KnB FanFiction [ Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘a rainy day’

*ฟิคเก่าย้ายจากDek-Dค่ะ

KnB FanFiction

Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei

‘a rainy day’

……..

สำนวนภาษาอังกฤษแอบซ่อนอยู่รอบตัวเรามากมาย แม้แต่วลีธรรมดาอย่าง’a rainy day’ก็ยังเป็นสำนวนที่แปลว่า’ช่วงเวลาที่ขัดสน,วันที่ยากลำบาก’ แต่’a rainy day’ของใครบางคนอาจไม่ได้มีความหมายโดยนัยหรือมีความหมายลึกซึ้งอะไรขนาดนั้น

ก็แค่วันธรรมดาๆที่มีฝนตก แล้วได้เดินกลับบ้านพร้อมกับใครอีกคน ภายใต้ร่มคันเดียวกันเท่านั้นเอง…

……..

ณ บริเวณตู้เก็บรองเท้าโรงเรียนมัธยมปลายเซย์ริน

“อา.. ฝนดันตกซะได้นะ”

คิโยชิ เท็ปเปย์เหม่อมองท้องฟ้าแล้วพึมพำออกมาเบาๆ ก็รู้อยู่ว่าช่วงนี้เป็นหน้าฝน แต่เขาก็ยังคงลืมเอาร่มมาอยู่ดี เห็นทีว่าคงไม่แคล้วว่าต้องเดินตากฝนกลับบ้านเสียแล้ว

ทั้งๆที่วันนี้เลิกซ้อมเร็วแท้ๆเชียว แทนที่จะได้เดินกลับบ้านสบายๆไหงถึงกลายเป็นว่ามีอุปสรรคอย่างอื่นเสียได้..

“ลืมเอาร่มมาเรอะ งั้นก็กลับด้วยกันสิ”

คิโยชิหันไปมองเจ้าของน้ำเสียงคุ้นเคยแล้วยิ้มกว้าง กัปตันเซย์รินยืนเอาร่มพาดไหล่ไว้ขณะที่เริ่มบ่นด้วยน้ำเสียงเอือมระอา

“ให้ตายสิ แค่ร่มยังลืมเลยนะเนี่ย นี่มันหน้าฝนนะหัดจำๆไว้ซะบ้างสิ ถ้าตัวเปียกกลับบ้านไปมีหวังไม่สบายกันพอดี!”

“แต่นายเองก็ลืมเอาร่มมานี่นา… นั่นน่ะเพิ่งซื้อที่ร้านสะดวกซื้อเมื่อเช้าสินะ ที่นายมาซ้อมเกือบไม่ทันเวลา…”

“ช่างมันเถอะน่า!! ยังไงก็ทั้งมาทันทั้งมีร่ม ผลลัพธ์ก็ออกมาดีนี่นา!!! พูดมากเดี๋ยวปั๊ดให้เดินตากฝนกลับซะเลย!” ฮิวงะ จุนเปย์โวยวายเสียงดังก่อนจะกางร่มเตรียมพร้อมรับมือกับเม็ดฝน แต่มือใหญ่ของคิโยชิกลับดึงสายสะพายกระเป๋าของอีกฝ่ายไว้จนร่างของคนถูกดึงเซถลาไปชนกับตน

“ฮิวงะ ปิดซิปกระเป๋าไม่แน่นนะ” ว่าแล้วเซ็นเตอร์ของทีมก็ก้มลงไปปิดกระเป๋าให้คนตัวสูงน้อยกว่า เจ้าของกระเป๋ารู้สึกหน้าร้อนวาบกับการเอาใจใส่ของคนตัวใหญ่ แต่ก็สามารถเรียกสติของตนกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว

“ฉันว่าเรารีบกลับกันดีกว่านะ วันนี้ยัยนั่นอุตส่าห์ให้เลิกเร็วทั้งที รีบๆกลับไปพักเหอะ”

“อื้ม เข้าใจแล้วล่ะ” คิโยชิยิ้มซื่อขณะมองเจ้าของร่มจัดการกับร่มใสร้านสะดวกซื้อ นัยน์ตาสีอ่อนเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน แต่เป็นความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง แตกต่างจากเวลาที่เขามองคนอื่น…

ความรู้สึกที่เรียกว่าความรัก..

ฮิวงะที่กางร่มเรียบร้อยแล้วกระตุกแขนเสื้อคิโยชิเบาๆ สองหนุ่มนักบาสผลักประตูกระจกใสออกไปสูดกลิ่นชื้นของสายฝนที่กระหน่ำตกลงมา เนื่องจากร่มไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก และไซส์ตัวของคิโยชิค่อนข้างสูงใหญ่กว่ามาตรฐานคนญี่ปุ่นธรรมดาๆ ทั้งคู่จึงต้องเดินเบียดกันภายใต้ร่มคันเดียว ซึ่งทำเอาคนผมดำหัวใจเต้นตึกตัก

แต่ทั้งๆที่เป็นอย่างนั้น จู่ๆกัปตันทีมกลับรู้สึกว่าคนข้างๆไม่ค่อยเดินเบียดตนเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว ดีไม่ดียังคอยดึงตัวเขาให้เข้ามาอยู่ในร่มมากขึ้น

ฮิวงะหันขวับไปมองคนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างนึกสงสัย ก่อนจะอ้าปากค้างแล้วรีบดึงอีกฝ่ายเข้ามาในร่มทันทีเมื่อพบคำตอบที่ทำให้ตนข้องใจ

“ไอ้บ้า!! อย่าออกไปนอกร่มสิฟะ เห็นมั้ยว่าเปียกไปครึ่งซีกแล้วเนี่ย!” เจ้าของร่มโวยวายเสียงดังใส่คนเปียกที่ได้แต่ยิ้มน้อยๆแล้วตอบไปว่า

“แต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้ฮิวงะจะเปียกเอานะ ดูสิ ฝนกระเด็นโดนไหล่ขนาดนั้น”

ฮิวงะเหลือบมองเสื้อนักเรียนตัวเองแล้วคิ้วกระตุก โอเค เสื้อเขาเปียกก็จริง แต่ถ้าเทียบกับคนที่เปียกไปครึ่งตัวแล้วมันก็เทียบกันไม่ได้อยู่ดี!

“แล้วนายไม่ยิ่งกว่าเรอะ?!! ให้ตายสิ ทำอะไรไม่คิดจริงๆ…” เจ้าของความสูง178เซนฯถอนหายใจเฮือกใหญ่กับการกระทำของอีกฝ่าย แต่คนถูกบ่นกลับยิ้มกว้างรับคำบ่นของอีกคนเต็มที่

“ฮิวงะเป็นห่วงฉันสินะ ดีใจจังเลยแฮะ”

“ก็ต้องเป็นห่ว– เฮ้ย ใครเป็นห่วงแกกันฟะ!! ไม่ได้เป็นห่วงซะหน่อย ก็แค่เป็นคนมีมนุษยธรรม!!” ฮิวงะที่เรียกสติตนเองกลับมาได้ทันเถียงฉอดๆ ไม่มีทางที่คนเป็นกัปตันอย่างเขาจะยอมรับว่าเป็นห่วงอีกฝ่ายง่ายๆหรอก เสียฟอร์มหมด!! แล้วก็ไม่มีทางยอมให้รอยยิ้มของอีกฝ่ายมาละลายหัวใจตัวเองง่ายๆหรอก…

เพราะงั้นถึงได้ไม่กล้าพูดอะไรให้อีกฝ่ายได้ใจแล้วยิ้มออกมาบ่อยๆ แบบนั้นมันเป็นการทำร้ายหัวใจตัวเองทางอ้อมชัดๆ เต้นบ่อยขนาดนั้นขืนหลุดจากอกมาชมโลกภายนอกจะทำยังไง?!!

“ฮิวงะนี่ปากหนักจริงนะ” คิโยชิเอ่ยยิ้มๆขณะลอบมองใบหน้าที่เริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆของอีกฝ่าย

อีกแล้ว.. ฮิวงะทำตัวน่ารักอีกแล้ว…

ทำไมถึงได้ทำอะไรก็น่ารักไปหมด…

คิโยชิและฮิวงะต่างเดินเงียบๆเพราะแต่ละคนกำลังจมอยู่ในห้วงความคิด แต่จู่ๆเสียงจากโลกภายนอกก็ดูเหมือนจะเรียกสติคนใส่แว่นให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ชู้ตติ้งการ์ดคนเก่งเหลือบมองต้นเสียงที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ คู่รักหนุ่มสาวมัธยมต้นเดินจับมือกันแน่น ทั้งสองคนเบียดตัวกันอยู่ภายในร่มคันเดียวกันเช่นเดียวกับเขาและคิโยชิ

“…..” ฮิวงะมองส่งแผ่นหลังของคนทั้งคู่ไปจนสุดสายตาก่อนจะตัดสินใจทำตามเด็กรุ่นน้องสองคนนั้นบ้าง

แต่ก็ไม่กล้า สุดท้ายก็ได้แต่ทำในสิ่งที่คล้ายกันแทน…

“หือ ฮิวงะ..?”

คิโยชิมองมือของอีกคนที่ตอนนี้กำแขนเสื้อนักเรียนของตนไว้แน่น ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าฮิวงะคิดจะทำอะไร แต่ที่แน่ๆเขารู้ว่าท่าทางของอีกฝ่ายตอนนี้น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเด็กๆมาก

“ก็แค่กลัวว่านายจะออกไปตากฝนอีก… เลยจับไว้แน่นๆ..”

กัปตันเซย์รินบ่นงึมงำในลำคอ ขณะเดียวกันก็เบือนหน้าหนีเพื่อนซ่อนหน้าแดงๆของตนจากอีกฝ่าย คนถูกจับเสื้อเบิกตากว้าง ร่มในมือที่อาสาถือให้แทบจะหล่นลงกับพื้น

น่ารัก…….

ฮิวงะ… น่ารักจัง…

“ฮิวงะ..”

“…อะไรฟะ?”

“ปล่อย…”

“เฮะ..?”

“ปล่อยเถอะ”

คิโยชิพูดพลางทำหน้าจริงจัง ฮิวงะหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยก่อนจะยอมปล่อยแขนเสื้อของอีกฝ่ายแต่โดยดี แต่ทันทีที่แขนเสื้อของคนตัวใหญ่เป็นอิสระ มือใหญ่ของเซ็นเตอร์เซย์รินก็คว้าหมับเข้าที่มือของคนใส่แว่น ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะก้มลงมากระซิบข้างๆหูคนตัวเล็กกว่า

“ฉันอิจฉาแขนเสื้อนะ จับมือกันอย่างนี้ดีกว่า”

“อะ… ไอ้บ้า!!!”

ท่ามกลางหยาดฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด หนุ่มนักบาสสองคนเดินจับมือภายใต้ร่มคันเดียวกัน แบ่งปันไออุ่นซึ่งกันและกันในวันที่หนาวเย็นเพราะไอฝน

บางครั้งชีวิตของคนเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านี้ ขอแค่ให้ได้มีความสุขกับชีวิตประจำวันธรรมดาๆ และมีใครอีกคนเดินจับมือเดินเคียงข้างกันไปนานๆก็เพียงพอแล้ว…

……

แด่วันธรรมดาที่ฝนตก วันธรรมดาที่มีความสุขของคนสองคน

วันฝนตกที่เป็นแค่วันฝนตกธรรมดาๆ ไม่มีสิ่งใดแอบแฝงอยู่

วันธรรมดาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก..

……

ไม่ต่องสงสัยค่ะว่าทำไมสั้น คือสั้นอย่างนี้ทุกฟิค ฟฟฟฟฟ แรงบันดาลใจจากฝนคลุงที่อยู่ดีๆก็ตกค่ะ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ❤️

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s