Osomatsu-San FanFiction [ Atsushi x Tougou ] ‘ไล่ตาม’

 

“คุณทำให้ผมนึกถึงรีชเชอร์”
“ใครวะนั่น” โทโกวซังเลิกคิ้วสงสัย ผมหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

“แจ๊ค รีชเชอร์น่ะครับ ตัวละครในนิยายของลี ไชลด์” ผมอธิบาย ก่อนจะหยิบนวนิยายเล่มหนาออกมาวางบนโต๊ะ ชายวัยกลางคนถือวิสาสะหยิบขึ้นไปดู แต่เมื่อได้ลองพลิกหน้ากระดาษไปมา เขาก็เบ้ปากแล้วรีบวางมันลงทันที

“ภาษาอังกฤษ…”

“ครับ ภาษาอังกฤษ” ผมยักยิ้มบางๆ ยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ โทโกวซังหรี่ตาลง ดันหนังสือกลับคืนมาทางผม

“มีอะไรคล้ายกันรึไง ฉันกับพระเอกนั่น” เขาถาม

“ตรงที่คุณปฏิเสธตำแหน่งที่ผมยกให้ แล้วเลือกที่จะตะลอนๆต้มตุ๋นคนต่อ” ผมตอบ “พวกคนรักอิสระเนี่ย เข้าใจยากจังเลยนะครับ”

โทโกวซังใช้ช้อนเล็กๆคนกาแฟในถ้วยไปมา

“ฉันมีสิทธิเลือกงาน งานไหนน่าเบื่อก็จะไม่ทำ ต่อให้ได้เงินเยอะก็เถอะ”

“ไม่สนใจยักยอกเงินบริษัทผมจริงๆหรือครับ?” ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ แต่โทโกวซังทำเพียงแค่ยิ้มหยัน ไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

“ก็บอกไปแล้วว่ามันไม่สนุก ยิ่งถูกเธอรู้แผนก็ยิ่งน่าเบื่อ”

“แต่ได้เงินเยอะนะครับ” ผมหว่านล้อม

“ดูเหมือนเธอจะอยากทำให้บริษัทของตระกูลเธอขาดทุนนะ” ชายวัยกลางคนเลิกคิ้วสงสัย ผมยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี

“หายไปบ้างก็ดีครับ ชาตินี้จะได้ใช้หมด”

“เพ้อเจ้อจริงๆ” โทโกวซังหลุดขำออกมาเบาๆ ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะค่อยๆวางลงบนโต๊ะตามเดิม

“การทำงานคนเดียวโดยที่ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไงต่อไปน่ะสนุกดีนะ เธอไม่คิดอย่างนั้นเหรอ?”

“คุณเดินทางหลอกต้มคนไปเรื่อยๆ ขโมยของไปเรื่อยๆ ส่วนเขาก็ออกเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ คุณเจอกับผม ส่วนเขาเจอแต่คดีซับซ้อน” ผมว่าพลางจิ้มนิ้วลงบนปกหนังสือ

“ล่องลอยไปข้างหน้า ไม่เหลียวกลับมามองข้างหลัง ไม่มีภาระ ไม่มีการผูกมัด” ผมว่าพลางจ้องมองนัยน์ตาเรียวของอีกฝ่าย

“ลึกลับน่าค้นหาดีนะครับ”

“ฉันพลาดตรงที่เจอกับเธอเนี่ยล่ะ” โทโกวซังกระชับเสื้อนอกลายตารางก่อนจะลุกขึ้นยืน กาแฟดำในแก้วกระเบื้องอย่างดีที่เคยปรากฏอยู่นั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงแต่ภาชนะที่ว่างเปล่าเท่านั้น

“ขอบคุณสำหรับกาแฟ”

“หวังว่าจะได้บังเอิญเจอคุณอีกนะครับ”

เขาถอนหายใจออกมาอย่างเอือมระอาก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ว่า

“คนอย่างเธอคงไม่หวังพึ่งแต่ความบังเอิญหรอกมั้ง”

ผมยิ้ม เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเมื่อประตูร้านกาแฟถูกผลักให้เปิด เสียงขอบคุณของพนักงานร้านกาแฟดังขึ้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเลือนหายไป ผมยกกาแฟขึ้นดื่มเป็นอึกสุดท้ายก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาแล้วกดโทรออกหาคนคนหนึ่ง

“ออกไปแล้ว ฝากด้วยนะ”

“รับทราบครับ” เสียงปลายสายตอบรับคำสั่งของผมสั้นๆ ผมกดวางสายเงียบๆ ยกมือเรียกบริกรเพื่อสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม ระหว่างนั้นก็หยิบหนังสือนิยายขึ้นมาอ่านรอไปพลางๆ

“อยู่ในคุกมาเป็นสิบๆปี พอออกมาได้เลยยังสนุกกับโลกภายนอกอยู่ล่ะมั้ง” ผมพึมพำออกมาเบาๆ มือก็พลิกหน้ากระดาษไปด้วย โดยคำพูดนี้ไม่เกี่ยวกับตัวละครในนิยายแต่พาดพิงถึงคนที่เพิ่งเดินออกจากร้านไป

หรือไม่ก็….อาจจะเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ไม่ยึดติดอยู่กับอดีต มีแต่จะเดินไปข้างหน้า ราวกับว่าการอยู่เฉยๆเป็นเรื่องทรมานสำหรับเขา

ยกเรื่องเงินมาบังหน้า แต่แท้จริงแล้ว ความตื่นเต้นในสิ่งที่คาดเดาไม่ได้อาจเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่

เสียงเรียกเข้าของสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดเรียกความสนใจของผมได้เป็นอย่างดี ผมกดรับสาย เสียงจากปลายสายดังขึ้นข้างๆหู

“เขาขึ้นรถไฟไปเมืองBครับ”

“เข้าใจแล้ว” ผมกดวางสาย ยกมือเรียกบริกรเพื่อจัดการกับค่าใช้จ่ายทั้งหมด

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นครั้งพร้อมๆกับประตูไม้ที่ถูกผลักเปิด

การไล่ตามโทโกวซัง…จะพึ่งแต่ความบังเอิญไม่ได้จริงๆ

…..

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s