KnB AU FanFiction [ Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘The Cupid’ (3)

KnB AU FanFiction

Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei

‘The Cupid’

……..

หมายเหตุ : ฟิคยาวเรื่องนี้เป็นฟิคยาวเรื่องแรก และเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอนาคตที่พวกพี่คิโยชิ พี่ฮิวงะ และตัวละครทุกตัวในเรื่องโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เพื่อความสมจริง จึงจำเป็นต้องบิดนิสัยตัวละครไปบ้าง (โดยเฉพาะ อาโอมิเนะ) ที่สำคัญ ฟิคนี้ถูกเขียนขึ้นด้วยจุดประสงค์หลักๆคือติดซีรี่ส์สืบสวน (The Mentalist) และอยากเห็นพี่ฮิวงะลุคเข้มๆ เชิ้ตขาวถกแขนเสื้อขึ้นถึงศอก เนกไทหลวมๆ ปลดกระดุมคอสองเม็ดบน มีเสื้อนอกพาดไหล่///__/// จึงทำให้พล็อตคดีอาจมีจุดบกพร่องไปบ้าง นอกจากนี้ การอัปเดตเนื้อเรื่องในแต่ละตอนที่อาจจะช้ามาก แงงงง ขออภัยมา ณ ที่นี้จริงๆค่ะ

………..

บทที่3

“นายหนีฉันมาตลอด ติดต่อไม่ได้ ไม่รู้ข่าวคราว ไม่รู้เลยว่านายเป็นตายร้ายดียังไง ไม่ใช่แค่ฉัน แต่กับทุกคนนายเองก็เงียบไป โผล่ไปทักทายแค่ไม่กี่นาทีแล้วก็หนีหายไป ฮิวงะ นาย….”

“คิโยชิ พอได้แล้ว ไปนั่งที่ซะ ตอนนี้นายเป็นผู้ต้องสงสัย ฉันเป็นตำรวจ ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามนาย” ฮิวงะพยายามควบคุมสถานการณ์สุดความสามารถ ทว่า ถึงแม้จะเคยกำราบผู้ต้องสงสัยคลุ้มคลั่งมาหลายราย แต่คราวนี้ชายหนุ่มกับจนปัญญาที่จะสงบสติอารมณ์ของอดีตเพื่อนสนิทได้

ถึงแม้ว่าจะพยายามเป็นฝ่ายควบคุม แต่ความจริงตัวเขาต่างหากที่ถูกอีกฝ่ายควบคุมมาตั้งแต่ต้น…

“ฮิวงะ นายหนีฉันไปทำไม นายกลัวฉันเหรอ ฉันขอโทษ ฉัน…”

‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’

ทั้งฮิวงะและคิโยชิหันขวับไปมองประตูห้องสอบสวนแทบจะพร้อมกัน ตำรวจหนุ่มเดินไปเปิดประตู พนักงานร้านอาหารที่เขาโทรสั่งอาหารไปก่อนหน้านี้เดินเข้ามาพร้อมกับราเม็งสองชาม เดิมทีฮิวงะตั้งใจจะสั่งมากินพร้อมกันกับคิโยชิในห้องสอบสวน แต่สุดท้ายก็สั่งให้นำอีกชามไปวางบนโต๊ะทำงานเขาในแผนกแทน

“ฝากด้วยนะ” ฮิวงะยัดเงินค่าราเม็งใส่มือพนักงานเพื่อไม่ให้ถามอะไรที่เขาไม่อยากตอบ

“นายไม่กินเหรอฮิวงะ เมื่อกี๊ฉันเห็นมีอีกชาม…”

“ไม่ล่ะ ฉันไม่มีอะไรจะถามนายแล้ว กินๆเข้าไปซะ”

“แสดงว่าตอนแรกกะจะนั่งคุยยาวๆใช่ไหม ก็เลยสั่งอีกชามของตัวเองมาด้วย…”

“ไม่ต้องมาสอบสวนฉัน กินๆเข้าไปซะ ฉันไปล่ะ”

“อ๊ะ เดี๋ยวสิฮิวงะ!”

ฮิวงะคว้าแฟ้มข้อมูลทุกอย่างแล้วกระแทกประตูปิดดังปัง ยามาซากิที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือรอเงยหน้าขึ้นมามองเขาอย่างนึกสงสัย

“ยามาซากิซัง เดี๋ยวอีกสิบนาทีพาหมอนั่นกลับได้เลยครับ”

“อ๊ะ เอ่อ… ครับๆ” เจ้าหน้าที่หนุ่มพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะมองส่งแผ่นหลังของตำรวจหนุ่มที่เดินอย่างเร่งรีบจากไป

ฮิวงะเดินกลับไปที่แผนก ชามราเม็งวางเด่นอยู่บนโต๊ะทำงานที่ค่อนข้างรก จิตใจของเขาเริ่มสับสนวุ่นวาย ราวกับแอ่งน้ำใสที่โดนรบกวนจนตะกอนโคลนที่จมอยู่ข้างใต้ลอยขึ้นมาด้านบนอีกครั้ง ชายหนุ่มใช้ตะเกียบเขี่ยเส้นราเม็งไปมา ก่อนหน้านี้เขาทำงานโดยไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากกาแฟดำจึงรู้สึกหิวเสียจนสามารถกินวาฬเข้าไปทั้งตัวได้ แต่ในตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะรู้สึกหิวมากเพียงใด ฮิวงะกลับไม่มีอารมณ์จะกินราเม็งแสนอร่อยชามนี้เสียอย่างนั้น

“ให้ตายสิ เจ้าคิโยชิ เจ้าบ้าเอ๊ย….” ฮิวงะบ่นงึมงำ เมื่อย้อนนึกถึงเหตุการณ์อุกอาจที่คิโยชิทำกับเขา ใบหน้าของฮิวงะก็ร้อนผ่าว ถ้าหากเป็นตัวเองในสมัยมัธยมปลายคงจะแก้ตัวกับตัวเองว่าเขากำลังโกรธอยู่ แต่ในตอนนี้ ฮิวงะไม่ใช่เด็กวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว เขาโตพอที่จะรู้ว่าความรู้สึกนี้คือความเขิน…

และโตพอที่จะรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองว่าคิดยังไงกับคิโยชิกันแน่…

“ไม่สิ เรารู้มาตลอด แต่ไม่เคยยอมรับมันต่างหาก..”

ฮิวงะถอนหายใจ กลั้นใจจัดการราเม็งที่เริ่มเย็นชืดจนหมด ก่อนจะโทรเรียกให้เด็กเสิร์ฟมาเก็บชาม แล้วจึงหยิบแฟ้มประวัติคิโยชิมาพลิกไปมา ยิ่งนั่งอ่านทวนหลายๆรอบก็ยิ่งขมวดคิ้ว ราวกับว่าพบบางสิ่งที่ผิดปกติอยู่ในนั้น ตำรวจหนุ่มหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาจดข้อมูลที่จำเป็นลงสมุด ก่อนจะลุกขึ้นยืน มุ่งหน้าเดินออกจากแผนกไปยังหน้าตึกสำนักงานทันที

“รุ่นพี่!”

ขณะที่กำลังเดินออกไปยังลานจอดรถฮิวงะก็ได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคยของตำรวจรุ่นน้อง พอหันไปตามเสียงก็เห็นอาโอมิเนะวิ่งหน้าตั้งมาหาอย่างรวดเร็ว

“โฮ่ยๆ อะไรของนายฟะ อาโอมิเนะ”

“ม ไม่มีอะไรครับ จู่ๆก็คิดได้ว่าถึงรุ่นพี่จะน่ารำคาญแต่ก็เป็นรุ่นพี่ที่ดีที่สุดแล้ว” อาโอมิเนะพึมพำอย่างตื่นกลัว ฮิวงะเลิกคิ้วสงสัย แต่เมื่อเห็นร่างของใครบางคนที่เดินเข้ามาใกล้ตำรวจหนุ่มก็พอจะเดาเรื่องได้ทันที

“อ้าว สวัสดี ฮิวงะคุง”

“สวัสดีครับอิมะโยชิซัง” ฮิวงะเอ่ยทักทายอีกฝ่ายอย่างสุภาพโดยที่มีอาโอมิเนะเกาะหลังอยู่

“ทำอะไรของนายเนี่ย…”

ฮิวงะหันไปกระซิบกระซาบกับรุ่นน้อง แต่อาโอมิเนะเบือนหน้าไปทางอื่น งึมงำเสียงเบาจนแทบจับใจความไม่ได้

“ขอร้องล่ะรุ่นพี่ ช่วยทำเป็นไม่สนใจผมในตอนนี้หน่อยนะครับ…”

‘ไปเจออะไรมาฟะ…’ ฮิวงะนึกสงสัยอยู่ในใจแต่ก็ไม่ได้ถามออกไป

“อิมะโยชิซังจะไปหาคิโยชิสินะครับ” คนสวมแว่นเลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจรุ่นน้องตามที่อีกฝ่ายร้องขอ ชายหนุ่มจึงหันไปคุยกับทนายความของอดีตเพื่อนสนิทแทน

“แล้วฮิวงะคุงล่ะ?”

“จะออกไปหาหลักฐานนิดหน่อยน่ะครับ” ฮิวงะตอบ ก่อนจะหันไปหารุ่นน้อง คราวนี้คงทำเป็นไม่สนใจไม่ได้แล้วเพราะเขาต้องการผู้ช่วยในการทำงานครั้งนี้

“นายไปกับฉัน พวกเราต้องไปโรงงานทำหน้ากากที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ แล้วค่อยตามตัวพวกผู้ประกอบการรายย่อยมาถามหาคนซื้อที่มีลักษณะคล้ายกับกามเทพ จะได้จำกัดวงของผู้ต้องสงสัยได้หน่อย”

“แต่รุ่นพี่ครับ ใครมันจะไปจำลูกค้าได้ดีขนาดนั้น…”

“เอาน่า ลองดู คนที่สูงเกินร้อยแปดสิบขึ้นไปหาได้ไม่ยากหรอก…” ฮิวงะตบบ่ารุ่นน้องเป็นเชิงให้กำลังใจ

ความจริง…ส่วนสูงที่สามารถตัดคอคนสูง180เซนติเมตรได้อย่างสบายๆนั้นอาจเป็นส่วนสูงเฉียด190เซนติเมตรก็ได้… ถ้าเป็นแบบนั้นจะยิ่งจำกัดวงได้ดี แต่ฮิวงะเลือกที่จะไม่พูดออกไป เพราะเขาไม่มีหลักฐานยืนยัน ทั้งหมดเป็นเพียงความคิดชั่ววูบที่แล่นเข้ามาในสมอง

นอกจากนี้…

ส่วนสูงของคิโยชิเองก็…

ในขณะที่พวกฮิวงะกำลังคุยกัน อิมะโยชิที่ยืนฟังบทสนทนาระหว่างสองตำรวจก็เอ่ยขัดขึ้นมา

“เอ… ที่ตั้งใจขนาดนี้เนี่ย ตำรวจอย่างฮิวงะคุงตั้งใจจะหาหลักฐานไปช่วยเพื่อนสนิทสมัยม.ปลายสินะ”

ฮิวงะสะดุ้งเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้โวยวายแก้ตัวอะไร ใช่ เขาโตแล้ว ถึงแม้จะอยากโวยวายใส่อิมะโยชิมากแค่ไหนเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน เหมือนกับที่เคยโวยวายใส่อาโอมิเนะอยู่บ่อยๆ แต่สุดท้ายแล้ววิธีนี้มักถูกมองออกอย่างง่ายดาย สำหรับอาโอมิเนะน่ะช่างมันเถอะ แต่อิมะโยชิซังน่ะร้ายกาจ… คนสวมแว่นจึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ ลอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เอ่ยตอบไปอย่างใจเย็น

“ผมจริงจังกับงานที่ทำเสมอครับ ที่ทำก็เพราะต้องการหาตัวคนร้าย ไม่ใช่เพราะต้องการช่วยผู้ต้องสงสัย ที่สำคัญ การช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้ต้องสงสัยน่ะ มันงานของทนายความอย่างคุณไม่ใช่เหรอครับ อิมะโยชิซัง”

“ฮะฮะฮะฮะ เสียใจด้วยนะ ฉันไม่ใช่ทนายของคิโยชิ เท็ปเปย์หรอก” อดีตกัปตันโทโอหัวเราะร่า ท่ามกลางสีหน้างุนงงของฮิวงะ และสีหน้าหมั่นไส้ของอาโอมิเนะ

“หัวเราะได้กวนโอ๊ยชะมัด…” อาโอมิเนะพึมพำให้ฮิวงะได้ยินเพื่อหาแนวร่วมสนับสนุนความคิดของตน แต่ตำรวจรุ่นพี่ไม่สนใจ เขาหันขวับไปหาทนายหนุ่มทันที

“ผมนึกว่าคุณจะช่วยเขา…”

“เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ครั้งเก่าก่อนที่เคยแข่งบาสฯด้วยกันน่ะเหรอ?” อิมะโยชิถอนหายใจ ก้มมองฮิวงะที่ตัวเล็กกว่า ระยะห่างส่วนสูงระหว่างพวกเขาไม่ต่างกันมากนัก ไม่ต่างจากตอนม.ปลายที่เคยแข่งบาสเกตบอลด้วยกัน

“ฮิวงะคุงต้องไม่ลืมนะว่าพวกเราโตๆกันหมดแล้ว สิ่งที่สำคัญสำหรับพวกผู้ใหญ่คืออะไร..? คำตอบก็คือเงินใช่มั้ยล่ะ”

“อย่างนี้นี่เอง…คิโยชิไม่มีปัญญาจ่ายค่าจ้างทนาย และไม่แน่ว่าชาตินี้เขาจะจ่ายได้ครบมั้ย คุณที่รู้อยู่แล้วตั้งแต่แรกก็เลยคิดจะไม่ช่วยเขา”

“อืม ก็นะ วันนี้จุดประสงค์หลักๆของฉันก็คือการมาหารุ่นน้องที่ไม่ได้เจอกันซะนานน่ะ…” อิมะโยชิว่าพลางหันไปยิ้มหวานให้อาโอมิเนะ นายตำรวจผิวเข้มสะดุ้งเฮือก เกาะไหล่ฮิวงะแน่น พอเห็นปฏิกิริยาของรุ่นน้อง ชายหนุ่มก็ยิ่งสงสัย ต้องเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนี้แน่ๆ…

ต้องมีอะไรแน่ๆ…

“งั้นเหรอครับ…” ฮิวงะว่าพลางแอบขอโทษอาโอมิเนะอยู่ในใจ เพราะเขานึกว่าอิมะโยชิจะรับคดีของคิโยชิแล้วจะหาทางประกันตัวคิโยชิออกไปทั้งที่เขายังสอบสวนได้ไม่เท่าไหร่ จึงส่งอาโอมิเนะไปถ่วงเวลา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรจากการสอบสวน แถมยังอาจจะไปสร้างแผลใจบางอย่างให้กับตำรวจรุ่นน้องอีกต่างหาก

ผิดแผนไปหมด ดีไม่ดีตอนนี้เขาอาจจะโดนอาโอมิเนะสาปแช่งอยู่ในใจก็เป็นได้

“ถ้าอย่างนั้นพวกผมขอตัวก่อนก็แล้วกันนะครับ อิมะโยชิซัง ไปกันเถอะ อาโอมิเนะ” ฮิวงะโค้งให้อีกฝ่ายตามมารยาทก่อนจะคว้าข้อมือของอาโอมิเนะแล้วรีบลากอีกฝ่ายให้ตามมาด้วย ไหนๆก็เผลอส่งเขาไปอยู่กับจอมวายร้ายคนนั้นแล้ว ฮิวงะเองก็ต้องรับผิดชอบสักหน่อย พอออกไปได้แล้วจะเลี้ยงน้ำเลี้ยงขนมปลอบขวัญหน่อยก็แล้วกัน

ตำรวจสองคนเร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อย ทว่า เสียงของอิมะโยชิที่ดังขึ้นนั้นกลับทำให้ฮิวงะที่กำลังรีบเดินนั้นหยุดชะงัก

“ความจริง…นอกจากเรื่องเงินแล้วที่ฉันไม่รับงานครั้งนี้มันก็ยังมีสาเหตุอีกอย่างนึงนะ”

“……” ฮิวงะหยุดฟัง ส่วนอาโอมิเนะนั้นพอรุ่นพี่หยุดก็ต้องหยุดตาม รับฟังเหตุผลของคุณทนายความไปพร้อมๆกัน

“ฉันไม่อยากเหนื่อยฟรีน่ะ คดีนี้รู้อยู่แล้วว่าสู้ไปก็ต้องแพ้ ยังไงซะ คิโยชิ เท็ปเปย์ก็คือฆาตกร”

“…….”

“งานที่ทำแล้วไม่ได้เงินน่ะ แย่กว่างานที่ทำแล้วได้ค่าตอบแทนน้อยอีกนะ”

“….ก็ไม่แน่หรอกนะครับ อิมะโยชิซัง” ฮิวงะเอ่ยช้าๆ หันไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอีกครั้ง นัยน์ตาสีเทาเข้มหลังเลนส์แว่นจับจ้องไปยังร่างของชายในชุดสูทราคาแพง คิ้วขมวดเล็กน้อย ราวกับว่ากำลังไม่พอใจในสิ่งที่อดีตกัปตันโทโอกล่าว

“ถ้าผมหาหลักฐานได้ครบเมื่อไหร่แล้วพิสูจน์ได้ว่าคดีนี้คิโยชิบริสุทธิ์ล่ะก็ คุณต้องเสียดายมากแน่ๆ เพราะยังไงซะ งานที่ทำถึงแม้จะได้ค่าตอบแทนน้อยแต่ก็ยังมีค่ากว่าการไม่ได้ค่าตอบแทนเพราะไม่มีงานทำ ใช่รึเปล่าครับ?”

“….เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันจะรอดูหลักฐานจากฮิวงะคุงนะ” อิมะโยชิเอ่ยยิ้มๆ เขาเดินเข้ามาใกล้พวกฮิวงะ ในช่วงวินาทีที่อิมะโยชิเดินสวนไป ทนายหนุ่มเอ่ยออกมาเบาๆ

“ให้ตายสิ อยากสลับบทบาทกับเธอตอนนี้ชะมัดเลย นอกจากฉันจะได้จิกใช้อาโอมิเนะในฐานะตำรวจรุ่นพี่แล้ว การได้เห็นทนายความฮิวงะวิ่งพล่านไปทั่วช่วยเหลือลูกความของเขาก็คงน่าสนุกดี จริงมั้ย?”

“……..ผมคิดผิดจริงๆนั่นล่ะครับ ตอนที่ให้ลูกน้องติดต่อทนายตามสิทธิ์ที่ผู้ต้องสงสัยควรจะได้รับ ผมน่าจะบอกให้เขาเลือกทนายที่ไม่เกี่ยงคดี มากกว่าที่จะเลือกทนายเก่งๆ”

“ฮึฮึ” อิมะโยชิพ่นลมหายใจออกมาอย่างนึกขัน ก่อนจะเดินจากไป ฮิวงะเงียบไปครู่หนึ่ง หยิบซองบุหรี่ใหม่ในกระเป๋าเสื้อนอกออกมาอย่างหงุดหงิด อาโอมิเนะยื่นไฟแช็กให้อย่างรู้งาน

ทุกครั้งที่หงุดหงิดและเครียดจากเรื่องงาน ฮิวงะมักสูบบุหรี่ ทั้งที่ปกติเขาไม่ค่อยจะสูบ หรือถ้าจะเรียกให้ถูกอาจจะเรียกได้ว่าพยายามหลีกเลี่ยงมันให้ได้มากที่สุด เพราะกลัวว่าจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ด้วยเหตุนี้ภาพของฮิวงะที่พ่นควันนิโคตินสีขาวขุ่นออกมาจากปากจึงเป็นสิ่งที่อาโอมิเนะเห็นได้ไม่บ่อยนัก

“รุ่นพี่นายร้ายกาจชะมัด…”

“อา….” อาโอมิเนะเหม่อมองท้องฟ้าในขณะที่ฟังตำรวจรุ่นพี่บ่นไปพลางๆ

“สรุปว่ารุ่นพี่โมโหมากๆสินะครับ ตอนที่เขาพูดว่าคิโยชิเป็นคนร้าย…”

“แหงอยู่แล้ว”

“…ไม่คิดจะปฏิเสธหน่อยเหรอครับ ยังไงซะตอนนี้พวกเราก็ยังหาหลักฐานไม่ได้นี่นา”

“หนวกหูเฟ้ย ยังไงก็ต้องหามาให้ได้ หลักฐานน่ะมีอยู่แล้ว แค่เราหากันไม่เจอเองต่างหาก”

“อืมๆ เป็นห่วงหมอนั่นขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

“ใช่…เอ้ย! ไม่ใช่เฟ้ย!! น หน้าที่ต่างหากเล่าหน้าที่! หน้าที่ของพวกเราคือจับตัวคนร้ายที่แท้จริงมาลงโทษ เพราะงั้นก่อนอื่นต้องรีบหาหลักฐานสาวถึงตัวหมอนั่น งานนี้ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอน ค้นหากันให้สะใจไปเลย” ฮิวงะประกาศก้อง พอได้ยินอย่างนั้นแล้วอาโอมิเนะที่ฟังอยู่ก็อดรู้สึกห่อเหี่ยวใจไม่ได้

“รุ่นพี่ หรือว่านี่เราต้องโต้รุ่งนอกสถานที่…”

“แน่นอน ไปโรงงาน แล้วก็ถามมาให้หมด” ฮิวงะตอบ

พอได้ฟังคำตอบจากอีกฝ่ายเป็นการยืนยันว่าความคิดของตัวเองนั้นถูกต้อง อาโอมิเนะก็ไหล่ตก ชายหนุ่มผิวเข้มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในวันนั้น อาโอมิเนะ ไดกิได้รับรู้ถึงสัจธรรมความจริงบางอย่าง…

พวกรุ่นพี่ที่เคยเป็นกัปตัน รุ่นพี่ที่ใส่แว่น…รุ่นพี่ที่เคยอยู่โทโอหรือรุ่นพี่ที่เคยอยู่เซย์ริน ไม่ว่าจะรุ่นพี่คนไหน ต่างก็ชอบทำให้ชีวิตของเขาวุ่นวายเหลือเกิน

…….

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s