Dàomù bǐjì FanFiction [ เซี่ยจื่อหยาง x อู๋เสีย ] ‘ลืม’

Dàomù bǐjì FanFiction

Xiè ziyáng x Wú Xié   (หย่างเสีย)

‘ลืม’

……..

เหล่าอู๋ยังไม่ตาย หรือถ้าจะอธิบายให้ชัดเจนกว่านี้ก็คือ ถ้าผม…ถ้าเหลาหย่างตัวปลอมไม่รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นยื้อชีวิตเขา เขาก็จะตาย

ผมรีบลงมือช่วยเหลือทันที ในใจรู้สึกผิดที่หลอกเขาให้มาที่นี่ด้วยกัน ไหนจะโกรธจนหน้ามืดคิดทำร้ายเขาเมื่อถูกอีกฝ่ายกล่าวหาว่าเป็นตัวปลอมอีก นอกจากเรื่องของแม่แล้ว เรื่องตัวตนที่แท้จริงของผมก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมกังวลเช่นกัน

โดยทั่วไปแล้วไม่มีใครอยากเป็นตัวปลอมของใคร ทุกคนอยากมีชีวิต อยากมีประสบการณ์ อยากมีความทรงจำเป็นของตัวเอง ผมเองก็เช่นกัน แต่ถึงแม้จะเฝ้าหลอกตัวเองมากมายเพียงใด ความจริงก็ยังคงเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ

นั่นคือผมยังคงเป็นแค่ตัวก๊อปปี้ของเซี่ยจื่อหยาง…

เป็นเซี่ยจื่อหยางตัวปลอมที่ถูกเซี่ยจื่อหยางตัวจริงสร้างขึ้นมา รูปร่าง ลักษณะนิสัย ความทรงจำและประสบการณ์ต่างๆของเขาถูกถ่ายทอดมาสู่ผมทั้งสิ้น

แน่นอนว่า เมื่อถูกสร้างขึ้นมาด้วยพลังที่ชั่วร้าย ตะกอนความชั่วร้ายบางอย่างย่อมหลงเหลืออยู่ในตัว และขัดเกลาผมให้เจ้าเล่ห์กว่าเดิม นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้เมื่อถูกยั่วให้โกรธจนถึงขีดสุด ผมเป็นตัวอันตรายโดยแท้จริง

ไม่ใช่แค่เหล่าอู๋ที่คิดเช่นนั้น ผมเองก็คิดเช่นเดียวกับเขา เพียงแต่ไม่กล้าที่จะยอมรับความคิดของตนก็เท่านั้น

ในขณะที่มือสาละวนอยู่กับการพันผ้าพันแผล ผมเหลือบมองใบหน้าที่ซีดเซียวของเหล่าอู๋ที่กำลังสลบ หัวใจรู้สึกปวดแปลบ ไม่ใช่แค่รูปร่าง ลักษณะนิสัย ความทรงจำและประสบการณ์ต่างๆของเซี่ยจื่อหยางเท่านั้นที่ผมได้รับมอบมา แต่ความรู้สึกของเขาเองผมก็ได้รับมาทั้งหมดเช่นกัน

เซี่ยจื่อหยางตัวจริงคิดอย่างไรกับเหล่าอู๋…คิดอย่างไรกับอู๋เสียมีหรือผมจะไม่รู้ เพราะในเมื่อผมเป็นตัวก๊อปปี้ของเขา ผมเองก็ย่อมรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน

ในเมื่อเขาคิดกับอู๋เสียมากกว่าที่เพื่อนปกติจะคิด ผมเองก็เหมือนกับเขา

จะเหลาหย่างตัวตริงหรือตัวปลอม คนไหนๆก็ล้วนแต่รักเหล่าอู๋ทั้งสิ้น ต่างกันตรงที่เหลาหย่างตัวจริงตายไปโดยที่ไม่ได้สารภาพความรู้สึกของตน ในขณะที่ผมยังไม่ตาย…แต่สถานะระหว่างผมกับเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้สารภาพความรู้สึกใดๆออกไปก็ตาม

ผมไม่รู้เลยว่าระหว่างผมกับตัวจริง ใครเป็นคนที่โชคดีกว่ากัน เพราะมีสถานะที่ไม่เหมือนเดิม ไม่สามารถเป็นได้แม้แต่เพื่อน ทว่า สามารถพูดอะไรออกไปก็ได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานะเปลี่ยนเพราะมันเปลี่ยนไปตั้งแต่แรกอยู่แล้ว  กับเพราะมีสถานะที่เหมือนเดิมจึงไม่ควรพูดออกไป เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายหนีหาย เพื่อรักษาความเป็นเพื่อน อย่างน้อยก็ขอแค่ได้เป็นเพื่อน

หรือบางที พวกเราอาจจะโชคร้ายทั้งคู่ก็เป็นได้ ไม่สิ เซี่ยจื่อหยางตัวจริงโชคดีกว่าผมเพียงแค่อย่างเดียวคือเขาตายไปแล้ว เขาไม่อาจรู้สึกอะไรได้อีก แต่ผมยังมีชีวิตอยู่ ยังคงต้องแบกรับความโชคร้ายนี้ต่อไปเรื่อยๆ กว่าจะหลุดพ้นจากความขมขื่นก็คงต้องรอจนกว่าความทรงจำทั้งหมดจะหายสาบสูญไป มองๆไปหลายๆคนคิดว่าการลืมเรื่องทุกอย่างเป็นความโชคดีอย่างหนึ่ง แต่สำหรับตัวก๊อปปี้อย่างผม คงถือว่าเป็นเรื่องที่โชคร้ายที่สุด เพราะการสูญเสียความทรงจำ ไม่ได้หมายความว่าจะสูญเสียจิตใต้สำนึกที่ฝังแน่นอยู่ในใจเสมอไป

ลืมทุกสิ่ง ลืมทุกอย่าง แม้กระทั่งตัวตนของเซี่ยจื่อหยางที่อุตส่าห์ได้ครอบครองก็ลืมไปเสียหมด เหลือแต่เพียงจิตใต้สำนึกที่กลัวการลืมตัวตนนั้น… ตราบใดที่ยังกลัว ยิ่งลืมมากก็จะยิ่งทำให้กลัวมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ที่สำคัญที่สุด ผมไม่อยากลืมความทรงจำต่างๆที่เคยมีร่วมกันกับอู๋เสีย เพราะความทรงจำเหล่านั้นสร้างความสุขให้กับผม แต่ที่ทำให้ผมช็อกที่สุด ก็คือการที่เหล่าอู๋ลืมชื่อแซ่ที่แท้จริงของผม ลืมเลือนตัวตนของผมไปง่ายๆทั้งที่ผมไม่อยากลืมเขา

“ไอ้บ้าเอ๊ย…” ผมตั้งใจจะเคาะหัวเหล่าอู๋โทษฐานที่บังอาจลืมชื่อของผม แต่คิดอีกที ถึงแม้จะเคาะเบาๆแต่ถ้าเกิดเขาตื่นมาอีกทีแล้วสูญเสียความทรงจำเข้า ฝ่ายที่อยากหาอะไรหนักๆเคาะหัวตัวเองคงเป็นผมอย่างไม่ต้องสงสัยแน่ๆ

แค่ไม่กี่ปีก็ลืมชื่อกันเสียแล้ว ผ่านไปอีกหลายปีถ้าหากมีคนเอ่ยชื่อของผมขึ้นมา ผมไม่แปลกใจเลยถ้าเขาจะถามกลับคนที่เอ่ยชื่อผมขึ้นมาว่า ‘เหลาหย่างนี่ใครน่ะ?’

คนที่ผมไม่อยากให้เขาลืมเรื่องของผมมากที่สุดก็คืออู๋เสีย ถ้าผมต้องความจำเสื่อมขึ้นมาจริงๆ อย่างน้อยๆมีเขาจำผมได้แค่คนเดียวก็ยังดี แต่โลกนี้มันช่างโหดร้าย คนที่อยากจดจำกลับต้องลืม คนที่อยากให้จดจำกลับต้องลืม

ผมพันแผลและทายาให้คนบาดเจ็บไปเรื่อยๆ จากนั้นก็เสกไม้และเชือกขึ้นมาต่อเป็นแพ บรรจงช้อนร่างของอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เหล่าอู๋ผอมลงไปเล็กน้อยหลังจากที่ผจญภัยอยู่กับผมมาช่วงหนึ่ง ทำให้ผมอุ้มเขาขึ้นมาได้อย่างไม่ยากลำบากมากนัก พอวางร่างเขาลงบนแพเรียบร้อยแล้ว ผมก้มลงมองใบหน้าที่ถึงแม้จะโทรมแต่ก็ยังดูดีของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะประทับริมฝีปากของตนลงไปบนหน้าผากของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา

ในความทรงจำที่ผมได้รับสืบทอดมาเซี่ยจื่อหยางตัวจริงเคยแอบฉวยโอกาสทำอะไรเกินกว่าเพื่อนกับอู๋เสียหลายครั้ง เคยจูบ เคยหอมแก้มตอนที่อีกฝ่ายหลับ บางทีก็แอบเอาผ้าห่มมาห่มให้ แอบลูบหัวหรือแอบเล่นผมอยู่บ่อยๆ ใช่ ตัวจริงเคยได้ทำเรื่องเหล่านี้อยู่บ่อยๆ แต่สำหรับผมที่เป็นตัวก๊อปปี้แล้ว นี่เป็นครั้งแรก…

ใบหน้าของผมร้อนผ่าว ผมเคยเห็นตัวจริงหน้าแดงแค่ช่วงแรกๆเท่านั้น คิดว่าถ้าผมได้แอบฉวยโอกาสทำอย่างนี้ต่อไป ผมก็คงทำได้คล่องและเป็นธรรมชาติไม่ต่างไปจากตัวจริง

น่าเสียดายจริงๆที่ไม่มีโอกาสทำอย่างนั้นอีกแล้ว…

ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ผมรู้ตัวดี เหลาหย่างเพื่อนของอู๋เสียมีเพียงคนเดียวเท่านั้นก็คือคนที่ตายไปแล้ว ส่วนผม…เหลาหย่างตัวปลอมเป็นแค่คนแปลกหน้าสำหรับเขา

“อีกซักพักจะเขียนจดหมายไปหานะ….”

ผมพึมพำเบาๆ ถอดแว่นสายตาออก ปาดหยดน้ำอุ่นๆที่เริ่มรินไหลออกจากดวงตา

ลาก่อน

………………….

ตามไทม์ไลน์ในเล่มสอง นายน้อยตกลงมาจากน้ำตกแล้วหมดสติไป เหลาหย่างช่วยชีวิตไว้ ในเนื้อเรื่องบอกแค่นี้ แต่เรามโนเพิ่มเองค่ะ #ทีมสำริดต้องสู้ ขอให้สนุกกับฟิคสั้น(มากๆๆๆๆๆ)นี้นะคะ*_*

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s