Osomatsu-San FanFiction [ Dracula x Tougou ] ‘สายรุ้ง’

กลิ่นดินหลังฝนตกใหม่ๆช่วยให้สมองของดราคิวล่าร์ผ่อนคลายลง อดีตแวมไพร์เหม่อมองแดดอ่อนๆที่เริ่มสาดแสงทะลุออกมาจากปุยเมฆ ในเมื่อฝนหยุดตกแล้ว เขาเองก็ต้องหยุดกังวลด้วยเช่นกัน

จากอมนุษย์กลายเป็นมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงที่กะทันหันจนเกินไปนั้นยากที่จะยอมรับได้ แต่ถึงอย่างนั้น ลูกชายของเขากลับยอมรับมันได้อย่างง่ายดาย ปรับตัวจนสามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างมีความสุข

ได้ชื่อว่าเป็นเด็ก ไม่ว่าจะเผ่าพันธุ์ไหนก็ตาม เด็กๆเหล่านั้นช่างบริสุทธิ์และไร้เดียงสาเหลือเกิน

ดราคิวล่าร์ตัดสินใจออกจากสถานที่หลบฝน สองขาก้าวเดินไปตามทางเท้า สัมผัสอบอุ่นของแสงแดดมอบความรู้สึกแปลกใหม่ให้แก่เขา แท้จริงแล้ว การเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตที่ได้มีโอกาสเดินเล่นท่ามกลางความสว่างไสวและอบอุ่นอาจเป็นข้อดีที่สุดของการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ก็ได้

อดีตแวมไพร์ในรูปลักษณ์ของชายวัยกลางคนเงยหน้ามองฟ้าหลังฝน ก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อย เส้นโค้งหลากสีที่พาดผ่านท้องฟ้าสะท้อนอยู่ในนัยน์ตา ขณะที่กำลังเอ่ยถามตัวเองในใจ เสียงคุ้นเคยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างๆกาย

“สายรุ้ง”

ดราคิวล่าร์หันไปมองผู้มาเยือนในชุดสูทลายตาราง เขาเป็นชายวัยสามสิบที่เตี้ยกว่าตนเล็กน้อย มีเรือนผมสีดำ นัยน์ตาเรียว บุหรี่หนึ่งมวนแทรกอยู่ภายใต้กลีบริมฝีปาก ควันบุหรี่สีเทาลอยขึ้นไปในอากาศอย่างเชื่องช้า

“สายรุ้ง?” ดราคิวล่าร์เอ่ยทวนคำพูดของเพื่อนสนิทที่ร่วมมือกันสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในทุกๆค่ำคืนที่ผ่านมา แวมไพร์หนุ่มจ้องมองสีสันบนท้องฟ้าอีกครั้งก่อนจะเอ่ยถามต่อไปว่า

“สายรุ้งเกิดจาก…?”

“นางฟ้าสู้กันจนเลือดอาบ เทวดาอยู่ว่างๆไม่มีอะไรทำเลยเอาเลือดนางฟ้าพวกนั้นมาระบายสีท้องฟ้าเล่น เกิดเป็นสายรุ้ง”

“….”

“อะไร มองอย่างนั้นไม่เชื่อหรือไง ฉันโกหกใครเป็นซะที่ไหน”

“คำพูดของคนอย่างจอมต้มตุ๋นโทโกว จะให้เชื่อถือง่ายๆได้อย่างไรกัน” อดีตแวมไพร์หัวเราะขบขัน ในขณะที่โทโกวเองก็ระบายยิ้มบางๆบนใบหน้าอย่างที่ไม่ค่อยจะได้ทำบ่อยนัก

“นึกว่าจะทำตาวาวอยากลองชิมเลือดชาวสวรรค์ดูซะอีก ผิดคาดเลยนะ”

“เลือดใครจะไปอร่อยกว่าเลือดของมนุษย์ที่ยืนอยู่ข้างๆข้าได้เล่า”

โทโกวจงใจเดินถอยหลังไปสามสี่ก้าวก่อนจะยักคิ้วกวน

“นั่นสินะ เลือดของมนุษย์ล่องหนที่คนธรรมดามองไม่เห็นน่ะต้องพิเศษกว่าอยู่แล้ว ว่าแต่ มนุษย์ล่องหนที่ยืนอยู่ข้างๆแกไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยเหรอ”

ดราคิวล่าร์ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีขณะจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่าย

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกลิ่นดินหลังฝนตกหรือเปล่า หรือเป็นเพราะการได้คุยเล่นเรื่อยเปื่อยกับมนุษย์ที่เขาเชื่อใจมากที่สุด หัวใจของเขาจึงได้พองโตอย่างมีความสุข

“เออ เดี๋ยวช่วงนี้ฉันจะไปทำงานยาวหน่อย คงไม่ได้กลับมาที่นี่ซักพัก อย่าเพิ่งรีบไปตายล่ะ ร่างมนุษย์ไม่ได้อึดถึกอะไรมากมายหรอกนะ” โทโกวทิ้งบุหรี่ลงบนพื้นก่อนจะเหยียบขยี้เพื่อดับไฟ อดีตแวมไพร์ยักยิ้มมุมปาก

“เป็นห่วงข้าหรือ”

“ใครเป็นห่วงกัน ฉัน…” โทโกวเร่งนึกคำแก้ตัวเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเสียหน้า สุดท้ายเมื่อนึกไม่ออกจึงได้แต่ชี้นิ้วสั่งอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิดก่อนจะรีบเดินหนีไป เสียงตะโกนของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณแห่งนั้น

“ไว้เสร็จงานก่อนฉันจะกลับมาคิดบัญชีกับแก!!”

“อา…เร็วๆหน่อยก็ดีนะ” ดราคิวล่าร์ส่งจูบให้อีกฝ่ายตามหลัง มองส่งแผ่นหลังของโทโกวจนลับตาไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแล้วบ่นออกมาเบาๆอย่างนึกเสียดาย

“อ้าว สายรุ้งหายไปแล้ว…”

เปราะบางเสียจริง เปราะบางยิ่งกว่ามนุษย์…

อดีตแวมไพร์คิดเช่นนั้นอยู่ในใจ ทว่า ความคิดนั้นอาจไม่ใช่ความคิดที่ถูกนัก ข่าวคราวการเสียชีวิตของใครคนหนึ่งพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า บางทีแล้ว ชีวิตมนุษย์ก็สั้นยิ่งกว่าช่วงเวลาปรากฏโฉมของรุ้งกินน้ำเสียอีก

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา สำหรับอดีตแวมไพร์ สายรุ้งที่เคยมองว่าสดใสกลับกลายเป็นเพียงสีสันที่มืดหม่นอึมครึมไร้ซึ่งความหวัง

เมื่อสายรุ้งจางหายไปจากฟากฟ้า ผู้ชายที่ชื่อโทโกวก็ไม่กลับมาอีกเลย

ตลอดกาล

…….

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s