Next Station : Love [ Original Short Story ]

Next Station : Love

สถานีต่อไป : ความรัก

ผู้โดยสารไม่สามารถเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นได้นอกจากผมผู้นี้ โดยหัวใจผมจะขังคุณไว้อย่างแน่นหนา

ฟรีเปเปอร์ชื่อย้าวยาวแจกงาน Original Holic ครั้งที่ 2 ค่ะ 


อัลเบิร์ต ไอสไตน์กล่าวไว้ว่า ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นได้โดยปราศจากการเริ่มต้น

“Next station Siam, interchange with Silom Line…”

ผมเหลือบมองเด็กสาวในชุดนักเรียนโรงเรียนเดียวกันที่ยืนอยู่ไม่ไกลมากนัก

“…doors will opened on the right hand side of the train.”

เสียงประกาศบนขบวนรถไฟฟ้าหยุดลงพร้อมๆกับขบวนรถไฟฟ้า ผมนึกถึงคำพูดของไอสไตน์อีกครั้งก่อนจะเดินออกจากรถทันทีที่ประตูเปิดออก

‘ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นได้โดยปราศจากการเริ่มต้น…’

แน่นอนว่า…ความรักเองก็เช่นกัน

……

ชื่อของผมคือไทม์
ผมเป็นแค่เด็กนักเรียนสายตาสั้นวัย17ปีธรรมดาๆคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในซอกหลืบหนึ่งของกรุงเทพฯ เป็นคนที่ถึงแม้จะไม่ได้ขี้เหร่มากแต่ก็ไม่ได้หล่อมาก ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรกหรือรสนิยมต่างก็เรียบง่ายไม่ต่างจากใคร

โดยรวมแล้วเป็นคนที่ใช้ชีวิตง่ายๆคนหนึ่ง ทว่า พักหลังๆชีวิตเรียบง่ายๆของผมมีอันต้องเปลี่ยนไปเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งก้าวขึ้นมาบนบีทีเอส

ผู้มีเครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนเดียวกับผม

เธอผู้ไว้ผมหางม้าและมีโครงหน้าสวยได้รูป

เธอผู้ทำให้หัวใจของผมเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อมองใบหน้าสวยติดเย็นชาของเธอ

เธอผู้…

เออ จะอะไรก็ช่าง เอาเป็นว่าผมชอบเธอละกัน จบ

ผมแอบมองเธอทุกเช้า พวกเราขึ้นรถที่สถานีเดียวกัน ลงสถานีเดียวกัน ผมมักบอกตัวเองเสมอว่าที่ผมได้เจอเธอนั้นเป็นพรหมลิขิต เป็นพรหมลิขิตแหงๆ แต่ต่อให้ฟ้าลิขิตให้เดินทางไปโรงเรียนด้วยกัน(โดยที่เธอไม่รู้ตัว) ถ้าผมไม่ทำอะไรซักอย่างชาตินี้ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่คงไม่คืบหน้าแน่

ด้วยเหตุนั้นผมจึงจ้างนักสืบที่เก่งที่สุดในโรงเรียน เชอร์ล็อก  โฮล์มแห่งโรงเรียนดังวิทยาคม หรือโรงเรียนที่คนชอบเรียกกันย่อๆว่า’โรงเรียนดัง’นั่นเอง

ผมแอบถ่ายรูปเธออย่างแนบเนียนบนรถไฟฟ้าแล้วส่งให้ไอ้เชอร์ล็อกสืบประวัติเธอ โรงเรียนมีนักเรียนตั้งสามพันสี่พันกว่าคน กว้างก็กว้าง ผมตัวคนเดียวย่อมไม่มีปัญญาตามหาจนเจอแน่นอน เพราะบุญที่มีก็จ่ายไปกับการเจอเธอระหว่างเดินทางตอนเช้าไปหมดแล้ว

“ก็ไม่ได้ยืนพิงเสานี่ ไปถ่ายรูปเธอมาทำไมวะ” ไอ้ช็อคว่าพลางซูมรูปในไอโฟน4sเก่าแก่ของผมไปที่บริเวณเสารถไฟฟ้า ผมมองไอ้นักสืบเพื่อนยากที่ความจริงแล้วชื่อช็อคแต่ดันทะลึ่งเรียกตัวเองว่าเชอร์ล็อกก่อนจะตบหัวเกรียนๆของมันไปทีนึง

“ผู้หญิงที่ยืนพิงเสาน่ะไอ้ไทม์คนนี้ไม่สนใจหรอกโว้ย ที่สำคัญเธอคนนี้น่ะทำตามระเบียบบีทีเอสหมดทุกอย่างเลยนาเหวย”

“…สนใจเธอว่างั้น?”

“เออ ไปสืบมาให้หน่อยดิ๊ว่าเธอเป็นใครชื่ออะไรเรียนชั้นไหนห้องไหนสายไหนชมรมอะไรงานอดิเรกอะไรชอบกินอะไรสเป็คผู้ชายที่ชอบ—”

“พ่อ_งง เยอะไปแล้วโว้ย แต่เอาเหอะ จะพยายามก็แล้วกัน”

“ดี เดี๋ยวเลี้ยงน้ำ”

“ไม่เอาน้ำจากตู้กดน้ำของโรงเรียนใส่แก้วพลาสติกแบบคราวที่แล้วนะ…”

“เออน่าาา” ผมรับปากไอ้เพื่อนสนิทพลางเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามประดับประดาไปด้วยเมฆปุกปุย หลังจากที่คิดใคร่ครวญอะไรอยู่เงียบๆคนเดียวครู่ใหญ่จึงหันไปถามไอ้คนที่นั่งอยู่ข้างๆ

“คราวหน้าชวนคุยอะไรซักอย่างดีมั้ยวะ…”

“ลองเล่นมุกเสี่ยวดูดิ” ไอ้ช็อคตอบขณะที่กำลังส่งไลน์หาสายสายสืบของมัน ผมกระพริบตาปริบๆเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย เสี่ยวเรอะ? เอาจริงดิ… ผู้หญิงส่วนใหญ่เค้าจะใจละลายกับมุกพวกนี้สินะ

เห็นดูนิ่งๆแบบนั้นแต่พอเล่นมุกไปเธอก็จะเขินสินะ ผมไม่เคยมีประสบการณ์ด้านจีบหญิงซะด้วย แค่คุยกับผู้หญิงยังไม่ค่อยจะได้คุยเลยด้วยซ้ำเพราะมันเขินๆยังไงก็ไม่รู้ แต่ในเมื่อไอ้ช็อคแนะนำวิธีนี้มาล่ะก็… ดีล่ะ! ผมจะใช้มุกเสี่ยวละลายน้ำแข็งในหัวใจของเธอเอง!! ถึงแม้ว่าผมจะเป็นแค่คนธรรมดาแต่ความกล้าผมน่ะมีเกินล้าน! เรื่องแค่นี้ไม่มีวันอายอยู่แล้ว
.
.
.
.
.
.
“Next Station Ari….”

ผมมันบ้า…

โอ๊ยยยยยยอายโว้ยยยยย นี่ผมกำลังจะทำอะไรฟะ จะเล่นมุกบ้าๆบนบีทีเอสเพื่อจีบสาวงั้นเรอะ เดี๊ยวววววว นิ้วววว นิ้วข้าาา อย่าไปสะกิดไหล่เธอแบบนั้นเด้ ยังไม่พร้อมเลยนาเหวยย

“ผมชื่อไทม์นะ ยังไงก็ช่วยแช่งผมหน่อยสิ”

“……….”

เออ เป็นผมก็คงเงียบนั่นแหละ จู่ๆมีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนมาทักแบบนี้บนบีทีเอส บ้าชะมัด กล้าบ้าบออะไรกันเล่า สั่นไปหมดแล้วเนี่ย!

“คือๆๆๆ แบบว่าถ้าเธอแช่งผม ผมก็จะได้ต่อมุกไปว่าแช่งรักปั๋น…ฉันรักแป้งไง…”

“……..”

“…….”

“Next Station Sanam Pao…”

“…….”

“…….”

แป้ง…ผู้หญิงที่ผมเพิ่งเล่นมุกเสี่ยวครั้งแรกในชีวิตใส่เดินลงจากบีทีเอสไปเงียบๆทันทีที่ประตูขบวนรถไฟฟ้าถูกเปิดออก…

เดี๋ยวสิ นี่มันเพิ่งสนามเป้าเองไม่ใช่เรอะแม่คุณ…. เธอต้องลงสยามสิ…. ไม่สิ แบบนี้มัน..?!!

เขินสินะ เขินสินะ เขินสินะ เขินสินะ เขินสินะ เขินสินะ เขินสินะ เขินสินะ เขินสินะ เขินสินะ เขินสินะ เขินสินะ เขินสินะ เขินสินะ เขินสินะ!!

ผมละลายน้ำแข็งในใจเธอได้แล้ว?!!!

มุกเสี่ยวสุโก้ยยยยยยยยย!!!!!

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ผมก็เริ่มจู่โจมหัวใจของเธอด้วยมุกทั้งหมดที่ผมสามารถคิดได้

“สมองประกอบไปด้วยเซลล์ประสาทประมาณ140,000ล้านเซลล์ แต่หัวใจผมน่ะประกอบไปด้วยเธอ”

“….”

เงียบ…ไม่มีสัญญาณตอบรับมุกของท่าน

“ปีแสงเป็นหน่วยระยะทาง ส่วนผมน่ะปีคนที่พอเด็น…เป็นคนที่พอดี พอดีกับเธอ…”

“……”

ก็ยังเงียบอยู่ดี

“ผมเป็นผู้ชายที่ไม่อยากจับมือใคร แต่เป็นผู้ชายที่อยากจับใจเธอนะ”

“…….”

ใบหน้าสวยนิ่งของแป้งยังคงนิ่งเฉย แต่ผมยังคงคิดอย่างเข้าข้างตัวเองว่าเธอกำลังเขินแต่ไม่แสดงออกก็แค่นั้น
.
.
.
.
.
.
“ตูว่าเขาเอือมเอ็งว่ะ”

“เอือมบ้านเอ็งเดะ เขินเฟ้ยเขิน แบบนั้นน่ะเขินแหงมๆ!” ผมกับไอ้ช็อคนั่งเถียงกันอยู่ในโรงอาหารของโรงเรียนตอนเย็นๆ หัวข้อในคราวนี้คือเรื่องการจีบของผมว่ามันคืบหน้าไปถึงไหนหรือเข้ารกเข้าพงไปแล้วกันแน่ ผมยืนยันว่ามันคืบหน้า แต่ไอ้ช็อคค้านว่าวิธีนี้มันไม่เวิร์ค

“เอ็งเป็นคนบอกตูนะเฟ้ยว่าให้ลองมุกเสี่ยวอะ”

“ตูไม่ได้หมายความว่าให้เอ็งเล่นมันทื่อๆแบบนี้ทุกวันโว้ย! เข้าไปคุยแล้วปล่อยมุกใส่เนียนๆสิฟะ ไอ้คนไร้ชั้นเชิงเอ๊ย!”

“ก ก็ใครมันจะไปรู้ฟะ…” ผมฟังคำพูดไอ้ช็อคแล้วจนปัญญาจะเถียงจึงได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างจำยอม ที่ไอ้ช็อคพูดมาก็มีส่วนถูก อย่างนี้แสดงว่าแป้งคงเอือมผมอย่างที่มันว่าจริงๆ…

“ทีหลังเอ็งก็ทำตามที่ตูแนะนำดิวะ แล้วพออีกฝ่ายเผลอก็หาโอกาสจับไม้จับมือ—แอ้ก!!” ไอ้ช็อคร้องลั่นเมื่อถูกผมเอามือเขกหัวมันแรงๆไปหนึ่งที

“ใครจะไปจับมือวะ?! นั่นมันลวนลามเธอชัดๆ ตูว่าแค่มุกก็พอว่ะ หยอดให้เธอเขินได้แค่นี้ตูก็ฟินละ”

“ถุ้ย! พ่อสุภาพบุรุษษษ จีบอย่างเอ็งชาตินี้จะติดมั้ยล่ะเนี่ย เชื่อตู มันต้องมีจับไม้ให้ใจเต้นตึ้กตั้กๆกันบ้าง”

“ตึ้กตั้กบ้านเตี่ยเอ็งเดะ นี่เอ็งกำลังแนะนำอะไรเพื่อนฟะ…”

“เฮ้ย ไอ้ไทม์ นั่น…”

จู่ๆไอ้ช็อคก็เหยียบเท้าผมที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับมันก่อนจะชี้นิ้วไปยังใครคนหนึ่งที่เดินเข้ามาใกล้ ผมดันแว่นเล็กน้อยขณะที่มองไปตามนิ้วของไอ้ช็อค

เฮ้ย…?!!

ผมเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนที่เดินมาหาพวกผม…ก็คือแป้ง แป้งที่ผมแอบชอบและปล่อยมุกใส่อีกฝ่ายอยู่ทุกเช้าบนรถไฟฟ้า

“ตูไปก่อนนะเว้ยเพื่อนฝูง” ไอ้ช็อครีบลุกหนีทันที ผมได้แต่อ้าปากค้างมองเพื่อนสนิทที่หนีเอาตัวรอดไปคนเดียวแล้วด่ามันด้วยสารพัดคำหยาบอยู่ในใจ
“เอ่อ…” ผมยิ้มเจื่อนๆให้อีกฝ่ายในขณะเดียวกันก็นึกหาคำพูดดีๆไว้พูดกับเธอ ว่าแต่จะพูดอะไรดีอะ จู่ๆก็เข้าหาผมแบบนี้ ผมยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจเลยนะ

“นี่ นายชอบฉันจริงๆเหรอ”

“อ๊ะ ช ใช่…” ผมพยักหน้ายอมรับอย่างง่ายดาย ใบหน้าของผมร้อนผ่าว ตอนนี้คงกำลังหน้าแดงอยู่แน่ๆ จะว่าไปที่ผมคุยกับไอ้ช็อคเมื่อกี๊เธอจะได้ยินมั้ยนะ แต่คงไม่หรอกมั้ง

“ฉันได้ยินที่นายคุยกับเพื่อนหมดแล้วล่ะ”

อ้าว ได้ยินหรอกเรอะ?! ผมจะเอาหน้าไปมุดไว้ตรงไหนดีล่ะเนี่ย….

“อึ๋ย ค คือว่า…..”

“ตอนแรกก็รำคาญมุกพรรค์นั้นอยู่หรอก แต่พอมาบังเอิญได้ยินนายพูดเมื่อกี๊ก็รู้สึกว่านายน่าสนใจดี”

น น่าสนใจ?! น ในแง่ไหนละนั่น?!

“ลุกขึ้น” เธอสั่ง ผมทำตามคำพูดของเธออย่างงงๆ แต่ผมยังไม่ทันได้คิดอะไรจู่ๆเธอก็เดินเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น มือเรียวขาวบอบบางกระชากคอเสื้อผม ดึงให้ผมก้มลงไปอยู่ในระดับเดียวกับเธอ…เดี๋ยวนะ?! กระชากคอเสื้อ เดี๋ยวดิเฮ้ย?!!! นักเลงไปป้ะ?!!

เธอยักยิ้มอย่างพึงพอใจ ในตอนนี้ผมเพิ่งสังเกต เธอเป็นคนสวยก็จริงแต่พอดูใกล้ๆแบบนี้…

โคตรหล่อเลยนี่หว่า….

แป้งไม่พูดอะไร เธอมองหน้าผม ดึงผมให้เข้าไปใกล้เธอมากกว่านี้ ท่ามกลางความงุนงงของผม เธอจูบผม

ราวกับโลกหยุดหมุน เข็มนาฬิกาหยุดเดิน ผมรีบผละออกมาทันทีที่รู้สึกตัว รู้สึกได้ว่าใบหน้าของตนนั้นร้อนไปหมด หัวใจเองก็เต้นไม่เป็นจังหวะ

“ท…ทำอะไรของเธอน่ะ?!!” ผมผงะถอยหลังไปหลายก้าว ในขณะที่แป้งทำเพียงแค่มองผมแล้วยิ้มบางๆ

“นายชื่อไทม์ใช่มั้ย”

“…..” ผมพยักหน้า ก็ดีใจหรอกที่จำชื่อผมได้ แต่ผู้หญิงคนนี้เพิ่งขโมยจูบแรกของผมไป ก็เลยรู้สึก….กลัว..ไม่สิ อึ้งนิดหน่อย

“เป็นแฟนกันเถอะ จากนี้ไปฉันจะปกป้องดูแลนายด้วยชีวิตของฉัน”

ห๊าาาาาาาาาาา?!!!!!

“เอ๋ ดะ เดี๋ยวสิ?! ป เป็นแฟนกันงั้นเหรอ?!! เร็วเกินไปแล้ว!! ที่สำคัญประโยคนั้นน่ะผมต้องเป็นคนพูดสิ!”

“คนน่ารักอย่างนายพูดประโยคนั้นฉันคงรู้สึกเอ็นดูมากกว่าเขิน”

“…….” ผมพูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่ ทำไงดีล่ะครับงานนี้ ผู้หญิงที่แอบชอบดันมาขอเป็นแฟนมันก็น่าดีใจอยู่หรอก แต่แบบนี้มันผิดไปจากที่ผมจินตนาการไว้ไกลโขเลย….

ประเด็นคือ…ทำไมผมต้องใจเต้นตึกตักเหมือนสาวน้อยเพราะรอยยิ้มหล่อลากของเธอด้วยฟะ ทำไมถึงยิ้มได้เท่บาดใจอย่างนั้นล่ะเฮ้ย ผ ผมรู้สึกสับสนตัวเองยังไงก็ไม่รู้….

ผมมองไปรอบโรงอาหารเพื่อหาตัวช่วย แต่นอกจากผมและแป้งแล้วก็ไม่มีใครอยู่เลย เย็นขนาดนี้มันก็สมควรอยู่หรอก คนอื่นคงกลับบ้านไปกันหมดแล้ว รวมทั้งไอ้ช็อคด้วยล่ะมั้ง คอยดู พรุ่งนี้ผมจัดการมันแน่

“กลับกันเถอะ เย็นแล้วเดี๋ยวฉันไปส่ง”

“…..ผมต้องไปส่งเธอไม่ใช่เหรอ”

“ปล่อยให้นายกลับคนเดียวมันอันตราย ฉันเป็นห่วง”

“ผมเป็นผู้ชายนะ….”

“ฉันมองเห็นความเป็นสาวน้อยในตัวนาย”

สาวน้อยพ่อ_งงงง

ผมรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย แต่พอหันไปมองใบหน้าด้านข้างของเธอ สมองของผมก็โล่งไปหมด ที่ทำงานอย่างหนักหน่วงมีเพียงหัวใจที่เต้นแรงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยก็เท่านั้น

เอาเถอะ………

ถึงจะรู้สึกตงิดใจอยู่บ้างที่เรื่องราวทั้งหมดต่างจากเรื่องราวที่ผมจินตนาการไว้ แต่แค่ได้เห็นเธอยิ้ม…จบแบบนี้ก็โอเคแล้วล่ะนะ

………..

TALK

สวัสดีค่ะ Nox ค่ะ หรือชื่อเต็มๆก็คือ NightyNoxนั่นเองงง ฟรีเปเปอร์ชิ้นนี้เป็นฟรีเปเปอร์แรกของเราเลยค่ะ ไม่เคยทำมาก่อนเลย แล้วก็ได้Devilมาช่วยวาดรูปให้ (กราบ)

ความจริงแล้วเราชอบแนวหญิงแกร่งมากๆเลยค่ะ ก็เลยกลายมาเป็นเรื่องสั้นงงๆอย่างที่ทุกท่านเห็น ส่วนมุกเสี่ยวพอดีว่ามีช่วงนึงคลั่งมากก็เลยยัดเอามาใส่ด้วย(….) โดยส่วนตัวแล้วชีวิตการเดินทางไปโรงเรียนของเราทำให้เราผูกพันกับรถไฟฟ้ามากเป็นพิเศษ พอลองทำฟรีเปเปอร์ก็เลยอดเอามาใส่ด้วยไม่ได้ แล้วก็ชื่อเรื่อง…อืม ยาวมาก แต่ก็ให้ความรู้สึกว่าน่ารัก(ตรงไหน)ดีนะคะ อาจจะดูแหม่งๆแป้กๆ แต่เราถนัดแนวแป้กๆอยู่แล้ว ก็เลยคิดว่ามันโชว์ความเป็นตัวของตัวเองดี (และคิดชื่ออื่นไม่ออก) ก็เลยเอามาใส่ซะเลย ยาวไปหน่อยแต่ก็ช่างมันเถอะค่ะฮือออ55555
ขอบคุณนะคะที่หยิบฟรีเปเปอร์ชิ้นนี้(หรืออาจจะไม่ได้หยิบแต่โดนยัดเยียดมาให้อ่าน)  มีอะไรคุยกันได้ที่ twitter : @LonelyNight6 หรือติดตามผลงานของเราได้ที่ https://nightynox.wordpress.com/  ค่ะ

หวังว่าจะได้เจอกันใหม่นะคะ

NightyNox

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s