KnB FanFiction [ Kiyoshi x Hyuuga ] ‘The Teacher’

*ฟิคเก่าย้ายจากDek-Dค่ะ

KnB FanFiction

Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei

‘The Teacher’

………

“ญี่ปุ่นยุคโบราณจะเน้นล่าสัตว์ เริ่มทำการเพาะปลูก ต่อมาก็เป็นยุคนารา ยุคนี้เริ่มรับศาสนาพุทธ ศิลปะวิทยาการ อย่างเช่นตัวอักษรจากจีน ส่วนยุคเฮอันเป็นยุคของขุนนางในราชสำนัก เป็นยุคทองของศิลปะวิทยาการ มีการแต่งนวนิยายเล่มแรกของโลกก็คือเคนจิโมโนกาตาริ…… เฮ้ย! คิโยชิ ฟังอยู่รึเปล่าฟะนั่น?!!”

“อ๋าๆ ฟังอยู่ๆ”

คิโยชิ เท็ปเปย์เงยหน้าขึ้นจากจานกระเบื้องที่บรรจุโดรายากิไว้แน่นเอี้ยด นัยน์ตาสีอ่อนสบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มหลังเลนส์แว่นที่เปี่ยมไปด้วยความไม่พอใจจนร่างกายเผลอสะดุ้งไปเองเล็กน้อย

“จู่ๆก็มาบอกให้ช่วยติวประวัติศาสตร์ให้ ฉันก็ช่วยแล้วไง!! ตั้งใจฟังหน่อยสิฟะ!!”

ฮิวงะ จุนเปย์โวยวายก่อนจะคว้าเอาโดรายากิในจานมากัดเล็กน้อย ร่างสูง178เซนนั่งบนพื้นห้อง เอนหลังพิงกับขอบเตียง ขณะที่คิโยชินั่งห่างออกไปเล็กน้อยโดยมีตำราเรียนและจานขนมวางคั่นกลาง

“อ่า… ต่อเลยเถอะฮิวงะ เมื่อกี๊ฉันฟังอยู่จริงๆนะ” คิโยชิคว้าเอาโดรายากิมาคาบไว้แล้วพูดเสียงอู้อี้ ใช่ เขาฟังอยู่จริงๆ เพียงแต่ไม่มีอะไรเข้าหัวเลยแม้แต่น้อย

“…งั้นต่อนะ! ยุคคามาคุระกับยุคมุโรมาจิมีการรบเกิดขึ้น อำนาจตกอยู่กับโชกุนเท่านั้น เริ่มมีการติดต่อกับชาติตะวันตกบ้าง อย่างเช่นฮอลันดากับโปรตุเกส แล้วศาสนาคริสต์เองก็เริ่มเข้ามาในช่วงนี้…”

เซ็นเตอร์ของทีมเซย์รินพยักหน้าหงึกหงักพร้อมกับจดสิ่งที่อีกฝ่ายพูดลงในสมุดโน้ตเล่มบาง กัปตันทีมแอบยิ้มเล็กน้อยที่เห็นอีกฝ่ายตั้งใจเรียนก่อนจะสาธยายต่ออย่างมุ่นมั่น

“ยุคเอโดะเป็นยุคที่วัฒนธรรมชาวเมืองเฟื่องฟู บ้านเมืองสงบสุข แล้วก็ปิดประเทศ ส่วนยุคเมจิเริ่มมีการเปิดประเทศเข้าสู่ยุคใหม่ วัฒนธรรมตะวันตกหลั่งไหลเข้ามา แล้วเอโดะก็เปลี่ยนชื่อเป็นโตเกียว…..”

“อย่างนี้นี่เอง ยอดไปเลยนะฮิวงะเนี่ย อ่านหนังสือรอบเดียวก็พูดออกมาได้ขนาดนี้”

“ก็คนมันชอบนี่นา ว่าแต่อย่าชวนคุยสิฟะ! อีกนิดเดียวก็จบแล้วเนี่ย!”

คนผมดำดุก่อนจะเริ่มสาธยายต่อ แต่คราวนี้สายตาของนักเรียนร่างใหญ่ไม่ได้จดจ่ออยู่ที่สมุดโน้ตหรือแม้แต่โดรายากิของโปรด ใบหน้าของคนสอนต่างหากที่ถูกจ้องมองอย่างไม่เกรงใจ ทว่าคนถูกมองกลับไม่รู้ตัวเลยซักนิด เพราะกำลังหลับตา หัวเกยอยู่บนที่นอน ทบทวนความทรงจำต่างๆที่มีอยู่ ริมฝีปากบางขยับขึ้นลงเอ่ยเอื้อนประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นต่อไปอย่างไม่รู้เบื่อ

“ยุคไทโชญี่ปุ่นแผ่ขยายอาณาเขตไปต่างประเทศ ยุคโชวะเกิดสงครามโลกครั้งที่2..”

คิโยชิค่อยๆเคลื่อนย้ายกองหนังสือออกไปห่างๆ เลื่อนจานโดรายากิออกไปอย่างแผ่วเบา ร่างสูง193เซนฯค่อยๆเขยิบเข้าไปใกล้คนที่ยังคงหลับตาพูดฉอดๆ ใกล้เข้าไปเรื่อยๆ…

“…จนกระทั่งถึงยุคเฮเซ”

ฮิวงะลืมตาขึ้นทันทีเมื่อจบเนื้อหาที่เจ้าตัวสรุปมาแต่ประเด็นสำคัญ แต่ทว่าภาพเพดานห้องที่แสนคุ้นตากลับกลายเป็นใบหน้าของใครบางคนที่ใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน

“!!!!!”

“มีเศษโดรายากิติดอยู่ที่แก้มน่ะฮิวงะ” คิโยชิว่าพลางใช้ปลายลิ้นเลียเศษขนมออกให้อย่างมีน้ำใจ แต่คนถูกเลียกลับนั่งตัวแข็งทื่อ ใบหน้าร้อนวาบ นัยน์ตาเบิกกว้างจ้องมองคนตัวใหญ่ด้วยสายตาเหมือนทำอะไรไม่ถูก

“อืม โดรายากิร้านนี้อร่อยเนอะ วันหลังซื้อมาอีก– อุ๊บ!!”

ใบหน้าของคิโยชิหันขวับไปตามแรงหมัดของฮิวงะ ร่างสูงกำยำเซไปเล็กน้อย สุดท้ายก็ลงไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ที่พื้นห้อง ฝ่ายกัปตันเซย์รินเห็นดังนั้นจึงลุกไปกระชากคอเสื้ออีกคนแล้วเงื้อหมัดจะต่อยอีกรอบ แต่มีหรือคนถูกต่อยจะยอมโดนต่อยซ้ำสอง มือใหญ่กำข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่น

“ฮิวงะ…”

“อะ.. ไอ้บ้า! ปล่อยนะเฟ้ย!!!” คนที่เคยได้เปรียบพยายามสะบัดข้อมือออกจากอีกฝ่าย แต่กลับไม่ได้ผล ฮิวงะยอมปล่อยมือที่จับคอเสื้อของอีกคนไว้แน่นแล้วใช้มือนั้นแงะมือของคิโยชิออกไป ร่างสูง193เซนฯมองความทุลักทุเลของอีกคนแล้วยิ้มบางๆ ก่อนจะเอนตัวนอนลงบนพื้นห้องพร้อมๆกับกระชากร่างที่กำลังง่วนอยู่กับการแกะข้อมือออก ส่งผลให้คนใส่แว่นเสียการทรงตัว เผลอปล่อยมือที่กำลังงัดแงะ และล้มลงมาซบแผ่นอกกว้างของอีกฝ่าย

“ไอ้บ้าคิโยชิ นี่คิดจะทำอะไรฟะ ปล่อยซะทีเซ่! ฉันไม่ต่อยแกแล้วก็ได้!!”

“ไม่ล่ะ ขออยู่อย่างนี้ต่ออีกหน่อยนะฮิวงะ”

คิโยชิทำเสียงอ้อน ฮิวงะกัดฟันกรอดพยายามใช้มือข้างที่เป็นอิสระดันตัวขึ้นจากอีกฝ่าย สุดท้ายเมื่อคิโยชิกระชากแขนอีกทีก็ล้มไปกระแทกแผ่นอกอีกฝ่ายเหมือนเดิม แถมรอบนี้คิโยชิยังเอาแขนอีกข้างมาวางพาดไว้บนหลังของคนขี้โวยวายอีกต่างหาก

“นะ อยู่อย่างนี้ซักพักเถอะ..”

“ชิ….. งั้นก็เรียนต่อกันทั้งอย่างนี้ละกัน!!”

ว่าแล้วฮิวงะเริ่มประมวลความรู้ในหัว คิโยชิเหวอไปสองวินาทีก่อนจะอดหัวเราะกับท่าทีของอีกฝ่ายไม่ได้

“ฮิวงะเนี่ยตลกจังนะ แต่แบบนี้อาจจะจำได้ดีกว่าเดิมก็ได้”

“เฮอะ อยากอยู่อย่างนี้ก็อยู่ไป ถ้าฉันยังเล่าเรื่องเซนโกกุจิไดไม่จบก็อย่าได้ลุกเป็นอันขาด! เมื่อยตายไปซะเถอะ!!”

“อา.. เข้าใจแล้ว แต่ว่าเริ่มเมื่อยแล้วแฮะ… ขอนอนตะแคงละกันนะ ยังไงก็ยังอยู่ท่าเดิม แต่เปลี่ยนจากเป็นนอนตะแคง แล้วฉันก็ปล่อยข้อมือนายแล้วด้วย” คิโยชิว่าพลางพลิกตัวไปด้านขวามือ สองแขนกว้างกอดร่างเล็กกว่าตนแน่น ฮิวงะอยากโวยวายมากว่าแบบนั้นใช้ได้ที่ไหน แต่สุดท้ายก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วรีบทำหน้าที่อาจารย์ต่อ ไม่อย่างนั้นเกรงว่าจะมืดค่ำเสียก่อน

“เซนโกกุจิไดเป็นยุคสงครามกลางเมืองระหว่างกลางคริสต์ศตวรรษที่15ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่17 มีสาเหตุมาจากการเสื่อมอำนาจลงของระบอบโชกุนตระกูลอะชิกางะที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปได้..”

คิโยชินอนฟังอีกคนเล่าเรื่องแล้วยิ้มกว้าง ไม่ใช่ว่าเรื่องที่เล่ามันสนุกหรือว่าเขาจำได้ดียิ่งกว่าเดิม แต่เป็นเพราะได้นอนกอดฮิวงะอยู่อย่างนี้ต่างหาก…

“ถ้าพูดถึงเซนโกกุจิไดล่ะก็ มันก็มีคนให้นึกถึงอยู่3คน นั่นก็คือโตกุงาวะ อิเอยาสึ กับโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ แล้วก็โอดะ โนบุนางะ อ๊ะ!! เห็นอย่างนี้แต่ฉันก็ชอบโนบุนางะนิดหน่อย ยุทธการนากาชิโนะนั่นยอดเยี่ยมไปเลย!! แสดงถึงความฉลาดเจ้าเล่ห์ได้ดีจริงๆ ถึงคนรุ่นหลังจะมองว่าโอดะเป็นปีศาจ แต่ฉันว่าถ้ามองในมุมกลับกันแล้วหมอนั่นก็เป็นวีรบุรุษคนสำคัญนะ แถมประวัติก็สุดๆไปเลย..!!! จะว่าไปมังกรตาเดียวดาเตะมาซามุเนะก็สุดยอด!! ฉันล่ะชอบความบ้าดีเดือดของหมอนั่นชะมัด! ทัพทาเคดะกับยูคิมูระเองก็เจ๋งใช่เล่น!! นับถือในสปิริตความเป็นซามูไรของคนพวกนั้นมากๆเลยล่ะ!! แต่ถ้าพูดถึงมังกรแห่งเอจิโกะ อุเอสึกิ เคนชิน… มันก็ต้องนึกถึงนาโอเอะ คาเนสึกุคนนั้นอยู่แล้ว!!!”

ฮิวงะรัวชื่อนักรบออกมารัวๆจนคิโยชิมึนตึ้บ นัยน์ตาหลังเลนส์แว่นส่องประกายระยิบระยับ คิโยชิมองตามสายตาของฮิวงะไปเรื่อยๆจนพบว่าจุดโฟกัสของกัปตันทีมอยู่ที่หุ่นฟิdเกอร์นักรบบาซาระที่วางอวดโฉมอยู่ในตู้โชว์ ทั้งร่างของนักรบถูกหุ้มไปด้วยเกราะ และที่ดึงดูดสายตาของเซนเตอร์ร่างยักษ์ได้ดีที่สุดคือตัวอักษรคำว่า ‘รัก’ (愛) ที่โดดเด่นอยู่บนชิ้นส่วนหมวกเกราะ

“คาเนสึกุน่ะ เป็นคนที่ยึดถือหลักความยุติธรรมเพื่อปกป้องประเทศให้พ้นจากภัยสงคราม แล้วก็ยึดถือหลักความรักกับความเมตตาผ่านอุปสรรคนานาเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม!!! เจ๋งไปเลยใช่มั้ยล่ะ นี่ล่ะวีรบุรุษ!!!”

“อา.. ฉันรู้สึกว่าที่เจ๋งสุดๆน่ะฮิวงะนะ รู้ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นลึกสุดๆ” คิโยชิเอ่ยยิ้มๆกับคนที่เริ่มเหนื่อยเพราะพูดมากเกินไป คนถูกชมหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะรีบบอกปัดไปทันที ความจริงแล้วถ้าเป็นคนอื่นชมเขาอาจจะช่วยยกยอตัวเองด้วยก็ได้ แต่นี่เป็นคิโยชิ….. ถูกคิโยชิชมน่ะไม่เหมือนกับถูกคนอื่นชมหรอกนะ….

“แต่ฮิวงะก็เก่งแค่เรื่องHIS(S)TORYล่ะนะ แล้วOur Storyล่ะ?”

“นะ นี่มันมุก?!! คิโยชิ!! นายติดโรคมุกแป้กของอิซึกิมาแล้วเรอะ?!!! ไม่สิ ไม่ใช่แค่แป้ก แต่มันยังเสี่ยวอีกต่างหาก เหนือกว่าอิซึกิอีก!” ฮิวงะอ้าปากพะงาบๆมองคนเล่นมุกที่ยิ้มแฉ่งอย่างเบิกบานที่มุกตัวเองประสบความสำเร็จ(?)

“ก็นิดหน่อยนะ~ ฉันอ่านสมุดมุกของอิสึกิมาตั้ง108เล่มเชียวนะ แต่ก็คิดได้แค่มุกนี้มุกเดียวนั่นแหละ”

“108เล่ม… ไม่สิ ประเด็นคือนายอ่านจบหมดได้ไงฟะ?!!!”

“ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นไง ฉันพยายามได้ดีใช่ไหมล่ะ?”

“……เออ พยายามได้ดี…” ฮิวงะถึงกับพูดไม่ออก ถ้าเป็นเขาเจอแค่เล่มหนึ่งเข้าไปคงช็อคตายเพราะความไม่ฮาสุดๆ แต่นี่คิโยชิกลับทนอ่านถึงเล่มที่108เพื่อหามุกมาเล่นกับเขา…

ไอ้หมอนี่มันบ้าหรือมันโง่กันแน่เนี่ย?!!

แต่ก็น่าจะทั้งคู่ละมั้ง…..

“แล้วก็นะฮิวงะ จากนี้ไปมาทำตามหลักของนาโนเอะ คิเนสึกิคนนั้นเถอะ แต่เป็นหลักตามความเข้าใจของฉันนะ”

“นาโอเอะ คาเนะสึกุเฟ้ยยย!!! พูดชื่อให้ถูกก่อนสิฟะไอ้โง่!! ว่าแต่ทำตามหลักที่นายเข้าใจ..? นี่นายเข้าใจว่ายังไงกันแน่ฟะ?!!”

“อื้ม! ฉันน่ะไม่เข้าใจความเมตตาเพื่อบ้านเมืองอะไรนั่นหรอกนะ แต่ว่านาโอเอะ คาเนสึกุเนี่ยเป็นเทพแห่งความรักอะไรทำนองนี้ใช่มั้ยล่ะ งั้นเรามารักกันเพื่อนาโอเอะ คาเนสึกุกันเถอะนะ”

“เฮะ…?”

“มารักกันนะฮิวงะ~”

“ไอ้บ้าคิโยชิ!!!! วันนี้ฉันจะกรอกหูแกเรื่องนาโอเอะ คาเนสึกุทั้งวันเลยเฟ้ย!!! เฮ้ย!! ก้มหน้าลงมาทำไมฟะ ออกไปเลยไป๊!!”

ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายในห้องนอนของกัปตันทีมเซย์ริน แม้จะไม่มีใครสังเกต แต่ตัวอักษรบนหมวกเกราะของนาโอเอะ คาเนสึกุกลับสะท้อนแสงแดดจนเป็นประกายงดงามจับตา…

สะท้อนออกมาเป็นคำว่า ‘รัก’ คำเดียวเท่านั้นแต่มีนิยามล้านอย่าง

คำว่า ‘รัก’ ที่สะท้อนออกมาจากใจของคนทั้งสอง คิโยชิ เท็ปเปย์และฮิวงะ จุนเปย์

…………………….

ช่วงนี้เพิ่งหัดเล่นWpค่ะ กำลังทยอยเอาฟิคจากคลังในDek-Dลงอยู่ อาจจะยังงงๆกับระบบ แต่คิดว่าเดี๋ยวก็โอเคขึ้นค่ะ ฟฟฟฟฟฟ จะฟิคเก่าฟิคใหม่ก็ให้สนุกกับฟิคนะคะ❤️

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s