รวม Dàomù bǐjì [ Drabble ] (เฮยเสีย,หย่างเสีย,ฮัวเฮย)

Dàomù bǐjì [ Drabble ]

Hēi xiā zi x Wú Xié  (เฮยเสีย)

‘Fantasy’

…….

“นายน้อย คิดอะไรอยู่เหรอครับ”

“เรื่องคว่ำกรวยน่ะ ให้ตายสิ ชีวิตของคนในวงการนี้มันจะแฟนตาซีเกินไปแล้ว” ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ขณะเดียวกันก็ตรวจสมุดบัญชีของร้านไปด้วย เฮยเสียจื่อหัวเราะเบาๆกับท่าทีเหนื่อยหน่ายใจของผมก่อนจะถามคำถามด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“ไม่ชอบเหรอครับ”

“ชอบชีวิตปกติธรรมดามากกว่า” เป็นคนธรรมดาๆน่ะดีที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่าตัวผมจะชอบเข้าไปยุ่งกับปัญหาไม่ธรรมดาของคนอื่นก็เถอะ แต่เรื่องนั้นมันช่วยไม่ได้นี่นา…

“แต่ผมว่าเจออะไรแบบนั้นก็สนุกดีนะ” เฮยเสียจื่อดันแว่นขณะเดินสำรวจสินค้าในร้าน

“ชอบเรื่องแบบนี้จริงๆเลยนะนายเนี่ย” ผมว่าพลางพลิกหน้ากระดาษของสมุดบัญชีไปด้วยอย่างไม่ใส่ใจนัก คำตอบของนายบอดดำไม่ได้ต่างไปจากที่ผมเดาเท่าไหร่

“ผมชอบเรื่องแฟนตาซีก็จริง แต่ยังไงก็ชอบคุณมากที่สุดเลยล่ะครับ” จู่ๆเฮยเสียจื่อก็เดินเข้ามาใกล้ๆโต๊ะทำงาน ผมเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีหมายจะด่าพ่ออีกฝ่ายแต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เจ้าของแว่นกันแดดก็โน้มตัวลง ริมฝีปากของพวกเราประกบกันอย่างแผ่วเบา

ราวกับโลกหยุดหมุน…

เฮยเสียจื่อค่อยๆถอนริมฝีปากออก พูดอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมตัวแข็งทื่อ จากนั้นจึงส่งยิ้มอ่อนโยนให้ผมก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากร้าน

ผมเหม่อมองแผ่นหลังของนายบอดดำ คำพูดของเฮยเสียจื่อเมื่อครู่ยังคงดังก้องอยู่ในหัว แทรกซึมไปถึงหัวใจจนทำให้ใบหน้าของผมร้อนผ่าว

คำพูดสั้นๆที่ถูกเอ่ยเอื้อนออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน…

คำว่ารัก

……

ความจริงอยากเล่นมุกนี้ค่ะ “ชอบอะไรแฟนตาซีก็จริง แต่จะชอบใจมากกว่านี้ถ้ามีเธอเป็นแฟน” (….) แต่หลังจากที่ใคร่ครวญอยู่ซักพักก็คิดว่ามันเสี่ยวไป พี่เฮยไม่อายเรานี่แหละจะอายแทนแงงง55555 ก็เลยกลายมาเป็นมุกซอฟต์ๆอย่างนี้แทนค่ะ


Dàomù bǐjì [ Drabble ]

Xiè ziyáng x Wú Xié (หย่างเสีย)

‘ความในใจของเหลาหย่าง’

……

“ไอ้หนุ่ม เอ็งรู้ใช่มั้ยว่าความรักน่ะมันไม่มีกฎอะไรตายตัวหรอก บางทีคนรักที่เอ็งตีกรอบเอาไว้ว่าต้องเป็นอย่างงั้นอย่างงี้เอาเข้าจริงๆเอ็งก็อาจจะไม่ชอบก็ได้”

ผมลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจหันไปมองใบหน้าของอีกฝ่าย พบว่าเจ้าของเสียงแหบพร่าที่ยืนอยู่ใกล้ๆกันนั้นเป็นชายชราที่เตี้ยกว่าผมหลายเซนติเมตร

ถ้าเป็นในสถานการณ์ปกติผมก็คงตอบกลับไปอย่างไม่คิดอะไร แต่เหตุการณ์คราวนี้มันไม่ปกติ จู่ๆก็มาทำความรู้จักกันครั้งแรกด้วยประโยคประหลาดๆในห้องน้ำชายของเรือนจำไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ ถึงจะเป็นคนแก่แต่ก็ต้องระวังตัวเอาไว้ก่อน

ว่าแต่… ในสถานการณ์ที่เหนือคาดอย่างนี้ควรจะตอบกลับไปยังไงดีวะ แม่ง…

ในขณะที่ผมพยายามเค้นสมองที่ไม่ค่อยได้ใช้งานคิดหาคำตอบดีๆเพื่อตอบอีกฝ่ายกลับไป จู่ๆตาแก่ปริศนาคนนั้นก็เอ่ยต่อไปว่า

“บางทีเอ็งอาจจะไปรักคนที่ไม่สมควรจะรักก็ได้ นั่นล่ะคืออันตรายของความรักที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ และในเมื่อมันไม่มีกฎกติกาอะไร ก็ย่อมไม่มีใครสามารถอ้างตัวเป็นกรรมการตัดสินได้ว่าความรักของเอ็งมันเป็นเรื่องที่ถูกหรือผิด ควรทำหรือไม่ควรทำ”

“….” ผมละสายตาจากอีกฝ่ายแล้วหันไปให้ความสนใจกับโถปัสสาวะเบื้องหน้า ฟังตาแก่บ่นอะไรยืดยาวอยู่เงียบๆ ระหว่างนั้นก็ทำธุระส่วนตัวที่กำลังทำค้างอยู่ให้เสร็จ คนแก่ก็เป็นซะอย่างนี้ เดี๋ยวพอได้พูดจนพอใจแล้วก็หยุดบ่นไปเอง

“เพราะฉะนั้น หัวใจเอ็งสั่งให้ทำอะไรก็ยอมทำตามมันบ้างเถอะ ข้าบอกเอ็งได้เท่านี้ล่ะ ในเมื่อเอ็งไม่ได้เป็นเทวดา ก็อย่าฝืนทำตัวเป็นเทวดา”

ในที่สุดเสียงพูดของอีกฝ่ายก็หยุดลง พอตั้งใจจะหันไปพูดกับตาแก่ก็กลายเป็นว่าข้างกายผมกลับไม่มีแม้แต่ร่างของมนุษย์คนไหนปรากฏอยู่เลย คนแก่ไม่มีทางเดินออกจากห้องน้ำได้เร็วขนาดนี้โดยที่ผมไม่มีวันรู้ตัวแน่

อย่างนี้ก็คิดได้แค่อย่างเดียวสินะ….

เหอะๆ

โดนผีหลอกตั้งแต่เช้าเลยแฮะ แถมยังเป็นผีที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัวเสียด้วย

ชื่อของผมคือเซี่ยจื่อหยาง อีกไม่นานก็คงได้ออกจากเรือนจำ ออกไปเล่าเรื่องราวการผจญภัยอันเป็นสาเหตุให้ผมถูกขัง เล่ามันให้เพื่อนสนิทของผมฟัง

ออกไปหาเหล่าอู๋…

อีกแล้ว ความรู้สึกนี้อีกแล้ว…

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่พอนึกถึงชื่อของอีกคน ความรู้สึกคิดถึงมากมายมหาศาลนั้นล้นเอ่ออยู่ในใจ ความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อน…

เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ นั่นล่ะคือชื่อของสถานะความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเขา…

อยากจะล้ำเส้นนั้นไปแต่ก็ทำไม่ได้ ทั้งๆที่อยากครอบครองทั้งเรือนร่างและหัวใจของอีกฝ่ายใจแทบขาด สิ่งที่หยุดยั้งความรู้สึกนั้นไว้ไม่ใช่คุณธรรมความดีในใจ แต่เป็นความกลัวในผลของการกระทำที่อาจจะเปลี่ยนสถานะความสัมพันธ์ไปอย่างสิ้นเชิง

ถ้าเกิดเข้าหน้ากันไม่ติดล่ะก็ แบบนั้นไม่ดีแน่ๆ….

ผมส่ายหน้าไปมา สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่แล้วตั้งสติ จากนั้นจึงล้างมือพอเป็นพิธีแล้วสะบัดมือไปมาในขณะที่เดินออกจากห้องน้ำ ถึงแม้จะทำเป็นไม่สนใจฟัง แต่เสียงของชายแก่ยังคงดังก้องอยู่ในหัว

‘….ในเมื่อเอ็งไม่ได้เป็นเทวดา ก็อย่าฝืนทำตัวเป็นเทวดา’

เทวดาอะไรกันล่ะตาแก่ ผมน่ะไม่ใช่คนดีอะไรขนาดนั้น แล้วก็ไม่ใช่ว่ากำลังพยายามทำตัวเป็นคนดีด้วย

…แต่เป็นแค่คนขี้ขลาดที่สุดท้ายก็ต้องตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชเหมือนกับพระรองนั่นล่ะ ไม่สิ ขนาดพระรองยังไม่แน่ว่าจะเป็นได้ด้วยซ้ำ คงเป็นได้แค่ตัวประกอบที่ทำได้แค่แอบชอบนางเอก ตัวประกอบแสนจืดจางที่ถูกใครต่อใครลืม

ทว่า แม้คนขี้ขลาดจะไม่มีวันได้ครอบครองหัวใจของคนที่ตัวเองรัก แต่อย่างน้อยก็ยังมีสิทธิ์ที่จะรัก ถึงแม้จะเป็นความรักแบบหลบๆซ่อนๆก็ตาม

ถึงผมจะโลภ แต่ความหวาดกลัวในใจนั้นมีอยู่มากกว่า มีเพียงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวที่ผมไม่กล้าบุ่มบ่ามทำอะไรบ้าระห่ำ มีเพียงเรื่องเดียวที่เปลี่ยนคนไม่กลัวตายกลายเป็นคนขี้ขลาด

คนขี้ขลาดที่ทำได้แค่แอบรักไปวันๆก็เท่านั้น…

#End

…..

ความจริงแล้วหย่างเสียเป็นคู่แรกที่จิ้นจริงจังตอนอ่านนิยายค่ะ คือชอบแนวๆเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว//// แต่ก็เขียนไม่ออกซะที พอลองตั้งใจเขียนดูจากฟิคก็กลายมาเป็นdrabbleค่ะ คือถ้าจะสั้นขนาดนี้(…) แถมยังไม่มีบทให้นายน้อยอีกต่างหาก มีแต่เหลาหย่างโผล่มาบ่น(ในใจ) ดูเวิ่นเว้อมากแงง55555


Dàomù bǐjì [ Drabble ]

Hēi xiā zi x Wú Xié (เฮยเสีย)

‘Love’

……

“ข้ายอมทำร้ายทุกคน แต่ไม่ยอมให้ใครทำร้ายข้า”

จู่ๆเฮยเสียจื่อก็เอ่ยออกมาอย่างนั้น ผมเลิกคิ้วทวนคำพูดของเขาอยู่ในใจ

“นั่นมัน…คำพูดของโจโฉสินะ”

“แล้วก็เป็นคติประจำใจผมด้วยครับ” คนสวมแว่นกันแดดยกถ้วยชาขึ้นจิบ ผมเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างร้านขายวัตถุโบราณของตน

“นายนี่เห็นแก่ตัวชะมัด”

“นั่นสินะ ผมก็ว่างั้น” นายบอดดำยอมรับอย่างง่ายดาย เขาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะแล้วเริ่มรินชาจากกาเติมใส่ถ้วย

“แต่นั่นก็เป็นเรื่องของสมัยก่อนน่ะนะ เดี๋ยวนี้ผมไม่เชื่อโจโฉแล้วล่ะ”

“หมายความว่าไง?” ผมหันกลับมามองอีกฝ่าย เอ่ยปากถามสั้นๆแต่ได้ใจความครบถ้วน

“…….” เฮยเสียจื่อไม่ตอบ เขายักไหล่ก่อนจะยกชาขึ้นจิบอีกครั้ง ผมเองก็รินชาใส่ถ้วยแล้วเริ่มจิบบ้าง ชาดอกเก๊กฮวยขาวหังโจวยังคงรสชาติดีไม่มีเปลี่ยน

“ข้ายอมทำร้ายทุกคน แต่ไม่ยอมให้ใครทำร้ายคนรักของข้า” ในที่สุดเจ้าของแว่นกันแดดเอ่ยออกมาเบาๆ รอยยิ้มอ่อนโยนอย่างที่นานๆทีจะได้เห็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

…ถึงแม้จะถูกบดบังด้วยแว่นกันแดดแต่ผมรู้สึกได้ว่าสายตาของเขาจ้องมาที่ผมโดยตรง…

คนรัก…

เหอะ…

“ก็ยังไปทำร้ายคนอื่นอยู่ดีใช่มั้ยล่ะครับ คุณจะคิดว่าผมเห็นแก่ตัวเหมือนเดิมก็ไม่ผิดหรอก”

“….”

“แต่ถ้าความเห็นแก่ตัวของผมมันปกป้องคุณได้ล่ะก็ ผมยอมเป็นคนเลวนะครับนายน้อย”

หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของอีกฝ่าย ผมรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณแก้มทั้งสองข้างอย่างไม่มีเหตุผล บางทีสาเหตุอาจจะเป็นเพราะไออุ่นจากน้ำชาที่ดื่มเข้าไปก็เป็นได้

“นายเนี่ยน้า..” ผมเบนสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง เฮยเสียจื่อหัวเราะกับท่าทีของผมจนผมแอบแช่งให้เขาสำลักน้ำชาหรือไม่ก็สำลักน้ำลายตัวเองก็ได้ อากาศเย็นสบายของหังโจวไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิความร้อนผ่าวบนใบหน้าของผมได้เลยสักนิด

…อย่าทำให้ฉันรักนายมากไปกว่านี้สิ ไอ้เจ้าบ้านี่

#End

…….

นอนไม่หลับค่ะก็เลยเวิ่นอะไรนิดหน่อย คิดถึงพี่เฮยกับนายน้อยพอดี./////. ช่วงนี้มัวแต่ติดเกมก็เลยไม่ได้เวิ่นฟิคอะไรเลย(….) เลยถือว่าเป็นการวอร์มอัพก่อนปั่นฟิคไปในตัวค่ะแงงง55555 /เพิ่งเคยเขียนdrabbleเป็นครั้งแรกนี่แหละค่ะ ชอบเพราะว่ามันสั้นดี(…) ส่วนชื่อฟิคนี่…อืม คิดไม่ออก สุดท้ายแล้วจะอะไรยังไงเค้าก็รักกันนั่นแหละค่ะ เอาชื่อนี้แหละดีแล้ว—


Dàomù bǐjì [ Drabble ]

Xiè yǔ huā x Hēi xiā zi (ฮัวเฮย)

‘Rainbow’

………

“ดูเหมือนว่าฝนจะหยุดตกแล้วล่ะครับคุณชาย”

ผมถอดแว่นกันแดดคู่ใจออกก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าสีคราม เมื่อเมฆดำเปิดทางให้ดวงอาทิตย์กลับมาทำหน้าที่ท้องฟ้าและบรรยากาศโดยรอบทุ่งหญ้าเขียวขจีก็กลับมาสว่างสดใสเช่นเดิม

อีกครู่ใหญ่ๆเสื้อผ้าสีดำและร่างที่เปียกปอนของผมก็คงจะแห้งดี

“พอฝนหยุดตกแล้วแดดออกแบบนี้อีกหน่อยก็คงเห็นรุ้งกินน้ำสินะครับ”

“จะว่าไปรุ้งนี่ก็คล้ายๆกับสะพานเลยนะครับว่ามั้ย”

ผมยิ้มบางๆขณะเหม่อมองสายรุ้งเจ็ดสีจางๆที่เริ่มปรากฏอยู่บนฟ้า

“ถ้าสายรุ้งเป็นสะพานล่ะก็ พวกเราที่อยู่คนละฟากกันต้องขึ้นมาเจอกันกลางสะพานนะครับคุณชาย”

คุณชายไม่ตอบ ผมหัวเราะเบาๆให้กับความเงียบนั้นก่อนจะเอนหลังพิงกับแผ่นหินเย็นๆที่เปียกโชกไม่ต่างอะไรไปจากร่างของผม

“ถ้าคุณชายไม่มาล่ะก็ ซักวันนึง…ผมจะเป็นฝ่ายข้ามสะพานรุ้งไปหานะ”

ผมหลับตาลงช้าๆ รู้สึกได้ถึงหยดน้ำอุ่นๆที่ไหลอาบแก้ม ไอเย็นจากป้ายสุสานของคุณชายเซี่ยที่ส่งผ่านเข้ามาถึงตัวผมกระตุ้นให้ผมน้ำตาไหลจนหยุดไม่ได้ เจ็บปวดใจจนกลั้นสะอื้นต่อไปไม่ไหว

อีกครู่ใหญ่ๆแสงแดดคงทำให้เสื้อผ้าสีดำและร่างที่เปียกปอนของผมแห้งดีไร้ซึ่งหยดน้ำใดๆเกาะ

แต่น้ำตาของผม….เมื่อไหร่จะหยุดเสียที

#End

………

เห็นหัวข้อเดย์ลี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วก็นึกอะไรเวิ่นเว้อได้ พี่เฮยกับคุณชายไม่โกรธเก๊านะเตงงง (….) เก๊าแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศแง้งงงฟฟฟฟฟ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s