Dàomù bǐjì AU FanFiction [ เซี่ยอวี่ฮัว x เฮยเสียจื่อ ] ‘Death Game’

Dàomù bǐjì AU FanFiction

Xiè yǔ huā x Hēi xiā zi (ฮัวเฮย)

‘Death Game’

……..

“เฮยเสียจื่อ! ข้างหลัง!!”

ผมเอี้ยวตัวหลบมีดพับแหลมคมได้เฉียดฉิว ก่อนจะกระชากสไลด์ปืนแล้วเหนี่ยวไกยิงอย่างไม่ลังเล

‘ปัง!’

เลือดสีแดงไหลทะลักออกจากอกซ้ายของศัตรู ร่างนั้นล้มลงแทบเท้าผมราวกับตุ๊กตาหมดลาน ผมหอบหายใจเล็กน้อย กวาดตามองไปรอบด้านก็พบว่าคุณชายยืนอยู่ไม่ไกลนัก กำลังเก็บอาวุธจากศพที่เกลื่อนกลาดไปทั่วบริเวณนี้

ชื่อของผมคือเฮยเสียจื่อ ส่วนคนที่เรียกชื่อผมเมื่อครู่นี้ชื่อเซี่ยอวี่ฮัว คุณชายสกุลเซี่ยที่โชคร้ายไม่ต่างจากผม ในโลกที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน เขาเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมที่สามารถพึ่งพาได้มากที่สุด

ผมแย่งมีดพับมาจากศพก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋า ขณะเดียวกันก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า อีกไม่นานนักพระอาทิตย์ก็น่าจะขึ้น เป็นสัญญาณให้เห็นว่าพวกผมสามารถยื้อชีวิตได้อีกหนึ่งวัน น่าจะผ่านมาหลายเดือนแล้วที่ผมกับคุณชายติดแหง็กอยู่ในสถานที่แห่งนี้ สถานที่ที่ ‘เขา’ บอกว่ามันเป็นสนามประลอง มีเพียงผู้ชนะคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถออกไปจากที่นี่ได้

ไม่มีใครรู้ว่าคนที่คอยบงการเกมมรณะนี้อยู่เบื้องหลังคือใคร มีเป้าหมายอะไร และสถานที่แห่งนี้อยู่ในส่วนใดบนโลกใบนี้ สิ่งที่รู้ในตอนนี้ก็คือ พวกเราอยู่บนเกาะแห่งหนึ่งที่มีน้ำ มีต้นไม้ มีสัตว์ป่า และมีอาวุธ

ก่อนหน้าที่จะต้องเข้าร่วมเกมบ้าๆนี่ผมจำได้ว่ากำลังคุยงานกับคุณชาย แล้วจู่ๆก็วูบไปโดยที่ไม่มีสาเหตุ ตื่นมาอีกทีก็นอนอยู่บนพื้นดินแข็งๆของเกาะนี้เสียแล้ว…

จากนั้นก็มีเสียงประกาศอธิบายสถานการณ์ว่าทุกคนต้องร่วมเล่นเกมนี้เท่านั้นจึงจะมีโอกาสรอดชีวิตออกไป และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมกับคุณชายที่ถูกจับมาด้วยก็ร่วมมือกันเพื่อหาทางออกจากที่นี่ เรื่องที่บอกว่ามีเพียงผู้ชนะเพียงคนเดียวเท่านั้นจึงจะออกไปได้น่ะเอาไว้ก่อน สองหัวอย่างไรเสียก็ย่อมดีกว่าหัวเดียว เอาไว้ฆ่าคนอื่นหมดจนเหลือแค่สองคนสุดท้ายแล้วค่อยคิดทีหลังก็ยังไม่สาย

“เฮยเสียจื่อ พวกนี้มีเสบียง” คุณชายว่าพลางชูห่อผ้าห่อหนึ่งให้ผมดู ผมทำจมูกฟุดฟิดแล้วจำแนกชนิดอาหารในห่อผ้าอย่างรวดเร็ว

“เนื้อหมูป่ารมควันงั้นรึ ดีจัง ช่วงนี้ไม่เจอหมูป่าเลย ผมกินแต่ปลาจนหน้าจะเป็นปลาอยู่แล้ว”

“มีเยอะซะด้วยล่ะ อย่างน้อยก็น่าจะเก็บเอาไว้กินได้อีกหลายวันโดยที่ไม่ต้องหาเพิ่ม”

“อา…จะว่าไป ตอนนี้บนเกาะทั้งหมดเหลือกี่คนแล้วเหรอครับคุณชาย” ผมเดินเอาเท้าเขี่ยๆศพแล้วเก็บทุกอย่างที่น่าจะพอมีประโยชน์ใส่กระเป๋า

เกาะแห่งนี้สามารถหาอาวุธได้ง่ายมากราวกับมีคนตั้งใจเอามาวางไว้ตามพงหญ้า แต่เพราะเหตุนั้นส่วนใหญ่จึงได้มีแต่อาวุธไร้คุณภาพ ยิ่งหาง่ายยิ่งไร้คุณภาพ แต่ถ้าบางคนมีดวงก็จะสามารถหาอาวุธดีๆได้อย่างง่ายดาย ซึ่งคนคนนั้นไม่ใช่ผม การค้นตัวศพหลังจากที่สู้กันแล้วจึงจำเป็นมากสำหรับคนที่ไม่มีดวงหาอาวุธดีๆได้เองอย่างเช่นผม

ส่วนคุณชายพกอาวุธคู่ใจของตัวเองติดตัวตลอดเวลา ผมรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยตอนที่รู้ว่าเขาแยกส่วนพลองเก็บไว้กับตัวทุกครั้งเวลาออกไปทำธุระ ส่วนผมนั้นเวลาคุยงานจะไปตัวเปล่า ไม่พกอะไรเลยนอกจากซองบุหรี่และโทรศัพท์ไว้ติดต่อเท่านั้น แน่นอนว่ากระเป๋าตังค์ก็ไม่พก เพราะเป็นหน้าที่ของผู้ว่าจ้างที่จะต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงอาหารนี่นา

“เท่าที่ลองนับเฉพาะศพที่พวกเราเห็น รวมเจ้าพวกนี้ไปด้วยก็….” คุณชายเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนจะสรุปออกมาอย่างรวดเร็ว

“ถ้ารวมพวกเราด้วยบนเกาะนี้ก็จะเหลืออยู่ประมาณ22คน”

“เห…ใกล้จะหมดแล้วแฮะ เจ้าเสียงประกาศนั่นบอกว่าพอเหลือแค่สองคนก็จะปรากฏวงเวทย์ที่จะพาออกจากที่นี่ ถ้าอย่างนั้นนี่ก็ใกล้ความเป็นจริงขึ้นมาแล้วล่ะ” ผมจิ๊กบุหรี่ในซองของศพที่อยู่ใกล้ตัวขึ้นมาจุดไฟ สูบเอาควันนิโคตินเข้าไปเต็มปอดแล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมา มองควันสีจางผ่านเลนส์แว่นกันแดดด้วยสายตาเหม่อลอย

“ดูท่าว่านายคงคิดออกแล้วสินะว่าถ้าเหลือกันแค่สองคนจะทำยังไงต่อจากนั้น”

“ขออุบเอาไว้ก่อนละกันครับ” ผมหัวเราะเบาๆก่อนจะลงมือค้นตัวศพต่อพร้อมกับเปลี่ยนเรื่องคุย

“คนพวกนี้มีของดีเยอะเหมือนกันนะครับ” นอกจากมีดสั้นราคาถูกแล้วก็ดูเหมือนว่าอย่างอื่นจะเป็นของดีหมด

“น่าเสียดายนะที่ไม่มีชีวิตได้ใช้แล้ว” คุณชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงไพเราะแต่ใจความของคำพูดนั้นทำเอาผมอดยิ้มเจื่อนๆไม่ได้

“ถ้าอย่างนั้นเรากลับไปพักที่ริมน้ำกันเถอะครับ เดี๋ยวกะแรกผมเฝ้าให้เอง ระหว่างนั้นคุณชายไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ เหนื่อยกันมาทั้งคืนแล้ว”

“อืม” คุณชายพยักหน้า ระหว่างที่เดินกลับจุดพัก ผมเงยหน้ามองแสงสีทองที่เริ่มปกคลุมท้องฟ้า ถอดแว่นกันแดดออกชั่วเสี้ยววินาทีเพื่อดื่มด่ำกับความงามของทัศนียภาพยามเช้า ก่อนจะลอบมองคุณชายที่เดินอยู่ข้างกัน ถึงแม้ว่าเนื้อตัวของเขาจะเปรอะเปื้อนไปด้วยเหงื่อไคลและเลือดของศัตรู แต่ผมก็ยังรู้สึกได้ถึงความงดงามของเขา

ชั่วพริบตานั้น ผมก็รู้สึกโล่งอก

ดีจังเลยนะ ที่ยังมีชีวิตอยู่ ผมคิดอย่างนั้นก่อนจะสวมแว่นกันแดดคู่ใจ ยิ้มออกมาจากใจท่ามกลางแสงทองสวยงามของรุ่งอรุณ

……

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว แต่จำนวนของศัตรูนั้นเริ่มลดลงเรื่อยๆ ผมยังคงเหนี่ยวไกปืนอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่พลองของคุณชายก็ฉกชิงเอาชีวิตของฝ่ายตรงข้ามมาอย่างง่ายดาย พวกเราประสานงานกันอย่างดีเยี่ยมจนผมอดคิดไม่ได้ว่าถ้าได้ลงสุสานกับเขาเราอาจเป็นคู่หูนักคว่ำกรวยที่โด่งดังที่สุดในวงการก็เป็นได้

ผมโยนปืนขนาด.45ที่กระสุนหมดทิ้งแล้วหยิบกระบอกใหม่ที่บรรจุแม็กกาซีนเตรียมไว้แล้วขึ้นมาถือ กระชากสไลด์ปืนแล้วเหนี่ยวไก ลูกตะกั่วพุ่งไปปลิดชีพศัตรูอย่างแม่นยำเช่นเคย ผมกระหน่ำยิงต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนกระสุนหมด จากนั้นจึงทรุดตัวนั่งลงบนพื้น คุณชายที่จัดการกับศัตรูคนสุดท้ายบนเกาะเสร็จเรียบร้อยเดินมาหาผม

“ไหวรึเปล่าเฮยเสียจื่อ”

“สบายมากครับ ว่าแต่หมดแล้วใช่ไหม…”

“อื้ม เหลือแค่พวกเราแล้วล่ะ วงเวทย์นั่นก็โผล่มาแล้วด้วย” คุณชายชี้นิ้วเรียวไปยังทิศทางฝั่งตรงกันข้ามกับที่ที่ผมนั่ง ผมมองตามนิ้วของคุณชายไปก็พบว่ามีลายอักขระโบราณที่อ่านไม่ออกเรืองแสงสีขาวอ่อนๆอยู่บนพื้น

“ทีนี้….ต้องมีคนตายคนนึงสินะครับ อีกคนถึงจะรอด” ผมเหลือบมองปืนที่กระสุนหมดแล้วถอนหายใจเบาๆ หยิบมีดราคาถูกที่ชิงมาจากศัตรูเมื่อหลายวันก่อนขึ้นมามอง

เฮยเสียจื่อถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นผู้ชายที่ใช้ชีวิตโลดโผนไม่กลัวตาย แต่เมื่อได้รู้จักกับเซี่ยอวี่ฮัว ‘ความไม่กลัวตาย’ นั้นก็ถูกอะไรบางอย่างเปลี่ยนไปให้กลายเป็น ‘ความกระตือรือร้นในการที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้’ ไปเสียได้

ถ้าผมตาย ผมก็จะไม่ได้เห็นหน้าเขาอีก ดังนั้นผมจึงห้ามตายเด็ดขาด ที่ผ่านมาผมคิดอย่างนี้มาตลอด จนกระทั่งได้ร่วมเล่นเกมมรณะ ความคิดของผมจึงเริ่มเปลี่ยนไป

ถ้าต้องมีคนใดคนนึงตาย เพื่อที่จะให้อีกคนรอด ผมคิดว่าคนที่สมควรตายคือตัวผมเอง และคนที่รอดก็ต้องเป็นคุณชาย ไม่ว่าเขาจะยอมหรือไม่ยอมก็ตาม แต่ผมก็อยากให้เกมนี้จบลงโดยที่เขาเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว

“ฝากใช้ชีวิตที่เหลือในส่วนของผมด้วยนะครับคุณชาย”

ผมเงื้อมีดหมายจะแทงทะลุอกซ้ายแต่ทันใดนั้นพลองของคุณชายก็ฟาดเปรี้ยงลงบนหัวผม มีดในมือของผมหล่นร่วงลงบนพื้นดินก่อนจะถูกคุณชายเตะออกไปไกล ผมเอามือกุมหัวตัวเองพร้อมกับครางออกมาอย่างเจ็บปวด รู้สึกได้ถึงหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดที่รื้นอยู่บริเวณนัยน์ตา

“อูย เจ็บนะครับคุณชาย ลำพังแค่พลองของคุณฆ่าผมให้ตายในคราวเดียวไม่ได้หรอกนะ”

“นายคิดว่าฉันจะยอมให้นายตายหรือไง”

“แต่ผมไม่ยอมให้คุณตายหรอก เพราะงั้นผมเลยต้องตายไง”

“ก็แล้วใครบอกว่าฉันจะยอมตาย ถ้าต้องมีการเสียสละแบบโง่ๆล่ะก็ฉันไม่ยอมหรอก” คุณชายถอนหายใจ ผมเลิกคิ้วมองใบหน้าของคนงามแล้วเอ่ยถามเบาๆ

“ถ้าอย่างนั้นคุณคิดจะทำยังไง ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่กันแค่สองคนจนกว่าจะแก่ตายอย่างนั้นหรือ”

“แบบนั้นก็ไม่เลวนะ โลกที่มีแต่นายน่ะ ฉันชอบ”

ผมสะอึกเล็กน้อยกับคำตอบของเขา จู่ๆก็รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า ให้ตายสิ คนคนนี้นี่นะ ทำไมถึงได้…ชอบทำให้ผมเขินทุกที…

“อย่าล้อเล่นน่า คุณคิดจะทิ้งชีวิตศิวิไลซ์แล้วอยู่กับผมที่นี่น่ะนะ ไม่ดีมั้งคุณชาย…”

“ว่าไปนั่น งานการฉันก็มี ถึงจะอยากทำอย่างนั้นมากแค่ไหนแต่ยังไงก็ต้องกลับไปอยู่ดี” พอคุณชายพูดแบบนี้ผมก็ค่อยโล่งใจหน่อย ผมหันไปถามเขาอีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้นคุณจะทำยังไง ในเมื่อกฎของเกมมันบอกไว้ว่า…”

“เราก็จะทำตามกฎ และเราจะรอดกลับไปแค่คนเดียว”

“แต่จะทำยังไง….”

คุณชายยิ้มหวาน ค่อยๆเขยิบเข้ามาใกล้ผมแล้วตอบคำถามด้วยน้ำเสียงซุกซน

“รวมร่างกันให้เราสองคนกลายเป็นหนึ่งเดียวกันสิ เฮยเสียจื่อ”

ห๊ะ……..

คุณชายไม่รอช้า เขาฉีกเสื้อผ้าผมออก ดึงผมที่ยังงงๆไปยังวงเวท ผลักผมลงกับพื้นแล้วจึงเริ่มจัดการกับกางเกง

“ดะ เดี๋ยวครับคุณชาย! ใจเย็นๆนะครับ ไม่สิ ถ้าจะทำก็ให้ผมอยู่ด้านบน”

“นายอยู่ด้านล่างไปน่ะถูกแล้ว”

“คุณชาย!!!!”

เรื่องราวหลังจากนั้นผมขอไม่เล่าเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของตัวเอง แต่ด้วยวิธีบ้าๆของคุณชาย ในที่สุดพวกเราก็กลับมาได้….

คุณชายเป็นคนฉลาด และก็เป็นคนที่บ้ามากคนหนึ่ง

แต่ที่บ้ากว่าก็คือเกมบ้าๆที่ยอมรับความคิดบ้าๆนั่น….

ทุกวันนี้ผมก็ยังคิดอยู่ คนที่ควบคุมอยู่เบื้องหลังจะทำหน้ายังไงเมื่อเห็นเกมมรณะอันสุดแสนจะน่ากลัวของตนกลายเป็นหนังเรทxน่าสะพรึงที่สุดแสนจะสะเทือนขวัญและพรหมจรรย์ของผมเหลือเกิน

แต่ที่บ้าที่สุดก็คงจะผมล่ะมั้ง ทำไมถึงได้พอใจกับความคิดบ้าๆและฉากจบบ้าๆนี่นักก็ไม่รู้…

แม่งงงงง บ้าที่สุด!!!

……….

ตอนที่กำลังสระผมอยู่จู่ๆก็มีความคิดแล่นเข้ามาในหัวค่ะ ถ้าคุณชายกับพี่เฮยไปเล่นพวกเดธเกมแบบในนิยายจะเป็นยังไงกันนะ ขณะที่กำลังมีฉากเสียสละซาบซึ้งใจของพี่เฮยอยู่ในหัว จู่ๆคุณชายก็พูดขึ้นมาว่า ‘ถ้าสองคนออกไปไม่ได้ก็มารวมร่างให้เป็นคนเดียวสิ’ หลังจากที่ขำกับความคิดบ้าๆอยู่พักนึงก็ตัดสินใจที่จะลองเขียนดูค่ะ จะได้เอาไว้เรียกการ์ดพี่เฮยในเกมเต้ามู่ด้วย (ปรากฏว่าพี่แกหนีหนักกว่าเดิม—)  ตอนเขียนนี่ตบมุกใส่ตัวเองเป็นล้านรอบว่า ‘รวมร่างพ่อ_ง’ คุณชายนี่สมกับเป็นคุณชายจริงๆฟฟฟฟฟ /ผวาing

Advertisements

2 thoughts on “Dàomù bǐjì AU FanFiction [ เซี่ยอวี่ฮัว x เฮยเสียจื่อ ] ‘Death Game’

  1. โอ๊ยยยยย กรี๊ดตอนจบมากค่ะ ตอนแรกก็นึกไม่ออกว่าจะรอดกันไปยังไงเนี่ย ความคิดคุณชายช่างบรรเจิดดดดดดดดดดดดด / ชาบูๆๆๆ

    ว่าแต่… ตรุดพี่เฮยคงไม่เหลือแล้วมั้งนั่น ร้าวรึยังคะพี่ 55555555+

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s