KnB AU FanFiction [ Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘The Cupid’ (1)

KnB AU FanFiction

Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei

‘The Cupid’

……………

หมายเหตุ :  ฟิคยาวเรื่องนี้เป็นฟิคยาวเรื่องแรก และเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอนาคตที่พวกพี่คิโยชิ พี่ฮิวงะ และตัวละครทุกตัวในเรื่องโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เพื่อความสมจริง จึงจำเป็นต้องบิดนิสัยตัวละครไปบ้าง (โดยเฉพาะ อาโอมิเนะ) ที่สำคัญ ฟิคนี้ถูกเขียนขึ้นด้วยจุดประสงค์หลักๆคือติดซีรี่ส์สืบสวน ( The Mentalist) และอยากเห็นพี่ฮิวงะลุคเข้มๆ เชิ้ตขาวถกแขนเสื้อขึ้นถึงศอก เนกไทหลวมๆ  ปลดกระดุมคอสองเม็ดบน มีเสื้อนอกพาดไหล่///__///  จึงทำให้พล็อตคดีอาจมีจุดบกพร่องไปบ้าง นอกจากนี้ การอัปเดตเนื้อเรื่องในแต่ละตอนที่อาจจะช้ามาก แงงงง ขออภัยมา ณ ที่นี้จริงๆค่ะ

……………..
บทที่1

ณ แผนกสืบสวนสอบสวนที่1

ฮิวงะ จุนเปย์ถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยอยู่ที่โต๊ะทำงานของตน ชายหนุ่มวัยสามสิบปีคว้าเนกไทสีเข้มขึ้นมาผูกอย่างรวดเร็ว ดึงแขนเสื้อที่ถกขึ้นลง หยิบเสื้อนอกสีดำที่พาดเก้าอี้ไว้ขึ้นมาใส่ จัดแต่งตัวให้ดูเรียบร้อยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปยังห้องทำงานของผู้บังคับบัญชาที่อยู่ไม่ไกลนัก เรื่องของผู้ต้องสงสัยคนล่าสุดในคดี ‘กามเทพ’ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว

‘กามเทพ’ คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่สะเทือนขวัญคนญี่ปุ่นในตอนนี้มากที่สุด ฆาตกรมักเลือกเหยื่อเป็นคู่รัก ฆ่าปาดคอพวกเขาอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงใช้เลือดของเหยื่อเขียนคำว่า ‘กามเทพ’ ทิ้งไว้ จากนั้นก็หนีไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดให้ตำรวจสาวถึงเลยแม้แต่ครั้งเดียว ด้วยเหตุนั้น ฆาตกรคดีนี้จึงมีชื่อว่ากามเทพ ส่วนกามเทพก็กลายเป็นชื่อของคดีนี้ไปโดยปริยาย

และฮิวงะ จุนเปย์ก็คือนายตำรวจที่ต้องรับผิดชอบคดีนี้ เพราะความยากของคดีทำให้ตำรวจคนอื่นๆโยนงานกันไปมา สุดท้ายก็มาตกที่ฮิวงะผู้ยินยอมรับคดีมาทำด้วยความเต็มใจ ชายหนุ่มเป็นสุภาพบุรุษ เขาเกลียดการทำร้ายผู้หญิง และสภาพศพของหญิงสาวที่ถูกฆ่าตายอย่างน่าหดหู่พร้อมๆกับคู่รักก็ทำให้เขาอดสงสารไม่ได้

ฮิวงะตั้งใจสืบสวนคดีนี้มาตลอดแม้จะแทบไม่มีความคืบหน้าเลยก็ตาม แต่ตอนนี้เขากลับมุ่งหน้าเดินไปยังห้องของผู้บังคับบัญชาเพื่อขอถอนตัวจากคดีนี้

“เธอจะถอนตัว เพียงเพราะว่าเพื่อนเก่าตกเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างนั้นหรือ?”

“ผม…กลัวว่าจะความรู้สึกของตัวเองจะไปทำให้งานยุ่งยากขึ้นน่ะครับ ถึงจะมั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนร้ายแน่นอน แต่ยังไงเขาก็เป็นผู้ต้องสงสัย…”

“อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะฮิวงะคุง งานนี้มันไม่มีทางยากไปมากกว่านี้ ตั้งแต่ตอนที่เธอใจอ่อนรับคดีนี้มาทำเพราะความรู้สึกส่วนตัวแล้วล่ะ” ชายวัยกลางคนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับเธอ แต่ฉันไม่อนุญาตให้เธอถอนตัว จนกว่าคดีมันจะจนมุมจริงๆ”

“เอ่อ แต่ความรู้สึกส่วนตัว…”

“และเพราะเธอมาพูดกับฉันอย่างนี้ ฉันถึงได้อยากให้เธอทำคดีนี้ต่อไป เธอเป็นคนซื่อตรง ฮิวงะคุง ซื่อตรงต่อหน้าที่เสียจนฉันมั่นใจว่าต่อให้เพื่อนเธอเป็นเจ้ากามเทพอะไรนั่นจริงๆ เธอก็จะใส่กุญแจมือแล้วส่งเขาเข้าคุกอยู่ดี ที่สำคัญก็คือ เธอเชื่อใจเขาใช่มั้ยล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็หาตัวคนร้ายตัวจริงมาให้ได้ซะทีสิ คดีจะได้จบๆไป”

“…เข้าใจแล้วครับ” ฮิวงะยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะทำความเคารพผู้บังคับบัญชาแล้วเดินออกมาจากห้อง ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขารู้เหตุผลของหัวหน้าตัวเองดีที่ไม่ยอมให้ลูกน้องถอนตัว เหตุผลง่ายๆก็คือขี้เกียจจัดแถลงข่าวเปลี่ยนตัวตำรวจผู้รับผิดชอบคดีนั่นเอง

ฮิวงะไม่ชอบการแถลงข่าวมากเท่าไหร่ หัวหน้าของเขาก็ยิ่งไม่ชอบมากเท่านั้น การตอบคำถามของนักข่าวสำหรับตำรวจนั้นเป็นเรื่องที่ยากพอๆกับการปิดคดียากๆคดีหนึ่งทีเดียว

เอาเถอะ…ถอนตัวไม่ได้ก็ไม่ถอน ฮิวงะคลายปมเนกไท ปลดกระดุมคอเม็ดที่สองเพิ่มอีกเม็ด ถอดเสื้อนอกพาดบ่า ถกแขนเสื้อขึ้นถึงศอกเพื่อความคล่องตัวก่อนจะเดินไปชงกาแฟที่มุมแผนก ตำรวจหนุ่มยกแก้วกาแฟที่เพิ่งชงเสร็จขึ้นมาจิบช้าๆ เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง รอบข้างของตึกสำนักงานตำรวจถูกแวดล้อมไปด้วยตึกสูงใหญ่มากมาย ชายหนุ่มมองทะเลตึกผ่านเลนส์แว่น ย้อนนึกไปถึงเรื่องในอดีตที่ผ่านมานานเหลือเกิน

“ช่างเถอะ…รีบๆปิดคดีให้ได้ดีกว่า”

ฮิวงะพร้อมด้วยถ้วยกาแฟที่ยังดื่มได้ไม่ถึงครึ่งเดินไปยังตู้ขายกาแฟเย็น หยอดเหรียญอยู่ครู่หนึ่ง หยิบเอากระป๋องกาแฟออกมาใส่กระเป๋ากางเกงลวกๆ ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปยังห้องสอบสวน

“โฮ่ย อาโอมิเนะ สลับตัวกัน”

ตำรวจรุ่นพี่ผลักประตูห้องสอบสวนเข้าไป นัยน์ตาสีเทาเข้มตวัดมองผู้ต้องสงสัยหน้ายิ้มเล็กน้อยก่อนจะรีบเบนกลับมาหาตำรวจรุ่นน้องแทบจะทันที

“เหอ?” อาโอมิเนะเงยหน้ามองรุ่นพี่อย่างงุนงงแต่ก็ยอมวางปากกาลงบนโต๊ะ ฮิวงะตบบ่าคนผมน้ำเงินหนึ่งที มองตามหลังประตูที่ถูกปิดลงช้าๆ

“ไม่ได้เจอกันนานนะฮิวงะ” คิโยชิเอ่ยยิ้มๆ มองร่างของตำรวจหนุ่มที่วางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะ เอาเสื้อนอกพาดลงบนเก้าอี้ นั่งลงพร้อมกับยื่นกาแฟกระป๋องเย็นๆให้ตน

“ฮื่อ ไม่ได้เจอกันนานนะ คิโยชิ” ฮิวงะเอ่ยพร้อมๆกับเหลือบมองบันทึกที่อาโอมิเนะเขียนค้างไว้ เนื่องจากลายมือของตนเองก็อ่านยากพอกัน ตัวอักษรหวัดๆของอาโอมิเนะเขาจึงอ่านออกได้อย่างเชี่ยวชาญ

“นายดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเดิมเยอะเลย ว่าแต่สบายดีรึเปล่าน่ะ มีแฟนรึยัง สูงเท่าไหร่แล้ว…”

“นายไม่มีสิทธิ์ถามฉัน ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามนาย” ฮิวงะยกกาแฟขึ้นจิบ คิโยชิเองก็เปิดกาแฟกระป๋องของเขาบ้าง มือหนายกกาแฟซด ก่อนจะตามด้วยโดรายากิหนึ่งชิ้น มองคนใส่แว่นที่เริ่มเปิดแฟ้มประวัติของเขาด้วยท่าทีจริงจัง

“นายเป็นครูสอนพละให้เด็กประถม?”

“ใช่ ส่วนใหญ่ก็พวกกติกากับพวกทฤษฎีน่ะ ถ้าเป็นคาบปฏิบัติจะเป็นครูอีกคน นายก็รู้…เข่าของฉัน…”

“อา…นั่นสินะ เอาล่ะ งั้นคำถามต่อไป…” ฮิวงะเผลอเหลือบมองเข่าของอีกฝ่ายเล็กน้อย ชายหนุ่มรีบตั้งสติแล้วดึงตัวเองกลับมาที่การสอบสวนต่อ

“นายบอกอาโอมิเนะว่าที่นายไปบ้านชิโรงาเนะก็เพราะไปคุยกับผู้ปกครองของชิโรงาเนะคุง?”

“ใช่ พอคุยเสร็จฉันก็กลับ ผ่านไปได้ไม่กี่ชั่วโมงก็มีตำรวจมาหาฉันที่บ้าน บอกฉันว่าฉันเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าสามีภรรยาชิโรงาเนะ…”

“แล้วนายทำรึเปล่าล่ะ?” ฮิวงะเอาถามนิ่งๆ จ้องคิโยชิตาไม่กระพริบ

“ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่ได้ทำ นายจะเชื่อฉันรึเปล่า?” คิโยชิถามกลับ

“ฉันอยากจะเชื่อนาย แต่ฉันต้องเชื่อหลักฐาน และสิ่งแปลกปลอมเพียงสิ่งเดียวในบ้านชิโรงาเนะก็คือลายนิ้วมือของนาย”

คิโยชิยิ้มบางๆ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฮิวงะจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง

“อ..อะ อะไร?”

“ก็จะว่าไงดีล่ะ ตั้งแต่จบม.ปลายก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยนี่นา 12ปีแล้วนะที่พวกเราไม่ได้เจอกัน จู่ๆนายก็หนีหายไปคนเดียว ฉันคิดถึงนายมากๆเลยล่ะ ทุกคนก็เหมือนกัน”

“ก็มัน…เฮ้ย ไม่สิ ฉันจะไม่คุยเรื่องส่วนตัวกับนาย” ฮิวงะส่ายหน้าไปมาเรียกสติ ทำท่าจะยกกาแฟขึ้นจิบ แต่คิโยชิเร็วกว่า เขาคว้าถ้วยกาแฟของฮิวงะไปดื่ม คนถูกแย่งกาแฟมองผู้ต้องสงสัยอย่างหัวเสียก่อนจะเริ่มต้นถามคำถามอีกครั้ง

“นายบอกอาโอมิเนะว่านายสนิทกับบ้านชิโรงาเนะ? ถ้าอย่างนั้นนายสนิทกับพวกเขาได้ยังไง?”

“ฉันเป็นครูที่ปรึกษาของชิโรงาเนะคุงน่ะ ชิโรงาเนะคุงเป็นเด็กขี้อาย ไม่พูดคุยกับเพื่อนคนอื่นในห้องเลย บ้านชิโรงาเนะก็เลยขอร้องให้ฉันดูแลเด็กคนนั้นเป็นพิเศษ” คิโยชิตอบ

“นายไปเยี่ยมพวกเขาตอนหกโมงเย็น กลับออกมาตอนหกโมงห้าสิบสอง เวลาเสียชีวิตของผู้ตายคือหนึ่งทุ่ม ชิโรงาเนะคุงกลับบ้านตอนหนึ่งทุ่มสิบห้านาที” ฮิวงะทวนตารางเวลาที่อาโอมิเนะจดเอาไว้ในกระดาษ ในหัวนึกถึงระยะเวลาลงมือ ภายในเวลาแปดนาที คนเข่าเจ็บจะฆ่าคนสองคนให้ตายได้เชียวหรือ?

แต่ถึงอย่างนั้น คิโยชิก็ไม่มีพยานยืนยันที่อยู่ เจ้าตัวบอกว่ากำลังเดินกลับห้องเช่า ระหว่างทางเป็นทางเปลี่ยว ไม่มีคนผ่าน จึงทำให้คำให้การของเขาไม่น่าเชื่อถือ

“ถ้าอย่างนั้นขากลับนายก็ไม่ได้เดินสวนกับใคร”

“ฮื่อ มันเงียบมาก ค่อนข้างมืด แล้วก็ไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากเสียงฝีเท้าตัวเอง”

“ลองนึกดูดีๆ บางทีนายอาจจะเห็นใครซักคนก็ได้เจ้าโง่ แค่นายจำไม่ได้”

“อา….”

ขณะที่คิโยชิกำลังคิด ฮิวงะกำลังจิบกาแฟรอคำตอบ เสียงโหวกเหวกโวยวายของอาโอมิเนะก็ดังแว่วมาแต่ไกล ตำรวจหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย ลุกออกจากเก้าอี้ก่อนจะเดินไปกระชากประตูห้องสอบสวนออกอย่างหงุดหงิด

“อะไรของนาย อาโอมิเนะ อย่าโวยวายสิฟะ มันรบกวนการสอบสวน—-” ฮิวงะเงียบเสียงไปแทบจะทันทีเมื่อพบว่าบุคคลเบื้องหน้าของตนไม่ใช่ตำรวจรุ่นน้องแต่อย่างใด ชายหนุ่มผมดำหน้ายิ้มในสูทอิตาลี่ราคาแพงก้มหน้าลงมาส่งยิ้มบางๆให้เขา ฮิวงะชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าที่ยิ้มจนมองไม่เห็นดวงตานั้นช่างคุ้นตาเหลือเกิน ราวกับว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

“….หรือว่า”

“อ้าว ฮิวงะคุง กัปตันเซย์รินนี่นา ไม่ได้เจอกันนานเนอะ” อิมะโยชิ โชอิจิทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ฮิวงะกระพริบตาปริบๆ ในขณะที่อาโอมิเนะยืนเบ้ปากอยู่ข้างๆ

“หมอนี่เป็นทนาย” อาโอมิเนะเอ่ยห้วนๆ ฮิวงะเหลือบมองพฤติกรรมของรุ่นน้องอย่างนึกสงสัย ไม่ถูกกันหรือไงนะ…ตำรวจหนุ่มสวมแว่นคิดเช่นนั้นแต่ก็ไม่ได้ถามออกไป

“ก็อย่างที่รุ่นน้องฉันพูดนั่นแหละฮิวงะคุง ฉันเป็นทนาย ขอเข้าไปคุยกับลูกความหน่อยสิ”

“ครับ เชิญครับ เอ่อ เดี๋ยวขอผมไปเก็บของก่อน” ฮิวงะที่ยังคงงุนงงกับความกลมของโลกรีบเดินเข้าไปคว้าของทุกอย่างออกมาอย่างรวดเร็ว เมื่อประตูปิด ฮิวงะเหลือบมองผ่านกระจกห้องสอบสวนเล็กน้อย เห็นร่างของคิโยชิกับอิมะโยชิเป็นเงาจางๆ ฮิวงะเดาว่าคิโยชิเองก็คงประหลาดใจเหมือนกัน ประหลาดใจพอๆกับตนตอนที่ได้รู้ชื่อผู้ต้องสงสัยนั่นล่ะ

“ไปกันเถอะ พวกเรามีงานต้องทำ” ฮิวงะหันไปสะกิดอาโอมิเนะเบาๆ ตำรวจรุ่นน้องจึงเดินตามหลังเขา อารมณ์หงุดหงิดยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าของชายผิวเข้ม

“อาโอมิเนะ ตอนที่ฉันประชุมอยู่นายไปลงพื้นที่มานี่ ที่บ้านชิโรงาเนะเป็นไงบ้างล่ะ?” ฮิวงะถามขณะที่กำลังเดินกลับไปยังห้องแผนกสืบสวนสอบสวนที่1 ฝ่ายถูกถามสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามลืมเรื่องส่วนตัวแล้วดึงสติของตนกลับมาที่เรื่องงาน

“ก็เหมือนๆกันกับคดีฆ่ายกครัวที่บ้านคุโรดะ บ้านทานากะ แล้วก็อีกหลายๆบ้านครับ อาวุธสังหารเดียวกัน ผู้ตายสองคนเป็นคู่รักกัน ลายเซ็นของกามเทพเองก็ด้วย”

“ไม่มีอะไรแปลกๆบ้างเลยรึไง?”

“ไม่ครับ ไม่มี อย่างน้อยก็เท่าที่ผมเห็น…ไม่สิ ต่างกันตรงที่บ้านอื่นไม่มีลูก แต่บ้านชิโรงาเนะมี”

“แล้วชิโรงาเนะคุงตอนนี้พักอยู่กับใครล่ะ”

“ญาติที่อยู่ห่างออกไปอีกสองถนนน่ะครับ ผมลองไปคุยดูแล้ว พวกญาติก็ไม่เท่าไหร่ แต่ละคนมีพยานยืนยันที่อยู่ชัดเจน แต่เด็กนั่นไม่ยอมพูดอะไรเลย”

“ถ้าอย่างนั้น…” ฮิวงะแวะวางถ้วยกาแฟที่มุมเก็บภาชนะใช้แล้ว ส่งแฟ้มและกระดาษในมือให้ตำรวจรุ่นน้อง

“นายเอาไปวางไว้ที่โต๊ะฉันเลย แล้วก็ไปพักได้ อ้อ อย่าลืมไปดูคิโยชิกับอิมะโยชิซังด้วย เรามีสิทธิ์กักตัวคิโยชิไว้เพราะมีลายนิ้วมือ นายต้องพาเขาไปนอนที่ห้องขังชั่วคราว แล้วก็อย่าลืมไปส่งอิมะโยชิซังด้วย”

“หา! ไปส่ง?! ทำไมต้องไปส่ง…”

“มารยาท” ฮิวงะตอบสั้นๆ

“…..”

“น่า มันมืด ดึกดื่นป่านนี้แล้วนายรีบๆไปทำตามคำสั่งให้เสร็จๆเถอะ จะได้ไปพักซะที ไม่ง่วงรึไง”

พอได้ยินอย่างนั้นอาโอมิเนะยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา พบว่าเป็นเวลาเกือบเที่ยงคืน

“ก็ว่าอยู่ทำไมล้าไปหมด” ตำรวจหนุ่มบ่นงึมงำกับตัวเอง ตั้งแต่เกิดคดีขึ้นเขาก็ต้องไปลงสถานที่เกิดเหตุหลายชั่วโมง สอบสวนญาติและเพื่อนบ้านจนกระทั่งมีคนเจอลายนิ้วมือของคิโยชิจึงได้ถือโอกาสกลับสำนักงานเพื่อไปสอบสวนเป็นกรณีพิเศษ และเมื่อได้พักอ่านนิตยสารคลายเครียดจากการดูศพอยู่แค่ไม่กี่นาทีก็ถูกเรียกให้ไปสอบปากคำ สุดท้ายแล้วก็ยังต้องมาเจอรุ่นพี่สมัยเรียนโทโออีกต่างหาก

“แล้วรุ่นพี่ฮิวงะจะไปไหนล่ะครับนั่น” ตำรวจผิวเข้มถามอย่างไม่ใส่ใจนัก

“ไปล้างหน้านิดหน่อย คืนนี้คงต้องโต้รุ่ง ช่วงนี้เจ้ากามเทพบ้านั่นลงมือถี่ ถ้าเรายังไม่ได้เบาะแสจากมันคนบริสุทธิ์เองก็ยังต้องถูกฆ่าต่อไปเรื่อยๆ”

“ว้าว รุ่นพี่เท่จางเลยยย” อาโอมิเนะปรบมือแปะๆพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงโมโนโทน ฮิวงะเบ้ปาก นึกอยากจะลงโทษด้วยการเขกหัวอีกฝ่าย แต่คิดอีกทีอาจทำให้อาโอมิเนะโง่กว่าเดิมจึงไม่ทำ

“ไปพักซะ พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้ามาเจอกันที่โต๊ะฉัน เราจะวิเคราะห์รูปคดีกันต่อ”

อาโอมิเนะหาวหวอดแทนคำตอบรับก่อนจะเดินสะลึมสะลือจากไป ฮิวงะถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ตำรวจหนุ่มบิดขี้เกียจไปมาก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำชายที่อยู่ไม่ไกลนัก ระหว่างทางชายหนุ่มเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ค่ำคืนนี้มืดสนิท ไร้ซึ่งแสงสีเหลืองนวล บางทีคงอาจจะถูกเมฆหรือไม่ก็ตึกสูงบดบังอยู่

“…หวังว่าคงไม่ใช่นายนะ คิโยชิ”

…………..

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s