KnB AU FanFiction [ Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘The Cupid’ (2)

KnB AU FanFiction

Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei

‘The Cupid’

…….

หมายเหตุ : ฟิคยาวเรื่องนี้เป็นฟิคยาวเรื่องแรก และเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอนาคตที่พวกพี่คิโยชิ พี่ฮิวงะ และตัวละครทุกตัวในเรื่องโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เพื่อความสมจริง จึงจำเป็นต้องบิดนิสัยตัวละครไปบ้าง (โดยเฉพาะ อาโอมิเนะ) ที่สำคัญ ฟิคนี้ถูกเขียนขึ้นด้วยจุดประสงค์หลักๆคือติดซีรี่ส์สืบสวน (The Mentalist) และอยากเห็นพี่ฮิวงะลุคเข้มๆ เชิ้ตขาวถกแขนเสื้อขึ้นถึงศอก เนกไทหลวมๆ ปลดกระดุมคอสองเม็ดบน มีเสื้อนอกพาดไหล่///__/// จึงทำให้พล็อตคดีอาจมีจุดบกพร่องไปบ้าง นอกจากนี้ การอัปเดตเนื้อเรื่องในแต่ละตอนที่อาจจะช้ามาก แงงงง ขออภัยมา ณ ที่นี้จริงๆค่ะ

……….

บทที่2

“รุ่นพี่ครับ”

“มาแล้วเรอะ อาโอมิเนะ” ฮิวงะงัวเงียเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร แฟ้มคดีต่างๆ แฟ้มประวัติผู้ต้องสงสัย รวมไปถึงกระดาษรีไซเคิลที่ถูกนำมาใช้ขีดเขียนวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของรูปคดีคร่าวๆ ชื่อของคิโยชิเด่นหราอยู่บนหน้ากระดาษแผ่นหนึ่ง ชายผมสีน้ำเงินถือวิสาสะหยิบมันขึ้นมา พบว่ามีเส้นดินสอขีดเชื่อมโยงกับชื่อชิโรงาเนะเท่านั้น ไม่มีอย่างอื่นเพิ่มเติม

“มาเร็วดีนี่ ช่วยไปชงกาแฟดำเข้มๆมาให้ฉันหน่อยสิ”

อาโอมิเนะพยักรับคำสั่งเงียบๆ ความจริงแล้วเขาสายไปสิบห้านาทีต่างหาก แต่ชายหนุ่มทำเป็นเนียนเดินหนีไปชงกาแฟตามคำสั่งแต่โดยดี

ฮิวงะอ้าปากหาว บิดขี้เกียจไปมา เพื่อนร่วมแผนกสองสามคนส่งเสียงทักทายเมื่อเดินผ่านโต๊ะทำงานรกๆของเขา ฮิวงะโบกมือให้คนเหล่านั้นเงียบๆ ในใจกำลังครุ่นคิดถึงงานที่ต้องทำในวันนี้

ตำรวจรุ่นน้องเดินกลับมาพร้อมกับกาแฟดำร้อนๆ ฮิวงะจิบกาแฟแก้วนั้นก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา เอานิ้วจิ้มๆให้อาโอมิเนะดู การวิเคราะห์รูปคดีกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

“คดีแรกของกามเทพคือคู่รักที่จู๋จี๋กันอยู่ในสวนสาธารณะเขตเซตางายะ”

“คดีที่สองเกิดที่บ้านคุโรดะ เขตเนริมะ”

“คดีที่สามเกิดที่บ้านทานากะ เขตโอตะ”

“คดีที่สี่เกิดที่บ้านฟูจิ เขตอิตาบาชิ”

“คดีที่ห้าเกิดที่บ้านซากาโมโต้ แขวงเอโดงาวะ”

“คดีที่หก คดีล่าสุด เกิดที่บ้านชิโรงาเนะ แขวงอากาชิ”

ฮิวงะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆหลังบรรยายเหตุการณ์คร่าวๆจบ เว้นวรรคไปเล็กน้อยก่อนจะเริ่มพูดต่อ

“อย่างที่พวกเราเคยสรุปกัน ฆาตกรลงมือไปทั่วโตเกียว และมีแค่คดีแรกที่สถานที่เป็นภายนอกบ้านแตกต่างจากที่อื่น ครอบครัวแต่ละครอบครัวไม่มีความเกี่ยวเนื่องกัน เป็นการลงมือแบบสุ่ม เหยื่อแต่ละคู่เป็นคู่รักกัน คดีแรกเป็นคู่รักวัยรุ่น คู่หลังๆเป็นคู่สามีภรรยา”

“คดีแรกอาจเป็นแค่การคลำทางของเจ้ากามเทพ อาจจะเริ่มด้วยความไม่ตั้งใจ แต่คดีหลังๆมันเริ่มเป็นไปในทิศทางเดียวกัน กามเทพทิ้งลายเซ็นเลือดของตัวเองเอาไว้ แน่นอนว่าใช้เลือดเป็นหมึกและนิ้วของเหยื่อเป็นพู่กัน ทำให้ตัวอักษรดูยึกยือ แถมยังทำเป็นฮิรางานะอีก ก็เพื่ออำพรางลายมือที่แท้จริงของตัวเอง”

อาโอมิเนะพยักหน้า นี่คือข้อมูลเบื้องต้นที่เขากับฮิวงะเริ่มวิเคราะห์กันในตอนแรกๆ

“ว่าแต่รุ่นพี่ยังไม่ตัดประเด็นอำพรางจุดประสงค์ทิ้งไปใช่มั้ยครับ” นายตำรวจรุ่นน้องถาม

“กว่าคนอย่างฉันกับนายจะคิดได้แต่ละประเด็นมันไม่ง่ายนะเฟ้ย จะตัดทิ้งไปง่ายๆได้ยังไง” ฮิวงะพูดติดตลก แน่นอนว่าทั้งเขาและอาโอมิเนะไม่ใช่ตำรวจที่มีฝีมือมากนักในด้านการสืบคดี เขาน่ะยังพอเอาตัวรอดได้บ้าง แต่อาโอมิเนะนั้นเรียกได้ว่ายิ่งกว่าแย่ ไม่ว่าใครต่างก็งุนงงเมื่อตำรวจสายบู๊สองคนดันรับคดีซับซ้อนอย่างฆาตกรรมต่อเนื่องนี้ไปทำ

“อะแฮ่ม ต่อเถอะ ประเด็นอำพรางจุดประสงค์บ้านคุโรดะ คุณนายบ้านคุโรดะมีชู้ พวกเราเคยคุยกันแล้วว่าเรื่องทั้งหมดอาจนี้จะเป็นฝีมือชู้ของคุณนายที่วางแผนฆ่าคุณนายแต่อำพรางจุดประสงค์ที่แท้จริงไว้ด้วยการฆ่าเหยื่อคนอื่น ใช้การฆาตกรรมต่อเนื่องทำให้ตำรวจมองข้ามเหยื่อที่แท้จริงที่จะสาวไปหาตัวคนร้ายได้”

ฮิวงะหยิบดินสอขึ้นมา วงกลมชื่อของชู้รักคนนั้นเอาไว้

“ถึงจะเคยนำตัวชู้คนนั้นมาสอบสวนแล้วแต่ก็ไม่มีหลักฐานเอาผิดก็เลยต้องปล่อยตัวไป น่าเสียดายจริงๆ”

“รุ่นพี่ครับ แล้วนายซากาโมโต้เกี่ยวอะไรด้วย ทำไมรุ่นพี่ขีดเส้นใต้เน้นใต้ชื่อเขา?” อาโอมิเนะถือวิสาสะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาดู ฮิวงะจิบกาแฟเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายต่อไปอย่างใจเย็น

“ฉันเพิ่งได้ข้อมูลเมื่อคืน คุณซากาโมโต้น่ะ ติดหนี้พนันเป็นพันล้านเยน ความจริงพวกโต๊ะพนันคงไม่ลงทุนอำพรางซะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ แต่ยังไงก็ยังตัดประเด็นนี้ออกไปไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ”

“แล้วคิโยชิล่ะครับรุ่นพี่?” จู่ๆอาโอมิเนะก็ถามออกไป ฮิวงะชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ตอบออกมาตามที่ตนเองวิเคราะห์เอาไว้

“หมอนั่นเข่าไม่ค่อยดี นายคิดว่าคนเข่าไม่ดีจะฆ่าคนสองคนภายในเวลาแค่นั้นโดยไม่ทิ้งหลักฐานอะไรไว้เลยได้มั้ยล่ะ แต่ก็นั่นล่ะ ในบรรดาผู้ต้องสงสัยทั้งหมด คนที่มีหลักฐานมัดตัวชัดเจนแถมยังไม่มีพยานมีแต่หมอนั่นคนเดียว…”

“….”

“เอาเถอะ ถึงจะมืดแปดด้านยังไงก็พอจะสันนิษฐานรูปร่างคนร้ายได้จากแนวของการปาดคอเหยื่อได้ล่ะนะ แนวการตัดเป็นแนวเฉียงลงเล็ก เหมือนตัดจากที่สูง เหยื่อที่ตัวสูงสุดคือคุณคุโรดะ สูง180เซนติเมตร แสดงว่าคนร้ายต้องสูงมากกว่า180เซนติเมตร”

“ส่วนสูงเกิน180ขึ้นไปนี่จำกัดตัวได้ไม่น่าจะยากนะครับ แต่เอาจริงๆคิโยชิ เท็ปเปย์เองก็…”

“นั่นสินะ ทุกอย่างดูชี้ชัดไปที่หมอนั่นหมดเลย” ฮิวงะถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า

“ยังไงก็เถอะ เดี๋ยวคงต้องไปสอบปากคำหมอนั่นเพิ่มหน่อย… อื๋อ อาโอมิเนะ นั่นอะไร?” นายตำรวจสวมแว่นเหลือบมองกระดาษสองใบโผล่ส่วนปลายออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอกของอาโอมิเนะ

“อ๋อ ยัยซัตสึกิให้มาน่ะครับ บัตรดูมายากลฟรีสองใบ จะว่าไป…รุ่นพี่ ผมมีข้อสันนิษฐานใหม่มาเสนอ ยัยซัตสึกิช่วงนี้ติดซีรี่ส์สืบสวนฝรั่งงอมแงม เมื่อคืนชวนผมไปดูด้วย มันมีตอนนึงที่ฆาตกรฆ่าผู้หญิงด้วยมีด แล้วฆ่าผู้ชายด้วยไม้กอล์ฟ มีลายเซ็นของฆาตกรเขียนอยู่บนผนังที่บริเวณใกล้ๆกับศพของผู้หญิง รุ่นพี่คิดว่าไงครับ”

“ฆาตกรตั้งใจจะลงมือฆ่าผู้หญิง แต่ผู้ชายผ่านมาก็เลยโดนฆ่าไปด้วย?” ฮิวงะเดา

“ผิดครับ เหยื่อที่แท้จริงก็คือผู้ชาย พวกเราเอาแต่มองสัญลักษณ์กับอาวุธที่ฆ่าผู้หญิงจนมองข้ามเหยื่อผู้ชายไป ผมว่าบางทีคดีนี้มันอาจจะเป็นแบบเดียวกันก็ได้ แต่ฆาตกรมันขี้กังวลกลัวจะถูกจับได้เลยสร้างเรื่องฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้นมา แล้วก็เอาคนที่เหลือมาอำพรางอย่างที่เราเดากัน”

“โฮ่ยๆ นี่มันชีวิตจริง ไม่ใช่ในหนังนะเฟ้ย” ฮิวงะเถียง

“แต่มันก็เป็นไปได้นะครับ บางทีฆาตกรอาจจะเลียนแบบหนังก็ได้ นักมายากลชอบใช้ผู้ช่วยสาวสวยดึงดูดความสนใจไปขณะเล่นกล บางที..ผมว่าในบรรดาเหยื่อทั้งหมด ไม่ชายก็หญิงต้องเป็นผู้ช่วยนักมายากลอย่างที่ผมพูดแน่ๆ”

“ซับซ้อนชะมัด… ประเด็นนี้นายรับผิดชอบหาข้อมูลไปคนเดียวเลยละกัน ฉันไม่อยากคิดอะไรซับซ้อนแล้ว แต่ถ้างงเมื่อไหร่ก็เลิกคิดนะ ไม่งั้นคดีมันจะเพี้ยนไปมากกว่านี้” ฮิวงะเอามือกุมขมับ ก่อนจะออกคำสั่งอย่างเหนื่อยอ่อน

“จริงสิ บ่ายนี้นายไปดูมายากลซะ”

“เอ๋?”

“แล้วก็ถ้าเจออิมะโยชิซังก็ลากเขาไปดูด้วย”

“โฮ่ยๆ รุ่นพี่?!!”

“น่า ฉันว่าเขาอาจจะมาป้วนเปี้ยนแถวนี้บ่อยๆ แล้วก็อาจจะมีวิธีประกันตัวคิโยชิได้แล้วด้วย แต่ฉันไม่อยากให้หมอนั่นได้รับการปล่อยตัวเร็วเกินไปทั้งๆที่เรื่องทุกอย่างมันยังคลุมเครือ อย่างน้อยก็ขอเวลาสอบปากคำหมอนั่นหน่อย” ฮิวงะอธิบาย ดื่มกาแฟจนหมดแล้วจึงเริ่มจัดกองแฟ้มและเอกสารอย่างขอไปที ขอแค่ให้คนอื่นรวมถึงตัวเขามองออกว่านี่คือโต๊ะทำงาน ไม่ใช่กองขยะที่รกรุงรังเขาก็พอใจแล้ว

“หืม…ไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวแน่นะ อยากเก็บเข้าไว้ใกล้ตัวนานๆอะไรทำนองนี้…”

“บ้านนายสิ ฉันดูแคร์หมอนั่นมากนักหรือไง” ฮิวงะเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ แต่กลับหันหน้าหนีไปอีกทาง

“เอ…เรื่องโดรายากิ กับกาแฟกระป๋องปริศนาที่ผมเห็นเขาดื่ม—”

“หนวกหูน่า นายเสนอเองใช่มั้ยทฤษฎีสาวมายากลนั่นน่ะ ไปหาข้อมูลมาสนับสนุนให้ได้เลยไป” ฮิวงะออกคำสั่งอย่างหัวเสีย ในเมื่อสิ่งที่รุ่นน้องพูดเป็นความจริง เขาหาคำอธิบายอะไรมาแก้ตัวไม่ได้ จึงทำได้แต่เพียงตวาดแก้เก้อก็เท่านั้น

“ปากไม่ตรงกับใจ” อาโอมิเนะบ่นงึมงำชายผิวเข้มดูอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อมีโอกาสไล่ต้อนตำรวจรุ่นพี่ เพราะที่ผ่านมาอีกฝ่ายก็ทำหลายๆอย่างกับเขาไว้แสบทีเดียว

“ไปทำงานได้แล้ว รีบๆทำให้เสร็จด้วยล่ะ ฉันจะไปดูสถานที่เกิดเหตุล่าสุด แล้วก็ไปคุยกับชิโรงาเนะคุงหน่อย”

“คร้าบ ไปดีมาดีนะคร้าบรุ่นพี่” อาโอมิเนะอวยพรเสียงเบื่อหน่าย ฮิวงะสาบานกับตัวเองในใจว่าเมื่อจบคดีนี้ต้องจับเจ้ารุ่นน้องกวนประสาทเข้าคอร์สดัดนิสัยอีกรอบให้ได้

“เออ นายก็ไปดูมายากลให้สนุกล่ะ”

“เดี๋ยวสิรุ่นพี่ ผมไม่ไป—”

“งั้นฉันจะรายงานหัวหน้าว่านายไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของฉัน เงินเดือนนายหายไปแน่ๆครึ่งหนึ่ง”

“รุ่นพี่!!”

ฮิวงะยักยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า ก่อนจะคว้าเสื้อนอกพาดไหล่แล้วเดินจากไป ตำรวจหนุ่มได้ยินเสียงสบถของรุ่นน้องแต่ก็ทำเป็นทวนหูทวนลม หันไปสนใจเรื่องของเด็กชายผู้รอดชีวิตอย่างชิโรงาเนะคุงแทน

บ้านของพวกชิโรงาเนะมีทางเข้าแค่ทางเดียว เด็กคนนั้นกลับบ้านมาเจอศพตอนทุ่มสิบห้า…หมายความว่าถ้าฆาตกรฆ่าเหยื่อเรียบร้อยตอนหนึ่งทุ่ม แล้วออกจากบ้าน ระยะเวลาสิบห้านาทีนั่น เด็กมีสิทธิ์เดินสวนกับฆาตกร…

ฮิวงะถอดแว่นตาออก เดินไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ ชายหนุ่มจัดเสื้อผ้าเล็กน้อยเมื่อต้องลงพื้นที่และพบปะพยานคนสำคัญ ในใจกำลังกังวลว่าตำรวจอย่างเขาไม่ค่อยถูกกับเด็กเท่าไหร่ จะว่าไงดีล่ะ…เรียกว่ารับมือไม่ถูกจะดีกว่า ฮิวงะไม่แปลกใจเท่าไหร่นักที่อาโอมิเนะจะคว้าน้ำเหลวในการถามข้อมูลจากเด็กกลับมา เพราะเขาเองก็อาจจะทำไม่สำเร็จเช่นกัน

แต่อย่างน้อยก็ต้องพยายามดูก่อน…

ตำรวจหนุ่มเดินออกจากตึกสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปยังลานจอดรถ ก่อนจะรีบเหยียบคันเร่งอย่างไม่สนใจกฎหมายจราจรใดๆทั้งสิ้น

เมื่อเช้าเขาจดสถานที่ใส่สมุดโน้ตพกพาเอาไว้แล้ว ถนนซับซ้อนนิดหน่อย แต่ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องหลงทาง ที่น่าจะมีปัญหาก็ตรงวิธีการคุย…แค่วิธิการคุยอย่างเดียวเท่านั้น

“ถ้าพาคิโยชิมาด้วยก็ดีสิ..”

ฮิวงะบ่นงึมงำพลางนึกถึงใบหน้ายิ้มเกือบตลอดเวลาของอีกฝ่าย คิโยชิเป็นครูประถมเสียด้วย คงเข้ากับเด็กๆได้ดีทีเดียว…. แต่พอฮิวงะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังคิดถึงเพื่อนสนิทในสมัยม.ปลายก็ส่ายหน้าไปมา เตะอดีตคู่หูออกจากหัวสมองทันที

“ให้ตายสิ นายไม่น่าโผล่มาเลยจริงๆ ฉันทำตัวไม่ถูกนะเฟ้ย…”

ในที่สุดฮิวงะก็ขับไปถึงที่เกิดเหตุจนได้ ศพถูกขนออกไปแล้วแต่ร่องรอยต่างๆยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีมพิสูจน์หลักฐานเป็นอย่างดี ชายหนุ่มสวมแว่นตรวจสอบทุกซอกทุกมุมของบ้าน คำว่า ‘กามเทพ’ สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาสีเทาเข้ม

‘ทำไมเจ้านั่นถึงต้องแทนตัวเองว่าเป็นกามเทพด้วย?’

‘เท่าที่ลองไปถามผู้เชี่ยวชาญมา ฆาตกรอาจมีความเชื่อว่าการฆ่าคู่รักให้ตายอยู่ข้างๆกันเป็นเรื่องที่กามเทพควรทำ อะไรทำนองนั้นน่ะครับ’

ฮิวงะนึกถึงบทสนทนาที่เคยคุยกับอาโอมิเนะแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

“เจ้ากามเทพนี่ตัวอันตรายของแท้เลยแฮะ แต่เอาเถอะ อันตรายแค่ไหนก็ต้องจับให้ได้” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง เดินออกจากที่เกิดเหตุตรงไปยังบ้านที่เป็นจุดหมายต่อไป ฮิวงะกดกริ่งหน้าบ้าน ไม่นานนักเจ้าของบ้านก็เปิดประตูออกมา เธอเป็นหญิงสาววัยกลางคน เป็นพี่สาวของคุณนายชิโรงาเนะ

ฮิวงะแนะนำตัวสั้นๆพร้อมกับแสดงตราของสำนักงานตำรวจให้อีกฝ่ายเห็น หลังจากนั้นจึงบอกจุดประสงค์ของตนไป

ทันทีที่ได้เห็นตราซากุระของสำนักงานตำรวจ เจ้าของบ้านคนนั้นยอมให้ความร่วมมืออย่างง่ายดาย

“เคย์คุงไม่ยอมออกมาจากห้องตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ คุณตำรวจ แต่ดิฉันจะเรียกให้นะคะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยหลังจากที่พาฮิวงะขึ้นมาบนชั้นสองของบ้าน ทั้งคู่หยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องที่ปิดสนิท

“รบกวนด้วยนะครับ” ฮิวงะว่าพลางยืนดูอีกฝ่ายเคาะประตูเรียกหลานชาย แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่าย ชายวัยสามสิบขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปพูดกับหญิงวัยกลางคนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“ช่วยไขกุญแจเข้าไปได้มั้ยครับ”

“เอ่อ ค่ะ จะไปเอามาไขให้เดี๋ยวนี้” เจ้าของบ้านเอ่ยก่อนจะรีบเดินไปหากุญแจทันที ฮิวงะลองเคาะประตูบ้าง เอ่ยออกไปเบาๆ

“ชิโรงาเนะคุง ฉันเป็นตำรวจ ขอเข้าไปคุยด้วยหน่อยได้มั้ย”

“……”

ฮิวงะกุมขมับ สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับเขาก็คือการพูดคุยกับเด็กๆ ถ้าเป็นเวลานี้ ถ้าเป็นคิโยชิ….

“จริงสิ…” ตำรวจหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อคิดอะไรบางอย่างได้ ฮิวงะเคาะประตูพร้อมกับเรียกเด็กน้อยในห้องอีกครั้ง

“ชิโรงาเนะคุง ฉันเป็นเพื่อนของคิโยชิ เท็ปเปย์ที่เป็นอาจารย์ของเธอ ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ย”

ฮิวงะยืนรออยู่หน้าห้องครู่หนึ่งประตูก็ค่อยๆถูกแง้มออกมา ใบหน้าของเด็กชายสวมแว่นโผล่ออกมาเล็กน้อย นัยน์ตาสีดำหลังเลนส์แว่นฉายแววตื่นกลัวอย่างชัดเจน

“ม ไม่ใช่ยักษ์ปลอมตัวมาใช่ไหมฮะ” เด็กชายถามเสียงสั่น ฮิวงะเลิกคิ้วสงสัย แต่พอเห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็ตอบไปแม้จะไม่เข้าใจคำถามก็ตาม

“ไม่ใช่ยักษ์หรอก ฉันเป็นคนน่ะ เป็นมนุษย์เหมือนเธอนั่นแหละ ใส่แว่นเหมือนกันด้วยเห็นมั้ย” ฮิวงะชี้ไปที่แว่นตาของตัวเอง ใครซักคนเคยบอกเขาว่ามนุษย์เราจะสบายใจเมื่อได้รู้ว่าเราไม่แตกต่างไปจากคนอื่น ฮิวงะไม่แน่ใจว่าทฤษฎีนี้ถูกต้องหรือไม่ แต่อย่างน้อยตอนนี้ ชิโรงาเนะ เคย์ก็ยอมเปิดประตูกว้างขึ้นเพื่อให้เขาเข้าไปในห้องนั้นได้แล้ว

ก่อนที่ประตูจะปิดลง ฮิวงะได้ยินเสียงเดินขึ้นบันไดของหญิงสาววัยกลางคน เธอยิ้มให้เขา เขาเองก็ยิ้มตอบเธอเช่นกัน

‘ฝากด้วยนะคะ’

ริมฝีปากของเธอที่ขยับไปมาอ่านเป็นคำพูดได้เช่นนั้น

ฮิวงะพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆปิดประตูห้องเบาๆ ชายหนุ่มเดินตามหลังเด็กชายเข้ามาในห้องนอนสีทึม ดูเป็นสีที่ไม่เหมาะกับเด็กเท่าไหร่ แต่เดิมทีที่นี่ก็ไม่ใช่ที่บ้านของชิโรงาเนะคุงด้วย บางทีอาจเป็นห้องพักสำหรับแขกที่ไม่มีใครเข้าพักมานานแล้ว

“งั้นก็…ยินดีที่ได้รู้จักนะชิโรงาเนะคุง ฉันเป็นเพื่อนของคิโยชิชื่อฮิวงะ จุนเปย์ อยากจะถามอะไรซักหน่อยน่ะ ใช้เวลาไม่นานหรอก” ฮิวงะว่าพลางนั่งลงบนพื้นห้อง เด็กชายสวมแว่นไม่พูดอะไร นั่งลงบนเตียง ก้มหน้ามองจากมุมที่สูงกว่า

“ช่วงที่เธอเดินกลับบ้านเมื่อคืน เธอเห็นคนท่าทางน่าสงสัยบ้างไหม ใครก็ได้ที่เดินสวนกับเธอตอนกลับบ้านช่วงหนึ่งทุ่ม”

“คุณลุง…จะเชื่อที่ผมพูดมั้ยฮะ”

คิ้วของฮิวงะกระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าลุง อย่าเรียกชายวัยสามสิบว่าลุงสิ! ใจจริงก็อยากเถียงออกไปอย่างนั้น แต่เรื่องคดีสำคัญกว่า ชายหนุ่มทำเป็นพยักหน้าแล้วเอ่ยกับเด็กชายอย่างตรงไปตรงมา

“เชื่อสิ ฉันเชื่อชิโรงาเนะคุงนะ ค..คุณลุงคนนี้จะรับฟังเอง เล่ามาเถอะ” ฮิวงะกัดฟันแทนตัวเองว่าคุณลุง บางทีช่วงนี้เขาคงทำงานหนักไป นั่นสินะ คืนนี้นอนเร็วๆแล้วตื่นเช้าๆมาทำงานดีกว่า

“คือ…ผม ผมเห็นยักษ์…”

“หือ?” ฮิวงะเอียงคอมองอีกฝ่าย สมุดบันทึกเล่มเล็กในมือถูกถือค้างเอาไว้ ตำรวจหนุ่มขมวดคิ้วน้อยๆ

“ยักษ์ที่ว่านี่คือ…”

“ผม…เห็นยักษ์ มันตัวสูงมาก แล้วก็แยกเขี้ยวน่ากลัววิ่งมาทางผมด้วย ผมกลัวมากๆจนร้องไห้ แล้วยักษ์ก็หายไป” เด็กชายนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง ฮิวงะเริ่มจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้เล็กน้อย ยักษ์ในที่นี้อาจหมายถึงคนร้ายก็ได้

“ตัวสูงกว่าฉันอีกใช่ไหม”

เด็กชายมองสำรวจฮิวงะที่ลุกขึ้นยืนชั่วขณะหนึ่ง ท่าทีของเด็กชายดูหวาดกลัวเล็กน้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่มีส่วนสูงมากกว่า แต่เมื่อพยายามฝืนมองแล้วเห็นว่าฮิวงะตัวเตี้ยกว่าฆาตกร สุดท้ายชิโรงาเนะคุงก็พยักหน้าหงึกๆ คลายความหวาดกลัวในใจไปได้บ้าง

“อา… ประมาณคิโยชิรึเปล่า..?”

ฮิวงะนั่งลง เด็กชายพยักหน้าอีกครั้ง

“อ๊ะ แต่คุณครูไม่ใช่ยักษ์แน่นอนฮะ! ยักษ์น่ะใจร้าย แต่คุณครูใจดีนี่นา!”

“ง งั้นเหรอ” ฮิวงะถามยิ้มเจื่อนๆ ในขณะเดียวกันก็อดชื่นชมความป๊อปของคิโยชิไม่ได้ ไม่ทันพูดถึงในทางร้ายๆยังมีเด็กมาแก้ตัวให้เลย เนื้อหอมในหมู่เด็กๆไม่เปลี่ยน…

‘บ้าชะมัด คิดถึงหมอนั่นอีกแล้ว ทำงานสิทำงาน’ ฮิวงะด่าตัวเองในใจ รีบดึงตัวเองกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงทันที

“อะแฮ่ม แล้วยักษ์ที่ว่านี่หน้าตาเป็นยักษ์จริงๆเลยเหรอ?”

“ฮะ เหมือนยักษ์ที่เคยเห็นในนิทานเลย หน้าแดงๆ มีเขาเล็กๆด้วย ตาถลนๆน่ากลัวๆ”

“เข้าใจล่ะ…” ฮิวงะพึมพำพลางจดคำว่า ‘หน้ากากงานวัด’ เพิ่มลงไปในสมุดบันทึก

“อื้ม เรียบร้อยแล้ว ขอบคุณนะ ไว้ถ้ามีอะไรคืบหน้าฉันจะติดต่อมาใหม่” ฮิวงะลุกขึ้นยืนเตรียมตัวจะเดินออกจากห้อง แต่จู่ๆเด็กชายสวมแว่นก็ลุกจากเตียง ค่อยๆเดินมาหาเขาช้าๆ

“ยักษ์…ฆ่าพ่อแม่ผมใช่มั้ยฮะ…”

“ใช่แล้วล่ะ แต่วางใจเถอะ ตำรวจจะจับยักษ์ตัวนั้นไปลงโทษให้ได้” ฮิวงะส่งยิ้มบางๆให้เด็กชาย ก่อนจะเปิดประตูเดินออกไปจากห้อง ชายหนุ่มเอ่ยขอบคุณเจ้าของบ้านที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ก่อนจะบึ่งรถกลับสำนักงานตำรวจทันที

“โฮ่ย อาโอมิเนะ ข้อมูลที่ฉันสั่งให้หาเสร็จรึยังน่ะ” ฮิวงะยืนเท้าสะเอวก้มลงมองรุ่นน้องที่กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับเอกสารและแฟ้มต่างๆ

“รุ่นพี่กลับมาเร็วจังครับ”

“คนร้ายตัวสูงกว่าฉัน สวมหน้ากากรูปยักษ์ นายคิดว่าไงล่ะ”

“อา…. ในหนังสืบสวนคนร้ายอาจเป็นคนใกล้ๆตัว บางทีอาจจะเป็นคิโยชิ…”

“ไม่ล่ะ ถ้าเชื่อตามหนัง คนร้ายก็คือนายนั่นแหละ อาโอมิเนะ”

“ผมไม่อยากทำให้ตัวเองงานยุ่งแบบนี้หรอกครับรุ่นพี่”

“ก็นั่นไงล่ะ ถ้าไม่อยากเพิ่มงานก็อย่าเดาส่งเดช” ฮิวงะเขกหัวตำรวจรุ่นน้องไปหนึ่งทีก่อนจะยกนาฬิกาขึ้นดู

“นายไม่ต้องทำแล้ว ล้มไอ้ทฤษฎีผู้ช่วยนักมายากลนั่นซะ สายป่านนี้อิมะโยชิซังน่าจะมาแล้วมั้ง ไปดักรอเขาหน้าสำนักงานเดี๋ยวนี้”

“ไม่ล่ะครับ ผมไม่ทำ!”

“ฉันมีสิทธิ์เขียนรายงานนายอาโอมิเนะ เงินเดือนของนายจะหายไปครึ่งนึงเดี๋ยวนี้ถ้านายยังไม่ลุก…” ฮิวงะขู่ แน่นอนว่าคำขู่เรื่องเงินเดือนนั้นขลังเสมอสำหรับอาโอมิเนะ ไดกิ

“…โธ่เว้ย” คนผิวเข้มกัดฟันกรอด ยอมลุกจากโต๊ะทำงานไปแต่โดยดี ฮิวงะยักยิ้มเล็กน้อย ยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา ชายหนุ่มถอดเสื้อนอกพาดไว้กับเก้าอี้ คลายเนกไท ถกแขนเสื้อขึ้นถึงศอก ปลดกระดุมคอลงเพื่อคลายความอึดอัด หยิบแฟ้มประวัติของผู้ต้องสงสัยหลายๆคนขึ้นมาเปิดดูผ่านๆแฟ้มแล้วแฟ้มเล่า จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่แฟ้มของคิโยชิ จ้องใบหน้าของคนในรูปอยู่นาน สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมา

ฮิวงะคว้าหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโทรสั่งอาหารกับร้านในโรงอาหารเจ้าประจำ ก่อนจะคว้าแฟ้มประวัติของคิโยชิ กระดาษสองสามแผ่น ปากกาหนึ่งด้ามแล้วเดินไปยังห้องขังชั่วคราวที่อยู่ไกลออกไป

“สวัสดีครับ ฮิวงะซัง” เจ้าหน้าที่เวรยามเอ่ยทักทายเมื่อเห็นฮิวงะเดินมาพร้อมกับของในมือ ตั้งแต่รับทำคดีกามเทพ ฮิวงะกับอาโอมิเนะก็กลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืนทันที

“เอ่อ…ยามาซากิซังสินะครับ” ฮิวงะมองป้ายชื่อที่ติดอยู่บนอกเสื้อของอีกฝ่ายก่อนจะบอกธุระของตนไป “ผมขอพาตัวคิโยชิ เท็ปเปย์ไปห้องสอบสวนหน่อย ในนี้คงสอบปากคำไม่สะดวก”

“รับทราบครับ” เจ้าหน้าที่พยักหน้าทำตามคำสั่งอย่างขันแข็ง เขาหายไปครู่หนึ่ง ไม่นานนักก็กลับมาพร้อมกับคิโยชิที่ใส่กุญแจมืออยู่

“แหะๆ สวัสดีฮิวงะ”

“…ไปกันเถอะครับ ยามาซากิซัง”

ฮิวงะและยามาซากิประกบคิโยชิคนละด้าน คิโยชิเอียงคออย่างนึกสงสัย แต่ฮิวงะก็อธิบายให้ฟังสั้นๆเมื่อเห็นสีหน้ามึนงงนั้น

“มันเป็นกฎ เผื่อผู้ต้องสงสัยจะหลบหนีการจับกุม”

“อ๋อ…”

หลังจากที่บทสนทนาสั้นๆสิ้นสุดลง การเดินทางเองก็สิ้นสุดลงเช่นกัน เจ้าหน้าที่ยามาซากิมองส่งแผ่นหลังของหนึ่งนายตำรวจหนี่งผู้ต้องสงสัยเข้าห้องสอบสวนก่อนจะเดินไปนั่งรอหน้าห้อง ถึงแม้จะน่าเบื่อไปหน่อย แต่นี่ก็เป็นหน้าที่ แม้ว่าการรอคอยจะน่าเบื่อเพียงใดเขาก็ต้องทำ ต้องมีนายตำรวจอย่างน้อยสองคนคุมตัวผู้ต้องสงสัยเมื่ออยู่นอกห้องขัง ป้องกันการหลบหนี

“ห้องนี้อีกแล้ว…” คิโยชิกวาดตามองไปรอบห้อง ฮิวงะถอนหายใจกับท่าทีของอีกฝ่าย คนสวมแว่นกดเปิดสวิตช์โคมไฟ วางแฟ้มและกระดาษลงบนโต๊ะ

“เอาล่ะ มาคุยกันต่อเรื่องคดี—”

ฮิวงะยังพูดไม่ทันจบ คิโยชิก็โน้มตัวลงมา ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบกัน ฮิวงะตัวแข็งค้างกับการโจมตีที่ไม่คาดฝัน แต่เมื่อตั้งสติได้ก็รีบผลักอีกฝ่ายออกไปทันที

“ทำบ้าอะไรของนาย!”

“อา…ก็ไม่ได้เจอนายนานมากเลยนี่นา…” คิโยชิเอ่ยเสียงเบา ชายสองคนยืนเผชิญหน้ากัน คนหนึ่งมีรอยยิ้มจางๆประดับอยู่บนใบหน้า ในขณะที่ชายอีกคนใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงจางๆ กำลังใช้แขนเสื้อเช็ดปากของตนที่ถูกขโมยจูบไป

“ไม่ได้เจอกันนานเลย…” คิโยชิเอ่ยซ้ำ ฮิวงะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ตนมากขึ้นเรื่อยๆ

“ไม่ได้เจอกันอีกเลย…ตั้งแต่วันนั้น วันที่ฉันสารภาพรักกับนาย….”

“นายหนีฉันมาตลอดเพราะเรื่องเมื่อตอนนั้นใช่มั้ย? ฮิวงะ”

…………

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s