Touken Ranbu FanFiction [ Mutsunokami Yoshiyuki x Heshikiri Hasebe ] ‘Gun’

กาวค่ะ กาวมาก ทำไมกาวฮืออออ555555555555 /เกาะถังกาวลอยคว้างอยู่กลางทะเล

เพิ่งเล่นเกมได้สามวันฟิคก็งอกเลย น่ากลัวมากฟฟฟฟฟ พี่มุทสึดูเป็นหมาซื่อๆน่ารักแต่ฮาเซเบะคุงดูเป็นหมาดุฮือออ น่ารักจังงงฟฟฟฟฟ

ปล.ตอนแรกไม่รู้ว่าควรจะใช้สรรพนามยังไงดี สุดท้ายก็กลายมาเป็นแบบนี้ค่ะ คาร์อาจจะยังไม่นิ่งหรืออาจจะไม่ค่อยตรงเป๊ะตรงเผงเหมือนคาร์ในใจของทุกท่าน หรืออาจจะยังไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่… อาจจะดูกาวมากกกไร้สติมากหรืออะไรก็ตามแต่ หากไม่ถูกใจใครต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ;w;


Touken Ranbu FanFiction

[ Mutsunokami Yoshiyuki x Heshikiri Hasebe ]

‘Gun’

………..

ข้ามักจะฝัน

ฝันเห็นท้องฟ้าสีคราม

แสงแดดอ่อนๆยามบ่าย

ทุ่งหญ้าเขียวขจี

และรอยยิ้มของผู้เป็นนาย…

อดีตนายท่านของข้ามีนามว่าซากาโมโต้ เรียวมะ นักปฏิวัติผู้เป็นเจ้าของดาบมุทสึโนะคามิโยชิยูกิเล่มนี้ ชายผู้ต้องการเปลี่ยนแปลงญี่ปุ่นให้รุ่งเรืองขึ้นแต่กลับถูกฆ่าทิ้งทั้งๆที่ความฝันสูงสุดของตนยังไม่เป็นจริง

ข้าถอนหายใจออกมาพลางหยิบปืนพก Smith & Wesson ขึ้นมาลูบเบาๆ วันนี้บนเรือนของท่านซานิวะนั้นเงียบสงบกว่าทุกวัน คงเป็นเพราะอิจิโกะและก๊วนเจ้าหนูมีดสั้นทั้งหลายยังไม่กลับจากสำรวจทรัพยากร ยามัมบะก็ถูกส่งเข้าโรงซ่อมพร้อมๆกับเจ้าหนูยะเก็น โซวสะและคะเซ็นหลังจากที่กลับจากสนามรบก็ต่างคนต่างแยกย้ายกลับเข้าห้องไปพักผ่อน ข้าเองที่เพิ่งกลับจากการศึกก็เลือกที่จะมานั่งตากลมบริเวณชานเรือนอยู่คนเดียวไม่ต่างจากคนอื่นๆ ดูท่าว่าทุกคนจะเหนื่อยกันมากจริงๆ

“มุทสึ~ อยู่ไหนเอ่ย~” เสียงคุ้นหูของท่านซานิวะลอยมาตามลม ข้ายิ้มบางๆ ตะโกนทักกลับไปแม้ว่าอีกฝ่ายจะยังเดินมาไม่ถึงก็ตาม

“นายท่าน ข้าอยู่ตรงนี้ มานั่งตากลมด้วยกันไหม”

“แหม ลมเย็นดีจัง อากาศปลอดโปร่งนี่มันดีจริงๆนั่นแหละ สงสัยจริงๆว่านายช่างทนอยู่ในที่อบอ้าวอย่างนั้นทั้งวันได้อย่างไรกัน” ในที่สุดท่านซานิวะก็เดินมาหาข้าที่ชานเรือน เบื้องหลังร่างของเจ้านายคนใหม่มีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนทำหน้านิ่งอยู่ด้วย หมอนั่นมีเรือนผมสีน้ำตาลแสกกลาง นัยน์ตาสีม่วงสวยราวกับอัญมณี สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่มีเสื้อคลุมแขนยาวคลุมทับและกางเกงขายาวสีเข้ากับเสื้อคลุม

สมาชิกใหม่รึ…

“มุทสึ นี่เฮชิคิริฮาเซเบะคุง ส่วนฮาเซเบะคุง นี่ มุทสึโนะคามิโยชิยูกิ”

“โอ้ส! ยินดีที่ได้รู้จักนะฮาเซเบะ เจ้าเรียกข้าว่ามุทสึเหมือนท่านซานิวะก็ได้”

“…..เมื่อครู่นี้เจ้าควรเดินมาหานายท่าน การเสียมารยาทต่อหน้านายท่านเช่นนั้นเป็นกิริยาที่ไม่สมควรแสดงต่อผู้เป็นนาย” ฮาเซเบะมองข้าอย่างเย็นชา ห หา…? นี่ข้าผิดอะไร.. ข้าก็แค่อยากให้ท่านซานิวะมีรับลมเย็นๆบ้างเอง หมอนี่จริงจังเป็นบ้า..

“เอาน่าๆ ฮาเซเบะคุง…อย่าโมโหสิ จากนี้ไปก็สนิทกันไว้นะทั้งสองคน”

“ถ้าเป็นคำสั่งของนายท่าน ข้ายินดีปฏิบัติตาม ถึงแม้จะไม่ชอบหน้าของเจ้าคนไร้มารยาทคนนี้ก็ตาม” เจ้าคนผมแสกกลางว่าพลางก้มหน้าให้ท่านซานิวะอย่างนอบน้อม มุมปากและคิ้วของข้ากระตุกไปมาอย่างอารมณ์เสีย

ถ้าเปรียบเทียบหมอนั่นกับเครื่องดนตรีประเภทสาย ข้าว่าสายของหมอนั่นตึงเกินไป

(แต่ของข้าก็หย่อนไป….)

และนั่นเป็นครั้งแรกที่ข้าได้รู้จักกับผู้ชายที่จริงจังที่สุดเท่าที่เคยรู้จักมาในชีวิตนี้ ฮาเซเบะ ทั้งจริงจัง เข้มงวด ดุดัน ปากร้าย เงียบขรึม

คนประเภทนี้น่ะ…

น่าแกล้งน่ากวนสุดๆไปเลย!

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การกวนฮาเซเบะกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของข้าไปอีกอย่างหนึ่ง

‘ฮาเซเบะ มาแข่งกันเถอะว่าใครจะจัดการเจ้าปีศาจนี่ได้มากกว่ากัน!’

‘หุบปากแล้วตั้งใจสู้ซะ เจ้าคนเล่นไม่รู้จักเวร่ำเวลา’

‘นี่ๆฮาเซเบะ เจ้ามีฉายาว่าม้าเร็วใช่ไหม ขอข้าขี่หลังหน่อยสิ’

‘อยากตายใช่ไหม เจ้าสมองกลวง’

‘ฮา~เซ~เบะะะ~ รู้~มั้ย~ว่า~ข้า~ชอบ~มัน~เผา~ที่~ซู้ดด~’

‘เจ้าคนน่ารำคาญ เลิก-ร้อง-เพลง-แล้ว-เก็บ-หัว-มัน-ไป-เงียบๆ-เดี๋ยว-นี้’

ทำให้ฮาเซเบะหงุดหงิด…สนุกดี

ดังนั้น วันนี้ข้าก็ยังแกล้งและก่อกวนฮาเซเบะเช่นเดิม

“ฮาเซเบะะะะะะ ไปเดินเล่นกันเถอะะ วันนี้ท่านซานิวะอุตส่าห์ให้พักผ่อนตามสบายหนึ่งวันทั้งที”

“ออกไปกับเจ้าก็เหมือนเอาวันหยุดไปผลาญเล่นอย่างไม่รู้ค่า” เสียงของฮาเซเบะดังลอดออกมาจากห้องพัก แต่ข้าไม่ยอมแพ้ กระชากประตูบานเลื่อนเปิดออก ฮาเซเบะที่นั่งอยู่ริมห้องวางหนังสือในมือลง คนผมแสกกลางลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาเผชิญหน้ากับข้าอย่างไม่กลัวเกรง

“อย่ามารบกวนเวลาพักผ่อนของข้า มุทสึโนะคามิโยชิยูกิ”

“โห น่าปลื้มใจจัง ที่ผ่านมาเจ้าไม่ยอมเรียกชื่อข้า แต่ตอนนี้ยอมเรียกแล้วแฮะ จะว่าไปเจ้าจำชื่อยาวๆของข้าได้ด้วย อย่างนี้ข้าต้องพยายามบ้างแล้วล่ะ! เอ…อืม..เฮ… เฮฮาเซเบะ..!”

“………” ฮาเซเบะหรี่ตาลงอย่างน่ากลัว

แต่ข้าไม่กลัว

“เอ้า เฮฮาคุง ยิ้มหน่อยซี่ยิ้มหน่อยย” ข้าใช้สองมือดึงแก้มของหมอนั่นจนยืด ฮาเซเบะคิ้วกระตุกก่อนจะผลักข้าออกไป พอเห็นอีกฝ่ายตั้งท่าจะชักดาบข้าก็รีบโบกมือห้ามเป็นพัลวัน

“เดี๋ยวๆๆๆ ช้าก่อนฮาเซเบะ เจ้าใจเย็นๆก่อนนะ ท่านซานิวะสั่งให้พวกเราสนิทกันไม่ใช่หรือ”

“…..” วินาทีที่ข้าพูดจบฮาเซเบะก็ลดดาบลงและเก็บมันเข้าฝักเช่นเดิม สมกับเป็นฮาเซเบะ ต่อให้โกรธขนาดไหนแต่ถ้าเป็นคำสั่งของท่านซานิวะก็ยับยั้งความโกรธของตัวเองได้อย่างน่าประหลาด

“ออกไปได้แล้ว ทุกวันนี้เจอหน้าเจ้าข้าเหนื่อยมาก วันพักผ่อนควรเป็นวันที่ข้าได้อยู่คนเดียวโดยไม่ได้เห็นหน้าเจ้า” ฮาเซเบะว่าพลางกลับไปนั่งอ่านหนังสือตามเดิม

“หือ…” ข้ากระพริบตาปริบๆเมื่อเห็นว่าหนังสือที่ฮาเซเบะถือเป็นหนังสือเกี่ยวกับปืนและดินปืน

“ฮาเซเบะ! เจ้าชอบปืนอย่างงั้นหรือ?!” ข้าพุ่งเข้าหาฮาเซเบะที่มุมห้องด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับจนทำเอาฮาเซเบะผงะถอยหลังไปเล็กน้อยอย่างลืมตัวจนชนกับผนังห้องเบาๆ

“ข้าจะชอบหรือไม่มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า ออกไปได้แล้ว ข้าอุตส่าห์ไล่เจ้าออกไปดีๆ อย่าให้ข้าต้องใช้กำลัง”

“ทำไมจะไม่เกี่ยวล่ะ นี่ไงๆ เจ้าดู Smith & Wesson ของข้าสิ ข้าเองก็ชอบปืนเหมือนกันนะ นายท่านของข้าเองก็ชอบ ชอบมากกว่าดาบอีก แต่ถึงอย่างนั้นท่านก็เป็นซามูไรนะ! ข้าภูมิใจมากๆเลยล่ะ!!”

“หนวกหูน่า บ่นอะไรของเจ้า ข้าไม่ได้ชอบเสียหน่อย” ฮาเซเบะจ้องตาข้า ข้ากระพริบตาปริบๆ เจ้าหมอนี่ไม่ได้พูดโกหก แต่ถ้าอย่างนั้น…

“ไม่ได้ชอบแล้วอ่านทำไมล่ะ?”

” ม ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า!” ฮาเซเบะตวาดเสียงดัง ผลักอกข้าที่นั่งคร่อมอยู่อย่างแรงจนหงายหลัง คนผมแสกกลางเดินออกจากห้องไปอย่างไม่สนใจใยดีข้าที่กลิ้งอยู่บนพื้น

“หืม….” ข้ามองตามแผ่นหลังของฮาเซเบะไปอย่างใคร่รู้ สีหน้าของฮาเซเบะเมื่อครู่ยังคงตราตรึงและกระตุ้นความรู้สึกอะไรบางอย่างในใจข้า

ฮาเซเบะเวลาหงุดหงิดน่ะน่าแกล้ง

แต่ตอนที่ทำหน้าเหมือนกำลังเขินอายแบบเมื่อครู่…

น่ารัก….

ข้ารีบลุกขึ้นแล้ววิ่งตามฮาเซเบะไปทันที แม้จะไม่รู้ว่าหมอนั่นหนีไปอยู่ที่ไหนก็ตาม โชคดีที่ระหว่างทางข้าเจอกับท่านซานิวะเข้าพอดี

“ท่านซานิวะขอรับ ท่านเห็นฮาเซเบะหรือเปล่า”

“ไม่เห็นเลยนะ มุทสึมีอะไรกับฮาเซเบะคุงหรือเปล่า ดูรีบร้อนเชียว” ท่านซานิวะถาม

“จะว่าไป…ท่านซานิวะขอรับ ข้ามีเรื่องอยากจะถามท่าน..”

“เอ๋ อะไรหรือ?”

“ฮาเซเบะที่ไม่ได้ชอบปืนแต่กลับอ่านหนังสือเกี่ยวกับปืนในวันหยุด ท่านคิดว่ามันแปลกไหมขอรับ ก็จริงอยู่ว่าอาจจะไม่ได้เกลียด แต่ถ้าไม่สนใจก็ไม่เห็นต้องอ่านก็ได้นี่ขอรับ พอถามแล้วก็ดันไม่ยอมบอกเหตุผลให้ข้าฟังแถมยังเดินหนีอีก..”

ท่านซานิวะฟังแล้วก็ยิ้มขำๆ นางเงยหน้ามองข้าพลางตอบคำถามของข้าด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

“ดูท่าฮาเซเบะคุงจะคิดถึงเจ้านายน่ะ ท่านโอดะ โนบุนางะ เจ้านายของฮาเซเบะคุงเองก็สนใจจะใช้ปืนจากต่างชาติมากกว่าใช้ดาบทำศึก คล้ายๆกับเจ้านายของมุทสึเลยนะ”

“เอ๋…คิดถึงเจ้านาย…”

“ใช่จ้ะ สำหรับคนอย่างฮาเซเบะคุงคงเขินที่จะพูดคำหวานๆอย่างคำว่า ‘รัก’ หรือ ‘คิดถึง’ ใครสักคนให้คนอื่นฟังน่ะ… แต่ถ้าเป็นคำพูดที่แข็งๆกว่านี้อย่างเช่นซื่อสัตย์ สละชีวิตเพื่อนายท่านอะไรทำนองนี้ก็พูดได้เป็นปกติ…แถมยังบ่อยมาก…”

“อย่างนี้นี่เอง..ขอบคุณขอรับท่านซานิวะ ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ” ข้าก้มหัวให้เจ้านายเล็กน้อยก่อนจะรีบวิ่งตามหาฮาเซเบะต่อ

“อ๊ะ เจอแล้ว! ฮาเซเบะ!!”

ฮาเซเบะที่เดินเหม่ออยู่ในสวนสะดุ้งเล็กน้อย ข้ารีบวิ่งแล้วกระโจนใส่อีกฝ่ายในช่วงที่ยังเผลออยู่

โครม!

“อึก.. ทำอะไรของเจ้าเนี่ย ลุกออกไปเดี๋ยวนี้” ฮาเซเบะสั่งขณะพยายามผลักร่างของข้าที่ล้มทับอยู่บนตัวออก

“…..”

“มุทสึโนะคามิโยชิยูกิ ลุก-ออก-ไป-เดี๋ยว-นี้” ฮาเซเบะแยกเขี้ยวขู่ แต่ข้าไม่กลัว ถึงพวกเด็กๆจะบอกว่าฮาเซเบะน่ากลัว แต่ความจริงแล้วฮาเซเบะไม่น่ากลัวเลยสักนิด

ถึงจะไม่กลัวแต่ข้าก็ทำตามคำพูดของฮาเซเบะ หลังจากที่ฮาเซเบะค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนพื้นหญ้า ข้าก็พุ่งเข้าไปกอดหมอนั่นพร้อมๆก็ตะโกนออกมาเสียงดัง มือขวาของข้ายีหัวคนผมน้ำตาลไปมาจนยุ่งไปหมด

“ฮาเซเบะ!! เจ้านี่มันน่ารักน่าเอ็นดูชะมัดดด!!! เจ้าเขินแล้วน่ารักชะมัดดด!!! เจ้าบ้านี่!!”

“มุท-สึ-โนะ-คา-มิ-โย-ชิ-ยู-กิ!!!!”

ฮาเซเบะตวาดเสียงกร้าว แต่ข้ายังคงกอดอีกฝ่ายไว้แน่น

เจ้าเขินแล้วน่ารักดี พอเห็นเจ้าเขินแล้วข้าก็รู้สึกดี ยิ่งถ้าได้เป็นคนทำให้เจ้าเขินด้วยตัวเองข้าก็จะรู้สึกดีมากๆ

นี่ข้าคงไม่ได้หลงรักเจ้าไปแล้วใช่ไหม…

……..

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s