Dàomù bǐjì FanFiction [ เฮยเสียจื่อ x เซี่ยจื่อหยาง ] ‘เก่งเรื่องเชือก’

เพิ่งนำฟิคจาก https://twishort.com/ek5jc มาลงค่ะ

_______

Dàomù bǐjì FanFiction

Hēi xiā zi x Xiè ziyáng (เฮยหย่าง)

‘เก่งเรื่องเชือก’

#dmbjdailyquote #Day263 ‘นายก็รู้ว่าฉันเก่งเรื่องเชือกอยู่แล้ว’

…………..

“น นาย…นายก็รู้ว่าฉันเก่งเรื่องเชือกอยู่แล้ว”

“ไม่ล่ะครับ ผมไม่คิดอย่างนั้น”

เฮยเสียจื่อส่ายหน้าไปมา มองผมที่นั่งคุกเข่าลงกับพื้นก้มหน้าผูกเชือกรองเท้าด้วยตัวเองอย่างงุ่มง่าม

ชื่อของผมคือเซี่ยจื่อหยาง ผมเป็นคนขี้ลืม และตอนนี้ผมก็ได้ลืมวิธีผูกเชือกรองเท้าไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพยายามผูกมันต่อไปจนเฮยเสียจื่อที่นั่งมองอยู่นานเริ่มทนไม่ได้ เขาวางแก้วเหล้าลง ลุกจากเก้าอี้แล้วย่อตัวลงผูกเชือกรองเท้าให้ผมเรียบร้อย

“ท ทำอะไรของนายเนี่ย แก้ แก้ออกเดี๋ยวนี้เลย ฉันจะผูกเอง ฉันทำได้แน่ๆ”

“ไม่ครับ คุณในตอนที่ร้อนรนอย่างนี้น่ะทำไม่ได้หรอก ของที่ลืมไปแล้วก็อย่าฝืนนึกถึงตอนนี้เลย ดีไม่ดีการลองผิดลองถูกของคุณจะสร้างปัญหาใหญ่ที่แย่กว่าเดิม อย่างเช่นว่าถ้าเมื่อกี๊ถ้าผมไม่ช่วยล่ะก็ มีหวังได้กลายเป็นเงื่อนตายแน่ๆ” เฮยเสียจื่อถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังจากที่กล่าวจบ พอได้ยินคำเตือนของเขาผมจึงเงียบเสียงลง คำพูดของอีกฝ่ายมีเหตุผลจนทำให้ผมรู้สึกคล้อยตามได้อย่างง่ายดาย

“ขอโทษ…ใจร้อนไปหน่อย”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจดี ไม่มีใครอยู่เฉยๆได้หรอกเวลาที่ทำของสำคัญหายไป” เจ้าของแว่นกันแดดพยักหน้า ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นจากพื้นก่อนจะยื่นมือให้ผมจับ แต่ผมปฏิเสธมือนั้น เอ่ยปากขอร้องเขาอย่างตรงไปตรงมา

“เอ่อ…ฉันใจเย็นขึ้นแล้ว นายช่วยแก้เชือกแล้วปล่อยให้ฉันลองผูกเองได้หรือเปล่า?”

“ได้สิครับ เอาอย่างนี้ เดี๋ยวผมสอนก่อนรอบนึงก็แล้วกัน” เฮยเสียจื่อย่อตัวลงอีกครั้ง จัดการแก้เชือกรองเท้าของผม หมอนั่นคว้าปลายเชือกทั้งสองด้านขึ้นมาไขว้กัน  ค่อยๆสอนผมอย่างละเอียดให้ผมจำแล้วก็ทำตามไปทีละขั้นตอน

ออกจะเป็นเรื่องน่าอายสำหรับชายวัยสามสิบที่ต้องให้ผู้ชายอีกคนช่วยสอนผูกเชือกรองเท้า แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ก้มหน้าก้มตาตั้งใจเป็นนักเรียนที่ดี ยอมทำตามคำแนะนำของเขาอย่างว่าง่ายไม่มีบิดพลิ้วแต่ประการใด

ในที่สุด ด้วยความพยายามทั้งหมดที่มี ผมก็กลับมาผูกเชือกรองเท้าเป็นอีกครั้ง

แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆที่ไปเล่าให้คนอื่นฟังแล้วอาจได้รับความรู้สึกอับอายขายขี้หน้ากลับมาแทนความภาคภูมิใจ แต่สำหรับผม การที่ได้กู้คืนความทรงจำเล็กๆน้อยๆนี้กลับมาก็เหมือนได้ชิ้นส่วนที่เป็นของตัวเองคืน การเป็นตัวก๊อปปี้สอนผมให้รักในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวตนของตัวเอง รักและให้ความสำคัญกับทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิต

“เก่งมากครับ” อาจารย์เฮยเสียจื่อเอ่ยชม ผมมองผลงานของตัวเองแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ หลังจากที่ชื่นชมความสำเร็จได้ครู่หนึ่งก็เอ่ยขอบคุณนายแว่นกันแดดทันที แต่หมอนั่นกลับโบกมือปัด บอกว่าคำขอบคุณไม่ต้องก็ได้ ขอเป็นอย่างอื่นแทน

แล้วเฮยเสียจื่อก็ทำแก้มป่อง ใช้นิ้วชี้ไปที่แก้มของตน

“นาย…นายมันเจ้าเล่ห์!”

“ผมไม่ใช่คนดีที่ทำดีโดยไม่หวังผลประโยชน์นะครับ คุณก็รู้นี่”

ผมยิ้มเจื่อนกับคำพูดของเขา แล้วก็เข้าใจความหมายของการพองแก้มนั่นดี ความจริงแล้วผมไม่ควรลืมวิธีการผูกเชือกรองเท้า แต่ควรลืมไอ้ความหมายของการพองแก้มนั่นไปมากกว่า

“เรื่อง…เรื่องนั้นน่ะช่างมันก่อนเถอะ ลุกขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้กันซะที” ผมจงใจเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียนที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ แต่เฮยเสียจื่อคว้ามือผมไว้ไม่ให้ลุก

“ทำตรงนี้คนจะมองไม่เห็น แต่ถ้าลุกขึ้นไปนี่เห็นทั้งร้านแน่ครับ”

“ถ้า..ถ้าไม่ทำซักที่ล่ะ”

“คุณเซี่ย…ผมอุตส่าห์เสียเวลาสอนคุณละเอียดขนาดนั้น คุณจะใจร้ายไม่ให้รางวัลที่ตอบแทนได้สมน้ำสมเนื้อหน่อยหรือครับ” พอได้ยินเขาพูดผมก็เริ่มใจอ่อน สั่งให้เขาหลับตาลง ถอดแว่นกันแดดออกเพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายทำตามคำสั่ง

จากนั้นผมก็จุมพิตที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย ก่อนจะถอยออกมาอย่างรวดเร็ว

เฮยเสียจื่อลืมตาขึ้น พอเห็นเขายิ้มผมก็ทำเป็นกระแอมกลบเกลื่อนความเขิน แต่ถึงอย่างไรก็หลอกตัวเองไม่ได้ หลอกเสียงหัวใจที่ดังกระหึ่มอยู่ในอกราวกับกลองรบ หลอกใบหน้าที่ร้อนผ่าวของตัวเองไม่ได้อยู่ดี

“ก ก็ตามที่นายพูดไง ใครทำดีก็ต้องได้รับผลตอบแทนที่ดี…”

“แต่มันยังดีไม่พอนะครับ ถ้าเป็นไปได้ก็ขออีกรอบ คราวนี้ผมจะเป็นฝ่ายจูบคุณก่อ—” เสียงของเฮยเสียจื่อเงียบไปเพราะผมเอื้อมมือไปคว้ากับแกล้มในจานที่วางอยู่บนโต๊ะอุดปากเขาก่อนจะพูดจนจบประโยค

“ง เงียบน่า! บ้าชะมัดเลย ฉ ฉันจะกลับแล้ว!!”

ผมลุกขึ้นยืน ควักเงินค่าเหล้าวางลงบนโต๊ะแล้วแทบจะวิ่งออกจากร้านด้วยความอาย แต่เฮยเสียจื่อลุกขึ้นยืนใช้ร่างกายขวางทางผมไว้ เขาเคี้ยวกับแกล้มในปากจนหมด กลืนลงคอแล้วถามว่า

“คุณผูกเชือกรองเท้าเป็นแล้วใช่มั้ยครับ”

ผมงงเล็กน้อยที่จู่ๆก็ถูกถามถึงเรื่องนี้ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเราเพิ่งจะ…..เอ่อ…ประกบปากกันไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังตอบคำถามของอีกฝ่ายไปอย่างโม้ๆ

“ช ใช่ ผูกได้เก่งกว่านายแล้วด้วย!”

“ฮะๆๆ ขี้โม้จริงๆ แต่เอาเถอะครับ…” เฮยเสียจื่อวางมือแปะลงบนหัวผมก่อนจะโน้มตัวลงเล็กน้อยจนระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเราเหลือที่ว่างเพียงนิดเดียว หมอนั่นเอ่ยด้วยเสียงที่เบาแทบไม่ต่างจากเสียงกระซิบ เอ่ยประโยคนั้นให้ผมได้ยินเพียงคนเดียว

“ผมชอบนะที่คุณผูกเชือกรองเท้าเป็นอีกครั้ง เพราะมันทำให้คุณอารมณ์ดี”

เฮยเสียจื่อเว้นวรรคประโยคครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อไป รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา รอยยิ้มที่ชวนให้หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากอก

“แต่ถึงยังไง….ผมก็ชอบที่เราผูกพันกันมากกว่าอยู่ดี”

…….

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s