KnB AU FanFiction Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ‘The Cupid’ (6) [END]

KnB AU FanFiction

Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei

‘The Cupid’ [END]

………

หมายเหตุ : ฟิคยาวเรื่องนี้เป็นฟิคยาวเรื่องแรก และเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอนาคตที่พวกพี่คิโยชิ พี่ฮิวงะ และตัวละครทุกตัวในเรื่องโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เพื่อความสมจริง จึงจำเป็นต้องบิดนิสัยตัวละครไปบ้าง (โดยเฉพาะ อาโอมิเนะ) ที่สำคัญ ฟิคนี้ถูกเขียนขึ้นด้วยจุดประสงค์หลักๆคือติดซีรี่ส์สืบสวน (The Mentalist) และอยากเห็นพี่ฮิวงะลุคเข้มๆ เชิ้ตขาวถกแขนเสื้อขึ้นถึงศอก เนกไทหลวมๆ ปลดกระดุมคอสองเม็ดบน มีเสื้อนอกพาดไหล่///__/// จึงทำให้พล็อตคดีอาจมีจุดบกพร่องไปบ้าง นอกจากนี้ การอัปเดตเนื้อเรื่องในแต่ละตอนที่อาจจะช้ามาก แงงงง ขออภัยมา ณ ที่นี้จริงๆค่ะ

……………

บทที่6

ฮิวงะเป็นฝ่ายแพ้

อิมะโยชิก้มหน้ามองเอกสารหลักฐานต่างๆที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะในร้านกาแฟแห่งหนึ่งใกล้สำนักงานตำรวจ ยกกาแฟร้อนขึ้นจิบเล็กน้อย

“นี่คือ…”

“หลักฐานที่บ่งบอกว่าคิโยชิคือฆาตกร แล้วนี่ก็บันทึกคำสารภาพของเขา” ฮิวงะว่าพลางวางเครื่องอัดเสียงลงบนโต๊ะ น้ำเสียงของชายหนุ่มนั้นราบเรียบ สงบเงียบอย่างน่าประหลาด

“หืม…”

“ผมเป็นคนบอกเองว่าจะเอาหลักฐานมาให้คุณดู ถึงตอนนั้นจะพูดไปเพราะอารมณ์ส่วนตัว จนลืมนึกไปเลยว่าจะซี้ซั้วเอาหลักฐานมาให้คนนอกดูไม่ได้ก็เถอะ แต่ในเมื่อผมพูดไปแล้ว ยังผมก็ต้องรักษาคำพูด”

“ถึงแม้ว่าผลลัพธ์จะตรงกันข้ามกับที่เธอพูดไว้น่ะเหรอ?”

“ครับ ถึงผลลัพธ์จะเป็นอย่างนี้ ถึงผมจะเป็นฝ่ายผิด แต่ยังไงความจริงที่ว่าคิโยชิเป็นฆาตกรตามที่คุณพูดมันก็เป็นเรื่องถูกต้อง ผมคิดว่าอย่างน้อยก็ควรจะมาขอโทษคุณ แล้วก็มาแจ้งผลของคดีให้คุณทราบด้วย”

“ซื่อตรงต่อหน้าที่จริงๆนะฮิวงะคุงเนี่ย” อิมะโยชิหัวเราะเบาๆ ฮิวงะถอนหายใจ รวบเอกสารทั้งหมดรวมทั้งเครื่องอัดเสียงเก็บใส่ซองสีน้ำตาลดังเดิม

“ผมทำในสิ่งที่ต้องทำ เรื่องมันก็เท่านั้น”

“ทั้งๆที่ฉันน่ะนะ แอบคิดเอาไว้ว่าถึงจะเป็นฮิวงะคุงก็เถอะ คนอย่างฮิวงะคุงถ้ารู้ว่าเพื่อนสนิทเป็นฆาตกรล่ะก็ คงพยายามหาทางช่วยเขา จนกระทั่งสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมา ไม่ก็พาเขาหนีไป อะไรทำนองนี้”

“ผมทำได้นะ แล้วก็อยากทำด้วย แต่ผมแยกแยะได้ ระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงาน” ฮิวงะดื่มกาแฟเย็นของตนจนหมด คว้าข้าวของทุกอย่าง ทิ้งเงินค่ากาแฟในส่วนของตนวางทิ้งไว้บนโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นยืนเตรียมเดินออกไปจากร้าน

“ถ้าอย่างนั้น ฮิวงะคุงที่คุยอยู่กับฉันตอนนี้กำลังคุยในฐานะอะไรล่ะ …..การที่ตำรวจเอาหลักฐานการจับกุมมาให้คนนอกดูมันผิดกฎไม่ใช่หรือไง คนที่ยึดติดับหน้าที่อย่างเธอไม่น่าจะทำอย่างนี้นะ” ทนายความหนุ่มวางแก้วกาแฟที่ว่างเปล่าลง ฮิวงะเหลือบมองเจ้าของคำถามเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเดินจากไป ชายหนุ่มตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่สามารถคาดเดาสีหน้าและความรู้สึกได้

“เป็นตำรวจ….ที่กำลังจะลาออกน่ะครับ”

“เพราะอย่างนั้น วินัยจะหย่อนยานหน่อยก็ไม่เป็นไรใช่มั้ยล่ะครับ อิมะโยชิซัง”

…….

ฮิวงะเคยมีความฝัน

เขาเคยฝันไว้ว่าอยากเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพ

ทว่า เมื่อถูกคิโยชิสารภาพรัก ความฝันของฮิวงะก็ถูกโยนทิ้งไปทันที ทั้งๆที่วีรบุรุษผู้เคยกอบกู้ความฝันนั้นในช่วงที่เขาตัดสินใจเลิกเล่นบาสฯก็คือคิโยชิแท้ๆ…

อธิบายง่ายๆก็คือ เมื่อได้เจอกับคิโยชิ ได้กลับมาเล่นบาสฯกับพวกพ้อง ความฝันของฮิวงะที่หายไปช่วงหนึ่งก็ได้กลับคืนมา แต่เมื่อถูกสารภาพรัก ฮิวงะกลับโยนความฝันที่อุตส่าห์ได้คืนมานั้นทิ้งไปทันที

เพราะบาสเก็ตบอลคือสิ่งที่ทำให้ฮิวงะผู้ต้องการจะหนีจากคิโยชิ คิดถึงคิโยชิมากที่สุดนั่นเอง

‘จุนเปย์ ลูกคิดไว้หรือยังว่าอยากทำงานอะไร?’

พอถูกผู้เป็นแม่ถามออกไปเช่นนั้นฮิวงะเองก็ตอบไม่ถูก นอกจากนักบาสเก็ตบอลมืออาชีพที่วาดฝันไว้ตั้งแต่สมัยเด็ก เมื่อสูญเสียมันไปอีกครั้ง ฮิวงะก็ไม่เหลือความฝันอะไรให้ไล่ตามอีกต่อไปแล้ว

‘ไม่รู้สิแม่ แต่ถ้าเป็นอาชีพที่ได้ออกแรงและได้ช่วยเหลือคนก็คงดี’ ฮิวงะตอบออกไปจากใจจริง

‘อืม…ถ้าอย่างนั้นเป็นตำรวจไหมล่ะ เงินดีเชียวล่ะ ที่สำคัญ อย่างแกก็น่าจะเป็นตำรวจที่ดีได้’ ช่างตัดผมวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์มองหน้าลูกชาย ฮิวงะเหลือบมองผู้เป็นพ่อ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นอาชีพตำรวจของฮิวงะ

ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ความฝันแรกเริ่มเดิมที แต่สุดท้าย ฮิวงะก็มีความสุขกับมัน สนุกไปกับมัน ทุกข์ใจและเหน็ดเหนื่อยไปกับอาชีพนี้ อาชีพที่เขาผูกพัน…

“เสียดายเหมือนกัน แต่ก็คงต้องเป็นอย่างนี้ล่ะนะ” ฮิวงะถอนหายใจขณะที่เดินออกจากห้องของผู้บังคับบัญชา แน่นอนว่าการยื่นเรื่องลาออกของเขานั้นถูกอีกฝ่ายคัดค้าน แต่อดีตตำรวจก็ยืนกรานว่าจะขอลาออกให้ได้ เพราะชนวนที่ทำให้เกิดคดีกามเทพก็คือเขา ไม่ใช่ใครที่ไหน

เขาทำให้ผู้คนต้องตาย… ถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ถือว่าได้ทำลายชีวิตของคนบริสุทธิ์ไปแล้ว

‘….ต้องรับผิดชอบ’

ฮิวงะคิดเช่นนั้น

ฮิวงะวางเครื่องอัดเสียงลงบนโต๊ะทำงานที่เคยเป็นของเขา เหลือบมองสำนวนคดี หลักฐานและเอกสารที่ถูกจัดการให้เสร็จเรียบร้อยแล้ววางทิ้งไว้อยู่บนโต๊ะเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตวัดสายตามองไปยังโต๊ะทำงานข้างๆที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งเงาร่างของรุ่นน้องเจ้าของโต๊ะ อาโอมิเนะไม่อยู่ที่นั่น บางทีเจ้าตัวคงกำลังไปเข้าห้องน้ำ หรือไปจัดการธุระเล็กๆน้อยๆ

…ดีแล้ว เขาไม่อยากบอกลาซ้ำสอง ยิ่งต้องบอกลากันต่อหน้ามันเป็นเรื่องที่พูดลำบาก ฮิวงะยิ้มบางๆที่มุมปาก ถอดเสื้อนอกพาดบ่าแล้วเดินออกไปจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างไม่รีบร้อน

อดีตตำรวจสืบสวนสอบสวนหันกลับไปมองที่ทำงานที่ตนคุ้นชินอยู่ครู่หนึ่ง นัยน์ตาสีเทาเข้มเจือไปด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ แต่ถึงกระนั้น นี่ก็เป็นเส้นทางที่เขาเลือกเดินแล้ว ฮิวงะหันหน้ากลับไปมองด้านหน้า สูดหายใจเข้าลึกๆพร้อมกับก้าวเดินอย่างมั่นใจ โดยไม่เหลียวกลับหลังมามองสถานที่แห่งนี้อีกเลย

……..

คิโยชินั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่บนม้านั่งตัวหนึ่งในสวนหลังเรือนจำ ชายหนุ่มวัยสามสิบปีในชุดเครื่องแบบนักโทษไม่มีท่าทีโกรธเคืองต่อโชคชะตาแต่อย่างใดที่ถูกฟ้าส่งเข้าคุก เขาเพียงแค่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมของตัวเองเงียบๆ ยอมรับและสำนึกผิดในสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป

“เอ้า กาแฟเย็น” เสียงของผู้มาเยือนปลุกให้คิโยชิสะดุ้งตื่นจากห้วงแห่งความคิด ในขณะที่สมองกำลังมึนงง กาแฟเย็นกระป๋องหนึ่งก็ถูกยัดใส่อุ้งมือยักษ์อย่างหงุดหงิด

เสียงนี้…

คิโยชิหันขวับไปมองอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วจนคอแทบเคล็ด ชายคนหนึ่งยืนอยู่ในมุมย้อนแสง จึงทำให้เห็นใบหน้าของเขาได้ไม่ชัดเจน เขาสวมชุดเครื่องแบบของเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ รูปร่างสูงโปร่งคุ้นตา…

คิโยชิลุกขึ้นยืนทันที เพื่อที่จะได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้ชัดเจน

“ฮ…ฮิวงะ?!!”

“เอะอะอะไรของนาย รีบๆดื่มให้หมดได้แล้ว” ฮิวงะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพร้อมกับเอื้อมมือไปเขกหัวอีกฝ่ายแรงๆหนึ่งที

“โอ๊ย เจ็บนะฮิวงะ” คิโยชิเอามือกุมบริเวณที่ถูกอีกฝ่ายลงโทษไว้หลวมๆ แต่ถึงจะเจ็บยังไง ฮิวงะก็สังเกตเห็นร้อยยิ้มบางๆที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายอยู่ดี ในขณะที่อดีตตำรวจกำลังจะเอ่ยปากบ่น อ้อมแขนแกร่งของคิโยชิก็รวบตัวฮิวงะเข้ามากอดแน่น คนถูกกอดสะดุ้งเล็กน้อย เขาปล่อยให้คิโยชิเอาแต่ใจอยู่ได้ไม่กี่วินาทีก่อนจะใช้ส้นเท้ากระทืบไปยังเท้าของฝ่ายตรงข้ามเป็นการลงโทษ

“โอ๊ย!”

คิโยชิร้องลั่น ยอมปล่อยตัวฮิวงะออกมาจนได้ ชายหนุ่มสวมแว่นส่งเสียง ‘หึ’ ออกมาอย่างสะใจ ก่อนจะดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อย

“จากนี้ไปฉันจะมาเป็นเจ้าหน้าที่ที่นี่ ในเมื่อฉันเป็นต้นเหตุให้นายก่อคดีฆาตกรรมระดับนั้น ฉันก็ต้องรับผิดชอบ จะคอยควบคุมดูแลนายทุกฝีก้าวเลย เอาให้ไม่ต้องไปก่อเรื่องที่ไหนอีก!”

“ฮิวงะ…” คิโยชิพึมพำชื่อของอีกฝ่ายออกมาเบาๆ แล้วเอ่ยว่า

“ดีใจจัง จากนี้ไปฉันจะได้อยู่กับนายตลอดไปแล้ว” พอเอ่ยจบก็ยิ้มกว้าง รอยยิ้มสดใสของคนตัวใหญ่ทำให้ฮิวงะแอบเบนสายตาหนีไปทางอื่น

‘ถ้าเผลอจ้องอย่างลืมตัวล่ะก็ต้องโดนแซวแน่ๆ…’ คนสวมแว่นนึกระแวงอยู่ในใจ

“จริงสิฮิวงะ ไปเล่นบาสฯกันเถอะ พวกเราไม่ได้เล่นด้วยกันมานานมากแล้วนะ”

“นี่นาย มันจะร่าเริงเกินเหตุไปแล้วนะเฟ้ย เมื่อกี๊ยังนั่งซึมกะทือเป็นหมาหงอยอยู่เลยไม่ใช่รึไง” มุมปากฮิวงะกระตุกเล็กน้อย ตั้งใจจะปฏิเสธ ขืนเจ้าหน้าที่หน้าใหม่อย่างเขาไปเล่นบาสฯกับนักโทษล่ะก็ต้องโดนเจ้าหน้าที่คนอื่นหรือไม่ก็พวกนักโทษเอาไปนินทากันสนุกปากแน่ๆ

แต่ถึงอย่างนั้น….

ฮิวงะมองใบหน้ากระตือรือร้นของคิโยชิแล้วถอนหายใจออกมาอย่างใจอ่อนเช่นเคย

“เอ้า ก็ได้ แต่ฉันไม่ได้เล่นมาสิบกว่าปีแล้ว เพราะงั้นฝีมือคงตกไปเยอะ อย่าคาดหวังว่าจะได้เห็นชู้ตสามแต้มล่ะ”

“อื้อๆ เข้าใจแล้ว ขอแค่ฮิวงะยอมเล่น ไม่ว่าจะเป็นยังไงฉันมีความสุขสุดๆไปเลยล่ะนะ” คิโยชิถือวิสาสะโอบไหล่เขาพาเดินไปยังลานออกกำลังกายเล็กๆเก่าๆที่อยู่ไม่ไกลนัก ฮิวงะห้ามตัวเองไว้ไม่ให้ศอกเข้าที่ท้องน้อยของจอมฉวยโอกาสที่กำลังยิ้มแก้มแทบปริ ถึงแม้จะอยู่ในเรือนจำ แต่เขากลับคิดว่าบรรยากาศของที่นี่นั้นดีขึ้นนิดหน่อย บางทีอาจเป็นเพราะได้เห็นรอยยิ้มของคิโยชิก็เป็นได้

“นายไปเบิกลูกบาสมาซะ เดี๋ยวฉันจะคุยโทรศัพท์รออยู่ตรงนี้” เมื่อถูกฮิวงะสั่งเสียงดุ คิโยชิจึงยอมผละออกจากอีกคนแล้วเดินไปหาเจ้าหน้าที่เก็บอุปกรณ์อย่างร่าเริง ฮิวงะมองแผ่นหลังของคิโยชิที่ค่อยๆเล็กลงเรื่อยๆก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หารายชื่อของใครบางคนแล้วกดโทรออก

“สวัสดีครับคุณหมอ ผมฮิวงะครับ เป็นผู้ดูแลพิเศษของคิโยชิ เท็ปเปย์ ไม่ทราบว่าถ้าจะขอเลื่อนนัดตรวจของเขาออกไปเป็นตอนเย็นแทนตอนบ่ายจะสะดวกมั้ยครับ”

ฮิวงะถามจิตแพทย์ประจำเรือนจำด้วยน้ำเสียงสุภาพและเป็นมิตร สาเหตุที่คิโยชิก่อคดีสะเทือนขวัญทำให้ฮิวงะอดสงสัยไม่ได้ว่าอีกฝ่ายมีปัญหาทางจิตหรือเปล่าจึงแนะนำกับทางเรือนจำให้ส่งคิโยชิให้จิตแพทย์ประจำเรือนจำดูแลเป็นพิเศษ และเมื่อผลตรวจออกมา พบว่าคิโยชิมีปัญหาจริงๆ ดังนั้นจึงต้องพบแพทย์ ได้รับการบำบัดต่อไปเรื่อยๆ…

“หืม ก็ได้อยู่หรอกครับ ว่าแต่ขอถามสาเหตุได้ไหมครับว่าทำไมจู่ๆถึงโทรมาเลื่อนนัด”

“อ๋อ ไม่มีอะไรพิเศษหรอกครับ พวกเราแค่จะเล่นบาสฯกันก็เท่านั้นเอง” ฮิวงะตอบยิ้มๆ ก่อนจะบอกลาอีกฝ่ายอย่างสุภาพเมื่อคุยธุระจบ ชายหนุ่มสวมแว่นเก็บโทรศัพท์ลง ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย ถอดนาฬิกาข้อมือและเสื้อออกเหลือแต่เสื้อยืดคอกลมบางๆ ก่อนจะก้มมองรองเท้าหนังสีดำด้วยความหนักใจ

ช่างเถอะ ใส่ก็ใส่ เล่นแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น…

“ฮิวงะ” เสียงเรียกของคิโยชิลอยตามลมมาแต่ไกล ฮิวงะยิ้มบางๆตะโกนตอบกลับไป

“เล่นแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นนะเจ้าโง่! ไว้วันหลังค่อยเล่นกันนานกว่านี้ ฉันจะเอาเสื้อกับรองเท้ามาเปลี่ยนด้วย”

“อื้ม!!” คิโยชิที่เพิ่งวิ่งมาถึงพยักหน้า ยื่นลูกบาสเก่าๆในมือให้ฮิวงะที่รับไปโยนเล่น ปรับตัวกับสัมผัสที่เคยชินในอดีต

“เริ่มกันเลยเถอะ”

สิ้นเสียงฮิวงะ การแข่งขันในช่วงระยะเวลาสั้นๆก็เริ่มขึ้น

ทุกครั้งที่เขาโยนลูกบาสลงห่วงได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ฮิวงะจะได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงชื่นชมของคิโยชิดังขึ้นข้างๆกาย

ไม่รู้อะไรดลใจ หรืออาจเป็นเพราะกำลังอารมณ์ดีที่ชู้ตลูกบาสลงก็เป็นได้ ฮิวงะถึงได้ฉีกยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ยิ้มกว้างอย่างที่ไม่ค่อยจะได้ทำบ่อยนัก

คิโยชิเห็นแล้วก็อดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้

วันคืนที่ไร้ซึ่งอิสรภาพ แลกมากับการได้มีฮิวงะอยู่เคียงข้างกายเป็นเรื่องที่น่ายินดี

ถึงแม้จะฟังดูเห็นแก่ตัว ทำร้ายชีวิตคนอื่นเพื่อเติมความสุขให้กับตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้น คิโยชิเองก็ชักจะเริ่มไม่แน่ใจ

หากสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งที่ตัวเองทำได้

เขายังจะเลือกเส้นทางเดิม…เส้นทางเปื้อนเลือด สังหารผู้คนให้กลายเป็นกามเทพนำทางเขาไปหาฮิวงะหรือเปล่านะ…?

…….

จบแล้วค่าาาแงงง/จุดพลุฉลอง

หลังจากที่ลองเขียนบทนำเพราะความก๊าวเรื่องเชิ้ตขาวถกแขนเสื้อถึงศอก เราก็เริ่มคิดว่า ‘อืม นั่นสินะ เราควรมีพล็อตเรื่องนี่หว่า จะเขียนสนองนี้ดเรื่องเสื้อผ้ามันก็ไม่ไหวรึเปล่านะ’ เลยถามตัวเองว่าฟิคนี้ควรจะจบยังไง แฮปปี้เอนดิ้ง หรือว่าจะจบแบบดราม่า นั่นสินะ ถ้าจะจบแบบแฮปปี้ๆพี่คิโยชิก็ต้องเป็นคนบริสุทธิ์ที่ถูกใส่ร้าย แล้วได้พี่ฮิวงะช่วยหาหลักฐานให้ สุดท้ายทั้งคู่ก็ปรับความเข้าใจกัน แล้วก็จบ

ความจริงแล้วก็อยากจะเขียนแบบนั้น นี่ถึงขั้นที่ว่าจะโยนบทตัวร้ายให้อาโอมิเนะไม่ก็พี่อิมะ แต่มีบางอย่างในใจมันร่ำร้อง…

‘จะเขียนแฮปปี้อีกแล้วเหรอ ไม่อยากลองรสชาติใหม่ๆบ้างเหรอ’

เราก็เลยลองคิดพล็อตใหม่ค่ะ ถ้าอย่างนั้นให้พี่คิโยชิเป็นฆาตกร จบแบบดราม่าๆไปเลยสิ สุดท้ายพี่ฮิวงะอาจเป็นคนยิงพี่คิโยชิเองกับมือก็ได้นะ

อ๊าา แต่มันก็ปวดตับไปอ้ะะ นี่เขียนเองอาจจะไม่อยากเขียนตอนจบก็ได้ ต้องปล่อยให้มันดองไปเรื่อยๆแน่ๆฟฟฟฟฟฟฟ ทำไงดี๊

ก็เลยเกิดความคิดเยี่ยงคนสิ้นคิดเลือกสไตล์ตอนจบไม่ได้ ‘ก็ให้มันจบแฮปปี้แบบทึมๆเทาๆซะเลยสิ! แบบที่พี่คิโยชิเป็นฆาตกรแต่ก็จบแบบที่ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันอะ!’ อืม….เพราะอย่างนั้นก็เลยกลายมาเป็นอย่างที่ทุกคนได้อ่านไปนี่ล่ะค่ะ

หลักๆของมันก็ประมาณนี้ ที่เหลือเรามโนเพิ่ม(….)

ฮืออออ เป็นตอนจบที่ดูเหมือนจะแฮปปี้แต่ก็ดูเทาๆยังไงก็ไม่รู้ เขียนไปก็แอบกลัวพี่คิโยชิเหมือนกันค่ะ ความจริงเราอาจจะติดภาพลักษณ์หน้ายิ้มๆแต่ความจริงแล้วแอบร้ายของพี่แกมาก็ได้ แล้วพอไม่ได้เขียนถึงความร้ายกาจของพี่แกมานานก็เลยมาระเบิดบู้มกับฟิคนี้ อืม… พี่คิโยชิขา หนูขอโทษฟฟฟฟฟฟ แล้วก็ต้องขอโทษทุกคนด้วยค่ะที่โลเล ตอนจบเลยเหมือนจะแฮปปี้แต่ก็ไม่ได้สว่างจ้าสดใส จะดราม่าก็ไม่ดราม่า ย้อนอ่านตอนตรวจคำผิดก็ยังรู้สึกแหม่งๆ เหมือนอารมณ์มันไปไม่ค่อยสุดยังไงก็ไม่รู้ ผลลัพธ์เลยออกมาไม่ค่อยจะโอเคเท่าไหร่ฮือออ555555 แต่ก็ได้กำเนิดชิปใหม่ให้เราค่ะ ฟ้าฮิวนี่อร่อยจังแงงงงง/โดนพี่คิโยชิดึงกลับเรือ

ยังไงก็ตาม ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านจนจบนะคะ/////

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s