KnB FanFiction [ Miyaji Kiyoshi x Moriyama Yoshitaka ] ‘Kiss’

KnB FanFiction

Miyaji Kiyoshi x Moriyama Yoshitaka

‘Kiss’

……..

ผมคือโมริยามะ โยชิทากะ นักเรียนมัธยมปลายปีสามแห่งไคโจ เจ้าของตำแหน่งหนุ่มสุดหล่อและมีสาวๆมาหลงรักมากที่สุดในโรงเรียน

ว่าไปนั่น…ความจริงแล้วตำแหน่งนั่นไม่ใช่ของผมหรอก เป็นของเจ้ารุ่นน้องปีหนึ่งที่ชื่อคิเสะ เรียวตะต่างหาก แม้ว่าคนทั่วไปจะมองว่าผมหล่อน้อยกว่าเจ้าคิเสะนิดหน่อย ผมที่กำลังน้อยเนื้อต่ำใจในใบหน้าของตัวเองก็พยายามทำตัวให้หล่อขึ้นนะ อย่างเช่นตอนนี้ไง ผมกำลังช่วยนำทางคนจากโตเกียวไปสวนสาธารณะคานากาวะที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ถึงจะน่าเสียดายที่คนหลงทางคนนี้จะไม่ใช่ผู้หญิง แต่โมริยามะ โยชิทากะผู้นี้หล่อและน้ำใจงามเสมอ ยังไงก็ต้องช่วยล่ะนะ

ชิ แต่ก็น่าเบื่อชะมัด 

“จู่ๆทำหน้าอะไรของนายฟะ แล้วนี่เมื่อไหร่จะถึงเนี่ย คอนเสิร์ตของมิยุ-มิยุจังกำลังจะเริ่มแล้วนะเฟ้ย!” มิยาจิ คิโยชิ เจ้าคนที่เมื่อครู่ใหญ่ๆเดินเข้ามาถามทางก้มมองผมด้วยสายตาคาดคั้น ให้ตายสิ นี่ผมทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย ก็แค่คนจากต่างทีมที่เคยรู้จักแบบผ่านๆแท้ๆ ขอให้ความดีนี้ส่งผลให้ผมจีบสาวติดจริงๆซะทีเถอะ

“อีกไม่ไกลหรอกน่า” ผมตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงร่าเริง แต่ไร้ซึ่งความชะละล่าเหมือนเจ้าคิเสะ ความจริงไอ้สวนนั่นผมก็ไม่ได้ไปมาตั้งนานแล้ว ใครมันจะไปจำทางได้ฟะ แต่ขืนพูดออกไปต้องโดนพี่แกต่อยแหงๆ แถมถ้าบอกไปตรงๆตั้งแต่แรกว่า’ไปไม่ถูกเหมือนกัน’ต้องเสียฟอร์มแน่ๆ ดังนั้น ไหนๆก็จะเล่นบทเป็นคนดีช่วยเสริมหล่อให้ตัวเองแล้ว การเนียนต่อไปถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด 

“เออ ขอให้มันจริงเหอะ” มิยาจิพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด ให้ตายสิ หมอนี่น่ากลัวเป็นบ้า 

“จะว่าไป ถ้างั้นนายก็ช่วยอะไรฉันหน่อยสิ ฉันอุตส่าห์ช่วยนำทางนายเชียวนะ ไม่งั้นนายต้องหลงอยู่ที่นี่ตลอดไปแน่ๆ”

“ตลอดไปอะไรฟะ เวอร์ไปว้อย” คนผมสีน้ำผึ้งทำท่าจะเขกหัวผม แต่ดูท่าว่าคงระลึกได้ว่าผมไม่ใช่คนในทีม จะลงโทษหรือทำร้ายร่างกายอะไรก็ไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงลดมือลงช้าๆ “จะให้ฉันช่วยอะไรล่ะ”

“ตอบฉันหน่อยสิ ทำไมฉันถึงจีบสาวไม่ติดอ้ะ” 

“จะไปรู้นายเรอะ?!”

“มุกฉันมันผิดพลาดตรงไหนกัน!”

“ก็แล้วฉันจะไปรู้เรอะ?!!”

“แม้แต่นายก็ตอบคำถามของฉันไม่ได้สินะ โธ่ ความทรงจำของฉันหายไปหมดแล้ว อ๊ะ สวนสาธารณะเนี่ยมันไปยังไงกันนะ แย่จริง คงช่วยนายไม่ได้แล้ว บ๊ายบาย ขอตัวก่อนนะ” ผมฉวยโอกาสวิ่งหนีอย่างหล่อๆในขณะที่อีกฝ่ายยังคงมึนงงกับคำถามที่แม้แต่ผมยังหาคำอธิบายอะไรให้ตัวเองไม่ได้ 

เอาล่ะ ทำได้ดีมากโยชิทากะ! วิ่งเข้าๆ ที่เหลือก็แค่ไปหาที่ซ่อนให้ไกลๆจากหมอนั่น!!

อ๊ะ มีสาวสวยยืนอยู่ตรงนั้น อา…ยืนอยู่คนเดียวซะด้วย แถมหน้าซอยตรงนั้นยังเปลี่ยวอีก ผมเดินไปคุยด้วยซะหน่อยดีกว่ามั้ยนะ 

“อะแฮ่ม สวัสดี สาวน้อย” ผมหยุดหนีคนน่ากลัวชั่วคราวแล้ววิ่งเข้าไปจีบสาวม.ต้นคนนั้นทันที 

“ถึงผมจะเพิ่งโกหกคนมาเมื่อกี๊ แต่ผมโกหกหัวใจตัวเองไม่ได้จริงๆว่าไม่ได้รักเธอน่ะ” 

“ห..หา…?!” พอเห็นสาวน้อยม.ต้นเขินจนหน้าซีดผมก็เริ่มรุกจีบต่อ 

“ความงามของเธอช่างเลอค่า คงจะไม่ว่าอะไรนะถ้าผมขอรู้จักชื่อเพราะๆของเธอ— แอ้กก!!” ผมร้องเสียงดังทั้งที่ยังพูดไม่จบประโยค สับปะรดจากไหนก็ไม่รู้ลอยมาปะทะกับหัวของผมอย่างแม่นยำ มาจากไหนฟะเนี่ย แต่ที่แน่ๆคือผมล้มลงกระแทกพื้นอย่างน่าอาย ส่วนเป้าหมายของผมวิ่งหนีไปทันทีที่เห็นผมล้ม 

“ชิ! พลาดจนได้ ว่าแต่ไอ้นี่มันมาได้ไงกันหว่า…” ผมบ่นงึมงำขณะที่เอื้อมไปหยิบสับปะรดที่นอนนิ่งอยู่ข้างๆ  ไอ้บ้าตัวไหนมันมาปาสับปะรดเล่นในที่แบบนี้กันล่ะเนี่ย 

“อะแฮ่ม วิ่งหนีฉันไปจีบผู้หญิงเนี่ยนะ ลองทายดูซิว่าฉันโกรธมากขนาดไหน?” ผมสะดุ้งโหยงจนทำสับปะรดหลุดจากมือเมื่อเห็นว่าร่างของคนที่ผมกำลังหนีอยู่ยืนค้ำหัวพร้อมกับรอยยิ้มที่น่ากลัว อันตราย!  มิชชั่นเฟล!! หนีไม่พ้นจนได้นะ โยชิทากะ!!

“แหะๆ” ผมค่อยๆเขยิบถอยหลังเข้าไปในซอยร้างผู้คนเล็กน้อย ถ้าผมหนีเข้าไปในซอยซับซ้อนแบบนั้นน่าจะทำให้อีกฝ่ายที่น่าจะวิ่งตามมาหลงทางได้ง่ายกว่าวิ่งออกไปในเมืองล่ะมั้ง ผมคิดขณะที่หันไปยิ้มแห้งๆ ทันใดนั้น กำปั้นของอีกคนก็เขกหัวผมบริเวณแผลที่ถูกสับปะรดปาใส่จนต้องร้องออกมาอย่างเสียฟอร์ม ผมเอามือกุมหัวน้ำตาเล็ด เงยหน้ามองอีกคนอย่างสำนึกผิด 

“ขอโทษนะ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหนีนายเลยซักนิด…” 

“ตั้งใจเห็นๆ! แล้วเมื่อกี๊ไปทำอะไรผู้หญิงคนนั้นฟะ!!” 

“ก็เข้าไปจีบไงล่ะ!” 

“ไร้สาระโคตร! แล้วที่เมื่อกี๊บอกว่าจำทางไม่ได้มันหมายความว่าไงฟะ มิยุ-มิยุจังของฉันล่ะเฮ้ย?!! นายจะพาฉันไปดูคอนเสิร์ตของเธอไม่ใข่เรอะ” 

“เอ่อ ใจเย็นๆก่อนนะ เรื่องนั้นน่ะ… อ๊ะ..”

เดี๋ยวสิ ถ้าผมลองเสี่ยวใส่หมอนี่ดูมันจะเกิดอะไรขึ้นหว่า ชัวร์เลย หมอนี่ต้องกลัวผมแน่ๆ! ถึงจะรู้สึกสยองที่ต้องเล่นมุกแบบนี้กับผู้ชายที่สูงกว่าผมและกำลังหงุดหงิดอยู่ก็เถอะ แต่เพื่อโอกาสในการชิ่งหนี ผมยอมก็ได้!

“นายชอบมิยุ-มิยุจังมากสินะ”

“หา? ก็ต้องชอบมากน่ะสิ แล้วมันเกี่ยวอะไรกันฟะ อย่าเปลี่ยนเรื่องเซ่!” 

“งั้นเหรอ แต่ฉันเองก็ชอบนายมากแท้ๆ! นายช่างงดงาม ราวกับว่าเป็นงานศิลปะที่พระเจ้าบรรจงสร้างด้วยอัตราส่วนทองคำ!” ผมพยุงตัวขึ้นจากพื้น เขย่งเท้าเล็กน้อยพร้อมกับยื่นมือไปเชยคางแล้วเขยิบเข้าไปใกล้อีกคน ได้ผลแฮะ หมอนั่นเหวอไปเลย ผมหลุดขำออกมาเล็กน้อยก่อนจะปล่อยมือแล้วตั้งท่าจะหนี แต่มิยาจิดันได้สติเร็วกว่าที่ผมคิด หมอนั่นคว้าข้อมือผมไว้ทัน ผมจึงหันกลับไปเผชิญหน้ากับหมอนั่นเพื่อเล่นมุกอื่นอีกรอบ

ทว่า

“!!!!” กลับเป็นผมที่ต้องทำหน้าเหวอแทน เพราะจู่ๆใบหน้าของมิยาจิ คิโยชิจากชูโตคุดันขยับเข้าใกล้ผมมากขึ้นเรื่อยๆ มืออีกข้างของหมอนั่นจิกหัวผมแล้วกระชากให้เข้าไปใกล้ๆ ก่อนที่ริมฝีปากของเราสองคนจะประกบกันอย่างรวดเร็ว

พ่อครับ แม่ครับ พี่ครับ จูบแรกของผมแทนที่จะเป็นสาวงาม แต่กลับเป็นหมอนี่ซะงั้น?!!!

ในที่สุดมิยาจิก็ปล่อยผม เขาแสยะยิ้มอย่างสะใจ

“อย่าคิดว่าจะมีแต่นายฝ่ายเดียวที่แหย่ฉันได้นะ โมริยามะ เอาล่ะ ถึงนายจะจำทางไม่ได้แล้ว แต่ยังไงก็ต้องนำทางฉันต่ออยู่ดี เข้าใจไหม?” 

“ม เมื่อกี๊ทำอะไรของนาย!!!! ฉันแค่ล้อเล่นเองแท้ๆ!!!”

“งั้นก็จำไว้ อย่ามาล้อเล่นกับคนอย่างฉัน” มิยาจิยังคงยิ้มเหี้ยมแล้วเอาแขนโอบไหล่ผมที่กำลังกลัวจนตัวสั่น ดูท่าว่าหมอนั่นคงกำลังสนุกที่ได้แกล้งผม บ้าชะมัด จากคนที่แกล้งและก่อกวนคนอื่นดันกลายเป็นฝ่ายถูกแกล้งไปซะได้ ไม่สนุกเลยแฮะแบบนี้!

“ถ้าพาฉันหลงหรือว่าตั้งใจจะหนีฉันไปอีก มันจะไม่จบแค่จูบนะ”

“…ทำไมนายถึงกล้าทำอะไรอย่างนี้กับผู้ชายง่ายๆกันล่ะเนี่ย” ผมบ่นงึมงำอย่างไม่เข้าใจ แต่ดูท่าว่าหมอนั่นจะได้ยิน

“ผิดเรอะ ถ้าจะทำอะไรแบบนี้กับคนที่เราชอบน่ะ”

“……….” ผมหันขวับไปมองหมอนั่นตาโต “เดี๋ยวสิ เมื่อกี๊นายหมายความว่าไง…”

“หมายความว่าฉันจีบนายอยู่ไง ก็แอบมองนายมาตั้งนานแล้วนี่นา” มิยาจิเอ่ยพลางเหลือบตามองไปทางอื่นเล็กน้อย อะไรฟะ ห้าวมาตั้งนาน ทีตอนนี้ดันมาเขินซะอย่างนั้น ให้ตายสิ… 

“นาย….เคยจีบผู้หญิงมาก่อนรึเปล่า”

“ไม่เคย”

อืม ผมเข้าใจแล้วล่ะ

มิยาจิ คิโยชิ ฉันยอมรับนาย นายช่างเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในการจีบที่ร้ายกาจจริงๆ 

ถึงกับ…ทำให้ฉันหัวใจเต้นตึกตักได้ขนาดนี้…

บ้าชะมัด…หยุดเขินได้แล้ว! โยชิทากะ!!

…………

หงึ่กๆๆๆๆ คู่แรร์ที่ดีฟฟฟฟฟฟฟ เขียนไปงงไป สุดท้ายก็ออกมาเป็นแบบนี้จนได้ฟฟฟฟฟฟ พอสอบเสร็จหมดทุกอย่างแล้วมาเขียนฟิคนี่มันดีจังน้า ถึงจะรู้สึกสำนวนมันขัดๆหน่อยเพราะไม่ได้เขียนมาค่อนข้างนานแล้วก็เถอะ อนึ่ง ถ้าไม่โดนน้องแสงคนงามไซโคพี่ไนท์คงไม่บ้าขนาดนี้ฟฟฟฟฟ 

ปล.ชื่อเรื่องยังคงสิ้นคิดเหมือนเดิมฟฟฟฟฟ

ยังไงก็ตาม ขอให้สนุกกับฟิคนะคะ:)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s