Touken Ranbu AU FanFiction [ Ookurikara x Heshikiri Hasebe ] ‘ต่อยตี’

หลักๆคงลงไว้ในเด็กดีค่ะ http://writer.dek-d.com/aiihiwatari/writer/view.php?id=1429752 เพราะตั้งใจอยากลงแบบเรื่องยาวๆ(จบในตอน) แต่ก็อยากเก็บในบล็อกด้วย เอาเป็นว่าเลือกเว็บอ่านได้ตามอัธยาศัยเลยค่า จะที่ไหนก็เหมือนกัน

ปล.รูปไม่เกี่ยวกับธีมเรื่องแต่เราชอบรูปนี้มากค่ะฮือออฟฟฟฟฟฟฟ

_______________

 

เฮชิคิริ ฮาเซเบะผลักประตูเข้าไปในห้องปกครองอย่างรีบร้อน
โอคุริคาระนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง เสื้อผ้ายับยู่ยี่ แต่ไม่มีบาดแผลอะไร ในขณะที่คู่กรณีฝ่ายตรงข้ามนั้นร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนคนนั้นจ้องเขม็งมาที่ฮาเซเบะอย่างกินเลือดกินเนื้อ

“หลานชายของแกทำร้ายลูกชายฉัน!” ผู้ปกครองหน้าตาน่ากลัวคนนั้นเริ่มโวยวาย ฮาเซเบะนั่งลงข้างๆโอคุริคาระ เหลือบมองหลานชายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปคุยกับอาจารย์ฝ่ายปกครอง เมินเฉยต่อความไม่พอใจของผู้ปกครองคนนั้น

“เกิดอะไรขึ้นครับ”

“…ทางฝ่ายโอคุริคาระคุงไม่ยอมเล่าเลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีต้นเหตุมาจากอะไร ผู้เห็นเหตุการณ์คนอื่นก็ไม่มี ส่วนทางยามาดะคุงเล่าว่าจู่ๆโอคุริคาระคุงก็เข้ามาหาเรื่อง…”

“เรื่องนั้นจะยังไงก็ช่าง แต่ที่หลานแกทำร้ายลูกฉันเป็นเรื่องจริง!!”

อาจารย์ยังไม่ทันจะพูดจบผู้ปกครองคนนั้นก็โวยขัดขึ้นมา ฮาเซเบะเมินเฉยต่อคนตามใจลูกอีกครั้ง ซึ่งการกระทำนั้นไม่ต่างอะไรไปจากการราดน้ำมันลงกองเพลิง พ่อของนักเรียนที่ถูกต่อยลุกพรวดตั้งท่าจะเข้าไปกระชากคอเสื้อชายหนุ่มอย่างหาเรื่อง ร้อนถึงอาจารย์ที่ต้องรีบเข้าไปห้ามอย่างเกรงอกเกรงใจ

“ใจเย็นๆก่อนนะครับ”

“จะไปเย็นได้ยังไง ไอ้เด็กนั่นมันทำลูกผมขนาดนี้!!”

“ดูท่าว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่องนะครับ ช่างเถอะ เรื่องจะเป็นยังไงผมไม่อยากฟังแล้ว คุริคาระ ขอโทษพวกเขาซะ จะได้กลับกันซะที” ฮาเซเบะเอ่ยเสียงเรียบ ฝ่ายเด็กหนุ่มผิวเข้มอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะยอมก้มหัวขอโทษคู่กรณีแต่โดยดีตามคำสั่งของผู้เป็นอา

“อ อะไรของแก! คิดว่าแค่ขอโทษแล้วเรื่องจะจบได้หรือไง?!”

“เอาไว้ให้คุณใจเย็นลงก่อนค่อยติดต่อมาเรื่องค่ารักษาพยาบาลนะครับ พวกผมขอตัวก่อน” ฮาเซเบะก้มหัวให้ทุกคนในห้องก่อนจะคว้ามือหลานชายแล้วพาเดินออกมาอย่างไม่สนใจใคร

เสียงก่นด่าดังแว่วตามหลังออกมา แต่เฮชิคิริ ฮาเซเบะและโอคุริคาระต่างเดินต่อไปเงียบๆจนกระทั่งถึงรถ ฮาเซเบะนั่งเบาะคนขับ โอคุริคาระนั่งลงเบาะข้างๆ เสียงปิดประตูรถดังขึ้นสองครั้ง ตามมาด้วยเสียงชายหนุ่มวัยสามสิบสตาร์ทเครื่อง

รถแล่นออกจากโรงเรียนมัธยมปลายได้ครู่ใหญ่ ฮาเซเบะจึงเริ่มบ่นอย่างไม่สบอารมณ์

“เสียงานเสียการหมด”

เด็กหนุ่มผิวเข้มไม่ตอบอะไร เตรียมตัวรับฟังเสียงดุด่าว่ากล่าวจากคุณอาผู้เข้มงวด ทว่า นอกจากคำพูดก่อนหน้านี้แล้วชายผมแสกก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาอีก

“….ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่มั้ย” คำถามนี้ค่อนข้างเบา แต่เพราะความเงียบของรถ โอคุริคาระจึงได้ยินคำพูดของอาชัดเจน เด็กหนุ่มตอบสั้นๆว่า ‘ไม่’

แม้จะเป็นแค่เพียงชั่วเสี้ยววินาที แต่คุณอาผู้ชอบเก๊กหน้าขรึมก็เผลอทำสีหน้าโล่งใจออกมาให้ได้เห็น

โอคุริคาระเริ่มเข้าใจในที่สุด คำบ่นเมื่อก่อนหน้านี้เป็นเพียงคำพูดเกริ่นนำเท่านั้น จะให้จู่ๆถามอาการบาดเจ็บก็คงเป็นเรื่องที่น่าอายสำหรับคุณอาขี้เก๊ก จึงต้องมีประโยคบ่นๆนำหน้ามาก่อน

ถ้าไม่ใช่เพราะว่าอยู่ด้วยกันมานาน หรือชอบเผลอเห็นด้านที่อ่อนโยนของอีกฝ่ายบ่อยๆ ก็คงไม่สามารถเข้าใจพฤติกรรมอันซับซ้อนของเฮชิคิริ ฮาเซเบะได้ขนาดนี้…

“คราวหลังก็อย่าก่อเรื่องอีกล่ะ”

“….ถ้าหมอนั่นไม่ว่าคุณอีก ผมก็ไม่ทำ” เด็กหนุ่มผิวเข้มตอบ ฮาเซเบะนิ่งไปเล็กน้อย คำตอบของอีกฝ่ายทำให้เขาอดประหลาดใจไม่ได้…

ทั้งประหลาดใจที่ตัวเองไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทะเลาะกันของเด็กม.ปลาย และประหลาดใจยิ่งขึ้นไปอีกที่หลานชายดันโกรธแทนเขาจนถึงขั้นลงไม้ลงมือกับเพื่อนนักเรียน…

“เด็กคนนั้นพูดถึงฉันว่ายังไง ตกลงก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้น”

“เขาหาเรื่องยั่วโมโหผม แล้วก็ลามมาถึงคุณ บอกว่าเคยเห็นแค่ไม่กี่ครั้งแต่ก็รู้ว่าเป็นแค่ขยะที่ทำเป็นหยิ่งผยอง…”

“แล้วนายก็เลยต่อยเขา…?”

“…” โอคุริคาระพยักหน้ายอมรับ ฮาเซเบะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ถ้าหากไม่จับพวงมาลัยอยู่ก็คงยกมือมาก่ายหน้าผากอย่างหนักใจไปแล้ว

“…เด็กบ้า โกรธอะไรเรื่องไม่เป็นเรื่อง”

“….”

“….”

“….”

“….แต่ยังไงก็ขอบคุณนะ”

โอคุริคาระมองฮาเซเบะที่เอ่ยคำขอบคุณออกมาอย่างแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ชายหนุ่มวัยสามสิบทำเป็นจ้องมองเส้นทางข้างหน้าอย่างเดียว แสร้งทำหน้าเข้มขับรถต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ว่าแก้มทั้งสองข้างจะเริ่มเปลี่ยนสีจากสีขาวนวลเนียนเป็นสีแดงจางๆก็ตาม

ฮาเซเบะก็คือฮาเซเบะ ถึงแม้ว่าเรื่องอื่นจะกล้าพูดออกมาแค่ไหน แต่เรื่องที่ทำให้ตัวเองรู้สึกเขินอายจะไม่มีวันยอมพูดออกมาเด็ดขาด

โอรุริคาระรู้เรื่องนั้นดี จึงได้แต่นั่งหันหน้าหนีคนเบาะข้างๆ ทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วยิ้มบางๆกับตัวเอง

เรื่องบางเรื่อง ต่อให้เด็กหนุ่มผิวเข้มอยากสารภาพออกมา อยากพูดออกมาตามใจคิด รู้สึกอย่างไรกับอีกฝ่ายก็อยากบอกให้เขาได้รับรู้ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่เงียบปาก ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ…

สุดท้ายแล้ว จะทั้งอาหรือหลาน ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลย

……..

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s