือกัน เพื่อให้รอดตายกันทุกตน’

ข้าเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงนี้มาเรื่อยๆ พี่ป้าน้าอาทั้งที่เป็นญาติและไม่ใช่ญาติต่างค่อยๆสนิทสนมกลมเกลียวกันภายใต้ความดูแลของท่านพ่อที่ทุกตนยกให้เป็นหัวหน้าใหญ่ มนุษย์มักบอกอยู่เสมอว่าปีศาจนั้นไร้หัวใจ บางทีข้าก็นึกอยากให้พวกเขามายืนอยู่ในจุดเดียวกันกับข้า อยากให้รู้ว่าภาพที่ข้าเห็นนั้นอบอุ่นและสวยงามมากขนาดไหน

 

แต่ความปรารถนาของข้าไม่มีวันเป็นไปได้ ข้อเท็จจริงนี้…ข้ารู้ดีอยู่แก่ใจ

 

“ท ท่านซีฟร์!!”

 

ข้าสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นเรียกสติข้าที่กำลังล่องลอยไปไกล ดูท่าว่าผู้กล้าและพรรคพวกคงบุกมาถึงแล้ว พวกผู้กล้าฝ่าการป้องกันมาได้ไวกว่าที่ข้าคาดการณ์เสียอีก

 

ข้าสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเดินสะบัดผ้าคลุมออกไปอย่างผึ่งผายสมบทราชาปีศาจ เดินตรงดิ่งจากระเบียงห้องพักเข้าไปยังท้องพระโรงที่มักใช้เป็นสถานที่ตัดสินความเป็นความตาย ทิ้งตัวนั่งลงบนบัลลังก์เงียบๆ เฝ้ารอเวลาอย่างใจจดใจจ่อ

 

ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงที่หมายจนได้

 

“ราชาปีศาจ!!! วันนี้จะต้องเป็นวันตายของเจ้า!!”

 

เด็กหนุ่มผู้กล้าชี้ดาบสีเงินเป็นประกายมาทางข้า ข้าหรี่ตาลงอย่างเย็นชา สวมบทราชันย์ผู้เหี้ยมโหดไร้หัวใจพร้อมกับเค้นพลังปีศาจในตัวอยู่ครู่หนึ่ง กรงเล็บแหลมคมสีดำงอกขึ้นมาจากปลายนิ้วอย่างรวดเร็ว

 

“ปากดีนัก แต่ในเมื่อเจ้าอุตส่าห์มาเยี่ยมเยือนข้าถึงที่นี่ ข้าคงต้องตั้งใจเล่นสนุกกับเจ้าให้เต็มที่เสียหน่อยแล้ว”

 

การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

 

ในศึกครั้งนี้ ราชาปีศาจจะเป็นฝ่ายทำลายหรือถูกทำลาย มีเพียงฟ้าเท่านั้นที่รู้คำตอบ ปีศาจเช่นข้าไม่อาจคาดเดาคำตอบใดๆได้เลย สิ่งที่ทำได้มีเพียงสิ่งเดียวคือปกป้องพวกพ้อง รักษาความสวยงามอบอุ่นของภาพที่ได้เห็นเอาไว้

 

     จนกว่าจะถูกสังหาร จนกว่าจะถึงเวลานั้น สองมือนี้ยังคงเข่นฆ่ามนุษย์ต่อไป

 

ตลอดไป

 

 

………………………………………………………..

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s