KnB FanFiction [Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘Precious Love’

KnB FanFiction

Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei

‘Precious Love’

………

ไม่ใช่แค่แก้วแหวนเงินทองเท่านั้น แต่ความสุขในชีวิต…ก็ถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างหนึ่ง…

นอกจากความสุขแล้ว ยังมีบางสิ่งที่ถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่าที่พระผู้เป็นเจ้ามอบให้มนุษยชาติ…

‘ความรัก’นั่นเอง…

………

“…กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ราชอาณาจักรเซย์รินอันเกรียงไกร ประกอบด้วยเมืองเล็กเมืองน้อยมากมาย แต่ละเมืองต่างก็มีตำนานและที่มาของตน และหนึ่งในนั้น เมืองบาสเก็ตบอลชายซึ่งปกครองโดยเจ้าเมืองฮิวงะ จุนเปย์เองก็มีเรื่องราวเล่าขานกันสืบมาเนิ่นนานเช่นกัน…

นั่นคือ’ตำนานสมบัติแห่งความสุข’….

ว่ากันว่าหากใครได้ครอบครองสมบัติเหล่านั้นจะมีความสุขไปตลอดชีวิต…..”

ไอดะ ริโกะกระแอมเบาๆเป็นสัญญาณการจบเรื่องเล่าที่เล่นเอาสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลคิ้วกระตุกกันเป็นแถบๆ โดยเฉพาะคนที่ถูกเอ่ยชื่อว่าเป็นเจ้าเมืองดูเหมือนจะเงิบหนักกว่าใครทั้งหมดในที่นั้น

“แล้ว… มันอะไรฟะนั่น ไอ้เรื่องเมื่อกี๊เนี่ย…” กัปตันเซย์รินถามพลางทำหน้าเอ๋อใส่โค้ชสาว จู่ๆก็เรียกรวมพลแล้วมายัดเยียดเรื่องแปลกๆใส่หัวสมองทุกคนเนี่ยนะ… ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ฮิวงะที่สงสัยอยู่คนเดียว เสียงจากลูกทีมคนอื่นๆก็ค่อยๆประดัวประเดเข้ามาจนริโกะต้องเป่านกหวีดเสียงดัง ทำเอาโรงยิมกลับมาสงบสุขดังเดิม

“ฟังนะ ถึงเรื่องเมื่อกี๊จะเป็นเรื่องแต่ง แต่นั่นคือภารกิจของพวกนาย ฉันแอบซ่อนสมบัติไว้ทั่วทั้งโรงเรียนแล้ว พวกนายจับคู่กันแล้วไป-หา-มา-ซะ!! สามทุ่มครึ่งต้องมาเจอฉันที่นี่ ตรงนี้..!”

“โฮ่ยๆ เดี๋ยวสิฟะ ไม่ตลกเลยนะเฟ้ย! นี่มันมืดแล้–”

“เห~ มีปัญหาอะไรกับกิจกรรมคลายเครียดของฉันงั้นเหรอ ฮิว~งะ~คุง~”

“เอ่อ.. เปล่าๆ! ไม่มีอะไร!! งั้นก็ไปกันเถอะ คิโยชิ” ฮิวงะยิ้มเจื่อนก่อนจะรีบคว้าแขนเสื้อคนที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดแล้วลากออกไปจากโรงยิม ฝ่ายคนอื่นๆเห็นดังนั้นจึงเริ่มจับคู่กันบ้าง ริโกะถอนหายใจดังๆก่อนจะยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา..

ขณะนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง…

-GAME START-

…….

ณ อาคารเรียนที่มืดสนิทไร้ซึ่งแสงไฟ ฮิวงะ จุนเปย์อาศัยแสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือในการส่องทาง เสียงฝีเท้าที่สะท้อนก้องระเบียงทางเดินทำเอาคนสวมแว่นขนลุกชัน ความจริงแล้วห้องเรียนและห้องชมรมบางห้องยังมีแสงสว่างเล็ดลอดออกมาอยู่บ้าง แต่พวกเขาดันเดินมาโผล่ยังชั้นเรียนร้างผู้คนซะนี่..

“ให้ตายสิยัยนั่น… โรงเรียนตั้งกว้างใหญ่ แล้วอย่างนี้จะเริ่มหายังไงล่ะฟะ ไม่ตลกเลยซักนิด” ฮิวงะบ่นงึมงำทำหน้าเหยเกขณะที่พยายามเดินเบียดคิโยชิอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน คนโดนเบียดกระพริบตาปริบๆก่อนจะเอ่ยถามออกไปซื่อๆ

“ฮิวงะ กลัวเหรอ?”

“มะ ไม่ได้กลัวเฟ้ย!!”

“เห.. นั่นสินะ มืดขนาดนี้จะกลัวก็ไม่แปลกล่ะนะ งั้นจะจับมือฉันก็ได้นา” คนตัวใหญ่ยิ้มบางก่อนจะยื่นมือให้อีกคน แต่กลับถูกปฏิเสธกลับมาอย่างไม่ไยดี

“ชะ ใช่ที่ไหนเล่า! คนอย่างฉันไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว!! จะ จับมงจับมืออะไร.. น่าอายเป็นบ้า..”

ถึงจะมองเห็นหน้าอีกคนไม่ชัด แต่ก็พอจะเดาจากน้ำเสียงได้ว่าฮิวงะต้องกำลังหน้าแดงอยู่แน่ๆ คิโยชิยิ้มกว้างก่อนจะคว้ามือของอีกคนมาจับไว้แน่น

“ฮิวงะไม่กลัวแต่ฉันกลัว งั้นขอจับมือหน่อยนะ”

“ช่วยไม่ได้นะ เห็นแด่ว่านายกลัว ฉันจะยอมให้จับมือก็แล้วกัน! แต่ความจริงแล้วฉันไม่กลัวหรอก!” ฮิวงะโวยเสียงสูงก่อนจะเบียดเข้ามาหาอีกคนมากกว่าเดิม เขาไม่ใช่คนกลัวความมืด แต่กลัวสิ่งที่แฝงมากับความมืดต่างหากที่ทำลายความกล้าหาญเลือดร้อนที่มีเสียจนหมดสิ้น

ถึงแม้เซย์รินจะเป็นโรงเรียนสร้างใหม่ ตำนานอะไรก็ยังไม่ค่อยมี แต่อะไรที่คนยังไม่เจอไม่ค้นพบก็ใช่ว่าจะไม่มีเสมอไป…

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฮิวงะเดินในอาคารเรียนมืดๆแห่งนี้พร้อมกับคิโยชิ แต่คราวนี้ต่างไปตรงที่คราวนี้ไม่มีอิสึกิกับคุโรโกะโผล่มาด้วยเหมือนกับครั้งที่แล้วที่ตามหาเจ้าเบอร์สองในโรงเรียน มันก็ดีอยู่หรอกที่ไม่มีใครมากวนโอ๊ยเล่าเรื่องผีให้เขาฟังจนหลอน หรือไม่ก็ไม่มีคนที่จืดจางโผล่มาเงียบๆจนเขาแทบจะหัวใจวายตายไปหลายรอบแล้วถ้าหากไม่ใช่คนแข็งแรง

การเดินกับคิโยชิ…เป็นสิ่งที่ฮิวงะไม่พึงปรารถนาอย่างแรง ยิ่งต้องแสดงความอ่อนแอของตนเองต่อหน้าคนคนนั้น..

แต่ถึงจะไม่พึงปรารถนาอย่างไร บางส่วนในจิตใจของเขากลับต้องการไออุ่นจากคิโยชิเพื่อช่วยผ่อนคลายอาการหวาดกลัว

ฮิวงะเป็นคนเข้มแข็ง และคิดอยู่เสมอว่าตนเป็นคนเข้มแข็ง ทันทีที่รู้สึกได้ว่าตัวเองอ่อนแอเขาจึงไม่รีรอที่จะกำจัดความรู้สึกนั้นออกไปจากตัว ฮิวงะไม่ชอบความอ่อนแอของตนเอง ขณะเดียวกันก็เลยพาลเกลียดสิ่งที่ทำให้เขาอ่อนแอลงเรื่อยๆ

ไม่ใช่ร่างกายอ่อนแอ แต่เป็นจิตใจต่างหากที่พร้อมจะอ่อนยวบยาบละลายติดพื้นเป็นยางมะตอยทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าของคิโยชิ..

ที่บอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา ก็คงเป็นเพราะเกลียดที่คนตรงหน้าทำให้เขาหวั่นไหว เกลียดที่ทำให้เขาไม่ใช่ตัวของตัวเองทุกทีที่สบตาด้วย เกลียดที่ทำให้คนแข็งแรงอย่างเขารู้สึกอยากพึ่งพาพึ่งพิงอยู่ตลอดเวลา…

ฮิวงะไม่ใช่คนที่ชอบพึ่งพาคนอื่นมากนัก ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยง เว้นถ้าแต่เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องแบกรับร่วมกันถึงจะประสบความสำเร็จเท่านั้นถึงจะยอมรับพลังของคนอื่นเพื่อประโยชน์ของทุกคน…

คนผมน้ำตาลเห็นร่างสูงน้อยกว่าตนเดินเหม่อจึงสะกิดเบาๆ แต่เมื่อไม่ได้ผลจึงโน้มใบหน้าลงไปใกล้อีกฝ่าย ปล่อยให้แรงดึงดูดจากตัวของฮิวงะดึงให้เขาทิ้งสัมผัสอ่อนนุ่มลงบนริมฝีปากของอีกคนเบาๆ ฮิวงะสะดุ้งเล็กน้อยราวกับเจ้าหญิงนิทราที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการจุมพิตของเจ้าชาย อาจจะแตกต่างเพียงแค่เจ้าหญิงออโรร่าไม่ได้สวมแว่นและไม่ได้แยกเขี้ยวใส่คนที่ปลุกตัวเองให้ตื่นขึ้นมาเจอกับความจริง ณ ปัจจุบัน

แน่นอนว่าเป็นการปลุกให้ตื่นจากภวังค์ ไม่ใช่ปลุกให้อวัยวะบางส่วนตื่นตัว…

“ทำบ้าอะไรของนายฟะเนี่ย!”

“ก็นายเหม่อนี่นา เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตอบ” คิโยชิรีบแก้ตัวก่อนจะเฉไฉเปลี่ยนเรื่องอย่างเร่งด่วน

“ได้ยินเสียงอะไรรึเปล่าน่ะ ฮิวงะ” จู่ๆร่างสูงใหญ่ก็ปั้นหน้าขรึม เปลี่ยนอารมณ์ไวเสียจนฮิวงะเอ๋อไปชั่วเสี้ยววินาที

“นะ นายได้ยินเสียงอะไร” กัปตันเซย์รินเผลอหลบหลังอีกคนโดยที่ไม่ทันรู้สึกตัว หน้าซีดเผือดเพราะความรู้สึกหวาดกลัวที่เริ่มลุกลามเกาะกุมหัวใจอย่างรวดเร็ว

“ฉันได้ยินเหมือนว่ามันจะเป็นเสียง…”

“สะ เสียงอะไรฟะ มะ ไม่แน่นายอาจจะหูฝาดไปเองก็ได้นะเฟ้ย!”

“ไม่หรอก ได้ยินจริงๆนา….. เสียงหัวใจ มันดังบอกฉัน~ ว่าเธอคือคนนั้น~ ที่เคยตามหา~”

“……………….” ฮิวงะสตันท์ไปห้าวินาทีเต็มๆก่อนจะรวบรวมแรงกายแรงใจทั้งหมดเตะป้าบเข้าให้กลางแผ่นหลังของคนเล่นมุก

“ไอ้บ้าเอ๊ย!! ตกอกตกใจหมดเลยเฟ้ย!!!! เล่นบ้าอะไรของนายฟะเนี่ย!!!”

“เหวออ!” คิโยชิถลาไปข้างหน้าตามแรงถีบด้วยอารมณ์โกรธของอีกคนจนเกือบล้มคะมำกับพื้นแต่โชคดีที่ทรงตัวไว้ได้

“อันตรายนาฮิวงะ ตรงนี้มีหลุมอยู่ด้วย”

“หลุมบ้าหลุมบออะไรของนายฟะ!?! โดนเตะทีนี่เพี้ยนไปเลยเรอะ?!!”

“ไม่ได้เพี้ยนนา มีหลุมจริงๆ… หลุมรักไง” ว่าแล้วคิโยชิก็ยิ้มกว้าง ทำเอาฮิวงะที่ตอนนี้เขินหน้าแดงไปทั้งหน้าแทบจะโวยวายจรฝนโรงเรียนแตก แต่อีกประโยคของคิโยชิก็ทำเอาหัวใจของเขากระตุกวูบ หมดแรงไปชั่วขณะ

“ทีนี้ก็หายกลัวแล้วเนอะ ดีใจจังเลยนะฮิวงะ”

“นี่นาย….”

“ก็เห็นนายกลัวนี่นา ความจริงก็อยากจับมือนายต่ออีกหน่อยหรอกนะ แต่นั่นน่ะนายไม่เต็มใจใช่มั้ยล่ะ เพราะงั้นก็เลยคิดว่าฮิวงะน่าจะกำลังลำบากใจอยู่…” น้ำเสียงของคิโยชิดูซึมไปอย่างเห็นได้ขัด

“ถ้ามันทำให้นายลำบากใจล่ะก็… ขอโทษนะ”

“……ไอ้บ้า” ฮิวงะบ่นงึมงำในความมืดก่อนจะใช้ความกล้าทั้งหมดที่มีจับมือคิโยชิแน่นแล้วกึ่งลากกึ่งจูงให้เดินต่อ

เซ็นเตอร์เซย์รินยิ้มบางๆ ถึงจะมองเห็นใบหน้าของอีกคนไม่ชัดแต่คิดว่าคงกำลังทำหน้ามุ่ยอยู่แน่ๆ แล้วใบหูก็คงแดงแจ๋…

ความจริงเขาไม่ได้รู้สึกน้อยใจตามที่สื่ออกไปหรอก ก็แค่อยากลองอ้อนฮิวงะดูเท่านั้น..

แต่ก็ดูเหมือนว่าแผนจะสำเร็จลุล่วงไปได้ดีเกินคาด…

……

เสียงฝีเท้ายังคงดังก้องไปทั่ว ชมรมต่างๆเหลืออยู่เริ่มทยอยกลับไปกันหมดแล้ว คิโยชิและฮิวงะเดินสำรวจทุกห้องทุกมุมของอาคารเรียน คอยโทรถามความเคลื่อนไหวของคู่อื่นไปด้วย แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลชายทุกคนจะเจอสมบัติที่โค้ชสาวจอมเฮี้ยบบอกกล่าวไว้

“อา… เหลือแต่ที่นี่ทีเดียวแล้วสินะ..”

ฮิวงะยืนล้วงกระเป๋ากางเกง นัยน์ตาหลังเลนส์แว่นจ้องเขม็งไปที่ประตูห้องแล็บชีววิทยา ใบหน้าซีดเผือดเมื่อเผลอนึกจินตนาการถึงเรื่องสยองขวัญที่มักเป็นเรื่องกล่าวขวัญในหมู่เด็กมัธยม

“นี่ๆฮิวงะ รู้รึเปล่าว่าห้องชีวฯน่ะมีตำนา–”

“ระ โรงเรียนเพิ่งสร้างเฟ้ย! มะ ไม่มีของแบบนั้นอยู่หรอกน่า เงียบไปเลยอิสึกิ!!!”

“จะว่าไปนะฮิวงะ ที่นี่น่ะปีที่แล้วที่มีเด็กปีหนึ่งชมรมชีวฯตา–”

“เงียบว้อย!! เงียบไปเลยโคงะ!!”

“กัปตันครับ ยังไงก็เปิ– ”

“ว้ากกกก!!! นะ นายเองเรอะคุโรโกะะ?! มาจากไหนฟะ?!”

“กัปตัน!! ยะ อย่าเพิ่งเปิด…ครับ!! อย่าเพิ่งเปิด!!”

“สั่งฉันเรอะคากามิ งั้นจะเปิดเดี๋ยวนี้เลยเฟ้ย!!”

“กัปต๊านนนน~~” ฟุริฮาตะที่ยืนเกาะหลังคุโรโกะอยู่ส่งสายตาวิงวอนใส่ แต่ฮิวงะทำใจแข็งมองข้ามไป มือที่กำลังจะเลื่อนประตูสั่นน้อยๆ แต่กลับมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ใจเขาหยุดสั่นแล้วกลับมาสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด มือแกร่งของคิโยชิวางลงบนไหล่เขาเบาๆ สัมผัสนั้นอบอุ่น…และอ่อนโยนจนทำให้เขาเผลอผ่อนคลายไปโดยไม่รู้ตัว

ประตูห้องชีวฯถูกเปิดออก กลิ่นอับผสมปนเปกับกลิ่นสารเคมีเล็กน้อยโชยเข้าจมูกคนเปิดประตู ฮิวงะเหลือบมองคิโยชิเป็นเชิงขอบใจก่อนจะเดินอย่างระมัดระวังเข้าไปข้างในโดยมีสมาชิกคนอื่นตามมาด้วย

“นี่ๆฟุริ รู้รึเปล่า ห้องนี้น่ะ– ”

“เงียบไปเลยเฟ้ยอิสึกิ!!” ฮิวงะหันไปตวาดรองกัปตันทีมที่ตอนนี้เริ่มหันไปคุยกับรุ่นน้องปีหนึ่ง ความจริงถ้าคุยกันเรื่องอื่นก็จะไม่ว่าอะไรหรอก แต่ดันมาคุยในเรื่องที่ทำเอากัปตันอย่างเขากลัวหัวหดนี่มัน…

แม้จะเล็กน้อย แต่ฮิวงะเขยิบเข้าไปใกล้คิโยชิอีกครั้ง

ถึงแม้จะไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องไปพึ่งพาคนอื่น แต่ทั้งความกลัวและความเป็นห่วงที่มีต่ออีกคนทำให้เขาถึงต้องมายืนอยู่ข้างๆหมอนั่น… หมอนั่นที่ทำให้เขาหวั่นไหวทุกครั้ง…

“แล้วนี่สวิตช์ไฟอยู่ไหนเนี่ย เฮ้ย พวกนายซักคนอะหาสวิตช์ทีสิ”

“ฮิวงะ”

“อะไรฟะ คิโยชิ”

“นั่นโครงกระดูกล่ะ..”

“ไม่.. ฉันไม่หัน ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น มันเป็นมุกสินะ…”

“ไม่ใช่มุกนา… คนอื่นๆก็เห็น” คิโยชิชี้ไปยังเพื่อนร่วทีมที่ตอนนี้กระจุกกันอยู่ชิดกำแพง ฮิวงะหน้าซีดเผือดก่อนจะค่อยๆเขยิบเบียดคนข้างๆมากกว่าเดิม

“อืออ…..”

เสียงผู้หญิง?!!!

ได้ข่าวว่าในห้องนี้มันมีแต่ผู้ชาย…

แล้วเสียงผู้หญิงมาจากไหนฟะ หรือความจริงแล้วหนึ่งในเจ้าพวกนี้จะมีใครคนนึงเป็นผู้หญิงแต่แฝงตัวอยู่ที่นี่เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง?!!

ขณะที่จินตนาการของกัปตันเซย์รินกำลังฟุ้งซ่าน จู่ๆมือเรียวขาวของใครคนหนึ่งก็แตะเข้าที่แขนของฮิวงะ คนถูกแตะหันขวับไปมองมือคิโยชิที่ยังคงขนานกับลำตัว ก่อนจะเกิดข้อสงสัยขึ้นมาในใจ

มือใคร…?

หรือว่า….

หัวสมองของฮิวงะว่างเปล่าไปชั่วขณะ..

“ว้ากกกกกกก!!!!!!”

“ฮิวงะะะ เกิดอะไรขึ้นนน”

“กัปต๊านนน ไม่เป็นไรใช่มั้ยครับบบบ!!!”

เสียงลูกทีมที่ยังไม่รู้ถึงสิ่งปกติดังขึ้นเรื่อยๆ ฮิวงะได้แต่หันไปกอดซุกคิโยชิอย่างลืมตัว

“พะ พวกนายหนีไป!!!! มือ!!! เมื่อกี๊นี้มือผะ–”

“โธ่ ฮิวงะคุง! นี่ฉันเอง”

เสียงๆเดียวหยุดการกระทำทุกอย่างได้…

เสียงของไอดะ ริโกะ…

ไฟห้องแล็บชีวฯสว่างขึ้นมาในทันที หลังจากที่มีคนคลำหาสวิตช์ไฟเจอ ฮิวงะแยกตัวออกจากคิโยชิด้วยใบหน้าแดงก่ำก่อนจะรีบโวยวายกลบเกลื่อน

“นี่มันหมายความว่ายังไง พวกเราค้นหาไปทั่วโรงเรียนแล้วนะ ไม่เห็นเจออะไรที่เธอเอามาซ่อนไว้เลย!!! แล้วนี่เธอมาทำอะไรตรงนี้…”

“ก็ฉันไม่ได้ซ่อนนี่ พวกนายหาเจอได้ก็แปลกแล้ว อ้อ ที่มาอยู่ตรงนี้ก็เพราะรอพวกนายที่โรงยิมนานมาก ทำไมไม่เห็นมีใครมาซักคนเลยยะ มันเกินเวลาที่นัดไว้มาตั้งครึ่งชั่วโมง….”

“งั้นก็สรุปว่าไม่มีอะไรสินะ”

“ใช่ ฉันไม่ได้ซ่อนสมบัติไว้ แต่สมบัติของเซย์รินน่ะมีอยู่ตั้งแต่ทีแรกแล้ว” ริโกะยิ้มอ่อนๆ ก่อนจะเฉลยคำพูดที่ค้างคาด้วยเสียงดังฟังชัด

“สมบัติของเซย์รินน่ะ ก็คือพวกนายทุกคนยังไงล่ะ”

“………”

“ที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา ครึ่งนึงคืออยากให้พวกนายแหกปากบ้างจะได้หายเครียด ส่วนอีกครึ่งก็แค่อยากบอกพวกนายอย่างนี้”

“ริโกะ…”

ฮิวงะกำลังซึ้ง เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆต่างก็กำลังหาหาคำพูดหลังจากที่อินกับคำพูดของโค้ชสาวอยู่

“ฮิวงะ..” จู่ๆคิโยชิก็ก้มลงกระซิบข้างหูอีกคน ริมฝีปากเผยอขึ้นลงช้าๆ

“พวกเราเป็นสมบัติของทีม แต่นายล่ะ สนใจเป็นสมบัติของฉันมั้ย”

“อะ… ไอ้เจ้าบ้าคิโยชิ!!!!” ฮิวงะเผลอตะโกนออกมาเสียงดัง ส่วนคิโยชิยิ้มร่า ท่ามกลางสายตางุนงงของหลายๆคนที่มองมา อิสึกิมองฮิวงะแล้วเริ่มเล่นมุกแป้กให้ฟุคุดะ คาวาฮาระ ฟุริฮาตะ และสึจิดะฟัง คุโรโกะกำลังปลอบขวัญคากามิที่นังคงช็อกอยู่ ส่วนโคงะกำลังชี้ไม้ชี้มือไปที่ฮิวงะแล้วหัวเราะก๊ากกับมิโตเบะ

ริโกะมองภาพเหล่านั้นแล้วยิ้มออกมา

“เอ้า กลับกันเถอะ”

นี่ล่ะ สมบัติล้ำค่าแห่งเซย์ริน…

ในขณะที่คิโยชิเองก็เหลือบมองฮิวงะแล้วยิ้มออกมาเช่นกัน

นี่ล่ะ สมบัติล้ำค่าของเขา..

…………..

อร๊ายยยย จบแล้วค่ะฟหหกฟดดฟดฟแงงงง ขอบคุณเพลงคำตอบของหัวใจ โดยคุณปั๊ป โปเตโต้ด้วยนะคะ 555555 เป็นตอนที่พยายามคิดสุดๆว่าจะเขียนยังไงดีให้มันตลกๆ แต่สุดท้ายก็ออกมาเป็นแบบนี้|||Orz ตอนนี้ได้รับอิทธิพลมาจากดราม่าซีดีเยอะอยู่ค่ะ ตอนที่ตามหาเบอร์สองในโรงเรียนกันนั่นเอง พี่ฮิวงะกลัวผีได้น่ารักมากค่ะแงงงง ฟฟฟฟฟฟฟ โอยยย อยากสครีมอีกหลายๆรอบ แต่คิดว่าอย่าดีกว่า เอาเป็นว่าขอให้สนุกกับฟิคนะคะ เรื่องหน้าเจอกันค่า ฟฟฟฟฟ

Advertisements

2 thoughts on “KnB FanFiction [Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘Precious Love’

  1. กรีดร้องงงงงงงงงงงค่ะ สครีม ฟฟฟฟฟฟฟ พี่คิโยชิไปเรียนกรเล่นมุกมาจากพี่โมริยามะมารึเปล่าคะทำไมหยอดมุกเสี่ยวเยอะจัง ฮา ทำเอากัปตันเราเขินเลยแน่ะะ เพลงรงเพลงรักมานี่มาเต็ม ถถถถถถถถ สมบัติของเซย์รินนน ♡ ลึกซึ้งดีจัง

    ปล.ตอนที่อ่านอยู่นึกถึงดราม่าซีดีอันนี้อยู่เหมือนกันค่ะ ชอบตอนที่พวกพี่ๆแกว้ากนะคะ น่ารักดี ถถถถถถถถถถ
    ปล2.ตอนอ่านไปสะดุดเข้าพอดีค่ะ ตรง “ฮิวงะไม่ใช่คนที่ชอบพึ่งพาคนอื่นมากนัก ‘ถ้าเลี่ยวได้ก็เลี่ยง’ ”

    ขอบคุณที่เขียนมาให้อ่านกันนะคะะ

    • แงงงง ขอบคุณค่ะบีซัง ฟฟฟฟฟฟ เรื่องคำผิดนี่ระวังแค่ไหนก็ไม่พ้นจริงๆสินะคะ ฟฟฟฟฟ /ตบตีไอโฟน ความจริงแล้วเซย์รินก็เหมือนสมบัติที่รอคนมาขุด.. โอเคค่ะ จะไม่พยายามสื่อว่าเคะทั้งทีมก็ได้แงงง 55555 ดราม่าซีดีเรื่องนั้นทำให้เราสครีมพี่ฮิวงะมาก ณ ตอนนั้น ฟฟฟฟฟฟ ผู้ชายอะไรน่ารักจังงง ฮือออออ ยังไงก็ขอบคุณที่อ่านนะคะะ❤️

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s