KnB AU FanFiction [ Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘The Cupid’ (5)

KnB AU FanFiction

Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei

‘The Cupid’

…….

หมายเหตุ : ฟิคยาวเรื่องนี้เป็นฟิคยาวเรื่องแรก และเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอนาคตที่พวกพี่คิโยชิ พี่ฮิวงะ และตัวละครทุกตัวในเรื่องโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เพื่อความสมจริง จึงจำเป็นต้องบิดนิสัยตัวละครไปบ้าง (โดยเฉพาะ อาโอมิเนะ) ที่สำคัญ ฟิคนี้ถูกเขียนขึ้นด้วยจุดประสงค์หลักๆคือติดซีรี่ส์สืบสวน (The Mentalist) และอยากเห็นพี่ฮิวงะลุคเข้มๆ เชิ้ตขาวถกแขนเสื้อขึ้นถึงศอก เนกไทหลวมๆ ปลดกระดุมคอสองเม็ดบน มีเสื้อนอกพาดไหล่///__/// จึงทำให้พล็อตคดีอาจมีจุดบกพร่องไปบ้าง นอกจากนี้ การอัปเดตเนื้อเรื่องในแต่ละตอนที่อาจจะช้ามาก แงงงง ขออภัยมา ณ ที่นี้จริงๆค่ะ

……

บทที่5

“นี่มันอะไรกัน ฮิวงะ….”

ฮิวงะเหลือบมองเบาะด้านหลัง ก่อนจะเริ่มเอ่ยต่อไปอย่างเชื่องช้า

“กามเทพตัวสูง180เซนติเมตรขึ้นไป นั่นคือข้อสันนิษฐานแรกที่ฉันได้มา แต่จากการไปคุยกับชิโรงาเนะคุง ฉันก็ได้รู้อะไรดีๆมาอีกอย่าง นั่นก็คือ ฆาตกรใส่หน้ากากยักษ์ที่ขายตามงานวัดเพื่อปกปิดหน้าตา และเพราะหน้ากากนั่น ฉันก็เลยสาวมาถึงตัวนายจนได้”

“…..” คิโยชิไม่พูดอะไร ฮิวงะเหม่อมองทิวทัศน์รอบข้างผ่านกระจกรถ เอ่ยต่อไปท่ามกลางความเงียบที่กำลังปกคลุมไปทั่ว

“ฉันติดต่อไปที่โรงงานทุกโรงงานที่ผลิตไอ้หน้ากากนั่น ไล่ถามหาคนที่รับไปขาย แล้วก็ถามถึงลูกค้าที่ซื้อ ฉันคัดคนที่ตัวสูงๆออกมา และหนึ่งในนั้นก็มีรายชื่อนายอยู่ด้วย”

ฮิวงะเว้นวรรคครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ

“ตอนแรกฉันก็คิดว่ามันบังเอิญ บังเอิญมากๆ แต่พอฉันติดต่อไปที่โรงพยาบาลที่นายรักษาตัว ไปขอดูประวัติการรักษาของนาย….นายรักษาเข่าจนหายดีแล้ว หายดีมานานแล้วด้วย คิโยชิ นายโกหกฉัน โกหกคนอื่น พอคิดอย่างนี้แล้วมันก็พิรุธน่าดูใช่มั้ยล่ะ”

“นั่นน่ะ…” คิโยชิพยายามจะพูดแต่ก็พูดอะไรไม่ออก

“ที่พลาดก็คือฉันเป็นคนรับผิดชอบคดีนี้ เพราะฉันเคยรู้เรื่องเข่าของนายมาก่อน พอได้ยินนายบอกเรื่องเข่าฉันก็เลยเชื่อ ทั้งๆที่อ่านแฟ้มประวัตินายเป็นสิบๆรอบแต่ไม่เจอเอกสารใบรับรองแพทย์ของนายเลย เป็นหลักจิตวิทยาที่ง่ายๆแต่ก็ใช้ได้ผล”

“….นายคิดว่าฉันเป็นคนร้ายจริงๆเหรอ?” คิโยชิถาม

ฮิวงะไม่ตอบ ในขณะที่บทสนทนาของอดีตเพื่อนสนิทจบลงแล้ว พวกเขาทั้งหมดก็มาถึงเรือนจำ ยามาซากิจอดรถอย่างนุ่มนวล ตำรวจสองคนที่นั่งประกบคิโยชิค่อยๆลากตัวคนตัวใหญ่ลงมาจากรถ ฮิวงะเปิดประตูรถ เอ่ยกับตำรวจสองคนนั้นเบาๆ

“พวกคุณพาเขาไปห้องสอบสวนของเรือนจำก่อน เดี๋ยวผมจะสอบสวนครั้งสุดท้าย ผมต้องการให้เขาสารภาพ”

“ครับ” สองตำรวจเอ่ยตอบรับเบาๆ ฮิวงะมองตามแผ่นหลังของคนตัวสูงใหญ่ไป

“จับเพื่อนเก่าเข้าคุกนี่ไม่ง่ายเลยนะครับ ยามาซากิซัง”

“ถ้าเป็นผมคงปล่อยให้เขาหนีไป ไม่ทำเหมือนฮิวงะซังหรอกครับ”

“นั่นสินะครับ เพราะอย่างนั้นผมถึงได้ขอเวลาทำใจก่อนเข้าไปฟังคำสารภาพของเขาไง”

คำสารภาพของฆาตกรที่ก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง…

“…สู้ๆนะครับ”

ฮิวงะถอนหายใจ สูดหายใจลึกๆเข้าออกอยู่ครู่หนึ่ง ยิ้มเนือยๆกับคำให้กำลังใจของอีกฝ่ายก่อนจะเดินตามเข้าไปในตัวอาคาร ชายหนุ่มถามทางกับเจ้าหน้าที่สาวที่เดินผ่านมาตามประสาผู้มาเยือนใหม่ ฮิวงะไม่เคยพาผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนที่นี่มาก่อน ความจริงแล้วเขาไม่จำเป็นต้องมาเองก็ได้ แค่สอบสวนที่สำนักงาน หลังจากนั้นค่อยสั่งให้พาผู้ต้องสงสัยไปเรือนจำ แค่นี้ก็ถือว่าเขาทำงานเสร็จ ปิดคดีเรียบร้อย

ชายหนุ่มสวมแว่นเอ่ยขอบคุณผู้นำทางเมื่อมาถึงจุดหมาย เขาผลักประตูเข้าไป ตำรวจสองคนยืนอยู่ในห้อง

ฮิวงะแตะไหล่พวกเขาเบาๆ สองคนนั้นจึงออกไปจากห้อง ในตอนนี้ทั้งห้องเหลือเพียงแค่เขากับคิโยชิเท่านั้น

“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันโกหกนายเรื่องเข่า…” คิโยชิเอ่ยถาม ฮิวงะเลื่อนเก้าอี้แล้วนั่งลงตรงข้ามกับอีกฝ่าย หยิบเครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็กออกมาแต่ยังไม่กดปุ่มเริ่มทำงาน รอบแรกเขาอยากจะคุยกับคิโยชิเป็นการส่วนตัว เอาไว้ให้คุยกันเสร็จก่อนค่อยให้อีกฝ่ายเล่าอีกครั้ง….

แต่ถึงอย่างไรก็ไม่อยากฟังจริงๆ ชายหนุ่มพยายามรวบรวมสติ เลิกสนใจเครื่องบันทึกเสียง ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว

“ฉันมาคิดดูแล้วมันรู้สึกแปลกๆ…นายน่ะมันเป็นพวกปากหนัก ต่อให้เจ็บแค่ไหนก็ไม่ยอมบอกหรอก แต่นายกลับบอกฉันอย่างนั้น ไม่มีท่าทีปิดบังหรือกลบเกลื่อน ฉันถูกหลอกในตอนแรกก็เพราะดันมองข้ามเรื่องนี้ไป ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ไปเสียเวลานั่งสืบเรื่องของผู้ต้องสงสัยคนอื่น…”

‘ไม่ต้องเสียเวลาหาหลักฐานมาช่วยนายอย่างนี้…..’ ฮิวงะคิดในใจ

‘แต่ความจริงแล้วหลักฐานแค่นี้มันไม่แน่นหนาพอที่จะมัดตัวนายได้อยู่หมัด ถ้านายยังยืนกรานว่าไม่ได้ทำจริงๆล่ะก็ ฉันจะขอโทษ แล้วก็คงต้องได้เวลาปล่อยตัวนายไป…’ ฮิวงะตั้งใจจะเอ่ยประโยคนั้นออกไป แต่ประโยคดังกล่าวกลับถูกกลืนลงลำคอทันทีเมื่อถูกขัดจังหวะด้วยคำพูดของอีกฝ่าย

“….ยอดไปเลยนะฮิวงะ คิดไว้อยู่แล้วล่ะว่านายต้องจับได้” คิโยชิเอ่ยชม แต่ฮิวงะไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด ยิ่งเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ยิ่งได้ยินเสียงก็ระงับความรู้สึกไม่ไหวอีกต่อไป ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน ตบโต๊ะดังปัง ตะคอกใส่อีกฝ่ายอย่างโกรธเกรี้ยว

“นายทำแบบนี้ทำไมกัน?!! ฆ่าคนตายงั้นเหรอ มีเหตุผลอะไรต้องฆ่าคนพวกนั้นด้วย?!!”

“ทั้งหมดก็เพราะนายนะฮิวงะ….”

ฮิวงะหยุดกึก คิโยชิเงยหน้ามองอดีตกัปตันเซย์ริน ใบหน้าของชายหนุ่มบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย

เหมือนจะยิ้ม แต่ก็เหมือนจะร้องไห้ในเวลาเดียวกัน…

“มาจนถึงป่านนี้แล้วก็คงต้องยอมรับแล้วล่ะนะ ใช่ ฉันมันฆาตกร ฉันมันเลว เหตุผลที่ลงมือฆ่าคนพวกนั้นก็ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันกับคนพวกนั้นไม่เคยรู้จักกันด้วยซ้ำ ยกเว้นพวกคุณชิโรงาเนะ” คิโยชิเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง คำสารภาพค่อยๆพรั่งพรูออกมาจากปากเรื่อยๆ

“หา ท ทำไม……” ถึงแม้ฮิวงะจะพยายามสงบสติอารมณ์ของตนไว้มากมายขนาดไหน สุดท้ายแล้วร่างของตำรวจหนุ่มก็อดสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกที่หลากหลายไม่ได้

การฆ่าเป็นเรื่องที่โหดร้าย ถึงแม้ฮิวงะจะชอบใช้กำลัง แต่กับเรื่องการฆ่านั้นมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ถึงแม้ฮิวงะจะเคยวิสามัญคนร้าย แต่ทุกครั้งที่กระสุนปืนช่วงชิงเอาวิญญาณของอีกฝ่ายมา ชายหนุ่มก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ จำเป็นต้องปลอบใจตัวเองทุกครั้งว่ามันเป็นหน้าที่ และเพราะความรู้สึกผิดนี้เอง เมื่อเขายิงคนร้ายตายไปหนึ่งคน ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของฮิวงะก็จะมากขึ้น ในเมื่อฆ่าไปหนี่งชีวิตก็ต้องปกป้องชีวิตที่เหลือให้ได้มากที่สุด และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงต้องการจับกุมกามเทพให้ได้เร็วที่สุดนั่นเอง

ทว่า ทั้งๆที่เขาเกลียดการช่วงชิงชีวิตของคนอื่น คิโยชิกลับฆ่าคน เป็นฆาตกรต่อเนื่อง…

แถมเหตุผลที่ว่านั่นดันเป็นเพราะเขา แบบนี้ไม่เท่ากับว่าเขาเป็นคนที่ทำให้เหยื่อทุกคนโดนฆ่าอย่างนั้นหรือ…?

ไม่เท่ากับว่าเขาเป็นคนฆ่าพวกเขาทางอ้อมอย่างนั้นหรือ?

“ฉัน…ฉันทำอะไร ทำไมฉันถึงเป็นสาเหตุ…”

“นายเรียกฉัน…เรียกฆาตกรว่ากามเทพสินะ ความจริงแล้วฉันไม่ได้ตั้งใจจะเรียกตัวเองว่ากามเทพหรอก พวกนายตีความผิด” คิโยชิอธิบาย น้ำตาแห่งความสำนึกผิดเริ่มคลออยู่ในดวงตา

เขาไม่ได้ทำเพราะอยากทำ แต่เพราะความรู้สึกบางอย่างครอบงำ รู้ตัวอีกทีก็หยุดตัวเองไม่ได้แล้ว

“กามเทพก็คือ…คนที่ถูกฉันฆ่าต่างหากล่ะ”

“….”

“คนที่ถูกฉันฆ่าจะกลายเป็นกามเทพ และสุดท้ายกามเทพก็จะทำให้ฉันได้เจอกับนายอีกครั้ง”

“?!!!!” ฮิวงะถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก คิโยชิยังคงเอ่ยต่อไปว่า

“ฉันได้ดูข่าวคดีฆาตกรรมคดีนึง ตอนที่เห็นนายเป็นคนกันนักข่าวไม่ให้เข้าที่เกิดเหตุฉันตกใจมาก นึกไม่ถึงว่านายจะไปเป็นตำรวจ ฉันอยากเจอนายมาก แต่ถ้าพรวดพราดไปนายต้องหนีหน้าฉันแน่ๆ….”

มือหน้าที่ถูกใส่กุญแจมือของคิโยชิค่อยๆเอื้อมไปกุมมือของฮิวงะที่กำลังนิ่งอึ้ง

“ฉันไม่อยากให้นายหนีฉันไปอีก ฮิวงะ…”

“ไม่อยาก…ไม่อยากให้นายหนีไปอีกจริงๆนะ ฉัน…ฉันอุตส่าห์เจอนายแล้วทั้งที แล้วในตอนนั้นฉันก็คิดขึ้นมาได้ว่า ถ้านายเป็นตำรวจ ฉันเป็นผู้ร้าย ด้วยหน้าที่ของนายแล้วนายต้องจับฉันแน่ๆ แล้วฉันก็จะได้เจอกับนาย นายจะไม่หนีฉัน เพราะนายเป็นคนรับผิดชอบ…”

ฮิวงะยิ่งฟังยิ่งรู้สึกแย่ ความรู้สึกผิดมากมายมหาศาลกำลังทับถมหัวใจของเขาในตอนนี้

ถ้าหากตอนนั้น…เขาไม่สับสน เขาไม่คิดจะหนีล่ะก็ คิโยชิจะมีความสุข ไม่มีใครต้องตาย ชิโรงาเนะคุงก็จะไม่ต้องสูญเสียพ่อแม่ไป….

และตัวเขาเอง….ก็จะได้มีความสุขอยู่กับคนที่รัก…..

“….ฉันน่ะ ตอนนั้นคิดหนักมากเลยนะ ถ้าฉันขโมยของล่ะก็ นายจะมาทำคดีของฉันมั้ยนะ แต่ก็คงไม่ใช่มั้ยล่ะ อย่างนายก็น่าจะเป็นพวกคดีฆาตกรรม เพราะฉันเห็นนายในข่าวคดีฆาตกรรมนี่นา….”

“……..”

“ฉัน….จะว่าไงดีล่ะ ฉันเองก็รู้สึกแย่เหมือนกันนะฮิวงะ ฉันเกลียดตัวเองตอนนั้น แต่ก็เพราะตัวฉันเองในตอนนั้นแท้ๆที่ทำให้นายไม่หนีฉันไป ฉัน….ฉันไม่รู้ ฉันทั้งรู้สึกแย่ แต่ฉันก็ดีใจ ฮิวงะ ฮิวงะ นายช่วยฉันที…” คิโยชิกุมมือฮิวงะแน่นจนเจ็บ

ฮิวงะทำอะไรไม่ถูก รู้แค่ว่าตอนนี้เขาอยากวิ่งหนีไปให้ไกลอีกครั้ง ทว่า หากวิ่งหนีต่อไป จะเกิดอะไรขึ้นอีก….

“ฉันน่ะ….ในตอนนั้นคิดว่าถ้าฆ่าคนได้ล่ะก็ นายต้องหันมาสนใจฉันแน่ๆ พอรู้ตัวอีกทีฉันก็ฆ่าคู่รักวัยรุ่นไปหนึ่งคู่ ฉันตกใจมาก แต่ในหัวฉันกลับบอกว่าแค่นี้น่ะยังทำให้คนอย่างนายสนใจทำคดีของฉันไม่ได้หรอก มันต้องเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ แล้วก็ชั่วร้ายกว่านั้น…”

“นายก็เลย…….ฆ่าคนมาเรื่อยๆ ทำให้เป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสินะ….” ฮิวงะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง คิโยชิพยักหน้า กุมมือของฮิวงะแน่นขึ้น

“….ตอนที่เกิดคดีที่สาม ฉันเห็นนายไปนั่งแถลงข่าวว่าจะเป็นคนรับผิดชอบคดีนี้ ฉันเสียใจมากที่ฉันเผลอฆ่าคนไปหกคนแล้ว แต่ฉันก็ดีใจมาก นายจะเป็นคนมารับคดีนี้แล้วจริงๆ…”

“ที่นายลงมือกับบ้านบ้านชิโรงาเนะ นายจงใจให้ตัวเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยสินะ…?” ฮิวงะยังคงถามต่อไป ถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยากรับรู้เรื่องทั้งหมดแล้วก็ตาม

“ใช่ นายรู้มั้ยตอนฉันเห็นนายมาสอบสวนฉันแทนที่อาโอมิเนะฉันดีใจมากขนาดไหน ในที่สุดฉันก็ได้เจอกับนาย ได้คุยกับนาย ดีใจจนลืมเรื่องที่ตัวเองทำไปเลยว่าเลวร้ายแค่ไหน…”

ฮิวงะพูดไม่ออก ชายหนุ่มตัดสินใจหยิบเครื่องอัดเสียงขึ้นมาชูให้คิโยชิเห็น เอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก

“ช่วยสารภาพแบบเมื่อกี๊อีกรอบทีนะ เล่าตั้งแต่เริ่มเลย คำสารภาพของนายจะทำให้โทษของนายเบาลงนิดหน่อย อย่างน้อยก็คงไม่ถูกประหาร…”

“ก็ได้…แต่เอาจริงๆนะฮิวงะ สิ่งที่ฉันทำมันร้ายแรงเกินกว่าจะได้รับการลดหย่อนโทษ…ไม่ใช่เหรอ? เพราะงั้นจะโดนประหารก็ไม่เป็นไรหรอก ยังไงซะตอนนี้ก็ได้คุยกับนายนี่นา…”

“นายมันบ้า…” ฮิวงะกุมขมับ ก่อนจะกดเปิดเครื่องอัดเสียง

แล้วคิโยชิก็เริ่มต้นสารภาพความจริงทั้งหมดอีกครั้ง

………

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s