Dàomù bǐjì AU FanFiction [ เฮยเสียจื่อ x เซี่ยจื่อหยาง ] ‘ผมและยมทูตของผม’

AU เฮยหย่าง

‘ผมและยมทูตของผม’

………

ผมเชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติ

ความจริงแล้วถ้าคุณเป็นผม คุณก็ต้องเชื่อ แต่ตราบใดที่คุณไม่ใช่ผม คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อผมก็ได้

ผมมองเห็นยมทูตประจำตัวของตัวเองเมื่ออายุได้ประมาณ10ปี

มนุษย์ทุกคน ทันทีที่เกิดมาจะมียมทูตประจำตัว หน้าที่ของเขาหรือเธอคือการเฝ้าดู ติดตาม และนำทางวิญญาณของอดีตมนุษย์ไปพิพากษาที่ยมโลก เมื่อวิญญาณถูกพิพากษากรรมดีกรรมชั่วเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจึงได้รับอนุญาตให้ไปเกิด โดยทั้งมนุษย์และยมทูตจะถูกลบความทรงจำทิ้งตามกฎแห่งสวรรค์

เฮยเสียจื่อ…ยมทูตของผมเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังในขณะที่ผมยังเป็นเพียงแค่เด็กประถมคนหนึ่ง ยมทูตของผมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำสนิท สูงเฉียด190เซนติเมตร นอกจากเสื้อผ้าที่มีสีเดียวกับเรือนผมแล้ว เขายังสวมแว่นกันแดดสีดำปิดบังนัยน์ตาทั้งสองข้างอีกด้วย

ผมรู้จักเฮยเสียจื่อมาได้20ปีแล้ว เขาเดินตามผมต้อยๆมาตลอดจนถึงตอนนี้ ถึงแม้ผมจะอายุ30แล้ว แต่เขาก็ยังคอยชวนผมคุย ให้คำแนะนำ สอนเรื่องต่างๆให้ผมอยู่เสมอ ในอดีต ผมคุยกับเหล่าอู๋เพื่อนสนิทในช่วงกลางวัน แต่เมื่อถึงเวลานอน ผมบ่นนู่นนี่นั่นใส่เฮยเสียจื่อจนเหนื่อยแล้วจึงผล็อยหลับไป

สำหรับผมแล้ว เขาเป็นมากกว่ายมทูตประจำตัว เป็นคนสำคัญที่นึกไม่ออกเลยว่าถ้าหากต้องลาจากกัน ผมจะรู้สึกเศร้าขนาดไหน

แต่ก็โชคไม่ดีเลย ที่เวลานั้นมาถึงเร็วกว่าที่คิด

รู้ตัวอีกที ผมก็กลายเป็นวิญญาณไปแล้ว และเฮยเสียจื่อที่เป็นยมทูตกำลังยื่นมือให้ผมจับ ผมสังเกตมือของอีกฝ่าย มันกำลังสั่นเทาเช่นเดียวกับมือของผม

“ไปกันเถอะ จื่อหยาง” ยมทูตหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริงที่แฝงไปด้วยความเหงา ผมเอื้อมมือไปหาเขา และนั่นเป็นครั้งแรกที่มือของพวกเราสัมผัสกัน

แต่ผมกลับไม่รู้สึกดีใจเลยแม้แต่น้อย

เวลาแห่งการจากลามาถึงเร็วกว่าที่คิดเสียอีก

แม้แต่ยมทูตเองก็ไม่สามารถรู้อายุขัยของมนุษย์ ด้วยเหตุนั้นจึงจำเป็นต้องเฝ้ามองและเฝ้าคอยวันเวลาแห่งความตาย เพื่อเตรียมพร้อมทำหน้าที่สุดท้ายอยู่ตลอดเวลา

เพื่อป้องกันการแทรกแซงทุกรูปแบบ อายุขัยของมนุษย์จึงถูกเก็บเป็นความลับ มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้

แต่ก็นึกไม่ถึงเลยว่าผมจะจากโลกนี้ไปเร็วกว่าที่คิด

“ขอโทษนะ”

ระหว่างที่เดินจับมือกัน เฮยเสียจื่อพึมพำคำขอโทษเสียงเบา

“ถ้าผมไม่ทำตัวเอาแต่ใจ ถ้าใจแข็งกว่านี้อีกนิดล่ะก็ ทั้งผมทั้งจื่อหยางก็คงไม่ต้องเจ็บปวดถึงขนาดนี้…”

ผมหลับตาลง ถอดแว่นตาออกแล้วยกมือแตะที่บริเวณเปลือกตาอย่างแผ่วเบา “ช่าง…ช่างมันเถอะน่า”

เพราะดวงตาคู่นี้…ความสัมพันธ์ของเซี่ยจื่อหยางกับเฮยเสียจื่อจึงได้ถูกสร้างขึ้น ดวงตาที่เฮยเสียจื่อมอบให้ทำให้ผมมองเห็นเขา และสามารถสื่อสารกับเขาได้ ในขณะที่โลกของเฮยเสียจื่อเริ่มพร่ามัว เขาจึงต้องสวมแว่นกันแดดนั่นไว้ ยมทูตเองก็มีวันที่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ปกป้องดวงตาที่อ่อนแอจากกระแสอากาศบนโลกมนุษย์เช่นกัน

“เพราะว่าเหงา…ก็เลยยัดเยียดดวงตาให้กับจื่อหยาง ขอโทษนะที่ทำอะไรตามอารมณ์”

“พูด…พูดบ้าๆ เพราะนายทำอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ พวกเราถึงได้รู้จักกัน”

ผมบีบมือเฮยเสียจื่อแน่น เงยหน้าจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจัง

“จะ…จะบอกว่าพวกเราไม่ควรรู้จักกันงั้นเหรอ ฉัน…ฉันไม่ยอมหรอกนะ” เสียงของผมสั่นเครือ คนสวมแว่นกันแดดนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะหลุดขำออกมาเบาๆ

“ข ขำ…ขำอะไรของนาย!” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด กว่าผมจะยอมใจกล้าง้างปากพูดความจริงจากใจออกมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะ หยุดหัวเราะได้แล้วน่า แบบนี้น่าอายจะตายไป…..

“เปล่าๆ ผมก็แค่คิดว่าจื่อหยางเนี่ย เพราะเป็นจื่อหยางล่ะมั้งถึงได้น่าเอ็นดูขนาดนี้”

“น่า…น่าเอ็นดูอะไรของนาย ฉันไม่ใช่เด็กๆแล้วโว้ย!”

เฮยเสียจื่อยิ้มกว้างชวนหมั่นไส้เช่นเคย ผมเบ้ปาก ถอนหายใจออกมาอย่างเอือมระอา น่าแปลก ความเศร้าค่อยๆจางหายไปจากอกทีละน้อย

นั่นสินะ จนกว่าจะต้องปล่อยมือ

ผมขอเก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกัน

ถึงแม้ว่า…สุดท้ายแล้วจะต้องลืมมันไปก็ตาม

……..


Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s