Dàomù bǐjì FanFiction [ เฮยเสียจื่อ x อู๋เสีย ] ‘เสมอ’

Dàomù bǐjì FanFiction

Hēi xiā zi x Wú Xié (เฮยเสีย)

‘เสมอ’

…..

“ผมแพ้คุณจริงๆนั่นล่ะนะ นายน้อยสาม”

เฮยเสียจื่อถอนหายใจเฮือกใหญ่ขณะมองจานอาหารมากมายที่วางระเกะระกะเต็มโต๊ะ ผมกระตุกยิ้มมุมปากกับชัยชนะครั้งแรกก่อนจะเอื้อมมือไปตบบ่าคนนั่งตรงข้ามแล้วเอ่ยอย่างวางท่า

“ถ้าอย่างนั้นคนแพ้ก็ต้องทำตามกฎนะ เอ้า ไปล้างจานได้แล้ว สะอาดๆล่ะ”

ในวันที่อากาศดีของเมืองหังโจว เฮยเสียจื่อปรากฏตัวขึ้นหน้าร้านขายวัตถุโบราณของผมพร้อมกับอาหารมากมาย พวกเรานั่งกินข้าวกันไปคุยกันไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งอาหารในจานทุกอย่างกองอยู่ในกระเพาะของเราสองคนเรียบร้อยแล้ว ผมก็ตระหนักถึงปัญหาใหญ่หลังจากนี้

‘ใครจะล้างจาน….’

แน่นอนว่าผมคงไม่กล้าใช้หวังเหมิงเพราะผมจ้างเขามาเป็นลูกจ้างช่วยดูแลร้าน การโยนงานบ้านให้เขาทำอาจเป็นเหตุให้เขาต่อรองขอขึ้นเงินเดือนก็เป็นได้ ผมกับเฮยเสียจื่อจึงคิดจะยุติปัญหาข้อนี้ด้วยการโยนภาระให้ใครสักคน พวกเราจึงตัดสินกันด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด

นั่นก็คือการเป่ายิ้งฉุบ….

“ผมเป็นแขกแท้ๆ อาหารที่ซื้อมานี่ก็เงินผมนะเนี่ย” นายแว่นดำแสร้งทำเสียงเศร้าสร้อยเรียกคะแนนสงสารแต่น่าเสียดายที่มันไม่ได้ผล สุดท้ายคนที่เป่ายิ้งฉุบแพ้สามครั้งรวดอย่างเขาก็ต้องยกจานทั้งหมดไปล้างอย่างช่วยไม่ได้

ชื่อของผมคืออู๋เสีย เป็นเจ้าของร้านขายวัตถุโบราณแห่งนี้ ถึงแม้ปกติจะดวงไม่ดีมีเหตุให้ต้องเจออันตรายเป็นประจำเวลาลงสุสานแต่ถึงอย่างนั้นก็รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิดทุกครั้ง นั่นหมายความว่าผมยังพอจะโชคดีกับเขาบ้างนั่นเอง

และโชคดีที่ว่านั่นก็ทำให้ผมเป่ายิ้งฉุบเอาชนะคนมากฝีมืออย่างเฮยเสียจื่อได้ด้วยคะแนนสามต่อศูนย์ วันนี้เขาคงดวงไม่ดี หรือไม่วันนี้ก็เป็นวันโชคดีของผม แต่เท่าที่ดูจากจำนวนลูกค้าที่ของวันนี้ที่น้อยกว่าปกติผมจึงคิดว่าน่าจะเป็นเหตุผลอย่างแรกเสียมากกว่า

ผมมองตามแผ่นหลังของนายบอดดำแล้วอดยิ้มไม่ได้ ปกติเขาชอบหาเรื่องแซวและหยอกล้อผมเป็นประจำ ในที่สุดผมก็เริ่มโต้กลับได้บ้างเสียที

‘ผมแพ้คุณจริงๆนั่นล่ะนะ นายน้อยสาม’

คำพูดของนายบอดดำยังคงดังก้องอยู่ในหัว ผมหรี่ตาลงกับคำพูดธรรมดาๆนั้นก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ

“ฉันเองก็แพ้นายเหมือนกัน…”

แล้วก็…พ่ายแพ้ต่อหัวใจตัวเองอย่างหมดรูปเลยด้วย

ขึ้นชื่อว่าเกมรัก แน่นอนว่าย่อมมีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ เพราะเฮยเสียจื่อเอาชนะใจผมได้ ผมจึงตกเป็นผู้แพ้… เกมรักที่ดีทั้งสองฝ่ายต้องเป็นทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ แต่ผมอ่านความรู้สึกของฝ่ายตรงข้ามไม่ออกเลย

อยากเข้าใกล้ผม แต่กลับพยายามถอยไปข้างหลังงั้นหรือ….

คิดอะไรของนายกันแน่นะ…

‘เพล้ง!’

“เฮ้ย?!” ผมสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงจานแตกดังเพล้งดังมาจากด้านหลังสุดของร้าน ไอ้เจ้าบ้านั่น…

อย่าบอกนะว่าเอ็งล้างจานไม่เป็นน่ะ?!!!

ผมรีบวิ่งไปตามเสียงแตกของจานกระเบื้อง เฮยเสียจื่อกำลังก้มเก็บเศษจานกระเบื้องที่กระจายอยู่เต็มพื้น มือที่ไร้ซึ่งถุงมือหนังสีดำเช่นปกติเต็มไปด้วยเลือด ดูท่าว่าเจาจะถูกเศษแหลมคมพวกนั้นบาดมือเอาจนได้

“อันตราย! นายน้อยอย่าเพิ่งเข้ามา!” เฮยเสียจื่อยกมือเปื้อนเลือดห้ามผมไว้แต่ผมไม่ฟัง จึงเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วช่วยเขาเก็บเศษกระเบื้อง ระหว่างนั้นก็บ่นอีกฝ่ายไปด้วย

“ซุ่มซ่ามชะมัด เดี๋ยวฉันเก็บเอง นายรีบไปล้างแผลเถอะ”

“แผลนิดเดียวเอง ทิ้งไว้แบบนี้ไม่เป็นไรหรอกครับ” นายบอดดำปฏิเสธความหวังดีของผมก่อนจะหันไปหยิบเศษกระเบื้องที่กระจายอยู่บนพื้น ผมรีบทิ้งของแหลมคมในมือลงถังขยะแล้วจับมือเขาเป็นเชิงห้าม

“หยุดเลย แล้วรีบไปล้างมือเดี๋ยวนี้”

“….” ผมสัมผัสได้ว่าเฮยเสียจื่อสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมือของพวกเราสัมผัสกัน เขาชักมือออกจากเศษกระเบื้องแล้วแล้วเดินไปล้างแผลตามคำสั่งของผมอย่างว่าง่าย

อะไรกันล่ะนั่น อย่าบอกนะว่าหมอนั่นรังเกียจผม ปกติเขาก็แตะเนื้อต้องตัวผมบ่อยจะตาย โอบไหล่บ้างล่ะ ลูบหัวบ้างล่ะ ทีผมเป็นฝ่ายจับมือเขาก่อนนี่ทำเป็นขยะแขยงไปได้….

“โอ๊ย!”

“นายน้อย?!”

คงเป็นเพราะเผลอใจลอยในขณะที่กำลังเก็บเศษกระเบื้อง ผมจึงถูกเจ้าของแหลมคมนี่บาดเข้าเต็มๆ เฮยเสียจื่อผละออกมาจากอ่างล้างจานเล็กๆแล้วย่อตัวลงกับพื้น จ้องมองฝ่ามือที่เต็มไปด้วยเลือดของผมแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย

“แผลลึกกว่าของผมอีกครับ นายน้อยรีบไปล้างแผลเถอะ” เจ้าของแว่นกันแดดสีดำเอ่ยออกมาอย่างกระวนกระวายใจขณะที่จับมือผมพลิกไปมาสำรวจหาบาดแผลเพิ่มเติม ผมกระพริบตาปริบๆมองการกระทำของเขาแล้วอดถามออกไปไม่ได้

“นายรู้สึกยังไงกับฉันกันแน่”

“….รีบไปล้างแผลเถอะครับ” เฮยเสียจื่อไม่ตอบคำถามผม เขาใช้มือข้างที่ไม่มีแผลเก็บเศษกระเบื้องที่เหลืออย่างตั้งใจ

“ถ้านายไม่ตอบฉันก็จะนั่งอยู่อย่างนี้ล่ะ”

“นายน้อย…” เขาครางออกมาอย่างสิ้นหวัง สุดท้ายก็ยอมตอบคำถามผมจนได้

“….คุณเป็นเหมือนน้องชายของผม” เขาหยุดคิดไม่กี่วินาทีก่อนจะตอบออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกว่างเปล่า

“โกหก……”

“แล้วแต่คุณจะคิด” เขาเอ่ยพลางหยิบเศษกระเบื้องชิ้นสุดท้ายขึ้นมาจากพื้นแล้วหย่อนมันลงถังขยะ เดินไปหยิบไม้กวาดแล้วเริ่มกวาดเศษกระเบื้องที่มองไม่เห็นอย่างเงอะๆงะๆ

“เอามานี่ เดี๋ยวฉันกวาดเอง” ผมเดินเข้าไปตั้งใจจะแย่งไม้กวาดมาจากอีกฝ่ายแต่เฮยเสียจื่อจับด้ามไม้กวาดแน่น

“ไปล้างแผลเดี๋ยวนี้เลยครับนายน้อย”

“…….” น้ำเสียงจริงจังที่ไม่ได้หาฟังได้ง่ายๆของเฮยเสียจื่อทำให้ผมต้องเดินไปที่อ่างล้างจานอย่างจำยอม ผมล้างมือเงียบๆ เขาเองก็กวาดพื้นต่อไปเงียบๆเช่นกัน ท่ามกลางเสียงน้ำไหลกระทบกับอ่างสแตนเลส บรรยากาศชวนอึดอัดที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างผมกับเขาทำให้ผมรู้สึกหวาดกลัวจนไม่กล้าทำอะไร

จากนี้ไปความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนจะเป็นยังไง… ผมนึกอะไรไม่ออกเลยจริงๆ

“ผมแพ้คุณจริงๆนั่นล่ะนะนายน้อย” ในที่สุดเฮยเสียจื่อก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น ผมปิดก๊อกน้ำ เอ่ยสวนเขากลับไปบ้าง

“นายคิดว่ามีแค่นายคนเดียวที่แพ้หรือไง”

“…..”

“พวกเราน่ะ…ต่างก็เป็นทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ”

ถ้าเราพ่ายแพ้ให้แก่หัวใจของตัวเอง และแต่ละคนต่างก็เอาชนะใจของอีกฝ่ายได้ ก็หมายความว่าการแข่งขันนี้ไม่ได้มีเพียงผู้แพ้หรือผู้ชนะเท่านั้น

“งั้นก็แปลว่าเสมอกันงั้นเหรอครับ…”

“ความรักที่ไม่มีใครต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้หรือฝ่ายชนะน่ะ ต่างฝ่ายต่างก็มีความสุขไม่ใช่หรือไง”

“……..”

“ฉันอยากให้มันจบลงที่เราสองคนต่างก็มีความสุขนะ”

“นายน้อย คุณนี่มัน……”

ผมยักยิ้ม เฮยเสียจื่อกำลังสับสน เขากำลังสับสนว่าควรทำตัวเป็นพระรองแสนดีต่อไปหรือควรทำตามเสียงหัวใจของตัวเองดี และแน่นอนว่าผมไม่ให้เวลาเขาตัดสินใจหรอก

บทพระรองผู้พ่ายแพ้นั่นเขาเป็นฝ่ายคิดเอาเองฝ่ายเดียวดื้อๆโดยไม่ยอมถามผม ให้ตายสิ เผด็จการชะมัด….

ผมสะบัดหยดน้ำที่เกาะมือออกเบาๆแล้วคว้าแขนอีกฝ่ายเพื่อพาเดินกลับเข้าไปในห้องพักหลังร้าน นายแว่นดำทิ้งไม้กวาดลงกับพื้นแล้วยอมโดนผมลากไปแต่โดยดี

“ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่นายเดินตามหลังฉัน จากนี้ไปนายต้องเดินอยู่ข้างๆฉัน เข้าใจหรือเปล่า”

เฮยเสียจื่อยิ้มอ่อนโยน มืออีกข้างของเขาหยิบแว่นกันแดดคู่ใจออก นัยน์ตาสีดำเช่นเดียวกับเรือนผมไร้ซึ่งความลังเลในใจอีกต่อไป

“ผมสัญญา…”

ใช่แล้ว ความรักมันก็เหมือนกับการแข่งขันที่ต้องมีทั้งฝ่ายที่เจ็บช้ำกับฝ่ายที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไร ผมไม่ได้ต้องการความเหนือกว่าใดๆ ผมเพียงแค่ต้องการจะเสมอกับใครคนใดคนหนึ่งก็เท่านั้น

และคนคนนั้น….ก็คือเฮยเสียจื่อ

………

ตอนแรกว่าจะส่งเดย์ลี่แต่ก็เขียนไม่เสร็จค่ะ (ฮาาา) หลังจากที่ปล่อยค้างไว้นานมากกกก็พยายามจะทำให้มันจบๆไปซักที ปรากฏว่าค้างไว้ได้ไม่น่าให้อภัยตัวเองมากค่ะ ค้างในแบบที่ต่อไม่ได้เลยฟฟฟฟฟ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นยังไงนายน้อยนึกไม่ออกฉันใด เราก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะจบยังไงฉันนั้น สุดท้ายก็คิดว่าถ้านี่เป็นมุมมองพี่เฮยก็คงจะให้จบแบบพระรองสไตล์ตามเคย แต่ถ้าเป็นมุมมองของนายน้อยต้องจบให้สมกับที่เป็นนายน้อยค่ะ ก็เลยกลายเป็นว่าพี่เฮยยอมสละตำแหน่งพระรองขึ้นแท่นเป็นพระเอกเรียบร้อยแล้ว แต่หลังจากนี้ไปก็คงเป็นห่วงนายน้อยนู่นนี่นั่นเหมือนเคยนั่นแหละค่ะ อาจจะเสี่ยงอันตรายแต่ไม่ยอมบอกหรืออะไรทำนองนั้น /มโนหนักมาก ยังไงก็ขอบคุณที่อ่านนะคะ///////

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s