Yume100 FanFiction [ Jet x Sky ] ‘การพบพาน ณ ดาเตน’

Yume100 FanFiction

Jet x Sky

‘การพบพาน ณ ดาเตน’

(หมายเหตุ : เราเล่นเจ็ตรูทสุริยัน สกายรูทจันทราค่ะ เจ็ตสุริยันตัดสินใจเป็นนักแสดงแอคชั่น ส่วนสกายจันทราพูดออกมาเองว่าไม่ชอบเลือด ไม่อยากทำร้ายใคร ก็เลยเอามาผูกกันเป็นเรื่องแบบนี้… อนึ่ง อาจมีตอนต่อ หรืออาจไม่มี คือแค่อยากหาเหตุการณ์ให้เจอกันเฉยๆ555555)

…..

ในขณะที่พวกเรากำลังถ่ายทำ ชายคนหนึ่งวิ่งตัดหน้าผมไป ตามมาด้วยชายอีกหลายคนที่ส่งเสียงโวยวายขณะไล่ตาม กล้องและอุปกรณ์ถ่ายทำหลายตัวถูกชนจนล้มระเนระนาด

“คัต!!! โอย อะไรกันเนี่ย!!” ผู้กำกับหงุดหงิดจนแทบจะเขวี้ยงบทลงพื้น ผมมองตามคนเหล่านั้นไป แท้จริงแล้วอาณาจักรดาเตน แดนวิทยาการเวทเองก็ไม่ใช่เมืองที่สงบสุขอย่างที่คิด

ชื่อของผมคือเจ็ต เจ้าชายแห่งอาณาจักรโบดิบัล แดนภาพยนตร์ ตอนนี้เป็นนักแสดงแอคชั่นเต็มตัวแล้ว หลังจากที่เป็นสตันท์มานานแสนนาน

“ช่วยไม่ได้! วันนี้พอแค่นี้ก็แล้วกัน ใครก็ได้ไปดูกล้องหน่อยซิว่ายังใช้การได้มั้ย!!” ผู้กำกับตวาดอย่างเกรี้ยวกราด ผมนิ่งไปเล็กน้อย สายตายังคงมองไปยังทิศทางที่กลุ่มผู้พังกล้องวิ่งไป สุดท้ายแล้วก็ตัดสินใจวิ่งตามไปดู

อย่างน้อยก็ต้องให้ใครซักคนมารับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นหน่อยล่ะ

ผมวิ่งตามร่องรอยที่พวกเขาทิ้งไว้ตลอดทาง ข้าวของที่ไหนล้มระเนระนาด ผมก็วิ่งตรงไปทางนั้น จนกระทั่งได้ยินเสียงข่มขู่ลอดออกมาจากตรอกเล็กๆแห่งหนึ่ง

“แกหนีไปไหนไม่รอดหรอก สกาย” เสียงห้าวที่น่าจะเป็นของพวกนักเลงดังขึ้น คนที่ชื่อว่า ‘สกาย’ ส่งเสียง ‘ชิ’ ออกมาเบาๆ

“พวกแกคิดว่ามีปืนอยู่ฝ่ายเดียวรึไง!” ผมได้ยินเสียง ‘กริ๊ก’ เบาๆ ในขณะที่ผมกำลังชื่นชมว่าตัวเขาเองก็รับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้ในระดับหนึ่ง พวกที่ไล่ตามก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น

“แกมีปืน แต่แกก็ไม่กล้ายิงไม่ใช่รึไง ไอ้คนน่าสมเพช!!”

ผมยื่นหน้าไปดูสถานการณ์อย่างลังเลใจ ถ้าหากผมเข้าไปช่วยคนที่ทำผิดนั่นยิ่งไม่แย่ไปกว่าเดิมหรือ แต่ทว่า เมื่อได้เห็นใบหน้าของคนที่โดนกล่าวหาว่าเป็นคนน่าสมเพชที่กำลังเคร่งเครียด แขนทั้งสองที่กำลังถือปืนกำลังสั่น

“ฉัน…ฉันจะยิงพวกแกจริงๆนะ”

สกายพึมพำราวกับกำลังสะกดจิตตัวเองมากกว่าข่มขู่อีกฝ่าย ในวินาทีนั้น ผมไม่สนใจสาเหตุเรื่องราวทั้งหมดแล้ว สัญชาตญาณของผมบอกว่าเขาเป็นคนที่ไม่มีพิษภัยขัดกับรูปร่างหน้าตาที่ท่าทางไม่น่าเข้าใกล้ ด้วยเหตุนั้นผมจึงรีบพุ่งเข้าไปจัดการเจ้าพวกกลุ่มคนที่กำลังหัวเราะเยาะทันที

หมัด เข่า เท้า ศอก ทันทีที่เจ้าพวกนั้นโดนเข้าไปต่างก็ร้องโอดโอย ผมหันขวับไปทางคนหัวเขียว คว้าข้อมือของเขาแล้วพาวิ่งออกไปจากตรอกทันที

“ตามมา!!”

ผมสั่งคนที่กำลังงุนงง สกายหันไปมองคนที่ถูกผมจัดการเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขอบคุณผมขณะที่ยังวิ่งอยู่

“ขอบคุณ…” น้ำเสียงของเขาฟังดูโล่งใจมากกว่าดีใจที่ถูกช่วยออกจากสถานการณ์เช่นนั้น โล่งใจที่ไม่จำเป็นต้องยิงปืนใส่ใคร

“อา…ไม่เป็นไรหรอก แค่อยากได้คนมารับผิดชอบค่าข้าวของที่พังน่ะ” ผมเอ่ยเช่นนั้นก่อนจะหยุดวิ่งเมื่อเห็นว่าพวกเราหนีกันมาได้ไกลจากที่เกิดเหตุพอสมควร ผมปล่อยมือที่จับข้อมือของอีกฝ่ายไว้ สกายถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน

“ขอโทษด้วยจริงๆ… ว่าแต่ นายเนี่ยหน้าคุ้นๆเหมือนกันแฮะ…” คนผมเขียวว่าพลางจ้องหน้าผมอย่างใช้ความคิด

“ยังกะเคยเห็นที่ไหนซักแห่งมาก่อน…. โปสเตอร์….” เขาพึมพำเบาๆกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ร้องอ๋อ เสียงกำปั้นทุบกับฝ่ามือดังตุบ ตามมาด้วยเสียงเรียกชื่อของผม

“เจ้าชายเจ็—”

ผมรีบถลาเข้าไปปิดปากสกาย ทำเสียง ‘ชู่วววว์’ ให้อีกฝ่ายเงียบเสียงลง หันขวับไปมองคนรอบข้าง โชคดีที่แถวนี้ไม่ค่อยมีคนอยู่ใกล้ๆพวกเรา ผมปล่อยมือที่ปิดปากสกายไว้ คนผมเขียวขอโทษเสียงอ่อย

“ขอโทษที ตื่นเต้นไปหน่อย จะว่าไงดีล่ะ แต่ฉันชอบหนังที่นายเล่นนะ” เขาหัวเราะแหะๆแก้เก้อ ผมเลิกคิ้วสงสัย

“แปลกดี เวลาที่คนอื่นคุยกับฉันต้องสุภาพตลอดเวลาเพราะเป็นเจ้าชาย แต่นายกลับดูไม่สนใจเรื่องนั้นเลยแฮะ”

“อ้าว ไม่ชอบเรอะ”

“เปล่าหรอก ฉันชอบแบบนี้มากกว่า ภาษาพิธีการน่ะยุ่งยากจะตาย” ผมว่าพลางสำรวจฝ่ายตรงข้าม จะว่ายังไงดี ถึงแม้เขาจะดูเป็นคนธรรมดา แต่ผมกลับรู้สึกได้ว่าเขาไม่ธรรมดาเลยสักนิด

“จะว่าไปนี่ก็เย็นแล้ว ไปกินราเม็งกันมั้ย ฉันน่ะรู้จักร้านอร่อยๆอยู่นะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง นายอุตส่าห์ช่วยฉันไว้นี่นา”

เมื่อพูดถึงอาหาร ผมได้ยินเสียงท้องร้องของตัวเองแล้วก็พยักหน้าตกลง ระหว่างที่เดินไปร้านราเม็ง เราสองคนพูดคุยกันเป็นระยะๆ

พวกเราคุยกันเรื่องสัพเหระมากมายอย่างถูกคอ แต่เมื่อถามถึงเรื่องของสกาย ถามว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นใคร ถามว่าคนพวกนั้นไล่ตามเขาทำไม สกายกลับเบี่ยงประเด็นคุยเรื่องอื่นเสมอ

“เชื่อฉันเถอะ นายไม่รู้อะไรแบบนี้แหละดีแล้ว” สกายเอ่ยยิ้มๆ จากนั้นก็ชวนผมคุยเรื่องราเม็ง แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังคงดื้อดึงเซ้าซี้ถามต่อ

“ทำไมล่ะ ทำไมถึงรู้ไม่ได้?”

สกายเหลือบมองผมเล็กน้อย “เรื่องของฉัน ฉันจัดการเองได้น่า นายไม่ควรมาเดือดร้อนด้วย…”

คนผมเขียวว่าพลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบในปาก แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยิบไฟแช็คขึ้นมาจุดไฟสูบ

“…..รีบๆถ่ายหนังแล้วรีบๆกลับไปเถอะ ไม่รู้ว่าเจ้าพวกนั้นจะเห็นหน้านายรึเปล่า…”

“เป็นห่วงไม่เข้าเรื่องจริงๆ แต่ยิ่งพูดแบบนั้น ฉันก็ยิ่งอยากยุ่งด้วยนะ” ผมเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย ถึงแม้เขาจะดูห้าวๆ แต่ภายในของเขานั้นใจดีและอ่อนโยนกว่าที่ผมคิดเสียอีก

อยากสนิทกันให้มากกว่านี้…

“ให้ตายสิ นายนี่มันบ้าจริงๆ” สกายถอนหายใจอย่างเอือมระอา “เป็นแค่พระเอกในจอก็พอแล้วมั้ง ไม่เห็นต้องวุ่นวายอะไรกับฉันเลย”

“เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนสิ” ผมหัวเราะพร้อมกับตบไหล่เขาเบาๆ “ยิ่งนายไม่อยากให้ช่วย ฉันก็ยิ่งอยากจะช่วย”

“ใจดีเกินไปแล้ว… ไม่เห็นต้องมาสนใจกันเลยแท้ๆ พวกเราเพิ่งรู้จักกันเองไม่ใช่เรอะ..” สกายบ่นงึมงำ ผมหลุดหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

“รู้อะไรมั้ย ฉันเองก็อยากพูดกับนายแบบนั้นเหมือนกัน”

………

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s