Osomatsu-San AU FanFiction [ Atsushi x Tougou ] ‘Doctor’

AU อัตสึโทโกว

‘Doctor’

……

ในเมืองแห่งนี้ไม่มีที่ไหนไม่อันตราย

เมืองแห่งอาชญากรรมที่มากไปด้วยคนถ่อย นักเลง หัวขโมย โจร ฆาตกร รวมไปถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลในวงการมืดอย่างมาเฟีย เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยการทำลายล้างอย่างแท้จริง

ทว่า ณ ที่แห่งนั้นเองก็มีสถานที่รักษาคนเจ็บเช่นเดียวกัน

ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดบิดขี้เกียจไปมาขณะนั่งอยู่หน้าเคานท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ภายในคลินิกเล็กๆที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองอบอวลไปด้วยกลิ่นยาฆ่าเชื้อเช่นเคย หนังสือพิมพ์และนิตยสารที่ใช้อ่านยามว่างวางระเกะระอยู่ข้างตัว

วันนี้เองก็เป็นอีกวันที่เมืองแห่งนี้สงบสุขผิดปกติตั้งแต่วันที่ได้ข่าวคราวการมาเยือนของแก๊งมาเฟียแก๊งใหม่ ถึงแม้ว่าในเมืองจะมีคลินิกนอกกฎหมายที่รับรักษาพวกคนนอกกฎหมายอยู่ค่อนข้างทั่วถึงแต่ทว่าหมอที่เชี่ยวชาญการรักษาทุกด้านอย่างเขามีอยู่น้อยมาก โดยปกติแล้วเขาคนนี้จึงนับว่าเป็นคุณหมอที่เนื้อหอมมากทีเดียว ไม่ใช่คนที่นั่งว่างๆรอลูกค้าอยู่หน้าเคานท์เตอร์เช่นนี้

“น่าเบื่อเกินไปแล้ว วันนี้ไม่ฆ่ากันหน่อยรึไง” พนักงานคนเดียวในคลินิก หรือก็คือคนคนเดียวกับเจ้าของคลินิกแห่งนี้บ่นอย่างหงุดหงิดใจ เครื่องปรับอากาศคร่ำครึที่กำลังทำงานไปตามหน้าที่ส่งเสียงตอบรับดังผิดปกติ ชายวัยกลางคนเงยหน้ามองมันอย่างชั่งใจ ถึงแม้ว่าจะอยากเก็บเงินไว้แต่ความเงียบก็เป็นเรื่องสำคัญ ในเมื่องบเรื่องพนักงานยังเหลือเฟือเพราะไม่ได้เอาไปจ้างใคร เอาไปเปลี่ยนเป็นเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่สักเครื่องก็พอจะยอมรับได้อยู่

“ไม่สิ ถ้าซ่อมก็คงพอไปไหวมั้ง…” ในขณะที่ชายชุดกาวน์ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินวนไปมาอย่างลังเลใจ เสียงเครื่องยนต์ที่ดังขึ้นหน้าคลินิกเรียกความสนใจจากเขาได้เป็นอย่างดี ปกติแล้วไม่มีความจำเป็นที่เจ้าของคลินิกชื่อดังอย่างเขาจะต้องเดินออกไปต้อนรับคนไข้หรือลูกค้าด้วยตัวเอง มันเป็นหน้าที่ของอีกฝ่ายต่างหากที่ต้องเดินเข้ามาข้างในเอง แต่คราวนี้เพราะว่างจัดและยังตัดสินใจไม่ถูกเรื่องเครื่องปรับอากาศ สองขายาวจึงก้าวเดินผ่านประตูอัตโนมัติไปหารถยุโรปคันหรูโดยหวังอยู่ในใจว่าสมองจะโล่งและเลือกทางออกที่ดีที่สุดได้หลังจากที่ทำงานใหม่เสร็จ

ประตูรถด้านคนขับเปิดออกก่อนที่คนขับรถจะก้าวขาลงมาจากรถแล้วเอ่ยถามเสียงดัง

“แกคือโทโกวใช่มั้ย?”

“อ่านป้ายนั่นไม่ออกรึไง” เจ้าของคลินิก หรือก็คือโทโกวยักคิ้วกวนขณะเดียวกันก็ชี้นิ้วขึ้นไปยังแผ่นป้ายเรียบๆซึ่งประดับอยู่ที่ตัวอาคาร ตัวอักษรสีดำวางเรียงกันอยู่บนนั้นอ่านได้ใจความว่า ‘โทโกวคลินิก’

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ผิดคน” คนขับรถในสูทราคาถูกแสยะยิ้มก่อนจะยกปืนขึ้นจ่อหัวชายเสื้อกาวน์เป็นเชิงขู่

“เปิดประตูแล้วเข้าไปในรถซะ เร็ว!!”

โทโกวเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไร คนเป็นหมอทำตามคำสั่งของอีกฝ่ายโดยที่มีปืนจ่ออยู่ไม่ห่างตัว เมื่อเปิดประตูเข้าไปนั่งบนรถ สิ่งแรกที่โทโกวเห็นคือภาพของชายหนุ่มผมดำคนหนึ่งพร้อมกับกระบอกปืนในมือที่หันมาทางเขา รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลานั้นงดงามและสุภาพที่สุดในบรรดาคนที่โทโกวเคยพบมา

“ไม่ต้องกลัวนะครับโทโกวซัง ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก”

“ฉันควรจะเชื่อคำพูดของเธอ หรือว่าบาเร็ตต้าของเธอดีล่ะพ่อหนุ่ม” ชายวัยกลางคนตอบกลับไปอย่างไม่สะทกสะท้าน ประสบการณ์การคลุกคลีกับพวกมาเฟียสอนให้เขาไม่เคยกลัวใคร และไม่ควรกลัวใคร เพราะสุดท้ายแล้วความสามารถที่โดดเด่นจะช่วยให้เขาถือไพ่เหนือกว่าทุกๆคนที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีแต่การทำลายล้างแห่งนี้

ยิ่งมีคนเจ็บ ยิ่งมีการยกพวกตีกันเป็นประจำ บุคลากรทางการแพทย์ในเมืองนี้ก็ยิ่งเปรียบเสมือนพระเจ้า การรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญที่ตำรวจและกฎหมายไม่สามารถยื่นมือมายุ่งด้วยได้นั้นเป็นราวกับสมบัติทรงคุณค่าที่ต้องรักษาไว้เพื่อผลประโยชน์ในระยะยาว และนั่นหมายถึงลู่ทางการหาเงินที่ได้มากกว่าการอยู่ในกฎหมายหลายสิบเท่า โทโกวที่เล็งเห็นถึงรายได้มหาศาลจึงละทิ้งเส้นทางสุจริต เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆที่มีไม่มากนักในเมืองแห่งนี้

“อืม เป็นคนที่น่าสนใจจริงๆด้วย ชักจะอยากได้ซะแล้วสิ” ชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆเก็บบาเร็ตต้าลงแล้วยักยิ้มพึงพอใจขณะที่ใช้สายตาไล่มองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าหายาก โทโกวหัวเราะออกมาเสียงดัง สุดท้ายจุดประสงค์ของอีกฝ่ายก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่เขาเดาไว้ไม่ผิด

“ดูท่าว่าเธอคงจะเป็นแก๊งที่เพิ่งมาใหม่สินะ เอาล่ะเด็กใหม่ ฟังให้ดีนะ หมอๆในเมืองนี้น่ะ ถ้าไม่มีใครอยากฆ่าตัวตายก็ไม่มีวันยอมเข้ากับแก๊งไหนหรอก” ชายวัยกลางคนเอ่ยออกไปตามความจริง ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยถูกว่าจ้างให้ไปเข้ากับแก๊งไหนเสียหน่อย คนฝีมือดีใครๆก็ต้องการเก็บไว้ใกล้ๆตัวทั้งนั้น ทว่า การเข้ากับแก๊งใดแก๊งหนึ่งนั้นก็หมายความว่าต้องกลายเป็นลูกน้องของแก๊งนั้นไปโดยปริยาย กลายเป็นศัตรูของทุกแก๊งอย่างเต็มตัว ไม่ใช่ ‘หมอ’ ที่เป็นคนกลางและไม่ถือหางฝ่ายใดอีกต่อไป ถ้าหากเป็นแบบนั้น ไม่แน่ว่าสักวันอาจจะถูกลอบฆ่าก็เป็นได้

แน่นอนว่าเมื่อถูกรบเร้า ข่มขู่ หรือขอร้องอย่างสุภาพเข้าหลายครั้ง โทโกวย่อมมีวิธีจัดการกับเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่จะงัดวิธีที่ว่าขึ้นมาใช้หรือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์อีกที

“ผมต้องการโทโกวซังครับ แน่นอนว่าถ้าผมอยากได้อะไร ผมก็ต้องได้ตามที่ผมต้องการ นี่ล่ะคติประจำตัวของผม”

“เป็นคติที่ดีนะ” ชายวัยกลางคนเอ่ยชมก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังใช้ความคิด มาเฟียหนุ่มยิ้มบางๆ เสียงเข็มนาฬิกาบนข้อมือของทั้งคู่ยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง ในที่สุดคนยื่นข้อเสนอก็เอ่ยถามออกมาว่า

“คำตอบล่ะครับ”

“ค่าตอบแทนล่ะ” โทโกวถามหยั่งเชิง

“คุณเคยได้มากที่สุดเท่าไหร่ในการรักษาครั้งนึง ผมจะให้เงินเดือนประจำมากกว่านั้น5เท่า” มาเฟียหนุ่มตอบพร้อมรอยยิ้ม

“รวยมาจากไหนกัน 5เท่างั้นเหรอ มากสุดของฉันตั้ง50ล้านเยนเชียวนะ” คนเป็นหมอกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ สะกดอาการตาลุกวาวเอาไว้ในใจ

“น่าสนใจใช่มั้ยล่ะครับ ตัดสินใจได้ไม่ยากเลยนี่นา”

“น่าสนใจ…. แต่เสียใจด้วย ป่านนี้สัญญาณฉุกเฉินคงส่งไปถึงบอสใหญ่ของแต่ละแก๊งแล้วล่ะ” โทโกวว่าพลางหยิบโทรศัพท์ปุ่มกดตกยุคขึ้นมาโชว์

ดังที่เคยกล่าวไปแล้ว โทโกวมีวิธีจัดการกับเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่จะงัดวิธีที่ว่าขึ้นมาใช้หรือเปล่านั้นก็ขึ้นอยู่กับการประเมินเหตุการณ์และข้อเสนอต่างๆอย่างถี่ถ้วน และผลสรุปก็มักจะเป็นเหมือนกันทุกครั้ง

เพราะไม่เชื่อใจใคร ถึงแม้อีกฝ่ายจะพยายามปกป้องตนในฐานะทรัพยากรอันทรงคุณค่าขององค์กรแต่โทโกวไม่เชื่อว่าจะมีใครปกป้องเขาได้จริงๆ ดังนั้นจึงไม่คิดจะเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงด้วย ชายผู้นี้ชื่นชอบเงินก็จริง แต่ชีวิตที่ได้ใช้เงินและมีเงินให้ใช้อย่างปลอดภัยนั้นมีค่าจนไม่สามารถแลกด้วยอะไรได้

มาเฟียหนุ่มเหลือบมองโทรศัพท์ตกยุคในขณะที่ชายวัยกลางคนแสยะยิ้ม แท้จริงแล้ววิธีการของโทโกวนั้นง่ายมาก เพียงแค่อาศัยทีเผลอ อย่างเช่นเมื่อครู่ที่จงใจหัวเราะเสียงดังเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของคู่สนทนาโดยที่มือข้างหนึ่งแอบกดสัญญาณขอความช่วยเหลือ

หมอส่วนใหญ่มักจ้างบอดี้การ์ดมาคุ้มกัน แต่เพราะเปลืองเงินและเป็นวิธีที่ค่อนข้างเสี่ยง โทโกวจึงใช้วิธีต่อรองกับหัวหน้าแก๊งใหญ่ๆหลายๆแก๊ง ใช้อำนาจของแต่ละแก๊งคานอำนาจกัน หากแก๊งAจะดึงตัวไปก็แค่แอบกดสัญญาณฉุกเฉิน ไม่นานนักแก๊งB C D ก็จะบุกมา หากถ่วงเวลาได้นานพอก็จะรอดชีวิต

ไม่มีใครต้องการให้ศัตรูได้ของดีๆไปอย่างแน่นอน โทโกวอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยสงครามและความเกลียดชังนานพอสมควร ไม่แปลกนักที่จะเข้าใจความรู้สึกเช่นนี้ดี สรุปก็คือแค่เบี่ยงเบนความสนใจ กดปุ่มโทรออกย้ำๆสิบครั้ง แล้วก็ถ่วงเวลารอความช่วยเหลือ วิธีง่ายๆไม่ซับซ้อนเช่นนี้ช่วยชีวิตโทโกวมาได้หลายครั้งแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้นคราวนี้กลับเงียบสนิท นับจากที่เริ่มกดสัญญาณหลังจากที่หัวเราะก็ปาไปสิบนาทีกว่าๆแล้ว โดยปกติแก๊งที่ตั้งอยู่ใกล้ที่สุดน่าจะมาถึงตั้งแต่เมื่อหลายนาทีก่อน เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่โทโกวหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะรีบเก็บอาการแทบจะในทันที ในใจนึกถึงเครื่องปรับอากาศที่ส่งเสียงครวญครางอยู่ในคลินิก เจ้าเครื่องปรับอากาศเสียน่ะเขาไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะนานๆทีจะได้เช็คสภาพ แต่โทรศัพท์ของเขาเพิ่งตรวจสอบไปเมื่อไม่กี่วันที่แล้วเอง จะทำงานผิดพลาดได้อย่างไรกัน

อุณหภูมิในรถยุโรปนั้นเย็นเฉียบแต่ร่างกายของโทโกวเริ่มมีเหงื่อซึมประปราย ชายวัยกลางคนมองหน้าจอเล็กๆที่ยังคงแสดงผลให้เห็นว่าเครื่องมือยังทำงานตามปกติ เพียงเสี้ยววินาทีสมองก็สามารถคาดเดาเหตุการณ์ทั้งหมดได้ในที่สุด

ที่มีปัญหาไม่ใช่อุปกรณ์ แต่เป็นผู้รับที่อยู่ปลายทาง….

“นี่แก…เก็บเจ้าพวกนั้นไปหมดแล้วงั้นเหรอ?!”

มาเฟียหนุ่มยักยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของอีกฝ่าย โทโกวพลันนึกถึงวันว่างๆในช่วงสองสามวันนี้ของตนแล้วก็เข้าใจในทันที

“นี่แก….เก็บไปทั้งเมืองแล้วใช่มั้ย….”

ไม่ใช่เพราะว่าจู่ๆชาวเมืองป่าเถื่อนก็ใฝ่สันติกันขึ้นมากะทันหัน แต่เป็นเพราะถูกฆ่าก่อนที่จะได้ลากสังขารมาหาหมอต่างหาก…

“อา เพราะอย่างนั้นถึงไม่มีใครมาช่วยโทโกวซังได้แล้วยังไงล่ะครับ” มาเฟียหนุ่มเอ่ยยิ้มๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้โทโกวที่ผงะถอยหลังไปเล็กน้อย

“ว่ายังไงล่ะ ต่อให้เข้าแก๊งผมก็ไม่มีศัตรูที่ไหนมาตามรังควานหรอกนะ เพราะจัดการไปหมดแล้วนี่นา แถมเงินก็ดีด้วย ไม่สนใจจริงๆเหรอครับ?”

“อึก…” โทโกวกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ เจ้าหนุ่มมาเฟียคนนี้ร้ายกาจเกินไปแล้ว อยู่กับหมอนี่อันตรายเกินไป… แต่ถ้าไม่รีบตัดสินใจตอนนี้จะอันตรายกว่า หากปฏิเสธคงไม่พ้นโดนบาเร็ตต้าฝังกระสุนใส่แน่ๆ ที่สำคัญ ข้อเสนอที่มาพร้อมกับความปลอดภัยและค่าตอบแทนเป็นร้อยล้านนั่นก็ไม่เลวเลยไม่ใช่หรือไง

สถานการณ์เปลี่ยน ความคิดคนย่อมเปลี่ยนตาม ชายวัยกลางคนถอนหายใจก่อนจะเอ่ยตอบอย่างยอมจำนน

“ตกลง”

“ต้องอย่างนั้นสิ ผมรู้อยู่แล้วล่ะว่าโทโกวซังน่ะเป็นคนฉลาด” หนุ่มมาเฟียวางมือแปะลงบนบ่าของคู่สนทนา รอยยิ้มสุภาพที่แฝงไปด้วยความอันตรายยังคงไม่จางหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา

“จากนี้ไปก็ฝากตัวด้วย… อ้อ ยังไม่ได้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการเลยสินะ อัตสึชิครับ”

โทโกวเออออตามอีกฝ่ายไปอย่างจำยอม ถึงแม้จะไม่ชอบการก้มหัวใครเท่าไหร่ แต่ผลตอบแทนที่ดีก็ช่วยคลายความอึดอัดใจลงได้บ้าง คนเป็นหมอจำชื่อของมาเฟียหนุ่มคนนี้ไว้ในใจก่อนจะหันไปมองคลินิกที่ตนเป็นเจ้าของ เอ่ยคำถามออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ

“เสร็จธุระแล้ว ฉันลงจากรถได้หรือยัง”

“ไม่ได้ครับ เพราะคุณไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่แล้ว โทโกวซังต้องกลับไปกับผม ส่วนเสื้อผ้ากับเครื่องมือผมจะให้ลูกน้องมาขนไปทีหลัง”

“เพื่อ?” ชายวัยกลางคนยักคิ้วกวน แต่หลังจากที่แผลงฤทธิ์ได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องยอมแพ้เมื่อปืนบาเร็ตต้าที่ถูกเก็บไปในคราวแรกถูกนำกลับมาใช้ข่มขู่เขาอีกครั้ง

“คำสั่งครับ” อัตสึชิตอบนิ่มๆ โทโกวส่งเสียง ‘เฮอะ!’ ก่อนจะเอามือกอดอกอย่างหงุดหงิด ชายวัยกลางคนกัดฟันกรอด เพราะอย่างนี้การมีเจ้านายถึงได้เป็นเรื่องน่ารำคาญสำหรับคนรักอิสระอย่างเขาเสมอ

อัตสึชิเคาะกระจกรถเบาๆ คนขับรถที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างนอกกลับขึ้นมาบนรถอีกครั้ง รถยุโรปคันหรูเตรียมแล่นออกจากที่อย่างนิ่มนวล แต่ก็ถูกขัดด้วยเสียงของโทโกวเสียก่อน

“ไปปิดแอร์ในคลินิกให้ฉันด้วย” ไม่ใช่คำคำขอร้อง แต่เป็นคำสั่ง คนขับรถกำลังจะตวาดใส่ว่าเขาไม่รับคำสั่งใครนอกจากผู้เป็นนาย แต่อัตสึชิยกมือห้ามไว้ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี

“เข้าไปปิดแอร์ในนั้นให้หน่อยครับ”

เมื่อเป็นคำสั่งที่ได้มาจากบอสใหญ่ คนขับรถยอมก้มหน้ารับคำสั่งแล้วเดินลงจากรถแต่โดยดี โทโกวเหลือบมองป้ายชื่อคลินิกแล้วพึมพำออกมาเบาๆ

“ก่อนที่เธอจะมาแอร์มันส่งเสียงแปลกๆด้วยล่ะ ตอนนั้นฉันกำลังคิดอยู่เลยว่าจะเอายังไงกับมันดี จะซื้อใหม่หรือจะซ่อม แต่ตอนนี้คงไม่ต้องเลือกแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นก็ควรจะขอบคุณผมนะที่ทำให้โทโกวซังไม่ต้องตัดสินใจอะไรยากๆ” อัตสึชิว่าพลางเก็บปืนลงข้างตัว ในขณะที่โทโกวเอนหลังพิงเบาะนิ่มอย่างเหนื่อยอ่อนเนื่องจากไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นไปตามแผนเช่นนี้มานานแล้วจึงรู้สึกล้าเป็นพิเศษ

“นั่นเป็นข้อดีข้อแรกที่ฉันคิดออกหลังจากที่ตอบตกลง” ชายสวมกาวน์เอ่ยขำๆ อัตสึชิยิ้มบางๆอย่างอารมณ์ดี

“ส่วนข้อดีของการที่จะได้โทโกวซังมาอยู่ด้วยกันน่ะ ผมคิดได้เยอะเลยล่ะครับ”

“หา?”

มาเฟียหนุ่มไม่อธิบายคำพูดของตนเพิ่มเติม หลังจากที่คนขับรถเริ่มบังคับให้รถแล่นออกจากบริเวณหน้าคลินิกอย่างนุ่มนวลอัตสึชิก็เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปตลอดทาง ภาพของชายวัยสามสิบปีปรากฏขึ้นมาในหัว เมื่อสิบปีที่แล้ว คนคนนั้นจ้องมองตนในวัยสิบขวบอย่างลังเล ทำหน้าเคร่งเครียดราวกับว่ากำลังตัดสินใจเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก่อนจะมองกล่องปฐมพยาบาลในมือสลับกับมองแผลถลอกที่บริเวณหัวเข่าของเด็กชายที่มีชื่อว่าอัตสึชิ

‘ให้ตายสิ… ช่วยไม่ได้ บังเอิญเพิ่งซื้อไอ้นี่มาใหม่ด้วยสินะ ถือว่าลองคุณภาพของก็แล้วกัน’ ชายคนนั้นบ่นงึมงำก่อนจะคว้ามือของตนในวัยเด็กที่หลงทางกับผู้ปกครอง กึ่งลากกึ่งจูงพาเดินไปยังม้านั่งในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง พอบังคับให้นั่งเรียบร้อยแล้วก็ลงมือทำแผลให้อย่างเบามือ อัตสึชิในวัยเด็กจ้องมองสีหน้าของอีกฝ่าย ในใจนึกสนใจผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก

‘เอ้า เรียบร้อยแล้ว ปกติแล้วฉันน่ะเกลียดเด็กจะตาย แต่เห็นว่าเธอดูท่าทางจะรวยหรอกนะเลยยอมช่วยน่ะ ขอเก็บค่ารักษาสองร้อยห้าสิบล้านเยนก็แล้วกัน ไปบอกพ่อแม่เธอด้วย’ เขาเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ตัวอัตสึชิวัยเด็กมองตามแผ่นหลังนั้นไป ดวงตากลมโตเปล่งประกายระยิบระยับราวกับพบเจอของเล่นถูกใจชิ้นใหม่

ผู้ใหญ่คนนี้….ช่างแตกต่างจากผู้ใหญ่ที่ตนเคยพบเจอมาก่อน….

โทโกวไม่ได้ตั้งใจจะเก็บเงินจริง ก็แค่พูดเล่นๆไปตามเรื่องตามราวเพื่อรักษามาดเท่านั้น อัตสึชิในช่วงเวลาปัจจุบันยิ้มบางๆ

แผลถลอกในอดีตนั้นพ่อแม่เขาไม่สนใจและไม่เคยสังเกตเห็นเสียด้วยซ้ำ…

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ความสงสาร สมเพช ใช้เขาเป็นหนูทดลอง หรือเป็นสัญชาตญาณของหมอที่เห็นแผลแล้วต้องลงมือทำอะไรซักอย่าง แต่สรุปก็คือ โทโกวซังที่ทำแผลให้อย่างไม่สบอารมณ์นั้นกลับทำให้มาเฟียหนุ่มตามหาตัวชายในความทรงจำแทบพลิกแผ่นดิน ตามหามาเรื่อยๆจนกระทั่งรู้เรื่องเมืองป่าเถื่อนแห่งนี้ และได้เห็นรูปของชายวัยกลางคนที่เป็นเจ้าของคลินิกชื่อดัง ชายที่มีชื่อว่าโทโกว….

“ข้อดีของการที่จะได้โทโกวซังมาอยู่ด้วยกันน่ะ คิดได้เยอะเลยล่ะครับ”

จู่ๆอัตสึชิก็พูดประโยคเดิมซ้ำอีกครั้งหลังจากที่เงียบไปนาน โทโกวที่กำลังสะลึมสะลือใกล้จะเคลิ้มหลับไปลืมตาขึ้นมางงๆ

“อะ…อะไรล่ะ?”

“ฮึๆ” อัตสึชิหัวเราะเบาๆ พร้อมๆกับเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้ม

“ถ้ามีโทโกวซังอยู่ด้วยล่ะก็ ทุกๆวันของผมจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้วล่ะครับ”

………..

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s