KnB FanFiction [ Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘Magic & Love’

KnB FanFiction

Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei

‘Magic & Love’

………..

เวทมนตร์เป็นสิ่งวิเศษ

เวทมนตร์ทำให้มนุษย์ยิ้มได้ สนุกสนาน มีความสุข เปี่ยมไปด้วยความหวัง หรือบางทีก็บันดาลให้มนุษย์สิ้นหวัง ท้อแท้ เจ็บปวดและทรมานในเวลาเดียวกัน..

เช่นเดียวกับความรัก…

…….

“คิโยชิ.. ฉัน.. อ่า เอ่อ.. ช่างมันเถอะ!! พรุ่งนี้เจอกัน!!”

หลังจากที่อ้ำอึ้งอยู่นาน ฮิวงะ จุนเปย์ก็เลือกที่จะไม่พูดความในใจออกไปเช่นเคย ปล่อยให้คนรอฟังทำหน้าสงสัยเหมือนทุกครั้ง

“…วันนี้จะกลับคนเดียวอีกแล้วเหรอ”

“แหงล่ะ ใครจะอยากกลับพร้อมกับนายกันเล่า!”

กัปตันเซย์รินตวาดเสียงดังขณะนั่งง่วนผูกเชือกรองเท้า คิโยชิ เท็ปเปย์ก้มมองแผ่นหลังของคนตัวเล็กกว่าบนพื้นห้องชมรมอย่างไม่เข้าใจ ช่วงสี่วันที่ผ่านมาดูเหมือนว่าฮิวงะมีธุระอะไรบางอย่างกับเขา และพยายามจะพูดออกมาก็ต่อเมื่ออยู่ด้วยกันสองคนเท่านั้น

แต่จู่ๆก็เฉไฉไปคุยเรื่องอื่นบ้าง เดินหนีไปบ้าง บางทีก็โวยวายใส่เขาบ้าง ถ้าสังเกตดีๆก็จะเห็นว่าทุกครั้งที่กำลังจะบอกบางอย่างกับเขา ทั้งแก้มและใบหูของฮิวงะจะกลายเป็นสีแดงเรื่อๆ คิโยชิรู้ดีว่าไม่ควรคิดไปเอง แต่สุดท้ายก็อดเข้าข้างตัวเองไม่ได้อยู่ดี

ถ้าเขามีเวทมนตร์ที่สามารถอ่านใจคนได้ก็คงจะดี..

“ฮิวงะ..”

“อ.. อะไร”

“จันทร์หน้ามีสอบย่อยประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น พรุ่งนี้ช่วยมาติวให้หน่อยได้มั้ย”

“….เอางั้นก็ได้” คนถูกขอร้องตอบกลับเสียงห้วนโดยที่ยังก้มหน้าก้มตายุ่งอยู่กับเชือกรองเท้า แค่ฟังดูก็รู้แล้วว่าไม่ได้ห้วนเพราะไม่สนใจ แต่กำลังพยายามเต็มที่ไม่ให้เผลอทำเสียงสั่นต่างหาก

“งั้นก็.. พรุ่งนี้เจอกันนะ ที่บ้านฉัน” คิโยชิยิ้มให้กับแผ่นหลังนั้นขณะที่เก็บของไปด้วย ฮิวงะพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นแล้ววิ่งผลักประตูชมรมออกไปอย่างรีบร้อน

“ระวังล้มนะฮิวงะ!”

เซ็นเตอร์ร่างยักษ์ตะโกนไล่หลังอีกคนไป เสียงฝีเท้าสะท้อนก้องอยู่บนระเบียงทางเดินพักหนึ่งก่อนจะค่อยๆแผ่วลงไปเรื่อยๆ เหลือแต่เพียงความเงียบที่เริ่มแผ่เข้าปกคลุมห้องชมรมบาสเก็ตบอล คิโยชิเก็บผ้าขนหนูลงกระเป๋าเป็นอย่างสุดท้ายก่อนจะปิดไฟห้องชมรมแล้วเดินออกไปอย่างเชื่องช้า ราวกับต้องการจะสูดกลิ่นไอของใครบางคนที่ยังหลงเหลืออยู่ ณ ที่แห่งนั้นให้นานที่สุด..

…..

วันเสาร์ เวลา 15.00น.

ฮิวงะนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นห้อง เสื้อยืดสีเขียวตัวโปรดเลิกขึ้นเห็นกล้ามเนื้อท้องเล็กน้อย กองหนังสือวิชาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น สมุดจด กระดาษ และฟิคเกอร์นักรบไม่กี่ตัววางเกลื่อน คิโยชิเหลือบมองสภาพของอีกคนแล้วยิ้มกว้าง ความจริงคนที่มีสภาพอนาถอย่างนั้นน่าจะเป็นเขามากกว่า แต่เพราะฮิวงะดันสอนไปโวยวายไป แถมยังอุตส่าห์ขนฟิคเกอร์จากบ้านมาอธิบายประกอบการสอน สุดท้ายคนที่เหนื่อยทั้งๆที่เริ่มติวไปได้แค่สองชั่วโมงครึ่งจึงต้องนอนหอบแฮ่กอยู่แบบนี้

“ระหว่างที่ฉันกำลังพักนายก็ทำแบบฝึกหัดพวกนั้นไปซะ! อย่าอู้!!” คนผมดำตีหน้าโหดทั้งๆที่ยังเหนื่อย พร้อมๆกับชี้ไปทางกองหนังสือที่กองๆอยู่บนโต๊ะไม้นั่งพื้น ท่าทางตลกๆแบบนั้นทำเอาคนตัวใหญ่ต้องกลั้นขำแล้วรีบตีสีหน้าให้ปกติมากที่สุด

“อา.. เข้าใจแล้ว” คิโยชิมองกองหนังสือเหล่านั้นแล้วกลืนน้ำลายหนึ่งอึก มือหยาบกร้านจากการเล่นบาสค่อยๆสุ่มหยิบหนังสือออกมาเล่มหนึ่งก่อนจะค่อยๆพลิกหน้ากระดาษแล้วเริ่มทำไปทีละข้อ

กัปตันเซย์รินลอบมองอีกฝ่าย ในใจเริ่มกระอักกระอ่วน ความรู้สึกบางอย่างตกตะกอนอยู่ภายในใจ ความรู้สึกที่อยากบอกออกไปแต่ก็ไม่กล้า ส่วนหนึ่งก็เพราะเขินอาย ฟอร์มจัด และหวาดกลัว… หวาดกลัวคำตอบของอีกคน….

‘ขี้กลัวอย่างนี้ไม่สมกับเป็นนายเลยนะ ฮิวงะคุง! โอ๊ยยย ทำไมผู้ชายถึงได้เป็นแบบนี้กันหมดเลยนะ ไม่เห็นเข้าใจเลย!’

เสียงของโค้ชสาวผู้ทรงอิทธิพลของเซย์รินดังขึ้นในหัวของกัปตันทีม ใช่แล้ว นี่คือบทสนทนาระหว่างเขากับไอดะ ริโกะเมื่อหลายคืนก่อนนั่นเอง

‘อะไรของเธอฟะ! ยังไม่ได้บอกเลยนะเฟ้ยว่าเป็นฉัน แค่ยกตัวอย่างเพื่อนในห้องที่จู่ๆก็มาระบายให้ฟังเท่านั้นเอง!’ คนโทรไปปรึกษารีบกลบเกลื่อนความจริงก่อนจะกำโทรศัพท์มือถือแน่นขึ้นเล็กน้อย

‘ก็อย่างที่ว่านั่นล่ะนะ พอจะมีวิธีช่วยหมอนั่นไหม’

‘หือ.. วิธีช่วยงั้นเหรอ ก็สารภาพออกไปตรงๆสิ ไม่เห็นต้องอาย เป็นผู้ชายซะเปล่ามามัวขงมัวเขินคิดเล็กคิดน้อยอะไรอยู่ได้ น่ารำคาญย่ะ’ คำตอบของอีกฝ่ายแทงใจดำฮิวงะเข้าอย่างจังจนเจ้าตัวเผลอร้อนรนแก้ตัวออกไป

‘มะ ไม่ได้เขินเฟ้ย! เอ๊ะ.. เอ่อ.. อะ เอาเป็นว่าหมอนั่นไม่ได้เขินก็แล้วกัน… แล้ววิธีอื่นล่ะ..’

‘อืม.. มันก็มีอีกวิธีนึงนะ เป็นความเชื่อของพวกผู้หญิงน่ะ ที่ว่ากันว่าถ้าเขียนชื่อคนที่แอบชอบลงบนยางลบแล้วใช้จนหมดโดยไม่ทำหายก็จะสมหวังน่ะ’

‘…อึ๋ย ไร้สาระสุดๆเลยแฮะ มันจะได้ผลเรอะ นี่เธอกำลังล้อฉันเล่นอยู่ใช่มั้ยเนี่ย’

‘อย่าบอกนะว่าฮิวงะคุงลืมเรื่องคากามิคุงกับดินสอของมิโดริมะคุงไปแล้ว… ไม่ลองก็ไม่รู้หรอก มีเพื่อนคนนึงโทรมาปรึกษาฉันเหมือนฮิวงะคุงนี่แหละ ลองแนะนำวิธีนี้ไปก็เห็นว่าจะลองทำดูน่ะ ฮิวงะคุงเองก็ไปบอกเพื่อนขี้กลัวให้ลองไปทำดูนะ’

บทสนทนาของเขากับริโกะไม่ได้จบลงเพียงแค่นี้ แต่สาระสำคัญที่เขาต้องการรู้จบแค่นั้น ฮิวงะไม่ใช่คนประเภทที่ต้องพึ่งคนอื่น แต่เรื่องแบบนี้เขาไม่ถนัดรับมือด้วยเลยซักนิด คำว่าศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ทำให้ทุกอย่างดูยุ่งยาก แต่สุดท้ายความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในสมอง ประจวบหมวบเหมาะกับมองเห็นยางลบก้อนใหม่ที่ยังถูกห่ออยู่ภายใต้พลาสติกใสบางๆก้อนหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะทำการบ้าน บังเอิญดีแท้ที่เมื่อตอนเย็นเขาเพิ่งแวะซื้อยางลบก้อนใหม่แทนก้อนเก่าที่หายไปพอดี…

ใช่ว่าเรื่องพวกนี้มันจะแม่นไปซะทุกอย่างนี่ แค่ยางลบก้อนนึงจะไปกำหนดหัวใจใครได้..

อวัยวะที่ซับซ้อนขนาดนั้น…ขนาดเจ้าของเองยังทำอะไรไม่ได้มากเลย…

ฮิวงะแกะห่อพลาสติกบางๆอออก่อนจะดึงปลอกกระดาษออกมา ตวัดลายมือเป็นชื่อ ‘คิโยชิ เท็ปเปย์’ แล้วเอาปลอกกระดาษมาปิดไว้เหมือนเดิม

เหตุการณ์นั้นผ่านมาแล้วหลายวัน ก่อนหน้าที่เขาเริ่มคิดจะสารภาพรักอย่างจริงจัง ดูเหมือนเขาจะลืมนึกถึงยางลบก้อนนั้นไปเลย…

ยางลบที่ตอนนี้อยู่ในมือคิโยชิ..

“เฮ้ย!!! คิโยชิโว้ยยยยย หยุดเลยนะ!!!! อย่ายุ่งกับยางลบนั่น!!”

ฮิวงะตาแทบถลนออกจากเบ้า (ถ้าไม่มีแว่นคิดว่าคงหล่นมากองบนพื้น..) คนนอนแผ่รีบเด้งตัวขึ้นมาแล้วแย่งยางลบในมือของอีกฝ่ายไปทันที คิโยชิมองคนหายใจหอบแล้วกระพริบตาปริบๆเป็นเชิงสงสัย

“เอ๋.. ห้ามใช้ยางลบเหรอฮิวงะ”

“เออ!! ห้ามใช้เด็ดขาดเลยด้วย!!!”

“งั้นไม่ใช้ก็ได้ แต่ขอยางลบคืน..”

“จะบ้าเรอะ! นี่มันยางลบฉัน!!”

“เอ๋ แต่ว่า.. ถ้าจำไม่ผิดนั่นของฉัน…” คิโยชิมองยางลบในมือฮิวงะแล้วหันไปมองอีกก้อนนึงที่กล่นอยู่บนพื้น ฮิวงะเริ่มหน้าถอดสี ทำไมยางลบทั้งสองก้อนถึงได้เหมือนกันขนาดนี้!!

หนุ่มนักบาสสองคนมองหน้ากัน คิโยชิก้มหยิบยางลบบนพื้นมาเพ่งพินิจอยู่ครู่หนึ่ง ต่างฝ่ายต่างก้มลงแกะปลอกกระดาษออก ลายมือคุ้นตาปรากฏอยู่บนผิวยางลบสีขาวสะอาด ชื่อที่คุ้นเคย…

นั่นมันชื่อเขาไม่ใช่เรอะ?!!

ทั้งคู่ต่างก็เงยหน้ามองกัน ฮิวงะหน้าแดงก่ำ ขณะที่คิโยชิหน้าแดงเล็กน้อยแต่ยิ้มกว้างอย่างยินดี

บางทีนี่อาจจะเป็นเวทมนตร์..

เวทมนตร์ทำให้คนบินได้

ความรักทำให้คนรู้สึกมีความสุขราวกับลอยได้

เวทมนตร์ทำให้สื่อสารกันผ่านโทรจิตได้

ความรักทำให้หัวใจสองดวงของคนสองคนเชื่อมติดกันได้….

เวทมนตร์ก็คือความรัก ความรักก็คือเวทมนตร์

ไม่มีใครรู้ว่าเวทมนตร์มีอยู่จริงหรือไม่…

แต่ความรักมีอยู่จริง…

………..

หวาาาา จบแล้ววว จบแบบนี้แหละค่ะฟฟฟฟ สั้นไปสินะะะ |||Orz หลังจากที่ไม่ได้เขียนฟิคมานานพบว่ามือฝืดขึ้นเยอะค่ะ ฟฟฟฟฟ ขอให้สนุกกับฟิคนะคะ❤️

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s