KnB FanFiction [ Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘The Distance Between Us’

*ฟิคเก่าย้ายจากDek-Dค่ะ

KnB FanFiction

Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei

‘The Distance Between Us’

………

ระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์เฉลี่ยแล้วประมาณ 384,400 กิโลเมตร

แต่ระยะห่างระหว่างหัวใจของคนสองคนกลับวัดได้0มิลลิเมตร…….

………

ท่ามกลางความมืดที่เริ่มโรยตัวปกคลุม มีเพียงแสงไฟและแสงจันทร์เท่านั้นที่ยังทำหน้าที่ให้ความสว่างในค่ำคืนที่เงียบสงัด เด็กหนุ่มม.ปลายสองคนในชุดเครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนเซย์รินเดินกลับบ้านด้วยสภาพเหนื่อยอ่อนจากการซ้อมบาสอย่างหักโหม คนหนึ่งใส่แว่นและมีเรือนผมสีดำตัดสั้น ขณะที่อีกคนตัวสูงใหญ่และมีเรือนผมสีน้ำตาล ทั้งฮิวงะและคิโยชิต่างเหนื่อยเกินกว่าจะมีแรงพูดคุยอะไรทั้งสิ้น ท้ายที่สุดแล้วกัปตันเซย์รินก็ทนไม่ไหวเมื่อเดินผ่านม้านั่งในสวนสาธารณะ เจ้าของความสูง178เซนฯถลาไปทรุดนั่งอย่างเหนื่อยอ่อน ตามมาด้วยคิโยชิที่เดินเซหมดแรงตามอีกฝ่ายมา

“อา… หนักใช้ได้เลยแฮะวันนี้ ว่างั้นมั้ยฮิวงะ” คิโยชิเป็นฝ่ายชวนคุย ฮิวงะที่ปวดล้าไปทั้งร่างพยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงเห็นด้วย คนตัวเล็กกว่าถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนพร้อมกับหลับตาลง แต่คนตัวสูงกว่าที่นั่งเบียดข้างๆกลับเขย่าต้นขาอีกฝ่ายเบาๆเป็นเชิงเตือนสติ เพราะถ้ามาหลับเอาตรงนี้เกรงว่าจะโดนยุงหามไปได้

“รีบกลับกันเถอะฮิวงะ เดินไหวไหม? ฉันช่วยพยุงนะ”

“อา.. โทษทีๆ นั่นสินะ รีบกลับกันเถอะ อ๊ะ ไม่ต้องช่วยหรอก นายเองก็เหนื่อยเหมือนกันนี่” ฮิวงะคลอนหัวไปมาเพื่อเรียกสติตัวเอง แต่ขณะที่เจ้าตัวกำลังจะลุกขึ้นยืน คิโยชิกลับคว้าข้อมือของกัปตันทีมเซย์รินไว้แล้วดึงให้อีกฝ่ายนั่งลงที่เดิม คนใส่แว่นมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจและกำลังจะเอ่ยปากถาม แต่เซ็นเตอร์ของทีมส่ายหน้าเล็กน้อย แล้วชี้ให้อีกฝ่ายดูบางสิ่งบางอย่างที่ลอยโดดเด่นอยู่บนท้องฟ้า

“วันนี้พระจันทร์สวยนะ.. นั่งดูอยู่อย่างนี้ซักพักเถอะ”

ฮิวงะมองตามนิ้วชี้ของอีกฝ่ายไป ดวงจันทร์สีเหลืองทอแสงนวลชวนอบอุ่นขัดกับท้องฟ้าสีดำที่แทบจะไร้ซึ่งดวงดาว คนผมดำไม่ต่างจากสีท้องฟ้ายามราตรีมองแล้วอมยิ้มนิดๆเมื่อนึกอะไรบางอย่างได้

“เหมือนลูกบาสเลยนะ พระจันทร์เต็มดวงเนี่ย…”

“เห.. จริงด้วยแฮะ”

“คอยดูนะคิโยชิ ฉันจะชู้ตพระจันทร์ให้ดูล่ะ!” ว่าแล้วชู้ตติ้งการ์ดเซย์รินก็ตั้งท่าเหมือนจะชู้ตจริงๆ คนนั่งข้างๆถึงกับหัวเราะในความคิดของอีกฝ่าย ก่อนจะรีบหยุดหัวเราะแล้วเปลี่ยนประเด็นใหม่แทบไม่ทันเมื่อเห็นว่าฮิวงะเขม่นมองตนอยู่

“อ๊ะ แต่ถ้าเอาพระจันทร์ไปเล่นแทนลูกบาสอาจจะทำให้เกมสนุกกว่าเดิมก็ได้นะ เวลาแย่งบอลกันอาจจะมีสีสันมากขึ้นก็ได้”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วนายก็ต้องป้องกันห่วงดีๆนะเฟ้ย! ถ้าปล่อยให้ใครชู้ตพระจันทร์ลงได้ฉันจะชู้ตพระจันทร์ใส่หัวนาย”

“เอ๋ อย่านะฮิวงะ~”

สองหนุ่มม.ปลายหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกันเมื่อนึกสภาพการใช้พระจันทร์แทนลูกบาสในการแข่งขัน ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่จินตนาการ แต่ก็ทำให้พวกเขาบรรเทาอาการเหนื่อยล้าจากการฝึกหนักลงได้บ้าง

“จะว่าไปพระจันทร์นี่อยู่ห่างจากโลกเท่าไหร่กันนะ เหมือนเพิ่งเรียนมาวันนี้เองแฮะ… คาบนั้นฉันก็ดันหลับซะด้วย…” คิโยชิเงยหน้ามองพระจันทร์อย่างนึกสงสัย ก่อนจะแอบโทษตัวเองที่หลับไปแทบจะในทันทีที่เริ่มเรียนคาบบ่าย

“ฉันก็หลับ.. แต่คิดว่าน่าจะประมาณซักสามแสนกว่าๆกิโลมั้ง..” ฮิวงะนั่งลงแล้วเงยหน้าพินิจพิจารณาดวงจันทร์อย่างจริงจัง คิ้วขมวดกันจนเป็นปม คิโยชิมองท่าทีของอีกฝ่ายแล้วยิ้มกว้าง

ฮิวงะ….น่ารัก….

เพราะเป็นคนตรงๆ ตั้งใจทำอะไรจริงจัง เป็นคนที่ไม่ละเอียดอ่อน เลือดร้อน แล้วก็ถึงเจ้าตัวจะไม่พูด แต่เขารู้ดีว่าฮิวงะรักและเอาใจใส่พวกพ้องยิ่งกว่าอะไรดี…

นอกจากนี้แล้ว คนๆนี้ยังฟอร์มจัดสุดๆ…

แต่เพราะอย่างนั้นถึงได้น่ารักสุดๆไปเลยล่ะนะ…

“อืม.. เพราะนายเองก็หลับเหมือนกันนี่เอง! มินาล่ะ ฉันถึงเห็นนายในฝันด้วยล่ะฮิวงะ”

“ไม่เกี่ยวเฟ้ย!! แล้วฉันก็ไม่เห็นจะฝันอะไรเลยซักหน่อย นายนี่มั่วจริงๆ!!”

“หืม.. แสดงว่าฮิวงะอยากฝันถึงฉันบ้างเหรอ?”

“ไม่ใช่!!! ถ้าฝันถึงนายนี่คงเรียกว่าฝันร้าย! แล้วฉันก็ไม่ได้อยากฝันร้ายเฟ้ย!!!” ฮิวงะโวยวายจนหมดแรง

ให้ตายสิ! เรี่ยวแรงที่อุตส่าห์ฟื้นคืนมาเล็กน้อยเพราะได้ดวงจันทร์ช่วยบำบัดกลับต้องเอาไปใช้กับเจ้าคิโยชิจนหมด!

กัปตันเซย์รินเบะปากอย่างไม่พอใจก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อพบว่ามือใหญ่ของคิโยชิจับเขาซบลงกับไหล่ของอีกฝ่าย

“ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย?!”

“ก็ฮิวงะท่าทางจะเหนื่อยไม่ใช่เหรอ?” ผู้เล่นเบอร์เจ็ดมองคนตัวเล็กกว่าด้วยสายตาอบอุ่นจนคนถูกมองหน้าร้อนวาบ นัยน์ตาสีดำเสหลบไปทางอื่นเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นความรู้สึกบางอย่างที่วูบไหวอยู่ในดวงตาของตน

“ฉันดีใจนะฮิวงะ”

“เฮะ..?”

ฮิวงะหันกลับมามองคิโยชิอย่างงงๆ อยู่ดีๆจะมาดีจงดีใจอะไรฟะ ลองมาอยู่ในสภาพที่หัวใจเต้นจนแทบจะทะลักออกมาจากทรวงอกอย่างเขาสิ แบบนี้ดีใจไม่ออกแน่ๆ

“ตอนนี้ระยะห่างระหว่างพวกเราเป็นศูนย์แล้วนะ”

“…ก็เบียดกันซะขนาดนี้นี่นะ ดีใจล่ะสิที่ชนะระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์แล้ว” ฮิวงะว่าพลางเบือนสายตาหลบอีกรอบ ไม่ไหว… เขาต้องเป็นโรคหัวใจแน่ๆ เพราะซ้อมหนักมากเกินไปงั้นเรอะ..?!!

ยิ่งอยู่ใกล้ ฮิวงะยิ่งพบว่าหัวใจของตัวเองยิ่งทำงานหนักมากขึ้นเรื่อยๆ… ยิ่งได้ยินคำพูดที่ส่อไปในทางที่เพื่อนสนิทสองคนไม่มีทางคุยกันได้ ใบหน้าก็ร้อนวาบไปมาราวกับน้ำร้อนลวก…

สงสัยจะเป็นเพราะฝึกหนักเกินไปสินะ…. ไม่ใช่ว่าเขินอายอะไรหรอก……..

“ถ้าท่ารางกายก็ใช่อยู่หรอกนะ แต่ว่าที่ฉันหมายถึงน่ะ ก็คือระยะห่างระหว่างหัวใจของพวกเราสองคนต่างหากล่ะ” เซ็นเตอร์ร่างยักษ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟัง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสบเข้ากลับนัยน์ตาสีดำหลังเลนส์แว่น ใบหน้าคมสันของคิโยชิค่อยๆเลื่อนลงไปหาใบหน้าของกัปตันเซย์รินช้าๆ กลีบริมฝีปากทั้งสี่ประกบกันอย่างนุ่มนวล โดยมีดวงจันทร์และท้องฟ้ายามราตรีเป็นสักขีพยาน ทั้งคู่จุมพิตกันอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งลิ้นร้อนสากของคิโยชิค่อยๆสอดเข้าไปในโพรงปากของฮิวงะ คนถูกขโมยจูบสะดุ้งโหยงกับการกระทำของอีกฝ่าย

คนตัวเล็กกว่าผละออกมาอย่างตื่นตระหนก ใบหน้าแดงก่ำ นัยน์ตาสีเทาเข้มเกือบดำเบิกกว้างมองคนตัวใหญ่ที่กระพริบตาปริบๆ

“ฮิวงะ..? ไม่รู้เหรอว่าจูบต้องใช้ลิ้น…?”

“มะ ไม่รู้อะไรทั้งนั้นว้อย!!! เฮ้ย เดี๋ยวดิ เมื่อกี๊แกมสติดีอยู่นี่!! แล้วเมื่อกี๊ทำบ้าอะไรลงไปฟะ?!!”

“ก็… ทำแบบที่คนรักกันเขาทำไง เลียนแบบมาจากหนังฝรั่งน่ะ”

“คะ ใครรักแกไม่ทราบฟะ?! อย่ามั่วเซ่!!! แล้วก็อย่าไปเลียนแบบอะไรซี้ซั้วสิฟะ!!!”

“ฮะๆ ถึงฮิวงะจะไม่บอก แต่ฉันก็รู้นะ แล้วฉันก็รักฮิวงะด้วย” คิโยชิเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทว่ากลับแฝงไปด้วยความจริงจังในน้ำเสียงนั้น ฮิวงะหน้าแดงยิ่งกว่าเดิมก่อนจะคว้าข้อมืออีกฝ่ายแล้วโวยวายโดยไม่ยอมหันมามองหน้าอีกฝ่าย

“เอ้า! กลับกันได้แล้ว!! พรุ่งนี้ยังต้องมาซ้อมแต่เช้าอีก”

คิโยชิกระพริบตามองข้อมือของตนที่ถูกคว้าไว้แน่นราวกับจะสื่อความหมายบางอย่างก่อนจะเหลือบไปเห็นใบหูของอีกฝ่ายที่แดงก่ำ ริมฝีปากของคนถูกลากกลับบ้านยกยิ้มอย่างพอใจพร้อมกับยอมเดินตามอีกฝ่ายกลับไปแต่โดยดี

จับฉันไว้แน่นขนาดนี้…นายจะไม่มีทางปล่อยฉันไปง่ายๆสินะ…

วางใจเถอะ..ฉันเองก็จะไม่ปล่อยนายไปเหมือนกัน…

คิโยชิยิ้มกว้างก่อนจะเงยหน้ามองดวงจันทร์กลมโตที่ทอแสงนวลบนทองฟ้า

สัญญาเลยล่ะ…

………

ท่ามกลางท้องฟ้าสีดำสนิทที่มีเพียงดวงจันทร์สุกสกาวคอยทอแสงนวลตาในค่ำคืนที่มืดมิด เด็กหนุ่มม.ปลายสองคนเดินกลับบ้านด้วยกันในสภาพอิดโรยทั้งคู่ แต่ทว่าคนหนึ่งกลับยิ้มหน้าระรื่น ส่วนอีกคนหน้าแดงแล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ถึงแม้ว่าจะแสดงออกในท่าทีที่แตกต่างกัน แต่กลับทั้งคู่กลับรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง

ดูเหมือนว่าระยะห่างของพวกเขาจะหดสั้นลงกว่าเดิม

ไม่สิ…มันไม่ได้ห่างไกลอะไรกันอยู่แล้วเลยต่างหาก…

ระยะห่าง…ของคิโยชิ เท็ปเปย์และฮิวงะ จุนเปย์

ระยะห่าง….ที่เท่ากับศูนย์….

………

หง่ากกกก เราเคยทำแบบพี่ฮิวงะนะคะ แต่ทำไมถึงได้สายตาแปลกๆกลับมาล่ะ เสียใจมาก ฟฟฟฟฟฟ เขียนออกมาด้วยความรู้สึกน้อยใจโชคชะตาค่ะ ฟฟฟฟฟฟ ขอให้สนุกนะคะ❤️

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s