Dàomù bǐjì FanFiction [ เฮยเสียจื่อ x อู๋เสีย ] ‘Sunglasses’

Dàomù bǐjì FanFiction

Hēi xiā zi x Wú Xié (เฮยเสีย)

‘Sunglasses’

……

“นายยังสวมแว่นกันแดดนี่เหมือนเดิม ไม่เบื่อหรือไง” 

ผมเลิกคิ้วเล็กน้อยมองคนตัวเล็กกว่าที่เดินอยู่ข้างๆผม “ผมเคยบอกนายน้อยไปแล้วนี่นา สวมไว้เห็นชัดกว่าไม่สวมนะครับ” 

ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆยามบ่าย ณ เมืองหังโจว ผมที่ถูกคนในวงการคว่ำกรวยเรียกกันว่าเฮยเสียจื่อกำลังเดินเล่นกับอู๋เสีย นายน้อยสามแห่งสกุลอู๋ที่ตอนนี้ต้องกลายมาเป็นไกด์จำเป็นให้ผม สาเหตุที่ผมมาที่หังโจวก็เพราะว่าต้องการมาพักร้อนหลังจากที่ลงดินติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ และวิธีชาร์จแบตชีวิตที่ได้ผลที่สุดก็คือแวะมากวนประสาทหยอกล้อนายน้อยสามเล่นนั่นเอง

เริ่มแรกผมคิดว่าเขาเป็นคนที่น่าสนใจจึงเข้าไปชวนคุย พออยู่ด้วยแล้วรู้สึกสนุกดี ก็เลยกลายเป็นว่าหลังจากที่ทำงานเสร็จทุกครั้งผมก็จะรีบรับเงินส่วนแบ่งจากการแบ่งของแล้วเดินทางไปหังโจวทันที สุดท้ายผมก็เปลี่ยนความหวาดระแวงของนายน้อยกลายเป็นความรำคาญได้ในที่สุด

“ประมาณว่าสวมแว่นกันแดดขับรถตอนกลางคืนแล้วเห็นถนนชัดขึ้นงั้นเหรอ” นายน้อยขมวดคิ้วทำหน้าครุ่นคิด ผมที่ไม่รู้จะสรรหาคำไหนที่ใกล้เคียงความจริงมาอธิบายให้เขาจึงพยักหน้าพร้อมกับตอบรับไปสั้นๆ

“ก็ประมาณนั้นครับ” 

“อย่างนี้นี่เอง แล้วนี่คราวนี้นายจะพักอยู่กี่วันกันล่ะ” เจ้าของฉายาเทียนเจินถาม

“อาจจะซักอาทิตย์นึง คุณเตรียมเลี้ยงข้าวผมทุกมื้อได้เลย”

“ตอนแรกๆนายก็เลี้ยงข้าวฉันนะ แล้วทำไมตอนนี้ทำมาเป็นงก” นายน้อยว่าพลางเขม่นตามองผม ท่าทางนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากผมได้เป็นอย่างดี 

ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา นายน้อยสามอู๋เสียเป็นคนแรกที่ทำให้ผมหัวเราะออกมาจากใจจริง ไม่ได้เสแสร้งเล่นละครเหมือนตอนที่อยู่กับคนอื่น

หัวใจที่ปิดตายของผมไม่รู้ว่าถูกเปิดออกตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นก็คือ เขาเข้าไปอยู่ในใจผมตั้งแต่เมื่อไหร่..

ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะตายวันตายพรุ่งเมื่อไหร่ก็เลยตั้งใจจะทำตัวลึกลับไม่ผูกสัมพันธ์กับใคร ยิ่งรู้สึกดีต่อกันก็ยิ่งเจ็บปวด ดังนั้น การใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวไร้ซึ่งพันธะผูกพันทางใจใดๆถือเป็นกฎสำคัญที่เฮยเสียจื่อคนนี้เป็นผู้ร่างขึ้นมา แต่สุดท้ายกฎนี้ก็ได้ถูกทำลายลงเพราะนายน้อยสามและหัวใจของผมเอง

นายน้อยสามเป็นคนที่สว่างไสว แต่ความสว่างไสวของเขาไม่ได้เจิดจ้าจนถึงขั้นแสบตาเหมือนดวงอาทิตย์ เขาเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่มีด้านที่อ่อนโยนแล้วก็เจ้าเล่ห์ ดังนั้นเขาจึงไม่ใช่พระอาทิตย์ แต่เป็นแสงสว่างเล็กๆที่คอยนำทางผมในยามที่มืดมิดไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆ เป็นเหมือนกับดวงดาวบนผืนฟ้ายามค่ำคืน

แสงดาวที่คอยนำทางผมให้พบเจอแต่สิ่งที่เรียกว่าความสุข

เพียงแค่ได้มองเขา ไม่จำเป็นว่าเขาต้องมองผม แค่นั้นผมก็มีความสุข

“แหม ผมก็ล้อคุณเล่นไปงั้นแหละ” ผมยิ้มแป้นก่อนจะออดอ้อนอีกคนอย่างอารมณ์ดี “อย่าโกรธผมเลย มื้อนี้เดี๋ยวผมเลี้ยงเหมือนเดิมก็ได้ แต่ขอแลกกับบุหรี่ของคุณหนึ่งมวนนะ” 

“นายนี่มัน…” นายน้อยสามมองผมอย่างเอือมๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยอมยื่นซองบุหรี่ยี่ห้อหวงเฮ่อโหลวให้ผม นายน้อย คุณนี่ช่างใจอ่อนไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ

ผมหยิบบุหรี่ชั้นดีของนายน้อยออกมาหนึ่งมวนก่อนจะล้วงหยิบไฟแช็คจากกระเป๋าเสื้อแล้วจุดบุหรี่ สูดเอานิโคตินเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วค่อยๆปล่อยออกมาช้าๆ บุหรี่ส่วนใหญ่ของพวกโจรขุดสุสานจะเป็นบุหรี่ถูกๆซองละไม่กี่หยวน ผมเองก็สูบของถูกๆพวกนั้นเช่นกัน ถึงแม้จะได้เงินมาเยอะจากการลงดินในแต่ละครั้งแต่ยังไงก็ทำใจซื้อบุหรี่แพงๆไม่ลงจริงๆ

ผมมักขอบุหรี่ของนายน้อยสูบเป็นประจำจนเขาเบื่อที่จะสรรหาคำจิกกัดแนวอู๋เสียสไตล์มากัดผมแล้ว ทั้งๆที่ความจริงแล้วผมก็มีเหตุผลของผม ผมไม่ได้อยากสูบบุหรี่ชั้นดีแต่ผมแค่อยากสูบบุหรี่ของนายน้อยสาม เป็นการเตือนตัวเองอย่างหนึ่งไม่ให้รุกล้ำเข้าไปใกล้เขามากกว่านี้

ผมตั้งใจว่าผมจะไม่มีวันแตะต้องหัวใจของเขาเพื่อไม่ให้เขาต้องเจ็บปวดในวันที่คนเดนตายอย่างผมจากไป 

ผมทำได้มากสุดแค่สูบบุหรี่ของเขา เดินเล่นเป็นเพื่อน แวะมาหาบ้าง หยอกล้อบ้าง แต่ไม่ทำอะไรไปมากกว่านั้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมอ่อนข้อให้ความรู้สึกของตนสุดๆแล้ว ถ้าใช้ไม้แข็งอย่างการตัดใจไปเลยคงจะเจ็บปวดยิ่งกว่าการเจออันตรายในสุสานอีก ดังนั้นผมจึงใช้ไม้อ่อนกับตัวเอง ขีดเส้นเขตแดนไว้แล้วถอยออกมา คอยมองนายน้อยจากที่ตรงนี้ ดูแลอยู่ตรงนี้ แต่ไม่เข้าไปใกล้ให้เขารู้สึกตัว

ผมพยายามปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดไปกับควันบุหรี่ แต่พยายามไปก็เท่านั้น บุหรี่ช่วยผมได้แค่พักเดียว หลังจากนั้นผมก็กลายเป็นนายแว่นดำผู้ทุกข์ระทมอยู่ในห้วงรักต่อ

ผมแค่นยิ้มเหยียดหยามความอ่อนแอของตัวเอง แว่นกันแดดของผมนอกจากจะช่วยกันแดดแล้วยังช่วยปกปิดความรู้สึกหลายๆอย่างที่สื่อในดวงตาของผมด้วย ช่วยปกปิดความอ่อนไหวทั้งหมด ซ่อนมันไว้ไม่ให้ใครรับรู้

“นานน้อย คุณอาจจะไม่เชื่อ แต่สวมแว่นกันแดดมันช่วยให้ผมเห็นอะไรชัดขึ้นจริงๆ” ผมพึมพำเบาๆ นายน้อยหันมามองผมด้วยสีหน้างุนงง

“นายจะย้ำซ้ำๆทำไม ฉันรู้แล้วน่า”

“ก็ผมไม่รู้จะคุยอะไรนี่นา คุณไม่ชวนผมคุยเลย ผมหมดมุกแล้วนา”

“เรียกร้องความสนใจชะมัด เด็กจริงๆเลยนายเนี่ย” นายน้อยส่ายหน้าแล้วไปมาทำท่าราวกับว่าเป็นผู้ใหญ่ดุเด็ก ผมหัวเราะพลางฟังเสียงคุยจ้อนินทาลูกจ้าง นินทาอารอง นินทาอาสาม นินทานายอ้วน นินทาจางฉี่หลิง บ่นทุกคนให้ผมฟังอย่างเปิดเผย

จะเรียกว่าไร้เดียงสาหรือร้ายเดียงสาดีล่ะเนี่ย

ผมเหม่อมองใบหน้าด้านข้างของอีกคนแล้วยิ้มบางๆ

นายน้อย คุณอาจจะไม่เชื่อ แต่สวมแว่นกันแดดมันช่วยให้ผมเห็นอะไรชัดขึ้นจริงๆ

โดยเฉพาะคุณ ยิ่งผมมองคุณตัวตนของคุณก็ยิ่งเด่นชัดอยู่ในใจผม และถึงแม้ว่าจะหันหน้าหนี แต่ตัวตนอันเด่นชัดของคุณก็ไม่ยอมเลือนหายไปซักที 

และความรู้สึกในใจของผมก็ชัดเจนขึ้นด้วยเช่นกัน

ความรู้สึกห่วงใยและอยากปกป้องคุณอย่างลับๆ

ความรู้สึกที่เกิดจากความรัก…

……..

จบแหล่วววฟฟฟฟฟฟ สั้นและเวิ่นเว้อมากไปนิด55555 โอยยยคู่นี้ดีงามมากค่ะ กรี๊ดมากฟฟฟฟ///// นี่เริ่มมโนตั้งแต่ตอนที่ในนินายภาคหลักบอกว่านายแว่นชอบมาชวนนายน้อยคุยช่วงผจญภัยในทะเลทรายแงงง บรรทัดเดียวก็เริ่มมโนได้ (…) แล้วก็ตอนช่วยชีวิตจากงูอีกฟฟฟฟ แล้วนี่ก็แอบไปเห็นแปลภาคซาไห่มาแล้วอีกแงงง ยังไม่ได้อ่านแต่รู้สึกได้ว่าต้องดีงามมากแน่ๆโฮรลลลฟฟฟฟฟฟ

ปล.ไม่รู้ว่าจะตรงคาร์มั้ย มีอะไรแนะนำได้นะคะ แอบรู้สึกว่านายแว่นในฟิคเรามันละมุนๆไปหน่อยฟฟฟฟฟฟ

Advertisements

4 thoughts on “Dàomù bǐjì FanFiction [ เฮยเสียจื่อ x อู๋เสีย ] ‘Sunglasses’

  1. อูวววว นุ่มนวลผิดวิสัยพี่เฮย ปกติพี่แกต้องแรดไม่ใช่เหรอ แค่กๆๆ / โดนมือลึกลับบีบคอ

    เป็นคนแอบรักนี่มันน่าสงสารรรรรรร กลับไปซบอกคุณชายให้คุณชายรังแก แฮ่มม เอ็นดู (เหมือนจะดีขึ้น?) เหมือนเดิมดีกว่านะพี่ชาย / ตบบ่าปุๆ

    • อ๋ายย ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่ะแงงง555555 รู้สึกเราจะมาแนวแว่นระทม—/แค่กกกก อยากเขียนให้แรดมากแต่ไม่เคยเขียนแนวนั้นเลย ไม่ชินอย่างแรง คงต้องหาฟิคอ่านเยอะๆ—/จ้องคุณนกและพี่จิ้ง /โดนตบ ยังไงก็ขอบคุณมากๆนะคะที่เข้ามาคอมเมนท์ ปริ่มและเขินมากฟฟฟฟฟ//////

  2. โอยพี่เฮยเวอชั่นนี่ หล่อและเท่มากเลยคะ ให้อารมณ์ผู้ใหญ่กว่า เอ้นดูเด็กๆ แงน่ารัก

    • เวอร์ชั่นนี้แสนดีมากค่ะ;///; นี่มันบทพระรองงงฟฟฟฟฟฟ คหสต.นะคะ พี่เฮยในมุมมองเราอาจจะมองนายน้อยกับคุณชายเหมือนเป็นเด็กน่าเอ็นดูทั้งคู่ แต่พออยู่กับนายน้อยแล้วจะแตกต่างกับคุณชายตรงที่นายน้อยเป็นเด็กดีกว่าค่ะ ส่วนคุณชายนี่ออกแนวเผด็จการและอยากกินคนแก่— /แค่กกก (แต่ถ้านายน้อยเปิดโหมดดาร์กก็อาจจะไม่ต่างกับคุณชายก็ได้นะ..) ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและขอบคุณสำหรับคอมเมนท์นะคะ;////;

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s