Dàomù bǐjì AU FanFiction [ เซี่ยอวี่ฮัว x เฮยเสียจื่อ ] ‘Sniper’

Dàomù bǐjì AU FanFiction

Xiè yǔ huā x Hēi xiā zi (ฮัวเฮย)

‘Sniper’

……..

ผมเคยได้ยินมือสังหารคนหนึ่งกล่าวเอาไว้ว่า การลั่นไกปืนนั้นถือได้ว่าเป็นงานที่ยากที่สุดของมือปืน

นั่นสินะ…ถึงแม้เขาคนนั้นจะตายไปแล้วเหลือแต่เพียงตำนานให้พลซุ่มยิงรุ่นหลังได้ทำความรู้จัก แต่คำพูดของเขายังคงมีชีวิตอยู่ในใจของใครหลายๆคน รวมถึงตัวผมด้วยเช่นกัน

ชื่อของผมคือเฮยเสียจื่อ ไม่มีงานเบื้องหน้า มีแต่งานเบื้องหลังกับงานเบื้องหลังยิ่งกว่า ผมเป็นโจรขุดสุสานที่รับจ๊อบพิเศษเป็นพลซุ่มยิง…หรือที่เรียกกันว่า ‘สไนเปอร์’ เป็นทั้งโจรที่ปล้นสมบัติจากคนตาย และฉกชิงวิญญาณของคนเป็น

“อย่าจุดบุหรี่ นายอยากให้คนคุ้มกันพวกนั้นรู้ตำแหน่งของพวกเรางั้นเหรอ”

“อึก…ขอโทษที เผลอไปหน่อย” สปอตเตอร์ที่ถูกใช้ให้มาทำงานคู่กับผมเป็นครั้งแรกเก็บบุหรี่ลงหลังจากที่ถูกผมดุ ผมละสายตาจากพลชี้เป้ามือใหม่ก่อนจะเพ่งมองชายวัยกลางคนที่กำลังพูดคุยธุรกิจอยู่ในภัตตาคารหรูหราแห่งหนึ่งใจกลางกรุงปักกิ่งผ่านลำกล้องคุณภาพดี

ผมยืนยันเป้าหมายกับคู่หูที่ต้องมาทำงานร่วมกันก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ

จากนั้นจึงเหนี่ยวไก

“มิชชั่นคอมพลีต ได้เวลาหนีแล้ว” ผมที่นอนหมอบอยู่กับพื้นนิ่งๆมาหลายชั่วโมงค่อยๆยันตัวขึ้น ในขณะที่เพื่อนร่วมงานเก็บของอย่างรวดเร็ว เสียงโหวกเหวกโวยวายพร้อมด้วยเสียงรถตำรวจและรถพยาบาลดังกึกก้องไปทั่วยืนยันความสำเร็จของภารกิจได้เป็นอย่างดี

ผมสะพายกระเป๋า หลังจากตรวจสอบแล้วว่าไม่มีหลักฐานอะไรหลงเหลืออยู่ในตึกร้างที่ใช้ซุ่มยิงแห่งนี้จึงหันไปตบไหล่สปอตเตอร์มือใหม่เบาๆ ความเครียดที่ซุกซ่อนไว้ในใจเบาบางลง

“ทำได้ดีมาก”

และนี่คือชีวิตสไนเปอร์ของผม อีกด้านหนึ่งของโจรขุดสุสานที่ทำตัวลึกลับด้วยการสวมแว่นกันแดดตลอดเวลา

หลังจากที่แยกย้ายกับสปอตเตอร์โดยที่ผมไม่คิดจะถามชื่อเสียงเรียงนามของเขาเลยสักนิด ผมหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมแล้วเดินแบกไรเฟิลคู่ใจที่ซ่อนอยู่ในกล่องเก็บกีต้าร์สีดำไปยังร้านเหล้าเก่าๆแห่งหนึ่ง ทันทีที่ก้าวขาเข้าไปในตัวร้านซอมซ่อก็เห็นร่างของผู้ว่าจ้างนั่งอยู่ด้านในสุดของร้าน ผมยิ้มบางๆ พยักหน้าทักทายอย่างมีมารยาท

“เรียบร้อยดีใช่ไหม?”

“มีหรือจะพลาด ถ้าพลาดผมคงไม่มีหน้ามาหาคุณหรอก” ผมหัวเราะเบาๆ นั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับอีกฝ่ายก่อนจะวางสัมภาระพิงกำแพงร้าน เอียงคอมองอีกคนแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

“ปกติแล้วคุณจะโอนเงินให้ผมหลังจากเสร็จภารกิจหนึ่งวันไม่ใช่เหรอ ทำไมคราวนี้ถึงได้รวดเร็วนักล่ะครับ แถมยังส่งสปอตเตอร์ไปช่วยผมอีก”

“เขาช่วยได้เยอะไหม”

“ไม่เลย วันหลังไม่ต้องส่งมาอีกนะ ผมชอบฉายเดี่ยว คุณก็รู้”

“หมอนั่นเป็นลูกน้องที่ฉันเพิ่งเอามาฝึกใหม่ ปกติใช้ทำงานธรรมดา เพิ่งลองเอามาใช้งานลอบฆ่าก็ครั้งนี้นี่แหละ” นายจ้างของผมว่าพลางยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบ ผมเลิกคิ้วสงสัย ถึงขนาดที่ต้องเอาคนมาฝึกเพิ่ม ดูท่าว่าในอนาคตเขาน่าจะเจอกับปัญหาที่ไม่น่าจะขอยืมมือคนนอกได้จึงต้องใช้คนในแก๊งค์เท่านั้น

“คุณไปมีปัญหากับเจ้าพ่อที่ไหนหรือไง” ผมยกมือสั่งเครื่องดื่มกับบริกร นายจ้างรอจนบริกรตาปรือคนนั้นเดินจากไปพร้อมกับรายการเครื่องดื่มจึงเริ่มเปิดปากพูด

“ไม่ใช่เจ้าพ่อหรอก…” เขาว่าพลางหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งให้ผมดู ผมขมวดคิ้วทันทีเมื่อเห็นคนในรูปใบนั้น

“นี่มัน…คุณชายเซี่ย? ผมเคยร่วมงานกับเขาครั้งสองครั้ง นี่คุณมีปัญหากับเขางั้นหรือ”

“อา…เซี่ยอวี่ฮัวเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ของฉัน ถ้าเขาตาย ธุรกิจของฉันจะดีขึ้นมากกว่านี้ เพราะฉะนั้น…ฝากด้วยล่ะ เฮยเสียจื่อ”

“อืม…. ถึงจะเสียดายใบหน้าสวยๆของเขาก็เถอะ แต่เดี๋ยวผมจะจัดการให้ก็แล้วกัน

ขอเพิ่มจากครั้งนี้เป็นเท่าตัวได้ไหม?” ผมยักยิ้มเจ้าเล่ห์ ผู้ว่าจ้างพยักหน้าอย่างว่าง่าย ดูท่าว่าคุณชายเซี่ยจะเป็นก้างชิ้นโตสำหรับเขาเลยทีเดียว

“นายไปเตรียมตัวให้พร้อม อีกสองวันฉันจะนัดหมอนั่นมาเจรจาธุรกิจ รายละเอียดเดี๋ยวจะส่งไปให้อีกที”

ผมพยักหน้า ดื่มเหล้าที่เพิ่งมาเสิร์ฟจนหมดในรวดเดียวก่อนจะเอ่ยกับเขาด้วยสีหน้าจริงจัง

“ผมพูดจริงๆนะ ถ้าคุณอยากให้งานสำเร็จควรให้ผมฉายเดี่ยว ไม่เอาสปอตเตอร์แล้ว”

เขาหัวเราะดังลั่นร้าน รับปากผมเป็นมั่นเป็นเหมาะ พวกเราต่างคนต่างชนแก้วฉลองความสำเร็จในวันนี้ และฉลองเผื่อในส่วนของวันข้างหน้าไปด้วย เพราะเฮยเสียจื่อไม่มีวันพลาด

ถ้าผมหมายตาวิญญาณใคร ผมก็ต้องขโมยมาให้ได้ นั่นคือสิ่งที่ผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่เข้าใจ และผมเองก็ยินดีที่จะให้พวกเขาเข้าใจกันเช่นนั้น

ผมเก็บรูปถ่ายของคุณชายเซี่ยลงกระเป๋า หลังจากที่ดื่มจนพอใจแล้วก็เผ่นแน่บออกจากร้าน ปล่อยให้ผู้ว่าจ้างของผมจ่ายค่าเหล้าและอาหารทั้งหมดคนเดียว

“เห็นทีงานนี้คงต้องจริงจังหน่อยแล้ว” ผมพึมพำกับตัวเองขณะเดียวกันก็กระชับสัมภาระแน่น ไรเฟิลคู่ใจพร้อมกล้องเล็งยังคงนอนอย่างสงบนิ่งราวกลับเจ้าหญิงนิทราที่รอเจ้าชายมาจุมพิตปลุก

ถึงแม้ว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นผมจะสามารถพูดเรื่องเลวร้ายอย่างการฆ่าด้วยสีหน้าที่สนุกสนาน แต่ลึกๆในใจกลับรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรื่องสนุกเลยแม้แต่น้อย

จะถือปืนใจต้องนิ่ง แต่ถ้าจะซุ่มยิงคน ทั้งร่ายกายและจิตใจต้องนิ่งและแข็งเป็นก้อนหิน ถ้าหากว่าเรื่องที่ยากที่สุดก็คือการเหนี่ยวไก เรื่องที่ทรมานที่สุดก็คงจะเป็นตอนที่เห็นว่าหนึ่งชีวิตของเหยื่อถูกฉกชิงไปเป็นที่เรียบร้อย

ผมเหม่อมองท้องฟ้าสีดำยามค่ำคืน หลายครั้งที่ผมเคยอยากเลิกทำอาชีพนี้เป็นงานพิเศษ เงินดีก็จริงแต่ต้องแลกกับความเครียดมหาศาลเลยทีเดียว ถึงแม้จะไม่ใช่คนดีอะไรแต่ผมก็เรียกได้ว่าเป็นคนค่อนข้างขี้ใจอ่อนคนหนึ่ง ถึงเปลือกนอกจะดูแข็งแกร่งไม่สนใจใคร แต่ก็ไม่ได้โหดร้ายพอที่จะมีความสุขกับการมองร่างของเป้าหมายล้มลงด้วยฝีมือของตัวเอง

เรื่องของการล้างมือนั้นผมได้แต่คิดแต่ก็ไม่ได้ตัดสินใจจริงจัง จุดประสงค์ในการเป็นสไนเปอร์ของผมไม่ได้เป็นเพราะขัดสนเรื่องเงินทอง แต่เป็นเพราะ….

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่

บางที… ด้วยจุดประสงค์ที่เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ ในสายตาคนอื่น ผมอาจจะเป็นแค่ไอ้งี่เง่าคนหนึ่งก็เป็นได้

………

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับโกหก

ผมที่เพิ่งคุยเรื่องภารกิจใหม่ได้ไม่กี่วันก็ต้องจับพลัดจับผลูมาอยู่บนตึกร้างหลังเดิม หลังจากที่วางขาตั้งปืนลงกับพื้นปูนสีมอซอก็คิดอะไรไปเรื่อย เหลืออีกห้าชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาทำงาน ถึงจะอยากออกไปหาอาหารอร่อยๆกินก็คงไม่เหมาะ

ถ้าเข้าที่กำบังแล้วก็ต้องอยู่ที่นั่นไปจนกว่าจะจบภารกิจ นั่นคือกฎเหล็กของสไนเปอร์ที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

อาหารที่กินได้ก็มีแต่พวกที่ย่อยง่ายๆ ผมฉีกซองขนมปังจากร้านสะดวกซื้อแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ ลอบมองออกไปทางช่องยิง ภัตตาคารที่ผมใช้เป็นที่สังหารเหยื่อเมื่อคราวก่อนปรากฏขึ้นสู่สายตาของผมอีกครั้ง

ผมเคี้ยวขนมปังจนหมด จิบน้ำตามนิดหน่อยเพื่อให้หายฝืดคอ จากนั้นจึงถอดแว่นกันแดดคู่ใจออก เริ่มนอนหมอบลงบนพื้น จากนี้ไปผมต้องนอนนิ่งๆอย่างนี้ไปอีกหลายชั่วโมงจนกว่าจะได้เวลาปฏิบัติภารกิจ แค่คิดก็เมื่อยแล้ว ดังนั้น สไนเปอร์ที่ดีจึงต้องมีความอึดและความอดทนมากเป็นพิเศษ สองอย่างที่กล่าวมานั้นเป็นคุณสมบัติข้อที่สำคัญมากที่สุดพอๆกับเรื่องยิงแม่นเลยทีเดียว

ผมนอนนิ่งๆอยู่อย่างนั้น ปรับจังหวะลมหายใจให้ช้าลง เหตุผลที่ผมชอบทำงานคนเดียวมากกว่าทำงานร่วมกับสปอตเตอร์ก็คงเป็นเพราะต้องการสมาธิ ถ้าจะเหนี่ยวไกจิตใจในตอนนั้นต้องไม่ใช่มนุษย์ ดังนั้นผมจึงไม่อยากสื่อสารกับมนุษย์คนไหนก่อนที่จะเหนี่ยวไก ไม่อยากให้ความเป็นมนุษย์เกาะกุมหัวใจผมในเวลาที่กำลังจะลั่นไกปืน

การอยู่คนเดียวจะทำให้สภาวะจิตใจเปลี่ยนจากมนุษย์กลายเป็นปีศาจได้เร็วขึ้น นี่ไม่ใช่กฎเหล็กที่สไนเปอร์ทุกคนต้องปฏิบัติ แต่เป็นกฎที่ผมตั้งให้ตัวเองปฏิบัติเท่านั้น งานคราวที่แล้วทำผมแทบจะประสาทกินเพราะดันมีมือใหม่อยู่ข้างๆ แต่จะแสดงออกมากไปก็ดูจะไม่เป็นมืออาชีพเท่าไหร่นัก ผมจึงทำได้แค่สูดลมหายใจลึกๆแล้วเหนี่ยวไกในฐานะของมนุษย์คนหนึ่ง…ไม่ใช่ปีศาจดังที่ตั้งใจไว้

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ผมยังคงจ้องมองสถานการณ์ผ่านลำกล้องปืน ร่างบอบบางของคุณชายเซี่ยในเชิ้ตสีชมพูก้าวขาลงจากรถยุโรปคันหรู ผมปรับลำกล้องปืนมองตามการเดินอย่างสง่างามของเขา ในที่สุดเขาก็เดินไปยังโต๊ะของที่ถูกผู้ว่าจ้างของผมจองไว้ ผมเห็นพวกเขาทักทายกันเล็กน้อยตามธรรมเนียมของนักธุรกิจแล้วก็ได้แต่ยิ้มบางๆ พึมพำออกมาเบาๆ

“การทำธุรกิจนี่ต้องสวมหน้ากากจริงๆด้วยสินะ”

ผมเหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลที่ข้อมือ เหลือเวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาลงมือ อุปกรณ์พร้อม เป้าพร้อม ที่เหลือก็น่าจะมีแต่ใจของผมเท่านั้นที่ต้องปรับสภาพกันหน่อย

กลัวอะไรกันล่ะ เฮยเสียจื่อ แค่เหนี่ยวไกออกไปเหมือนทุกทีก็พอแล้ว เป้าหมายที่นายต้องจัดการก็มีแต่พวกเลวๆไม่ใช่หรือไง ตายไปก็ไม่เห็นจะมีใครเดือดร้อน

ผมไม่ใช่คนดี เป็นแค่คนที่ใจอ่อนผิดเวลาก็เท่านั้น ใจดีกับใจอ่อนมันไม่เหมือนกัน ใจดีคือคุณจะไม่ฆ่าใคร หรือถ้าเผลอฆ่าไปก็ต้องรู้สึกผิดบาปไปตลอดชีวิต ส่วนใจอ่อนก็คือก่อนฆ่าคุณอาจลังเล แต่เมื่อฆ่าไปแล้วคุณจะไม่คร่ำครวญทีหลัง

เสียงร้องเตือนเบาๆของนาฬิกาดิจิตอลดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของบรรยากาศในตึกร้าง ผมเหนี่ยวไกไรเฟิลคู่ใจอย่างทุกที

‘เปรี้ยง’

เลือดสีแดงสาดกระเซ็นไปทั่ว ผมมองเลือดสีแดงที่พุ่งเป็นน้ำพุพร้อมๆกับไขสมองที่ทะลักออกมาอย่างน่าสะอิดสะเอียน ผ่อนลมหายใจลงเมื่อเห็นว่างานของผมเสร็จสิ้นลงแล้ว

ในเมื่อเหนี่ยวไกออกไปก็แปลว่าที่ซ่อนตัวของผมตอนนี้ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว ผมเก็บไรเฟิลลงกระเป๋าด้วยจิตใจที่ด้านชา สวมแว่นกันแดด ทางหนีทีไล่มันก็มีอยู่ แต่ผมคิดว่าเก็บแค่นายใหญ่มันไม่พอหรอก จากนี้ไปจะไม่ใช่หน้าที่ในส่วนงานแล้ว ผมขอทำตามใจตัวเองบ้างล่ะ

ผมลุกขึ้นยืนแล้วบิดขี้เกียจไปมา เสียงฝีเท้าหลายสิบคู่ดังสะท้อนไปทั่วตึก ผมยืนรอคนเหล่านั้นอย่างสงบ

“แก!!!”

ผมมองคนที่วิ่งนำหน้าเข้ามาพร้อมกับอาวุธปืน ริมฝีปากยักยิ้มบางๆ

“แกทำงานพลาด!! แกยิงเจ้านาย…แกยิงลุงของฉัน!!!!”

“ผมไม่ได้ทำงานพลาดซักหน่อย คุณสปอตเตอร์มือใหม่” ผมหัวเราะเบาๆ พวกเขาเป็นญาติกันอย่างที่คิดจริงๆด้วย จากนั้นผมจึงยกมือขึ้นอย่างจำยอม

“ยังไงคุณกับคนของคุณก็ฆ่าผมได้ทันทีอยู่แล้ว อยากฟังเหตุผลรึเปล่าล่ะ”

“ฉันยังมีเวลาอีกเหลือเฟือ ถ้าแกคิดตุกติกเมื่อไหร่ฉันยิงทิ้งแน่”

“วางใจเถอะ ผมไม่หนีหรอก เพราะหนียังไงก็คงหนีไม่พ้นอยู่ดี” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆแล้วเริ่มต้นเล่าเรื่อง

“ถ้าคุณอยู่ในวงการนี้ล่ะก็ คงพอจะได้ยินชื่ออู๋ซันเสิ่งสินะ…”

เจ้าหนุ่มสปอตเตอร์ที่เคยทำงานร่วมกับผมขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยินชื่อที่ไม่ว่าใครในวงการขุดสุสานก็ต้องรู้จัก ผมไม่อยากให้เขาเดาความเกี่ยวโยงของผมและอู๋ซันเสิ่งไปเองมั่วซั่วจึงเอ่ยต่อไปว่า

“ถ้าคุณรู้จักเขา คุณจะรู้ว่าเขาเลี้ยงหมาบ้าไว้ตัวหนึ่งชื่อพานจื่อ เป็นหมาที่ซื่อสัตย์มาก” ผมเอ่ยยิ้มๆ

“ทีนี้ก็เข้าเรื่องล่ะนะ….คุณลุงของคุณพลาดไปตรงที่ไม่รู้ว่า เซี่ยอวี่ฮัวเองก็เลี้ยงหมาบ้าแบบนั้นไว้เหมือนกัน เพียงแต่ไม่ได้บอกใคร

หมาบ้าตัวนั้นไม่ได้ถูกล่ามให้เดินตามต้อยๆ แต่กลับถูกปล่อยเป็นอิสระ ไม่จำเป็นต้องล่ามโซ่ไว้ไม่ให้ห่างกาย แต่เมื่อถึงเวลา มันจะเลิกเที่ยวเล่นแล้วทำหน้าที่ของมัน กำจัดศัตรูทุกคนของเจ้านาย”

เมื่อผมพูดถึงตรงนี้ อดีตสปอตเตอร์หน้าซีดเผือดสั่งให้ยิงผมทันที ทว่า ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้เหนี่ยวไกปืนก็ถูกคนของคุณชายที่ลอบขึ้นตึกมาเงียบๆเก็บไปหมดเสียก่อน

ผมหลบอยู่หลังเสา หลับตาลงแล้วเฝ้ารอให้เสียงห่ากระสุนเงียบลง กลิ่นคาวเลือดฉุนกึกในจมูก ระหว่างนั้นก็นั่งคิดอะไรไปในใจเงียบๆ

จุดประสงค์ของผมในการเป็นสไนเปอร์….ก็เพื่อมาสืบข่าวเกี่ยวกับคุณชายแล้วหาทางปกป้องเขาก็เท่านั้น แหล่งข่าวในวงการนี้น่ะรวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าแหล่งข่าวที่อื่นเสียอีก และเพื่อที่จะสืบข่าววงใน สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นว่ามารับจ๊อบเป็นสไนเปอร์เพื่อความสมจริงด้วย

อาจจะฟังดูงี่เง่าที่ต้องฆ่าคนเป็นร้อยเพื่อปกป้องคนเพียงหนึ่งคน แต่ถ้าคนคนนั้นเป็นคนสำคัญล่ะก็ ผมก็ยอมถูกคนอื่นตราหน้าว่าเป็นไอ้งี่เง่าล่ะนะ

เสียงสาดกระสุนหยุดลงแล้ว ผมเดินออกจากเสาที่กำบัง เหลือบมองสภาพเละเทะของตึกแล้วยิ้มเจื่อนๆ คนของคุณชายนี่ยังโหดเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ

“คุณรีบไปพบคุณชายเถอะ” ชายชุดดำคนหนึ่งเอ่ยกับผมขณะดึงเครื่องมือทำความสะอาดที่ซ่อนไว้กันโดนลูกหลงจากปืนขึ้นมาเพื่อเตรียมทำลายหลักฐาน ผมมองคนชุดดำคนอื่นที่เริ่มลากศพไปกองรวมกันแล้วตบไหล่เขาเบาๆ

“ฝากด้วยนะ”

จากนั้นผมก็เดินหันหลังให้ลานประหารแห่งนั้น ดันแว่นกันแดดขึ้นเล็กน้อย สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดฟอดใหญ่ มุ่งหน้ากลับคฤหาสน์หลังงามของคุณชายทันที

“คุณชายยยยยยย”

ผมพุ่งตรงเข้าไปกอดคุณชายแล้วหลับตาลง สูดกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ชวนให้รู้สึกสบายตัวอย่างน่าประหลาด

“เฮยเสียจื่อ” คุณชายเอ่ยชื่อผมด้วยน้ำเสียงไพเราะ ผมรู้สึกได้ถึงลางไม่ดีอะไรบางอย่างเลยรีบปล่อยเขาทันที

“มีอะไรรึเปล่าครับคุณชาย…”

“ตอนที่นายยิงหัวเจ้าหมอนั่น เลือดมันกระเด็นมาโดนฉัน” คุณชายยิ้มหวานให้ผมที่กำลังเหงื่อแตกพลั่กๆ

คุณชายรักความสะอาดมากแค่ไหน คนที่ตัดสินใจอยู่กับเขามาเป็นเวลาหลายปีย่อมต้องรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วและยิ่งต้องจำใส่ใจไว้เสมอ

“มานี่เลย” คุณชายคว้าข้อมือผมด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลผิดกับรูปร่างบอบบาง ผมกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอเมื่อตระหนักได้ว่าบทลงโทษที่ผมจะได้รับคืออะไร

“คุณชาย….วันนี้ผมนอนหมอบนิ่งๆมาทั้งวันแล้วนะครับ” ผมครางออกมาอย่างสิ้นหวัง

“นายหมอบกับพื้นมาทั้งวันคงจะเบื่อ ฉันก็อยากให้นายนอนหงายบ้าง”

ผมเบ้ปากกับคำพูดตอแหลของคุณชายก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่

ความอึดและอดทนไม่ได้เป็นแค่คุณสมบัติที่สำคัญของสไนเปอร์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอาชีพเบื้องหลังอีกอาชีพหนึ่งของผมด้วย อาชีพที่คุณชายเป็นคนมอบให้ผม และคุณสมบัติดังกล่าวของสไนเปอร์ก็เป็นคุณสมบัติสำคัญของอาชีพนี้ด้วย

ชื่อของผมคือเฮยเสียจื่อ ไม่มีงานเบื้องหน้า มีแต่งานเบื้องหลังกับงานเบื้องหลังยิ่งกว่า ผมเป็นโจรขุดสุสานที่รับจ๊อบพิเศษเป็นพลซุ่มยิง…หรือที่เรียกกันว่า ‘สไนเปอร์’ แต่ก็มีอาชีพเบื้องหลังที่สุดที่ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นอาชีพหรือว่าอะไร เป็นตำแหน่งงั้นหรือ…?

ช่างเถอะ สรุปง่ายๆก็แล้วกัน ผมเป็นคนรักของคุณชาย…

ผมเป็นทั้งหัวขโมยที่ฉกชิงสมบัติจากคนตาย เป็นโจรที่ปล้นวิญญาณของคนเป็น ด้วยเหตุนี้สวรรค์เลยลงโทษให้ผมได้เป็นผู้เสียหายกับเขาบ้าง หลังจากที่คอยพรากสิ่งสำคัญจากคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ทั้งสมบัติจากสุสานและชีวิตของเหยื่อ

สมบัติชิ้นสำคัญของผมที่ถูกพรากไป…

ก็คือพรหมจรรย์…

ผมถูกพรากพรหมจรรย์…..โดยเซี่ยอวี่ฮัว

……….

ที่มาของฟิคนี้คือแค่อยากเห็นพี่เฮยในมาดสไนเปอร์เฉยๆค่ะแงงง55555 แล้วก็เอาไว้เรียกการ์ดพี่เฮยในเกมเต้ามู่ด้วย—/พี่แกจะมาหาหรือจะหนีล่ะเนี่ยฟฟฟฟฟ สาระของฟิคเรื่องนี้มีอยู่แค่นั้นแหละค่ะ เมื่อคืนดันไปอ่านตอนที่1ของหนังสือNon-Fictionแนวๆวิทยาศาตร์เล่มนึงมาค่ะ (เรื่อง 500ล้านปีแห่งความรักเล่ม1 ของคุณหมอชัชพลที่ดองไว้นานมากแล้วเพิ่งหยิบมาอ่าน—) แล้วเค้ายกคดีประหลาดที่มีสไนเปอร์ซุ่มเล็งยิงผู้บริสุทธิ์ ในตอนนั้นก็คิดเล่นๆว่าอยากเห็นพี่เฮยในมาดสไนเปอร์จังน้า ตอนนอนหมอบอยากจะลองตีก้นดูจัง—/แค่กกก ก็เลยวางหนังสือลงแล้วหาข้อมูลสไนเปอร์อยู่พักนึงค่ะ จากนั้นก็ลองเขียนดูตอนนั้นเลย พล็อตเพลิตอะไรไม่มี ระหว่างนั้นที่รัวนิ้วโป้งกดแป้นพิมพ์ไอโฟนก็คิดไปว่าจะให้จบยังไงดีหนอ สุดท้ายก็มาจบที่พรหมจรรย์…… จบในแบบที่ฮัวเฮยควรจะเป็นฟฟฟฟฟฟ

Advertisements

4 thoughts on “Dàomù bǐjì AU FanFiction [ เซี่ยอวี่ฮัว x เฮยเสียจื่อ ] ‘Sniper’

  1. ลั่นค่ะลั่น….. 5555555555555555+ // หัวเราะหนักมากกกกกกกกกกกกกกกก

    อ่านตอนต้นก็เครียดๆ ยิ่งมาถึงตอนว่าจ้างจัดการคุณชายก็ขมวดคิ้วนิดนึงว่าอิพี่เฮยมันจะมีปัญญาฆ่าคุณชายเหรอ(วะ)

    พอมาบทเฉลยนี่ขำจนตื่นเลย อ่านตอนกำลังง่วงๆ มึนๆ พอดี อ่านจบนี่ตื่นเต็มตาพอดี โอยยยย ขำจนเหนื่อย ขอบคุณที่ปั่นมาให้อ่านจ้า จุฟๆๆ

    • อ๋ายยย ขอบคุณที่อ่านนะคะฟฟฟฟฟ นั่นสิคะ พี่เฮยน่ะหรือจะฆ่าคุณชายได้ มีแต่คุณชายเท่านั้นแหละค่ะที่จะฆ่าพี่เฮยให้ตายจากความเป็นโสด—/ยืมมุกอ.ที่รู้จักมาเล่นฟฟฟ ดีใจที่ขำนะคะ กลัวแป้กมากฟฟฟฟ

  2. เราอ่านแล้วขำพรืดมากเลยคะ ฟฟฟฟฟ
    ตอนแรกเรากำลังชมว่าพี่เฮยแม่งโครตเท่ โอยเอาใจไปเลย
    พออ่านมาถึงตอนมท้ายไพี่เฮยทำเพื่อคุณชาย พี่เฮยแม่งรักจริงหวังแต่ง
    พอมาบรรทัดสุดท้ายขำลั่นมากคะ พ่อคุณณณณณณณณณ
    จบได้เป็นสาวกฮัวเอยจริงๆแม่ยกเมนนี้มีอะไร ทำไมไม่พ้นไปจากความหื่นกันทั้งนั้นเลยคะ
    5555555555555
    โถสงสาร แต่เราเหนตูดพี่เฮยแล้วอยากขย้ำจริงๆนะ

    • ตอนแรกก็หลงความเท่ของพี่เฮยเหมือนกันค่ะ///// แต่คนเท่ยังไงก็ต้องแพ้ทางสามี—- แพ้ทางคนเจ้าเล่ห์ค่ะฟฟฟฟฟฟ ฮัวเฮยสไตล์นี่มันฮัวเฮยสไตล์จริงๆแงงง5555555 ขอบคุณที่อ่านนะคะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ด้วยค่ะ;////;

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s