Touken Ranbu FanFiction [ Ookurikara x Heshikiri Hasebe ] ‘Sick’

Touken Ranbu FanFiction

Ookurikara x Heshikiri Hasebe

‘Sick’
…..

“นายท่านโอดะ!!”

ข้าสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย หอบหายใจอย่างหนักหน่วงราวกับว่ากำลังทำศึกกับเคบิอิชิอยู่ก็ไม่ปาน ภาพแผ่นหลังของนายเก่ายังคงค้างคาอยู่ในห้วงความทรงจำ ข้าแตะเบาๆที่แก้มของตนเอง มันเปียกชื้น ทั้งเหงื่อและน้ำตาต่างปนกันจนแยกไม่ออก

ด้วยเหตุนี้ข้าจึงไม่ชอบการนอนแต่หัวค่ำ… ถึงแม้จะเป็นคำสั่งของนายท่านซานิวะที่อยากให้ข้าได้พักผ่อนบ้างหลังจากที่ล้มป่วยเพราะทำงานหนักมากเกินไปก็ตาม

มีแต่ต้องเหน็ดเหนื่อยเท่านั้นจึงจะหลับไปโดยไม่ฝัน ดังนั้นข้าจึงฝืนร่างกายตัวเองลุกขึ้นมานั่งบนฟูก ในห้องนอนรวมของดาบมาตรฐานนี้มีเพียงดาบไม่กี่เล่ม ทุกเล่มในที่นี้ต่างนอนหลับสนิทอย่างไม่สนใจเสียงละเมอของข้า ส่วนหนึ่งถูกส่งไปออกสำรวจยังไม่กลับ อีกส่วนกำลังไปช่วยพวกมีดสั้นออกรบ และอีกสองเล่มที่เหลือถูกพาไปโรงซ่อม คาดว่าคืนนี้คงไม่น่าจะกลับมานอนที่นี่แล้ว

ข้าใช้แขนเสื้อของยูกาตะเช็ดหน้าลวกๆ เดินผ่านฟูกของมุตสึโนะคามิ โยชิยูกิที่อยู่ข้างๆ เดินผ่านฟูกของคะชู คิโยมิตสึ ฟูกของยามัมบะกิริ คุนิฮิโระ และสุดท้ายคือฟูกของโอคุริคาระ

‘หมับ’

จู่ๆมือปริศนาจับหมับเข้าที่ข้อเท้าของข้าในความมืด ข้าสะดุ้งโหยงรีบกวาดตามองไปยังตำแหน่งของเจ้าของมือนั้นทันที

“โอคุริคาระ…”

“เจ้าจะไปไหน” คนผิวเข้มถามเสียงเบา ข้าเองก็ลดระดับเสียงลงเช่นกัน

“ข้าจะไปจัดการเอกสารต่อ”

“เจ้าห้ามไป”

“ทำไม?”

“เจ้าไม่สบาย” โอคุริคาระตอบสั้นๆแต่ได้ใจความ ข้ายกมือขึ้นปาดเหงื่อเล็กน้อย พยายามทำสีหน้าให้ดูสบายดีที่สุด

“ข้าหายแล้ว”

“เจ้าร้องเสียงดัง”

“ข้าแค่ฝันร้าย ไม่ได้เจ็บป่วยอะไรมากมาย”

“ยังไงก็ห้ามไป”

“…เข้าใจแล้ว ข้าไม่ทำงานก็ได้ แต่ข้าจะออกไปเดินเล่น”

โอคุริคาระนิ่งไปชั่วครู่ ปล่อยมือจากข้อเท้าของข้าแล้วลุกขึ้นยืน ข้ามองคนตัวเล็กกว่าอย่างมีคำถาม แต่ไม่นานนักเขาก็ให้คำตอบแก่ข้า

“ข้าไปด้วย” เขาเอ่ยเช่นนั้น

“…ตามใจ” ข้าพยักหน้า พวกข้าสองคนค่อยๆเดินออกมาจากห้องอย่างเงียบเชียบ ข้าไม่รู้ว่าทำไมเขาจึงอยากมากับข้าด้วย บางทีคงจะมาเฝ้ากระมัง หรือไม่ก็นอนไม่หลับ และการนอนไม่หลับนั้นอาจเป็นความผิดของข้าที่เผลอตัวละเมอเสียงดังก็เป็นได้

“ขอโทษ…” ข้าตัดสินใจเอ่ยออกมาหลังจากที่พิจารณาอยู่นานว่าควรขอโทษเขาหรือไม่ โอคุริคาระนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วจึงถามกลับสั้นๆ

“เรื่องอะไร?”

“ข้าทำให้เจ้าตื่น”

“…ไม่เป็นไร” โอคุริคาระตอบ เขาเป็นคนพูดน้อย ไม่สุงสิงกับใคร โชคุไดคิริ มิทสึทาดะเองก็เป็นห่วงเขาจึงได้พยายามพร่ำบ่นเขาอยู่บ่อยๆ สำหรับข้านั้น ขอแค่เขาไม่ก่อเรื่องวุ่นวายให้นายท่านซานิวะกับฮงมารุข้าก็พอใจแล้ว

“นายท่านสั่งให้เจ้าคอยดูให้ข้าพักผ่อนหรือ?” ข้าตัดสินใจเอ่ยปากถามขณะที่กำลังก้าวเดินไปตามทางเดินที่เงียบงัน

“ไม่เกี่ยวกับท่านซานิวะ ข้าเห็นว่าในเมื่อเจ้าไม่สบาย เจ้าก็ควรพัก”

“แต่การพักทำให้ข้า…”

“ฝันร้าย”

“ใช่” ข้าพยักหน้า โอคุริคาระเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ

“แต่เจ้าก็ควรพัก”

“ไว้ข้าสงบสติอารมณ์ได้แล้วจะไปนอน” ข้าตอบก่อนจะสูดอากาศเย็นๆยามค่ำคืนเข้าไปเต็มปอด แม้จะรู้สึกหนาวเล็กน้อย แต่ก็ให้ความรู้สึกดีกว่าฝันร้ายมากนัก พวกข้าสองคนเดินลัดเลาะไปตามระเบียง ความเงียบไม่ทำให้ข้าอึดอัด แน่นอนว่าโอคุริคาระก็เช่นกัน

การอยู่ข้างๆเขาทำให้ข้าสงบจิตใจได้ดีขึ้น

“เจ้าควรกลับไปพักผ่อนได้แล้ว” โอคุริคาระเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ข้ายักยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของเขา

“เจ้าอยู่กับมิทสึทาดะมากเกินไปแล้ว”

“อากาศมันเย็น ข้าเห็นเจ้าตัวสั่น”

“หนวกหู ข้าไม่ได้หนาว”

“ข้ายังไม่ได้พูดว่าเจ้าหนาว”

“…..แต่ข้ายังไม่อยากกลับ” ข้าเถียงอะไรอีกฝ่ายไม่ออกจึงได้แต่ยืนยันอย่างเอาแต่ใจ โอคุริคาระหันมามองข้า เขาถือวิสาสะคว้ามือของข้าขึ้นมาจับ

“เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?” ข้าก้มลงมองมือตัวเองแล้วจึงเหลือบมองใบหน้าของอีกฝ่าย

“อย่างนี้…คิดว่าคงช่วยทำให้เจ้าอุ่นขึ้น” โอคุริคาระตอบ

“…..”

“ดูท่าเจ้าจะยังหนาวอยู่”

“เจ้าคิดว่ามันจะช่วยให้อุ่นขึ้นได้จริงๆรึไง—”

ข้ายังพูดไม่ทันจบโอคุริคาระก็ใช้มืออีกข้างกดหลังหัวข้าให้โน้มหน้าลงมา ริมฝีปากของเขาประกบเข้ากับริมฝีปากของข้าอย่างแผ่วเบา และเนิ่นนาน ลิ้นของเขาดุนดันเข้ามาในโพรงปากจนใบหน้าของข้าร้อนผ่าวไปหมด หัวใจเองก็เต้นรัวเร็วอย่างควบคุมไม่ได้

เจ้าเด็กบ้าจูบข้าได้ครู่หนึ่งจึงยอมปล่อยให้ริมฝีปากของข้าเป็นอิสระ ข้าเซถอยหลังไปเล็กน้อยแต่โอคุริคาระก็เดินตามไปช่วยประคอง มืออีกข้างของเขายังคงจับมือของข้าไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

“หายหนาวแล้วหรือยัง?” เขาถาม

“เจ้ามันบ้า…” ข้าพึมพำเบาๆ ใบหน้ายังคงร้อนผ่าวไปทั้งหน้า

“หน้าเจ้าเป็นสีแดง”

“เงียบน่า! กลับกันได้แล้ว ข้าควรพักผ่อนไม่ใช่หรือ!”

โอคุริคาระยิ้มบางๆ ข้าไม่เคยเห็นเขายิ้มมาก่อนจึงได้แต่จ้องมองอย่างตกตะลึง

แน่นอนว่าการอยู่ได้ข้างกายโอคุริคาระทำให้ข้าสงบจิตใจได้ดีขึ้น

แต่บางครั้ง…เขาก็ทำให้ข้าหัวใจเต้นแรงจนแทบจะเป็นบ้าได้เช่นกัน

…………

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s