Touken Ranbu FanFiction [ Heshikiri Hasebe x Shokudaikiri Mitsutada ] ‘Memory’

กาวววววววกาวววววอ่อออกกกกกกกกกกก


Touken Ranbu FanFiction

[ Heshikiri Hasebe x Shokudaikiri Mitsutada ]

‘Memory’

…………….

ข้ายังจำเรื่องราวในวันนั้นได้ดี

‘เฮชิคิริ จากนี้ไปเด็กคนนี้…มิทสึทาดะจะมาอยู่กับพวกเรา ข้าฝากเจ้าดูแลเขาด้วยนะ’

ใบหน้าที่มีผ้าปิดตาทาบทับดวงตาหนึ่งดวงโผล่ออกมาจากเบื้องหลังของนายท่านโอดะ ข้าจ้องมองนัยน์ตากลมโตใสแจ๋วราวกับลูกแก้วนั้น ในใจนึกอยากบอกกับผู้เป็นนายเหลือเกินว่าตนเลี้ยงเด็กไม่เป็น แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ก้มหัวให้นายท่านโอดะอย่างนอบน้อม

‘หากเป็นคำสั่งของนายท่านโอดะ ข้ายินดีน้อมรับคำสั่งเสมอขอรับ’

‘ดีมาก’ ท่านโอดะเอ่ยชม ก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้ข้าอยู่กับเด็กชายวัยประมาณเจ็ดขวบตามลำพัง บรรยากาศในตอนนั้นช่างอึดอัดสำหรับข้า เด็กไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ วิธีการปฏิบัติดูแลจึงต่างกันออกไป หากดูแลเด็กจึงต้องให้ความใส่ใจอีกฝ่ายมากเป็นพิเศษ

แต่คนอย่างข้าใส่ใจใครไม่เป็นนอกจากผู้เป็นนาย…

‘นี่ๆ พี่ชายชื่ออะไรหรือขอรับ?’

มิทสึทาดะยิ้มกว้างอย่างไร้เดียงสาขณะถามชื่อข้า ข้ามองเด็กชายเงียบๆอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจตอบอีกฝ่ายนิ่งๆ

‘…ฮาเซเบะ’

นามเฮชิคิริของข้านั้นนอกจากนายท่านโอดะแล้วข้าไม่ยอมให้ผู้ใดมาเรียกชื่อนั้นอีก เจ้าเด็กมิทสึทาดะที่ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องนั้นก็รีบรับคำอย่างว่าง่าย

‘ขอรับ! พี่ฮาเซเบะ’

ภาพของในวันนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในใจข้า การพบพานที่ยากแก่การลืมเลือน การพบพานที่ค่อยๆแปรเปลี่ยนหัวใจของข้าทีละน้อย…

“พี่ฮาเซเบะ! พี่ฮาเซเบะขอรับ”

“มีอะไรหรือ มิทสึทาดะ” ข้าที่เผลอเหม่อนึกถึงอดีตสะดุ้งตื่นจากห้วงแห่งความทรงจำ ร่างเล็กของมิทสึทาดะวิ่งแจ้นเข้ามาในห้องของข้าอย่างร้อนรน เจ้าตัวเล็กดึงชายเสื้อของข้าอยู่สองสามครั้ง ขณะเดียวกันก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน

“พี่ฮาเซเบะมากับข้าหน่อย นะๆๆ”

“ก็ได้ นำทางไปสิ” ข้าถอนหายใจเล็กน้อย เผลอยิ้มมุมปากนิดๆ ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ในใจข้ารู้สึกดีทุกครั้งที่มิทสึทาดะขอให้ข้าช่วยเหลือ ดีใจที่อีกฝ่ายพึ่งพาข้า…

มิทสึทาดะพาข้าออกมาที่สวน ร่างเล็กเดินมาหยุดอยู่ที่ต้นไม้สูงใหญ่ต้นหนึ่ง เด็กชายผ้าปิดตาชี้นิ้วไปยังกิ่งก้านใหญ่กิ่งหนึ่ง เมื่อข้าหรี่ตามองตามตำแหน่งที่อีกฝ่ายชี้ก็ได้สบตากับลูกแมวตัวหนึ่ง

“ดูเหมือนเจ้านั่นจะลงมาไม่ได้น่ะ พี่ฮาเซเบะช่วยหน่อยนะ” มิทสึทาดะเกาะชายเสื้อข้าพร้อมกับทำสายตาน่าสงสาร

“น่ารำคาญจริง… เจ้าเลิกเกาะชายเสื้อข้าสักที เดี๋ยวข้าจะปีนขึ้นไปเอาเจ้านั่นลงมา”

“พี่ฮาเซเบะใจดีที่สุด!”

“หนวกหูน่า ข้ารำคาญเจ้าต่างหาก”

“ข้าไม่เชื่อ~ พี่ฮาเซเบะน่ะถึงจะทำหน้าเหมือนไม่เต็มใจช่วยแต่เอาเข้าจริงๆก็ใจอ่อนทุกทีนั่นล่ะ” มิทสึทาดะแลบลิ้นใส่ข้า ข้ากัดฟันกรอดอย่างหงุดหงิดจึงรีบปีนต้นไม้หลังจากที่นึกหาเหตุผลมาเถียงอีกฝ่ายไม่ออก

ข้าใจอ่อนกับเจ้าเด็กนี่จริงๆนั่นล่ะ…

หลังจากพยายามไปได้ครู่ใหญ่ข้าก็พาตัวเองมาถึงกิ่งไม้ที่เจ้าแมวตัวนั้นเกาะอยู่จนได้

“พี่ฮาเซเบะสู้ๆ!!” มิทสึทาดะที่ดูอยู่ข้างล่างส่งเสียงเชียร์

“เอ้า ลงไปข้างล่างกันเถอะ ลงไปแล้วก็ขอบคุณเจ้าเด็กนั่นด้วยล่ะที่ให้ข้ามาพาเจ้าลงไป” ข้าเอ่ยเบาๆกับเจ้าแมวน้อย อุ้มมันไว้แล้วค่อยๆปีนไต่ลงมาเรื่อยๆจนถึงพื้นในที่สุด

ข้าวางเจ้าแมวลงกับพื้นหญ้า มิทสึทาดะกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจก่อนจะพุ่งเข้าหาเจ้าลูกแมวราวกับได้เพื่อนใหม่ แต่เจ้าสัตว์ตัวเล็กนั่นกลับวิ่งไปหลบหลังข้า รู้ตัวอีกทีทั้งคนและแมวก็ใช้ข้าเป็นศูนย์กลางในเล่นไล่จับไปเสียแล้ว

“…เล่นอะไรของเจ้าเนี่ย”

“ข้าอยากเล่นกับมัน แต่มันติดพี่ฮาเซเบะมากกว่านี่นา” มิทสึทาดะพองแก้มอย่างน่าเอ็นดู ข้าส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย ก้มตัวลงอุ้มเจ้าแมวอีกครั้งก่อนจะยื่นมันส่งให้มิทสึทาดะ

“เอ้า รับไปสิ”

“แต่มันดิ้นใหญ่เลยนะ สงสัยจะไม่ชอบข้า…” เด็กชายทำหน้าจ๋อย ข้าเผลอหลุดขำออกมาเล็กน้อยก่อนจะรีบตั้งสติแล้วนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่พร้อมกับเจ้าแมวในมือ

“มิทสึทาดะ เจ้ามานั่งตักข้า”

“เอ๋?!” เด็กชายตัวเล็กเบิกตากว้างเล็กน้อย หลังจากนั้นสายตาประหลาดใจก็แปรเปลี่ยนเป็นสายตาระยิบระยับ คนผมดำรีบเดินมานั่งตักข้าทันที ข้าลูบหัวเจ้าลูกแมวจนเชื่องก่อนจะส่งสายตาให้มิทสึทาดะที่นั่งอยู่บนตักลูบหัวมันเบาๆ

ภาพของข้าที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้โดยมีเด็กชายและแมวนั่งอยู่บนตักนั้นอาจจะทำให้บริวารของท่านโอดะนำไปร่ำลือกันพิลึกๆ ถึงแม้จะอายอยู่บ้างแต่ข้าก็ทำเป็นไม่สนใจ ขอแค่เจ้าเด็กซนกับเจ้าลูกแมวเลิกเล่นไล่จับกันรอบตัวข้าแค่นั้นก็พอ

“เจ้านี่หลงมาจากไหนกันนะ” ข้าพึมพำขณะมองเจ้าลูกแมวที่นอนขดอยู่บนตัก มันเป็นแมวขนดำที่มีนัยน์ตาสีอำพัน จะว่าไปก็เป็นสีเดียวกับมิทสึทาดะ…

“พวกเจ้าคล้ายกันดีนะ” ข้าพึมพำเบาๆ

“เอ๋?” มิทสึทาดะเอียงคอมองข้าอย่างงุนงง ข้าส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงว่าอย่าไปใส่ใจ

มิทสึทาดะลูบหัวแมวจนพอใจแล้วจึงหันมาเล่นผมสีน้ำตาลอ่อนที่มัดไว้หลวมๆของข้า มิทสึทาดะมักมาขอเล่นผมของข้าเป็นประจำอยู่แล้วดังนั้นข้าจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ระหว่างนั้นบริวารหญิงหลายคนของท่านโอดะที่ผ่านทางนี้พอดีต่างมองข้ายิ้มแล้วหันไปจับกลุ่มคุยกันเบาๆ

ทำไมหญิงสาวเหล่านั้นมองข้าในสภาพแบบนี้แล้วถึงยิ้มแย้มและหัวเราะกันเล่า ข้ารู้สึกว่าใบหน้าของตนกำลังร้อนผ่าวเพราะความอาย ถึงจะพยายามทำเป็นไม่สนใจแต่ก็นึกภาวนาให้มิทสึทาดะพาเจ้าแมวลงจากตักข้าเสียที ทว่า พอเห็นรอยยิ้มของเจ้าตัวที่กำลังเล่นผมข้าอย่างสนุกสนาน ข้าก็เลิกภาวนาแล้วเปลี่ยนใจไปลูบหัวเจ้าแมวแทน

ช่างเถอะ จะทนอายสักหน่อยก็ได้ ข้าผิดเองที่มาเลือกนั่งในสถานที่ที่คนอื่นสามารถมองเห็นได้ง่ายๆเช่นนี้

“นี่ๆ พี่ฮาเซเบะ โตขึ้นมาข้าขอเป็นเจ้าสาวของพี่ฮาเซเบะได้หรือเปล่า?”

จู่ๆมิทสึทาดะก็ถามออกมาเช่นนั้น ทำเอาข้าสะดุ้งเฮือกหันขวับมามองอีกฝ่ายตาโต

“ถามอะไรของเจ้าเนี่ย…”

“เอ๋ ไม่ได้เหรอ”

“ก ก็ต้องไม่ได้อยู่แล้วไม่ใช่รึไงเล่า เจ้าเป็นผู้ชายนะ ข้าก็เป็นผู้ชาย”

“งั้น…ข้าเป็นเจ้าบ่าวก็ได้!”

“นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย” ข้าเอ่ยเสียงเอือมพร้อมกับเขกหัวคนตัวเล็กเบาๆไปหนึ่งที

“บู่วว นู่นก็ไม่ได้นี่ก็ไม่ได้ พี่ฮาเซเบะอ้ะ”

“เรื่องแบบนี้ข้าไม่สนใจหรอก…จะว่าไปทำไมจู่ๆเจ้าถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะ?” ข้ามองเด็กชายที่กำลังเล่นผมข้าด้วยสายตาไม่เข้าใจ ที่สำคัญข้ายังไม่เคยสอนเรื่องพวกนี้ให้เจ้าเสียหน่อย เจ้าเด็กแก่แดดนี่ไปจำมาจากที่ไหนกัน

“ก็พวกพี่สาวในครัวเคยพูดว่าถ้าได้แต่งงานล่ะก็ยอดไปเลย ข้าก็เลยถามว่าแต่งงานคืออะไร แล้วพวกพี่สาวก็ตอบว่าถ้าแต่งงานกันล่ะก็จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป ข้าก็เลยอยากแต่งงานกับพี่ฮาเซเบะบ้าง จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปไง!” มิทสึทาดะยิ้มกว้างขณะอธิบาย ข้ารู้สึกหัวใจเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย ว่าแต่แม่พวกนั้นทำไมบ่นอะไรแบบนี้กับเด็กล่ะ….

“เหอะ จำคำพูดของเจ้าเอาไว้ดีๆก็แล้วกัน เดี๋ยวพอโตไปก็คงได้แต่เสียใจว่าไม่น่าพูดอะไรทำนองนี้ออกไปแน่ๆ”

“ข้าไม่เสียใจหรอกน่า! ก็ข้าอยากอยู่กับพี่ฮาเซเบะตลอดไปนี่นา!” เด็กชายยังคงยืนกรานอย่างหนักแน่น ข้าถอนหายใจอย่างเอือมระอา เจ้าเด็กนี่พูดไม่คิดเสียจริง

“ช่างเถอะ…นี่ก็ได้เวลาอาหารแล้ว เลิกเล่นผมข้าแล้วลุกขึ้นเสียที ข้าไม่อยากให้นายท่านโอดะรอนาน”

“นี่ๆ พี่ฮาเซเบะ แล้วเจ้าแมวตัวนี้ล่ะ มันเองก็คงหิวเหมือนกันนะ”

ข้ามองเจ้าแมวดำพร้อมกับถอนหายใจออกมา

“อุ้มไปด้วยก็แล้วกัน เจ้านี่คงพลัดหลงมาจากที่ไหนสักแห่ง เดี๋ยวข้าขออนุญาตนายท่านโอดะให้เจ้าเลี้ยงมันไว้ที่นี่เอง”

“ว้าว! ยอดไปเลย!!” มิทสึทาดะกระโดดโลดเต้นอย่างดีอกดีใจ ข้าอุ้มเจ้าแมวด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งยื่นให้มิทสึทาดะจับ

“เอ้า ไปกันเถอะ”

“ฮื่อ!”

ในขณะที่กำลังเดินกลับออกจากสวน ข้าลอบมองใบหน้าของมิทสึทาดะที่กำลังยิ้มแย้ม

ถ้าเป็นไปได้…ข้าก็อยากอยู่กับเจ้าตลอดไปเหมือนกัน เจ้าเด็กบ้า…

…………

อ่อกกกกกาวมากกกกกกมโนมากกกกกกกกกกกฮือออออออ ไม่มีอีกแล้วค่ะ สิ่งที่เรียกว่าสติน่ะแงงงงงงฟฟฟฟฟฟฟฟ ความจริงอยากเขียนต่ออีกนิดจนถึงตอนที่ทั้งสองคนแยกจากกัน แต่มันเขียนไม่ไปแล้ว เขียนไม่ออก ต้องบรรยายชุ่ยๆแน่เลย ก็เลยตัดจบแค่นี้—– เอาจริงๆพอย้อนมองมันก็มีแววเป็นมิทฮาเซได้เหมือนกันแฮะ ประมาณว่าเด็กในวันนี้คือเมะในวันหน้า—–/แค่กกกก แต่จะแบบไหนก็น่ารักดีค่ะ เราเหมาหมด(โลภ) พี่มิทที่เป็นเด็กซื่อๆไร้เดียงสานี่น่ากินมาก—-/แค่กๆๆๆ อะแฮ่ม ยังไงก็ตาม ขอบคุณที่อ่านนะคะ❤️

ปล.ขอบคุณกาวจากพี่จิ้ง (Kurama Joy)ค่ะ ขอกาวอีก—–/โดนต่อย

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s