Yume100 FanFiction [ Douglas x Sky ] ‘ท้องฟ้ากับมหาสมุทร’

กาวยูเมะ100 (ดักลาส*สกาย)

 

‘ท้องฟ้ากับมหาสมุทร’

 

…….

 

 

เรือนผมสีเขียวปลิวไสวไปตามแรงลม สกายในชุดลำลองเดินเลียบชายหาดไปเรื่อยๆ เจ้าของรองเท้าแตะราคาถูกเดินเหยียบย่ำเม็ดทรายเนียนละเอียดเหล่านั้นไปอย่างเชื่องช้า บุหรี่ที่ไม่จุดไฟถูกคาบอยู่ที่ปากเช่นปกติ

การหลีกเลี่ยงปัญหาการไล่ล่าที่ดาเตนมาพักร้อนที่อังคิวราชั่วคราวเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยทีเดียว อังคิวรา ดินแดนเล็กๆที่ว่ากันว่าเป็นดินแดนแห่งโจรสลัดนั้นไม่ได้แย่อย่างที่คิด อดีตเจ้าชายยักยิ้มน้อยๆอย่างผ่อนคลายขณะสูดเอากลิ่นไอทะเลเข้าปอด ขณะเดียวกันก็นึกขอบคุณเจ้าหญิงแห่งทรอยแมร์อยู่ในใจที่อุตส่าห์แนะนำสถานที่พักร้อนอันแสนวิเศษนี้ให้ แล้วก็นึกเสียดายที่คนแนะนำไม่ได้มาที่นี่ด้วย

ขณะที่กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิด เสียงร้องประหลาดของสัตว์ชนิดหนึ่งก็ปลุกสกายให้สะดุ้งตื่นจากภวังค์ อดีตเจ้าชายตวัดมองไปทางต้นเสียงอย่างนึกสงสัย ภาพที่สะท้อนอยู่บนนัยน์ตาสีดำคู่นั้นคือภาพของลิงตัวจิ๋วไต่อยู่บนเส้นเชือกเก่าๆที่ใช้ขึงผ้าใบของเรือยักษ์ลำหนึ่งซึ่งกำลังจะออกจากท่า และเจ้าลิงที่กำลังปีนป่ายอยู่นั้นก็ช่างน่าหวาดเสียวว่าจะหล่นร่วงลงไปในท้องทะเล

“ลิงบนเรือเนี่ยนะ…”

พูดยังไม่ทันขาดคำสกายก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆเชือกเส้นเก่าที่ผ่านการใช้งานมานานนั้นขาดสะบั้นลงกะทันหัน

การกระทำไวกว่าความคิด สกายวิ่งตรงไปยังท่าเรือที่ไร้คนคุม สองขาก้าวกระโดดขึ้นไปบนเรือพร้อมๆกับรับเจ้าลิงที่ร่วงลงมาได้ทันเวลาพอดี

“ฟู่ว… ให้ตายสิ ทันเวลาพอดี” สกายถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะอุ้มลิงตัวน้อยขึ้นในระดับสายตา

“ว่าแต่เอาไงกับแกดีเนี่ย”

สกายมองเจ้าลิงอย่างลังเล ที่มันเล่นอยู่บนเรือก็เพราะว่ามันอยู่บนเรือลำนี้อยู่แล้วรึเปล่านะ หรือว่ามันหลงขึ้นมากันแน่ เขาควรจะพามันลงจากเรือหรือปล่อยมันไว้ตรงนี้ดี แต่ทว่ายังไม่ทันได้ขบคิดคำตอบให้เรียบร้อยเสียงตะโกนของชายคนหนึ่งที่ดูท่าว่าจะเป็นลูกเรือก็ดังขึ้น เจ้าของใบหน้าที่เหมือนจะเพิ่งตื่นจ่อใบมีดมาทางสกาย อดีตเจ้าชายมุมปากกระตุกเล็กน้อย

“แกเป็นใคร แล้วนั่นจะทำอะไรท่านโบนิต้า?!!”

เสียงตวาดของชายคนนั้นเรียกพรรคพวกคนอื่นๆที่กำลังพักผ่อนอยู่ในส่วนต่างๆของเรือรีบรุดออกมาเผชิญหน้ากับศัตรู หรือก็คือสกายที่กำลังพร่ำบ่นใจว่าหนีปืนจากดาเตนมาแล้วยังต้องมาเจอดาบจ่อหัวที่อังคิวราอีกเหรอ ชีวิตรันทดเกินไปแล้ว!

“ทำไงดี ไม่ได้เจอกับศัตรูที่ลอบขึ้นเรือมาตั้งนานแล้ว การรักษาความปลอดภัยเลยย่อหย่อนไปหน่อย มีหวังโดนท่านดักลาสว่าเอาแหงๆ”

“งั้นก็ต้องจัดการเจ้าหมอนี่ไถ่โทษซะ!”

“อ๊ะ นั่น ท่านโบนิต้า! เฮ้ย เจ้าผู้บุกรุก ปล่อยท่านโบนิต้าเดี๋ยวนี้นะ!”

“เอ่อ เดี๋ยวๆ เจ้าลิงนี่ร่วงลงมาจากเชือกฉันก็เลยมารับไว้ นี่ไง ดูสิ เชือกมันขาด…”

“โกหก!!!”

“หน้าตาดูไม่น่ารักสัตว์ โกหกได้ไม่น่าเชื่อสุดๆ”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหน้าตาฟะ?!! เออๆ ช่างเถอะ เอาอย่างนี้แล้วกัน ถอยไปซะแล้วเอาลิงของพวกแกคืนไป ฉันเองก็จะไปด้วย จะได้ไม่ต้องวุ่นวาย” สกายชักจะเริ่มหงุดหงิด แต่ด้วยความที่ไม่อยากไปยุ่งกับคนมีอาวุธจึงวางโบนิต้าลงกับพื้น ในใจได้แต่หวังว่าถ้าปล่อยลิงไปคนเหล่านั้นก็คงยอมปล่อยตนไปง่ายๆ ทว่า เจ้าลิงจอมซนกลับไต่ขึ้นมาเกาะบนไหล่สกายแน่น อดีตเจ้าชายเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี แล้วเหตุการณ์ก็เป็นไปดังที่สังหรณ์ไว้จริงๆ

“ไม่ยอมคืนท่านโบนิต้าให้ดีๆสินะ!!! จับมันไว้!!”

“บ้าเอ๊ย!!! ใช่ซะที่ไหนเล่า มันไม่ยอมไปต่างหาก!!! ปล่อยเซ่!” สกายสบถเสียงดังขณะเดียวกันก็ดิ้นไปมา ลูกเรือหลายคนพยายามแยกโบนิต้าออกจากไหล่ของสกาย แต่เจ้าลิงกลับเกาะแน่นเสียจนเกิดแผล คนผมเขียวกัดฟันกรอด กระทืบเท้าใส่ชายคนหนึ่งอย่างแรงจนชายคนนั้นเผลอปล่อยแขนข้างหนึ่งของสกายให้เป็นอิสระ อดีตเจ้าชายแห่งดาเตนไม่รอช้า รีบใช้แขนข้างนั้นต่อยหน้าคนที่จับตนไว้ ก่อนจะรีบใช้มือและเท้าฝ่าลูกเรือทั้งหลายออกมาได้อย่างหวุดหวิดโดยที่มีโบนิต้าเกาะแน่นอยู่บนบ่า

สกายไม่มีอารมณ์ไปสนใจเจ้าจ๋อ สองขายาวรีบวิ่งหนีการตามล่าของกลุ่มลูกเรือ ถึงแม้จะหอบแฮ่กแต่ก็ยังวิ่งต่อไป ถ้าหากถูกจับได้ไม่มีวันรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตนบ้าง ขณะเดียวกันในหัวก็มีภาพตัวเองวิ่งหนีกระสุนปืนที่ดาเตนปรากฏขึ้นมา ดูท่าว่าชีวิตช่วงนี้จะซวยจริงๆ

“เพราะแกนั่นแหละไอ้เจ้าโบนิต้า!!” สกายที่จดจำชื่อของลิงตัวน้อยได้อย่างแม่นยำโวยวายใส่สิ่งมีชีวิตที่ยังคงทำตาแป๋วอยู่บนบ่าอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร อดีตเจ้าชายหันซ้ายหันขวาเมื่อถึงทางแยกก่อนจะตัดสินใจเลี้ยวไปทางซ้ายตามสัญชาตญาณ ทว่า เมื่อวิ่งไปได้อีกครู่หนึ่งสกายกับพบว่าทางเลือกของตนนั้นผิดถนัด เบื้องหน้าของเขาคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผิวเข้มที่กำลังยืนขวางทางหนี ชายคนนั้นผมสีเงินตัดสั้น นัยน์ตาคมสีเขียวมรกรต และแต่งกายไม่ต่างไปจากโจรสลัดในนิทาน อดีตเจ้าชายขมวดคิ้วมุ่น ท่าทางคนคนนี้จะรับมือยากน่าดู

“โบนิต้า” ชายผิวเข้มเอ่ยเสียงทุ้ม โบนิต้าอิดออดมองสกายสลับกับเจ้าของเสียงก่อนจะยอมไต่ลงจากจากไหล่สกายแต่โดยดี คนผมเขียวมองตามหลังเจ้าลิงตัวน้อยที่วิ่งปุเลงๆไปหาคนฝั่งตรงข้าม ในที่สุดก็เข้าใจได้ทันทีว่าชายคนนั้นแท้จริงแล้วคือเจ้าของลิงนี่เอง

สกายนึกอยากพูดอะไรบางอย่างแต่เสียงฝีเท้าที่ดังไล่หลังมาทำให้ชายหนุ่มต้องรีบหนี ครั้นจะวิ่งฝ่าไปสกายก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากอีกทางเช่นกัน คนผิวเข้มเห็นท่าทีของสกายก็ได้แต่ยิ้มอารมณ์ดี โบนิต้าที่อยู่บนไหล่เองก็อารมณ์ดีตามเจ้านายไปด้วย

“นายเองเหรอคนที่ลอบขึ้นเรือมาขโมยโบนิต้าน่ะ”

“มาช่วยเฟ้ย! ไม่ได้ขโมย! จะขโมยไปทำไมเล่า!!” สกายที่มองไม่เห็นทางหนีทีไล่ตัดสินใจที่จะเสี่ยงตายอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง ในใจนึกหวังให้เจ้านายไม่โง่เหมือนลูกน้อง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีชีวิตรอดไปหนีกระสุนที่ดาเตนอีกแน่

“ฉันเดินเล่นอยู่แล้วเห็นเจ้านั่นกำลังจะร่วงเพราะเชือกที่ผูกผ้าใบเรือมันขาดก็เลยวิ่งไปรับ แต่เจ้าพวกนั้นดันเข้าใจผิดคิดว่าฉันไปทำอะไรเจ้าลิงนั่นแถมยังไม่ยอมฟังกันเลย”

“หืม…” โจรสลัดหนุ่มใช้ความคิดประมวลผลคำพูดของสกายอยู่ชั่วครู่ก่อนจะหันไปถามโบนิต้าเบาๆ

“จริงเหรอโบนิต้า”

เจ้าลิงพยักหน้าหงึกหงัก คนผิวเข้มนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปใกล้อดีตเจ้าชายที่ถือโอกาสพักหายใจเงียบๆ สกายเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของอีกฝ่าย นัยน์ตาสีดำสบเข้ากับนัยน์ตาสีเขียวมรกตอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นชายผู้เป็นเจ้าของลิงก็เอ่ยคำขอโทษและคำขอบคุณออกมาอย่างตรงไปตรงมา

“ขอโทษนะที่เข้าใจผิด ขอโทษแทนลูกน้องฉันด้วย แล้วก็ขอบคุณนะที่ช่วยโบนิต้าไว้”

“อ่า…ไม่เป็นไรหรอก” สกายอึกอักขณะมองอีกฝ่ายค้อมหัวให้ตน แต่ชายผิวเข้มไม่สนใจคำพูดนั้น เขาหันไปสั่งลูกน้องที่เพิ่งวิ่งมาถึงทันที

“พวกนายเข้าใจคนคนนี้ผิดแล้ว เขาช่วยโบนิต้าไว้ ขอโทษเขาซะ!”

“ข ขอโทษครับ!!!!” พวกลูกเรือประสานเสียงขึ้นพร้อมๆกันพร้อมกับก้มหัวลงอย่างสำนึกผิด สกายกะพริบตาปริบๆ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรชายผู้เป็นหัวหน้าก็เอ่ยขึ้นมาว่า

“ที่ไหล่มีแผลด้วยนี่ ยังไงก็ไปพักทำแผลบนเรือก่อนมั้ยล่ะ ฉันตั้งใจจะพานายไปดื่มกลางทะเลเป็นการไถ่โทษน่ะ อ้อ ฉันดักลาส เป็นเจ้าชายแห่งอังคิวรา ยินดีที่ได้รู้จัก”

“อ โอ้! ฉันสกาย ยินดีที่ได้รู้จัก” อดีตเจ้าชายแนะนำตัวสั้นๆก่อนจะเดินเคียงข้างดักลาสเพื่อเดินทางไปยังเรือลำใหญ่ ระหว่างทางเจ้าชายแห่งอังคิวราดุโบนิต้าเบาๆ สกายมองใบหน้าจ๋อยๆของโบนิต้าแล้วกลั้นขำจนไหล่สั่น

“สมน้ำหน้า” สกายหันไปพูดกับเจ้าจ๋อที่ยื่นหน้ามาหาตนจากไหล่ของดักลาส โบนิต้าส่งเสียงเหมือนกำลังแก้ตัว แน่นอนว่าคนผมเขียวฟังภาษาลิงไม่ออกแต่ถึงอย่างนั้นก็อดระบายใส่โบนิต้าไม่ได้

“เพราะแกนั่นล่ะนะ อยู่ดาเตนก็หนีปืน มาพักร้อนที่อังคิวราก็ต้องหนีมีด”

“เจี๊ยก…” โบนิต้าครางเสียงอ่อย สกายพ่นลมหายใจดังหึ เอานิ้วชี้จิ้มๆหัวของลิงจิ๋วเบาๆ “ว่าไปนั่น ความจริงฉันดวงซวยเองต่างหาก”

ดักลาสฟังบทสนทนาของสกายกับโบนิต้าเงียบๆก่อนจะยักยิ้มมุมปาก ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่าชายหัวเขียวคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา มีอะไรบางอย่างที่พิเศษกว่าคนอื่น….

“ดาเตน…” ดักลาสพึมพำชื่ออาณาจักรนั้นเบาๆ สกายเงยหน้าขึ้นมอง

“รู้จักเหรอ?”

“คุ้นๆน่ะ คงจะเคยเห็นในแผนที่นั่นล่ะ” ดักลาสตอบ

“ไม่อย่างนั้นก็คงรู้จักเพราะข่าวนั่นล่ะมั้ง” ชั่วเสี้ยววินาทีที่สีหน้าของสกายหมองลงก่อนจะกลับเป็นปกติดังเดิม ดักลาสที่ตาไวเห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อครู่เลิกคิ้วสงสัย

“ข่าว?”

“อาณาจักรดาเตนถูกล้มล้างระบอบกษัตริย์แล้วเปลี่ยนไปปกครองด้วยประธานาธิบดีแทนน่ะ เป็นข่าวดังไปทั่วเลยล่ะ” สกายแสร้งทำเป็นเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนักก่อนจะหันไปสนใจเรือลำยักษ์ตรงหน้า รอยยิ้มเจื่อนๆผุดขึ้นมาบนใบหน้า หลังจากที่วิ่งหนีมานาน สุดท้ายก็ต้องกลับมาเจอมันอยู่ดี ช่างเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกจริงๆ

“จะว่าไปอังคิวรานี่นอกจากส่วนที่เป็นแผ่นดินแล้วก็มีเรือนี่ด้วยสินะ” สกายถามขณะมองผ้าใบเรือที่ได้รับการขึงใหม่เรียบร้อยแล้ว ดักลาสพยักหน้า

“ใช่แล้วล่ะ เอ้า ขึ้นมาสิ”

“จะว่าไปก็เพิ่งเคยนั่งเรือครั้งแรกนี่ล่ะ แปลกใหม่ดีเหมือนกันแฮะ” สกายเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี เจ้าชายแห่งอังคิวราที่กำลังเดินนำไปที่ดาดฟ้าเรือหันมามองอย่างนึกสนใจ

“จริงเหรอ?”

“ก็แล้วจะโกหกไปทำไมเล่า” สกายว่าพลางนั่งขัดสมาธิบนพื้นไม้ ลูกเรือคนหนึ่งยกกล่องปฐมพยาบาลมาให้ คนผมเขียวปล่อยให้ลูกเรือทำแผลให้ตนไป ส่วนดักลาสหันไปสั่งให้ลูกเรืออีกคนนำเรือออกจากท่า

ในขณะนั้นเองที่เหล้ายี่ห้อดีถูกนำมาจัดวาง สกายที่ทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้วสูดอากาศสดชื่นเข้าปอดก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบในปากตามปกติ

“เฮ่ ขอไฟแช็…”

“ไม่ต้องๆ ไม่ต้องหรอก” สกายรีบห้ามดักลาสที่กำลังสั่งลูกน้อง ชายผิวเข้มเลิกคิ้ว มองบุหรี่ที่ไม่จุดไฟแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ไม่จุดไฟเหรอ? ฉันไม่ถือเรื่องควันหรอกนะ”

“เอ่อ ไม่ล่ะ อย่างนี้ดีกว่า” สกายอึกอักเพราะคิดคำแก้ตัวไม่ออก การจะให้บอกใครที่ไหนก็ไม่รู้ว่าสูบบุหรี่ไม่เป็นแต่ทำเป็นคาบเท่ๆไปอย่างนั้นคงเป็นเรื่องที่น่าอับอายที่สุดในชีวิต

“งั้นเหรอ นายนี่พิลึกดีนะ” ดักลาสว่าพลางรินเหล้าลงในแก้ว เรือลำใหญ่ค่อยๆแล่นออกจากท่าอย่างเชื่องช้า ลมทะเลพัดผ่านปะทะผิวหน้าของสองหนุ่มอย่างแผ่วเบา ท้องทะเลสีครามกว้างสุดลูกหูลูกตาทอประกายแสงแดดระยิบระยับสวยงามราวกับอัญมณี น้ำทะเลใสเสียจนมองเห็นเหล่าปลาเล็กปลาน้อยแหวกว่ายไปมาผ่านปะการังหลากสีสัน

ท่ามกลางบรรยากาศดีๆเช่นนั้น

สกาย…กำลังเมาเรือ…

“อ้วกกก!!!!”

“อา นั่นสินะ นั่งเรือครั้งแรก นี่ขนาดเป็นเรือใหญ่นะเนี่ย ไม่สิ ดื่มเหล้าเข้าไปด้วยนี่นา…” ดักลาสพึมพำกับตัวเองขณะช่วยลูบหลังสกายที่กำลังก้มหน้าปล่อยเศษอาหารในกระเพาะให้กลายเป็นอาหารอันโอชะของฝูงปลา คนเมาเรือหอบแฮ่กๆ สีหน้าทรมานของสกายทำให้ดักลาสอดเป็นห่วงไม่ได้

“ไหวนะ?”

“ส สบายมาก…ดีขึ้นแล้ว”

“นายนี่ชอบทำเป็นเก่งจังเลยนะ เอาเถอะ นอนพักหน่อยดีกว่า” ดักลาสส่งกระดาษให้อีกอดีตเจ้าชายเช็ดปากก่อนจะค่อยๆประคองร่างของคนเมาเรือกลับไปนั่งที่เดิม สกายหงายหลังลงนอนแผ่บนพื้นเรือ ขวดเหล้าถูกเก็บไปแล้ว เพราะเหตุการณ์ฉุกละหุกอย่างการเมาเรือทำให้งานเลี้ยงต้องถูกยกเลิกไป เจ้าชายแห่งอังคิวราล้มตัวลงนอนข้างๆ นัยน์ตาสีเขียวมรกตตวัดมองใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายที่กำลังเหม่อมองท้องฟ้ากว้างใหญ่

“เป็นครั้งแรกเลยนะที่เมาเรือเนี่ย…” สกายบ่นงึมงำ ดักลาสนอนฟังอีกฝ่ายบ่นเงียบๆ

“เป็นครั้งแรกที่ได้มาเที่ยวทะเล แถมยังมีเรื่องให้ต้องถูกไล่ล่า แล้วก็ได้เจอเจ้าชายโจรสลัดกับลิงเพี้ยนๆ เป็นพักร้อนที่ประหลาดชะมัด”

“ทุกอย่างดูจะผิดแผนไปหมดเลยนะ เพราะว่านายดันเป็นคนดีนั่นแหละ ถึงต้องเดือดร้อนแทนคนอื่นแบบนี้” ดักลาสว่าพลางขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากกว่าเดิม ระยะห่างของทั้งคู่ลดลงเล็กน้อย

“ค คนดีอะไรกันเล่า นั่นมันเรื่องที่ควรทำไม่ใช่รึไง แล้วก็นะ เรื่องผิดแผนน่ะช่างมันเถอะ ไอ้การพักผ่อนอย่างสงบสุขน่ะอาจจะไม่เหมาะกับฉันก็ได้มั้ง มันต้องมีเรื่องให้ตื่นเต้นอย่างนี้ล่ะ”

“ขอโทษนะ ถ้าฉันนึกเอะใจเรื่องเมาเรือให้ออกตั้งแต่แรกก็คง…”

“ช่างมันเถอะน่า น่าอายจะตาย” สกายบอกปัดขณะที่สูดหายใจเข้าอย่างเชื่องช้า “ความจริงการไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าอายเหมือนกันรึเปล่านะ…”

“….”

“แย่ล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าที่ผ่านมาทำแต่เรื่องน่าอายมาตลอดเลยน่ะสิ น่าขายหน้าชะมัด…”

สกายหลับตาลงก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เจ้าชายโจรสลัดมองใบหน้ายามหลับไม่ได้สติของอีกฝ่ายแล้วจึงเผยรอยยิ้มอ่อนโยนช้าๆ

“เจอคนที่น่าสนใจเข้าซะแล้วสิ” ชายผิวเข้มยันตัวขึ้นจากพื้น โบนิต้าที่ปีนป่ายอยู่แถวนั้นวิ่งมาซุกบริเวณเอวของสกายแล้วหลับตานอนอย่างพึงพอใจ ดักลาสหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ มือหนาค่อยๆบรรจงลูบศีรษะคนเมาเรืออย่างเอ็นดู

สกาย นักท่องเที่ยวจากดาเตน ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ค่อยยอมรับแต่ก็เป็นคนดีที่ไม่มีพิษภัย เป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครเห็นด้านอ่อนแอ เวลาที่ทำตัวเปิ่นๆจะรู้สึกว่าทั้งขำทั้งน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ มีความเป็นธรรมชาติและลงตัวในแบบที่ไม่ต้องปรุงแต่งตัวตนใดๆเพิ่มเติม

‘อยากเข้าไปใกล้มากกว่านี้… อยากเรียนรู้ให้มากกว่านี้ ตัวตนของหมอนี่….’

ท่ามกลางเสียงคลื่นทะเลลูกเล็กกระทบกับท้องเรือและกลิ่นเกลือจากทะเลที่พัดพาความทุกข์ใจออกไป ถึงแม้ท้องฟ้ากับห้วงมหาสมุทรจะมีระยะห่างที่ไกลกันจนแทบไม่สามารถวัดได้ แต่ระยะห่างของท้องฟ้าและมหาสมุทรบนเรืออังคิวรากลับถูกย่นระยะลง…

และมีแนวโน้มว่า ถ้าหากท้องฟ้าไม่ถอยหนีไปเสียก่อน ระยะห่างของทั้งคู่ก็จะกลายเป็นศูนย์….ในช่วงเวลาถัดๆไป

…………

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s