KnB AU FanFiction [ Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘วันป๊อกกี้นั้นหรือจะสู้ วัน ทู ทรี โฟร์ ไฟฟว์ ไอเลิฟยูว~’

KnB AU FanFiction

Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei

‘วันป๊อกกี้นั้นหรือจะสู้ วัน ทู ทรี โฟร์ ไฟฟว์ ไอเลิฟยูว~’

………

วันนี้เป็นวันป๊อกกี้ ขณะเดียวกันก็เป็นวันที่โรงเรียนมัธยมปลายเศย์ริณย์มีการจัดงานนิทรรศการสืบสานวัฒนธรรมไทยเพื่อโปรโมตโรงเรียนที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ ณ เขตปทุมทู (ใกล้ๆกับเขตปทุมวัน) ทว่า ทั้งๆที่ปีนี้เป็นปีที่สองแล้ว แต่จำนวนนักเรียนกลับไม่มีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นเลยสักนิด

ในเมื่องานนิทรรศการสืบสานวัฒนธรรมไทยที่เพิ่งเริ่มจัดปีนี้เป็นปีแรกนั้นอาศัยคำขวัญยอดฮิตว่าด้วยการ ‘ก้าวไกลสู่สากลบนพื้นฐานความเป็นไทย’ นายจุ่น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่5ซึ่งได้ตำแหน่งกัปตันทีมบาสเก็ตบอล หรือก็คือประธานชมรมบาสชาย จำต้องทำหน้าที่ที่คณะกรรมการนักเรียนมอบหมายมาให้อย่างช่วยไม่ได้…

“เฮ่อ…”

ประธานชมรมบาสชายถอนหายใจเฮือกใหญ่ขณะมองภาพสะท้อนของตนในกระจก

โรงเรียนจะจัดงานอะไรก็จัดไปสิ แต่ทำไมต้องบังคับให้คนอย่างเขามาสวมชุดราชปะแตนนุ่งโจงกระเบนสีน้ำเงินม่วงแบบนี้ด้วย… แถมยังต้องไปตั้งแถวเดินขบวนในพิธีเปิดอีกด้วย

ถึงจะน่าอายก็เถอะ แต่ในเมื่อศักดิ์ศรีความเป็นผู้นำมันค้ำคอ ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องทำ…

จุ่นดันแว่นพร้อมๆกับสูดหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่กำลังปลอบตัวเองอยู่ในใจนั้น เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“โอ้! แต่งตัวเสร็จแล้วเหรอจุ่น เหมาะกับนายดีนะ”

“เหวอ! ตะ ตกใจหมดเลยเฟ้ย!”

ผู้มาเยือนยิ้มด้วยสีหน้าเป็นมิตรเช่นเคย เขามีร่างกายสูงใหญ่ เรือนผมสีน้ำตาลอ่อน นัยน์ตาสีเดียวกับเรือนผม

“จู่ๆก็โผล่มาแบบนี้มี’ไรฟะ ไอ้เทพ” กัปตันทีมถามเพื่อนร่วมชมรมหลังจากที่หายตกใจ

“อีกตั้งนานกว่างานจะเริ่ม ลงไปหาอะไรกินกันมั้ย มีอะไรตั้งเยอะแยะแน่ะ พออิ่มแล้วก็ค่อยไปสอยดาวกัน”

“ไม่เลวนี่” จุ่นพยักหน้าก่อนจะเดินตามเทพออกจากห้องชมรม ใช้เวลาไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงบริเวณลานกว้างของโรงเรียน บรรยากาศรอบด้านจำลองบรรยากาศของสมัยก่อนได้ดีกว่าที่จุ่นคิดไว้มาก เขาและเทพเดินมองเหล่านักเรียนหลายกลุ่มที่กำลังขายของกันอย่างขมักเขม้น

“กินไอติมกันมั้ยจุ่น” ว่าพลางพยักเพยิดไปทางร้านไอศกรีมกะทิสดที่อยู่ไม่ไกลนัก

“ก็เอาสิ” คนสวมแว่นในชุดราชปะแตนว่าพลางพยักหน้า ในวันที่ทั้งอากาศร้อนและคนเยอะๆขนาดนี้ถ้าได้ของเย็นๆช่วยคลายร้อนก็คงจะดีไม่น้อย

ทั้งคู่เดินกินไอศกรีมไปเรื่อยๆท่ามกลางแสงแดดของสยามประเทศอันร้อนระอุ ขนาดแบริเออร์ยังป้องกันกรุงเทพฯจากมวลน้ำมหาศาลไม่ได้ มีหรือที่เสื้อกล้ามบางๆจะยับยั้งเหงื่อที่ซึมผ่านแผ่นหลังของจุ่นได้

“ร้อนชะมัด ยิ่งแต่งตัวอย่างนี้ยิ่งร้อน!”

“แต่ฉันว่าจุ่นแต่งชุดไทยขึ้นดีนะ” เทพยิ้มขำกับท่าทีอารมณ์เสียของอีกคน ขณะเดียวกันก็มองเครื่องแต่งกายของอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า แน่นอนว่าเขาไม่ได้ประชด แต่แค่พูดไปตามความจริง

“เหอะ ได้ยินแล้วไม่เห็นจะดีใจเลยซักนิด” คนถูกชมเบ้ปากพร้อมกับยักไหล่อย่างไม่สนใจ แต่เทพแอบเห็นว่าใบหน้าของอีกฝ่ายกลับมีสีแดงเรื่อ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแสงแดดหรือเพราะความเขินกันแน่

เทพเหลือบมองจุ่นเลียไอศกรีมในมือจนหมดแล้วก็ได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่มองไปเรื่อยๆชักจะไม่ใช่เรื่องน่ายินดีแล้ว

“จุ่นนี่ล่ะก็ ไอติมเลอะหมดแล้ว” เทพว่าพลางใช้มือกดศีรษะของจุ่นให้ใบหน้าซบกับอกของเขา

“เฮ้ย! ทะ ทำอะไรของนาย!!” กัปตันทีมบาสสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆเพื่อนร่มทีมดันทำอะไรพิลึกๆท่ามกลางสายตาผู้คนนับร้อย จุ่นโวยวายเสียงดังขณะที่เด้งตัวออกจากแผ่นอกของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

“ก็เห็นว่านายกินไอติมเลอะก็เลยจะช่วยเช็ดปากให้ไง” เทพยิ้มอ่อนๆ ความจริงจุ่นกินอะไรแล้วเลอะปากถ้าปล่อยไว้อย่างนั้นก็น่ารักดี แต่พอเป็นคราบไอศกรีมกะทิขาวๆเทพกลับรู้สึกแปลกๆ ราวกับว่าถ้าปล่อยไว้เขาอาจจะเผลอคิดอะไรล่วงเกินอีกฝ่ายไปก็ได้

“งั้นก็เตือนกันดีๆสิฟะ!!”

“ก็นะ เมื่อกี๊ลืมคิดไปหน่อย นี่ๆ ฉันอยากสอยดาวแล้วล่ะจุ่น” เทพหัวเราะแหะๆก่อนจะลากคนตัวเล็กกว่าไปทางซุ้มสอยดาวโดยไม่สนใจเสียงโหวกเหวกของคนถูกลากเลยซักนิด

เทพและจุ่นเลือกใบสลากมาได้คนละใบก่อนจะนำไปให้กลุ่มนักเรียนที่เป็นเจ้าของซุ้มกิจกรรม

“วัชราวลีค่ะ”

เด็กสาวรุ่นน้องเอ่ยเสียงหวานพลางยื่นลูกอมที่เป็นของรางวัลการสอยดาวให้กับทั้งจุ่นทั้งเทพ สองสหายผู้ไม่มีวันได้แตะต้องรางวัลใหญ่อย่างจักรยานพับที่ผ่านการขี่จากท่านอดีตรมว.คมนาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

“อา… ดวงไม่ดีเลยเนอะ ว่าแต่ไอเดียดีจริงๆนะ ที่พูดแบบนั้นแปลว่าแคร์ความรู้สึกคนสอยดาวเหมือนกัน”

เทพเอ่ยชมการนำเอาชื่อวงมาใช้แทนที่จะเป็น’ลูกอม’ ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ยินว่ารางวัลจากการสอยดาวเป็นลูกอมก็คงทำหน้าเซ็งแน่ๆ พอบอกว่าวัชราวลีก็เก๋ไปอีกแบบ

อย่างนี้น่าจะกลับบ้านไปฟังเพลง’ลูกอม’อีกซักรอบ

“จะใช้ชื่อไหนมันก็ลูกอมเหมือนกันไม่ใช่เรอะ! งั้นลองอีกรอบ! ยังพอมีเวลาเหลืออยู่ก่อนจะถึงเวลาตั้งขบวน!!” จุ่นในชุดราชปะแตนประกาศกร้าวพร้อมกับเดินไปต่อคิวรอสอยดาวรอบที่สอง เทพจึงจำต้องเดินตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้

ทว่า วันนี้ดวงทั้งสองคนคงไม่ได้อ่านหนังสือ

…ก็เลยตก

“วัชราวลีอีกแล้วโว้ยยยยย!!!!”

“อา…. กลับไปฉันจะไม่ฟังเพลงลูกอมแล้วล่ะ”

“ลองใหม่!”

“หวาาา~! เดี๋ยวก่อนสิจุ่นนนนน พอเถอะนะะ”

จุ่นและเทพต่อแถวเล่นใหม่อยู่สามรอบได้ จนกระทั่งรอบที่สี่

“เฮ้ย! ไม่ใช่วัชราวลี! แต่มันคือป๊อกกี้!”

“นะ…ในที่สุด…” เทพยิ้มเจื่อนๆมองผลลัพธ์ที่เกิดจากเงินเหรียญสุดท้ายของเขารวมกับเงินเหรียญสุดท้ายของจุ่น มันคือป๊อกกี้กล่องละ15บาทที่หาซื้อได้ทั่วไปตามเซเว่นอีเลฟเว่นนั่นเอง…

“จะว่าไป…เหมือนยัยริกุลจะบอกว่าวันนี้เป็นวันป๊อกกี้อะไรซักอย่างสินะ” จุ่นว่าพลางนึกถึงหน้าโค้ชสาวผมสั้นประจำชมรม โค้ชที่บอกว่าความจริงพ่อจะให้ชื่อพิกุลแต่เจ้าหน้าที่ดันเขียนผิดเป็นริกุล.. จุ่นคิดว่าถ้าเขามีลูกก็คงไปใช้บริการที่นั่นแน่ๆ

คนสวมแว่นแกะกล่องกระดาษแล้วฉีกห่อพลาสติกออกก่อนจะยื่นให้เทพที่ยืนอยู่ข้างๆ

“เอ้า นายกินก่อนเลยละกัน”

“….” เทพหยิบป๊อกกี้แท่งหนึ่งออกมาจากห่อ เขาไม่เอามันเข้าปากของตน แต่กลับนำมาแตะกับริมฝีปากของจุ่นเบาๆ

พอแตะเสร็จจึงค่อยเอาเข้าปากแล้วเคี้ยวตามปกติ

“อร่อยดีนะ”

“……!!!!!!!”

จุ่นแข็งค้างเป็นหินราวกับโดนเมดูซ่าสาป และทันทีที่ตั้งสติได้ คนที่หน้าแดงแจ๋ก็รวบป๊อกกี้ทั้งถุงฟาดไปที่ไหล่ของอีกฝ่ายก่อนจะวิ่งหายไปในฝูงชน เทพได้ยินเสียงตะโกนดังแว่วมาไกลๆ

“ไอ้บ้าเอ๊ยยย!!! ไอ้เทพบ้า!!”

“จุ่น ลานตั้งขบวนมันต้องไปอีกทางนะ!!!”

เทพวิ่งไล่ตามอีกคนไป ท่ามกลางความวุ่นวาย ป๊อกกี้ถุงหนึ่งนอนตายอยู่บนพื้น ป๊อกกี้ที่เป็นตัวสานสัมพันธ์ความรัก….

ถึงป๊อกกี้ที่เกิดจากการนำเศษเงินของคนทั้งคู่มารวมกันจะแตกสลายอยู่บนพื้นเป็นภาระให้คุณลุงภารโรง แต่หัวใจของคนทั้งคู่ที่นำมารวมกันนั้นจะไม่ถูกทำลายลงอย่างแน่นอน….

…………

อร่าาาห์ ชักจะไม่แน่ใจแล้วสิว่านี่คือฟิควันป๊อกกี้เดย์รึเปล่า ไถลไปเรื่อย55555555 เหตุเกิดเพราะวันนี้ที่โรงเรียนมีการจัดงานแนวๆเดียวกับในเรื่องนี่ล่ะค่ะ พอเห็นคนใส่ชุดไทยปุ๊บก็ลองคิดเล่นๆดูว่า ‘เอ…แล้วถ้าพี่ฮิวงะใส่ชุดไทยจะเป็นยังไงนะ…’ คิดเล่นๆน่ะไม่เท่าไหร่ แต่พอภาพมาเท่านั้นแหละ อื้อหืออออออฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ นี่ดาเมจชุดไทยมากจนอยากจะบรรยายเยอะๆแต่ก็ต้องเตือนตัวเองอยู่เรื่อยเลยว่านี่มันป๊อกกี้เดย์นะ! ฮึ่มมม55555

ยังไงก็ตาม ขอให้สนุกกับฟิคนะคะ:)

KnB AU FanFiction [ Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำจะนองก็นองไป แค่หัวใจเราครองรักกันก็พอ’

KnB AU FanFiction

Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei

‘วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำจะนองก็นองไป แค่หัวใจเราครองรักกันก็พอ’

………

จุ่นรู้สึกอึดอัด

ท่ามกลางบรรยากาศครึกครื้นวุ่นวายของคืนวันลอยกระทง เด็กหนุ่มม.5สังกัดชมรมบาสเก็ตบอลโรงเรียนเศริณย์พยายามลัดเลาะกลุ่มคนหนาแน่นเพื่อที่จะตั้งหลักหาที่โล่งๆเพื่อยืนรอใครบางคน จุ่นกัดฟันกรอดขณะที่เดินฝ่ามวลมหาประชาชนจำนวนมาก เมื่อปีก่อนที่วัดมีคนเยอะ เขาเลยแนะนำเพื่อนให้เปลี่ยนสถานที่ไปลอยกระทงในมหาวิทยาลัยใกล้ๆโรงเรียนบ้าง แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าที่ไหนก็มากไปด้วยผู้คนที่มีจำนวนมหาศาลยิ่งกว่ามวลน้ำจากมหาอุทกภัยปี2554

จุ่นส่ายหน้าไปมาเพื่อสลัดความทรงจำในช่วงขนของขึ้นชั้นสองที่กลับมาเด่นชัดอีกครั้ง ก่อนจะกลับมาสนใจหาทางออกจากเขาวงกตมนุษย์ที่ซับซ้อนไม่ต่างจากในหนังเดอะเมซรันเนอร์ แถมยังขยับได้เหมือนกันเสียด้วย ถึงแม้จุ่นจะสูงกว่าเขาวงกตเหล่านั้น แต่ความสูง178เซนติเมตรของเขาก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนัก เพราะนิสิตชายส่วนใหญ่ในบริเวณนั้นก็สูงพอๆกับเขา น้อยกว่าเขาเล็กน้อย มากกว่าเขาก็ยังมี ยังไงก็มองเห็นสวนกว้างของมหาลัยได้ไม่ทั่วเสียที

ขณะที่เด็กหนุ่มสวมแว่นกำลังเดินมองซ้ายมองขวาไปมา น้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยก็ดังขึ้น

“จุ่น มาทำอะไรอยู่ตรงนี้น่ะ ก็นัดกันที่สระน้ำตรงโน้นไม่ใช่เหรอ”

“ไอ้เทพ!” หนุ่มแว่นผมดำตัดสั้นร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยความโล่งใจ

เทพเป็นเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผมสีอ่อน ตาสีอ่อน ใจดีและเป็นมิตรกับผู้อื่นเสมอ

เทพมองเพื่อนร่วมชมรมด้วยสีหน้าอ่อนโยนก่อนจะถือวิสาสะจูงมือจุ่นแล้วพาอีกฝ่ากระแสมวลชนคนเทศกาลออกมาอย่างยากลำบาก

“ไปซื้อกระทงกับไฟเย็นไม่ใช่รึไง แล้วทำไมถึงมามือเปล่าฟะ” จุ่นถามอีกฝ่าย ขณะเดียวกันก็แอบเหลือบมองมือใหญ่ที่จับมือของตนไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ทำราวกับว่าจะจับอยู่อย่างนี้ไปตลอดชีวิต…

เด็กหนุ่มสวมแว่นในเครื่องแบบนักเรียนม.ปลายรู้สึกถึงอุณหภูมิในร่างกายที่สูงขึ้นอย่างประหลาด แต่สุดท้ายเขาก็บอกตัวเองไปว่ามันเป็นอาการจากการอยู่ในที่เบียดๆนานเกินไปต่างหาก แน่นอนว่าอาการใจเต้นโครมครามในอกก็เช่นกัน ถึงแม้จะไม่เกี่ยว แต่จุ่นก็พยายามลากทุกสิ่งทุกอย่างให้เกี่ยวข้องกับอาการประหลาดที่บ่งบอกว่าเขากำลัง’เขิน’ เพียงเพราะอายเกินกว่าที่จะยอมรับความรู้สึกนั้นของตน

“ฉันเอาวางทิ้งไว้แถวๆสระน่ะ รู้สึกว่านายมาช้าผิดปกติก็เลยมาตาม” เทพยิ้มร่าในขณะที่จุ่นเบิกตากว้างแล้วแหกปากโวยวายในทันที

“จะบ้าเรอะ ทิ้งไว้แบบนั้นได้ไง! คนเยอะขนาดนี้เดี๋ยวก็หายหรอก!”

“ไม่หายหรอกน่า ไม่ได้นานขนาดนั้นซะหน่อย” คนตัวใหญ่ยิ้มน้อยๆกับปฏิกิริยาตอบสนองของอีกคน จุ่นเบ้ปากอย่างเอือมระอา เทพมักเป็นแบบนี้เสมอ ยิ้มง่าย มองโลกในแง่ดี ใจดี มีน้ำใจและคอยช่วยเหลือคนอื่นเสมอ เพราะเป็นแบบนี้ไงเขาถึงได้ต้องเป็นห่วงไปตามประสาเพื่อนที่ดี ถึงแม้ปากจะไม่พูดออกไปตรงๆก็เถอะ…

แต่ว่า….แค่เป็นห่วงในแบบของเพื่อนจริงๆเหรอ…

“เห็นมั้ย ยังอยู่ที่เดิมอยู่เลย”

จุ่นสะดุ้งตื่นจากห้วงความคิด เด็กหนุ่มผมดำส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา เอือมระอาท่าทียินดีของอีกฝ่าย รวมทั้งความรู้สึกประหลาดๆของตนเองด้วย

“ลองมันหายดูสิ นายเอาเงินไปซื้อใหม่เองเลย ฉันไม่ช่วยหารแล้ว”

“เอาน่าๆ ยังไงก็มาลอยกระทงกันเถอะเนอะ เดี๋ยวค่อยเล่นไฟเย็นกัน แล้วก็ค่อยไปเดินดูงาน”

“ไหนบอกว่ามาลอยกระทงอย่างเดียว… แต่เอาเถอะ..”

จุ่นถอนหายใจพลางปลดกระเป๋าเป้นักเรียนลงบนพื้นหญ้า กระทงทำจากหยวกกล้วยขนาดใหญ่ตกแต่งงดงามสมควรแก่การลอยร่วมกันสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาสีเข้มหลังเลนส์แว่น

“น่าจะมีกระทงน้ำแข็งขายนะ ถึงหยวกกล้วยจะไม่อันตรายเท่าโฟม แต่มันก็เป็นขยะอยู่ดี”

“แบบนั้นก็น่าจะเข้าท่านะ แบบนั้นพอมันละลายหมดเราก็จะได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันไง เหมือนน้ำในสระ— โอ๊ย! เจ็บนะจุ่น!”

เทพโดนจุ่นคว้ากระเป๋าเคียงที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาฟาดเข้าที่ต้นแขน โชคดีที่วันนี้สิ่งของที่ใส่เป็นเสื้อกีฬาสำหรับเปลี่ยนตอนซ้อมบาส ถ้าเป็นเมื่อวานที่จุ่นตั้งใจแบกหนังสือมากองที่โรงเรียนล่ะก็ ต้องเจ็บมากกว่านี้แน่ๆ

“เจ็บได้ไงฟะ เบาขนาดนี้! แล้วก็เลิกพูดไร้สาระได้แล้วเฟ้ย รีบๆจุดธูปจุดเทียนซะ จะได้รีบๆลอยแล้วก็รีบกลับ!”

“อื้มๆ เข้าใจแล้ว” เทพพยักหน้าพลางก้มลงทำตามคำสั่งของอีกคนแต่โดยดี

“นี่ จุ่น”

“อะไรฟะ?”

“จุ่นจะขอพรอะไรเหรอ?” จู่ๆเทพก็ถามขึ้นมาขณะจุดไฟแช็ค แสงเทียนที่ถูกจุดวูบวาบไปมา จุ่นจ้องมองมันครู่หนึ่งแล้วจึงหันหน้าไปอีกทาง

“…จะขออะไรมันก็เรื่องของฉันไม่ใช่เรอะ นายมาเกี่ยวอะไรด้วย”

“เอ๋ ก็ฉันอยากรู้นี่นา อยากรู้ว่าจะขอเหมือนกันรึเปล่า” เทพเอ่ยยิ้มๆ จุ่นหัวใจเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย ถ้าเป็นไปได้…เขาก็อยากให้คำอธิษฐานของอีกฝ่ายตรงกับตน

“….” จุ่นไม่ตอบอะไร เด็กหนุ่มมองเทพจัดการจุดธูปจุดเทียนให้เสร็จพร้อมลอย ก่อนจะย่อตัวลงนั่งยองๆข้างอีกฝ่าย

“เอาล่ะนะ” เทพให้สัญญาณ จุ่นพยักหน้าน้อยๆ มือของทั้งคู่ที่จับกระทงคนละด้านค่อยๆวางกระทงลงบนผิวน้ำอย่างนุ่มนวล จากนั้นจึงปล่อยมือออกมาช้าๆ เด็กหนุ่มสวมแว่นเหม่อมองกระทงไซส์ใหญ่ที่ลอยเอื่อยๆไปรวทกล่มกับกระทงของคนอื่นๆที่กลางน้ำ ภาวนาในใจว่าอย่าให้มันล่มไปซะก่อน ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น คนผมดำก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่กำลังจ้องมองมาทางตน เทพกำลังมองเขาอยู่….

นี่อยู่ใกล้กันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่…..

สภาพของเด็กหนุ่มม.ปลายสองคนที่นั่งยองๆลอยกระทงด้วยกันแบบนี้คงน่าอายน่าดู จุ่นกำลังจะลุกขึ้นยืนแต่เทพกลับรั้งมือเขาเอาไว้ คนสูงกว่าพยักพเยิดไปยังกระทงใบหนี่งที่อยู่ห่างออกไปจากกระทงของพวกเขาพอควร สภาพกระทงที่กำลังลุกไหม้ตราตรึงอยู่ในสายตาของจุ่น เด็กหนุ่มพึมพำออกมาเบาๆ

“โคตรเฟล….”

เป็นอะไรที่เฟลมาก สมควรที่จะเอาไปทำแก๊กเหลือเกิน ยิ่งถ้าแปะโลโก้เป็ดเฟลด้วยน่าจะเหมาะ…

“จุ่น”

“หือ?” เด็กหนุ่มสวมแว่นหันหน้ามามองตามความเคยชิน ด้วยความรวดเร็ว เทพฉวยโอกาสจุมพิตที่ริมฝีปากบางของอีกฝ่าย คนถูกขโมยจูบถึงกับแข็งเป็นหิน

“อะ…ไอ้ ไอ้บ้า!!” จุ่นหน้าแดงไปทั้งหน้า เด็กหนุ่มรีบคว้ากระเป๋านักเรียนแล้วรีบออกวิ่งหนีทันทีเพื่อปกปิดความเขินของตน

“อ้าวจุ่น! รอฉันด้วยสิ” เทพคลี่ยิ้ม สองมือใหญ่รวบสัมภาระทั้งหมดก่อนจะรีบวิ่งตามอีกคนไป คนที่เห็นเหคุการณ์ต่างยืนมองสองหนุ่มวิ่งไล่จับกันท่ามกลางบรรยากาศที่พลุกพล่าน

นี่มันหนังอินเดียที่พระ-นางวิ่งไล่จับกันเรอะ………………..

“จุ่น! จะรีบกลับไปไหนน่ะ อยู่เที่ยวงานกันก่อนดีกว่าน่า อีกเดี๋ยวเขาก็จะจุดพลุจุดดอกไม้ไฟชุดใหญ่กันแล้วนะ”

“กลับไปตัดผมร.ด.ที่บ้านโว้ย! ดูไปคนเดียวเลยไอ้เทพบ้า!”

“อ๋า! พรุ่งนี้มีตรวจผมร.ด.นี่นา! ลืมสนิทเลยแฮะ!! จุ่นรอฉันด้วย ฉันก็ต้องตัดเหมือนกัน!”

เทพเร่งความเร็วจนวิ่งทันเด็กหนุ่มสวมแว่น สองหนุ่มม.5วิ่งฝ่าผู้คนไปเรื่อยๆ ลัดเลาะออกจากสถานที่จัดงานไปยังสถานีBTSที่อยู่ไม่ไกลนัก

ถึงวันนี้จะต้องกลับไปตัดผม แต่ตัดใจจากจุ่นน่ะ ไม่มีวันหรอก….

เทพคลี่ยิ้มบางๆ เสียงพลุดังขึ้นไล่หลังทั้งสองจากที่ไกลๆ ราวกับถูกใจในความคิดของเขา

………

อร่าาาาห์ จบแล้ววววจบแล้วแบบงงๆ5555555 ทำไมมาลงเอยที่ตัดผมร.ด.ก็ไม่รู้5555555 ปีนี้ไม่ได้ออกไปลอยกระทงค่ะ;-; เลยแต่งฟิคลอยกระทงอยู่บ้านซะเลยยยฮึ่มมม55555 ยังขำชื่อพี่ฮิวงะกับพี่คิโยชิไม่หาย โอยย บ้าจริงง55555 ยังไงก็ตาม สุขสันต์วันลอยกระทงนะคะทุกคน แล้วก็ขอให้สนุกกับฟิคนะคะ:)