Garin FanFiction [การินกับสโนว์ไวท์และคนบาปทั้งเจ็ด ตอน : คู่ต่อสู้ของบาปทั้งเจ็ด]

การินกับสโนว์ไวท์และคนบาปทั้งเจ็ด
ตอน : คู่ต่อสู้ของบาปทั้งเจ็ด

(ฟิคที่ได้ลงพุนิก้าแมกกาซีนค่ะ ไหนๆก็ไหนๆแล้วย้ายมาลงในนี้ซะเลย ฟฟฟฟฟ ปล.นามปากกาที่เราไว้ใช้เขียนฟิคส่งพุนิก้าโดยเฉพาะคือnightmare666ค่ะ)

 

 

“ท่านอัลเฟรด!!! ตอนนี้กราฟของน้ำค้างพุ่งขึ้นสูงอีกแล้วขอรับ”สมิตตี้วิ่งหน้าตื่นมาฟ้องชายหนุ่มวัยสี่สิบปีในชุดสีขาวที่ตอนนี้กำลังนั่งชมนกชมไม้อย่างสบายอารมณ์ เมื่อได้ยินสมิตตี้โวยวายเสียงดัง อัลเฟรดก็ชักอยากจะเหนี่ยววงแหวนสีทองของอีกฝ่ายเล่นขึ้นมากะทันหัน
“อะไรของเจ้าอีกล่ะ”ชายหนุ่มพึมพำ เปลี่ยนจากมองนกมาเป็นมองเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีแทน
“ก็เพิ่งบอกไปเมื่อกี๊ไงขอร้าบบบ ว่ากราฟของน้ำค้างพุ่งขึ้นอีกแล้ว งานนี้ต้องเป็นฝีมือของทางนรกอีกแล้วแน่ๆ ทางเราเองก็ควรจะหาทางโต้กลับไปบ้างนะขอรับ”
“…เฮ้อ เพื่อไม่ให้เจ้าเป็นบ้าไปซะก่อน ข้าจะส่งมนุษย์คนนึงไปจัดการเจ้าพวกนั้นเองละกัน รับรองเอาอยู่แน่” อัลเฟรดถอนหายใจอย่างปลงอนิจจัง แต่ทว่าสมิตตี้กลับคัดค้านเสียงแข็ง
“ไม่ได้นะขอรับ ไม่น่าจะมีใครที่สามารถรับมือกับคนบาปทั้งเจ็ดนั่นได้หรอก ท่านให้ข้าไปแทนดีกว่า” เด็กหนุ่มชุดขาวกำมือแน่น มองหน้าชายหนุ่มวัยสี่สิบด้วยสีหน้าจริงจัง
“เหอะ ข้าว่าถ้าให้เจ้าไปมันก็คงไม่ต่างอะไรไปจากเมื่อก่อนหรอก เจ้ารู้หรือเปล่า ว่าคนที่ข้าจะส่งไปต่อกรกับเจ้าพวกบาปทั้งเจ็ดนั่นคือใคร” อัลเฟรดยิ้มให้กับสีหน้างุนงงของสมิตตี้ก่อนที่จะพูดชื่อของมนุษย์คนนั้นที่ตนมั่นใจในฝีมือของเขา…
“การิน จินตเมธร…”
เมื่อเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีได้ยินชื่อนั้นก็รีบหันไปนั่งตอบคอมเมนต์ของเว็บพันหนามต่อไป โดยไม่หันกลับมาถามอีก เพราะชื่อเสียงประหลาดๆของเด็กหนุ่มนามการินมันไม่ใช่ย่อยเลยทีเดียว….

……………………….

 

“นักเรียนคะ อย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่ว่าจะมีนักเรียนตัวแทนของโรงเรียนนิศาพาณิชย์มาเรียนร่วมกับเราสองอาทิตย์ ยังไงก็ช่วยดูแลเขาหน่อยนะคะ เพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนทั้งสองในเขตเดียวกัน” ผู้อำนวยการโรงเรียน Snow International School ประกาศก้องหน้าเสาธงพลางแอบเหลือบตามองเด็กหนุ่มผมดำในชุดนักเรียนโรงเรียนนิศาพาณิชย์ที่ส่งเสียงหัวเราะเบาๆชวนสยองออกมาทุกครั้งที่เธอพูด เป็นครั้งแรกที่ผู้อำนวยการสาววัยสี่สิบปีรู้สึกขอบคุณเหล่านักเรียนปากหอยปากปูที่เอาแต่ซุบซิบกัน เพราะอย่างน้อย…มันก็ดีกว่าเสียงหัวเราะนั่นเยอะเลยทีเดียว
เมื่อเลิกแถว…
“เดี๋ยวเธอไปเรียนที่ห้องตามที่เขียนในโน้ตนี่นะ” ผู้อำนวยการยื่นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆให้การิน ซึ่งในนั้นเขียนหมายเลขอาคาร หมายเลขชั้นเรียน และหมายเลขห้องไว้แล้วรีบหันหลังเดินจากไปทันที…
เด็กหนุ่มวัยสิบสี่ปียักไหล่อย่างไม่ยี่หระต่อท่าทางของหญิงสาววัยสี่สิบก่อนจะมุ่งหน้าเดินไปที่อาคารเรียนหมายเลข 2 และเดินขึ้นบันไดไปสามชั้น หลังจากที่เดินมาเรื่อยๆ การินก็หยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องเรียนที่เจ็ด…
ห้องเรียนที่สโนวไวท์หรือน้ำค้างเรียนอยู่นั่นเอง…
หึ…หึ…หึ… หวังว่าอีเมลประหลาดๆนั่นคงไม่ได้โกหกหรอกนะว่ามีบาปทั้งเจ็ดอาศัยอยู่ที่นี่ ยิ่งบอกให้มาก่อกวนด้วยนี่ยิ่งน่าสนุกใหญ่ อยากจะรู้จริงๆว่าฝีมือของเจ้าพวกนั้นจะเป็นยังไง แต่น่าเสียดายแฮะที่ยัยแม่มดดันไม่ได้มาด้วย เอาเถอะ ไว้ถ้ามันน่าสนุกจริงๆ เดี๋ยวค่อยโทรเรียกยัยนั่นมาก็ได้…
การินคิดในใจพลางขยับบานประตูเลื่อนติดฟิล์มกรองแสงออก ลมแอร์เย็นฉ่ำที่พัดเข้ามาปะทะหน้าไม่ทำให้ความรู้สึกสนุกของเด็กหนุ่มลดน้อยลงเลย
“เอาล่ะ เดี๋ยวเธอไปนั่งข้างหลังสุดละกัน” อาจารย์ประจำชั้นจัดแจงที่นั่งให้เด็กหนุ่มอย่างรวดเร็วเพราะไม่อยากเสียเวลาสอนอันมีค่าไป ดังนั้นเมื่อกล่าวเสร็จอาจารย์จึงหันไปสอนต่อ ปล่อยให้การินที่ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งห้องเดินล้วงกระเป๋าไปนั่งฟุบหลับอยู่บนโต๊ะโดยมีหูฟังเสียบอยู่ในหู รอคอยเวลาที่จะเผชิญหน้ากับบาปทั้งเจ็ดอย่างไม่รีบร้อน….

………………………………..

 

“เอ่อ ขอโทษนะคะ นี่ถึงเวลาพักทานข้าวเที่ยงแล้วล่ะค่ะ คุณ…เอ่อ…” น้ำค้างเขย่าตัวเด็กหนุ่มผมดำไม่ทราบชื่อเพราะอาจารย์ไม่ยอมเสียเวลาให้เขาแนะนำตัว แต่ทว่าการินกลับฟุบหลับอยู่บนโต๊ะอย่างไม่มีทีท่าว่าจะตื่นจนเด็กสาวร้อนใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้กินข้าวเที่ยง และแน่นอนว่ามันย่อมไม่ดีต่อสุขภาพของเขาแน่นอน
“เอ่อ คุณคะ…คุณคะ..”น้ำค้างยังคงเขย่าตัวอีกฝ่ายต่อไป จนในที่สุดการินก็ปรือตาขึ้นมา เมื่อภาพแรกที่เห็นคือเด็กสาววัยสิบหกปีเจ้าของผมยาวสลวยกับใบหน้าขาวเด่น ใบหน้าหล่อเหลาสไตล์โหดๆ ของการินก็มีเครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้น
“เอ่อ ขอโทษนะคะ พอดีว่านี่เป็นเวลาทานข้าวกลางวันแล้วค่ะ ฉันกลัวว่าถ้าคุณไม่รีบไปที่โรงอาหารเดี๋ยวข้าวจะหมดซะก่อนนะค่ะ เอ่อ ว่าแต่คุณชื่ออะไรเหรอคะ ฉันชื่อน้ำค้างค่ะ ยินดีต้อนรับสู่โรงเรียนของพวกเรานะคะ” น้ำค้างเผยยิ้มสดใสพร้อมกับอธิบายเหตุผลที่เธอมาปลุกเขา
เด็กหนุ่มมองนาฬิกาข้อมือ ปรากฏว่าเป็นเวลาเที่ยง… เวลาที่เขาตัดสินใจจะไปดูหน้าคนบาปทั้งเจ็ดตามรูปที่ได้รับมาจากเมลนั่น การินลุกขึ้นยืนก่อนจะหันไปตอบคำถามของเด็กสาวที่ยิ้มสดใสให้เขาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
“การิน…” จากนั้นเด็กหนุ่มก็เดินออกไปจากห้องเรียน โดยไม่หันกลับมามองหน้าเด็กสาวที่ยังยืนเก้ออยู่ในห้องเรียนเพียงลำพัง…
ดูเหมือนว่ายัยนั่นจะเป็นคนที่เมลนั่นต้องการให้เราช่วยเหลือจากบาปทั้งเจ็ด หึ ดูๆไปแล้วก็คล้ายๆกับยัยแม่มดเลยแฮะ…
การินคิดในใจ ริมฝีปากบางแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม…

 
ณ ศาลาที่พวกคนบาปรวมตัวกันอยู่…
“ให้ตายสิ เจ้าตัวแทนโรเรียนนิศาพาณิชย์อะไรนั่นแย่งความเด่นของฉันไปหมดเลย น่าอิจฉาชะมัด!!!” หนุ่มหน้าสวยนามเอ็นวี่บ่นกระปอดกระแปดพลางขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
“อยากลองต่อยกับมันชะมัดยาดเลย!! ดูท่าทางจะเก่งมิใช่น้อย” ราธตะโกนเสียงดังพลางชูมือที่กำไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“ได้ข่าวว่าเป็นลูกผู้อำนวยการโรงเรียนนิศาพาณิชย์ น่าจะมีเงินเยอะน่าดู อยากพนันกับหมอนั่นชะมัด” อวาไรซ์ตาเป็นประกาย มองกระปุกออมสินรูปน้องหมูอย่างคึกคะนอง
“…ถ้าหมอนั่นมีอะไรอร่อยๆ ให้กินก็ดีสิ” หนูน้อยกลัตโทนี่เลียอมยิ้มลอลลี่ป๊อปไปพลางนั่งนึกถึงภาพอาหารชนิดต่างๆที่ลอยไปมาในหัว
“….zzzz” ล.ซ.น.หรือเลซีเนสส์ยังคงหลับอุตุอยู่บนตักของลัสต์
“นั่นไง หมอนั่นเดินมานู่นแล้ว อ๊ะ!!! มีพวกดอกไม้งามแอบชายตามองมาเป็นขบวนอีกต่างหาก ฮึ่ม อย่างนี้ต้องมีคุย” ลัสต์ดันตัวของหนุ่มหัวยุ่งออกไปจนกลิ้งโคโล่กับพื้น หนุ่มผมทองเจ้าแห่งบาปราคะเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของการินโดยมีเจ้าแห่งบาปอีกห้าคนเดินตามมาด้วย
“หึ…หึ…หึ…อะไรของพวกแกวะ เสนอหน้ามาหาเองอย่างนี้เลยรึไง” เด็กหนุ่มวัยสิบสี่ปีทักพลางมองหกหนุ่มต่างสไตล์ด้วยสีหน้านึกสนุกตามแบบฉบับของเขา
“เฮ้ย พูดงี้หมายความว่าแกก็อยากต่อยกับฉันงั้นสิ มาเด้ เข้ามาเล้ย”ราธผลักหนุ่มผมทองออกไปให้พ้นทางก่อนจะเงื้อหมัดต่อยหน้าการินที่หลบได้ทันหวุดหวิด
“หึ..หึ..หึ…ฉันก็แค่อยากมาดูหน้าตาของพวกบาปทั้งเจ็ดเท่านั้นเอง แต่ดันมีไม่ครบซะงั้น”การินยิ้มแสยะเมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของบาปทั้งหลาย…
…มันรู้ได้ไงวะ… หกบาปเกือบทั้งหมดแทบจะคิดเป็นเสียงเดียวกัน…
“หึ..หึ…หึ…. หึ…หึ…หึ… แกคงเป็น เจ้าแห่งบาปโทสะสินะ ไอ้ผมทองนั่นคงเป็นเจ้าแห่งบาปราคะ ไอ้เด็กอมยิ้มนั่นคงเป็นเจ้าแห่งบาปตะกละ ไอ้หน้าสวยนั่นคงเป็นเจ้าแห่งบาปริษยา ส่วนเจ้านั่นคงเป็นเจ้าแห่งบาปโลภะ ส่วนไอ้ตัวที่นอนหลับอยู่บนพื้นหน้าตาเฉยนั่นคงเป็นเจ้าแห่งบาปเกียจคร้าน…อืม แล้วอัตตาหายไปไหนล่ะพวกแก หืม?” การินมองไปรอบๆ เมื่อสะดุดตาเข้ากับร่างสูงโปร่งของไพรด์ที่เดินมาพร้อมกับน้ำค้าง เด็กหนุ่มผมดำแค่นเสียงหึทีนึงก่อนจะกล่าวสั้นๆแต่ทำให้ทั้งหกบาปรู้สึกไม่ดี…

…มีใครใช้มันมารึเปล่าวะ…ถ้าอย่างนั้นมันก็ต้องรู้เรื่องภารกิจที่ท่านเซรอธสั่งมาน่ะสิ….
“อ้าวๆ พ่อบาปอัตตา ในที่สุดก็มาซักทีนะ หึ…หึ..หึ…”
“อ้าว คุณการิน ทานข้าวเที่ยงเสร็จแล้วเหรอคะ” น้ำค้างโพล่งขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงว่าเด็กหนุ่มจะยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยง และเพราะด้วยความเป็นคนดีจัดนี้เอง บาปทั้งเจ็ดจึงตรัสรู้ได้ว่าศัตรูที่จะมาต่อกรกับพวกตนนั้นไม่ใช่ธรรมดา…
…การิน จินตเมธร….เด็กหนุ่มผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกลไปทั่วทุกภพ…
“หึ…หึ…หึ.. ฉันนึกว่าพวกนายจะมีน้ำยามากกว่านี้ซะอีกนะเนี่ย นึกว่าจะมาแบบเบลเซบับ หรือว่าลูซิเฟอร์ซะอีก… ที่ไหนได้… น่าเบื่อแบบนี้คงไม่ต้องเรียกยัยแม่มดมาแล้วมั้งเนี่ย เพราะมันไม่มีเค้าแววความสนุกเลยซักนิดเดียว น่าผิดหวังจริงๆเลยนะ หึ…หึ…หึ…”การินไม่พูดพล่ามทำเพลงควักตุ๊กตาคุณไสยจากกระเป๋ากางเกง เส้นผมสีทองยาวสลวยถูกกระชากออกมาจากหนังหัวของลัสต์เป็นกระจุกๆ และถูกมัดไว้ด้วยสายสิญจน์สีขาวแน่นหนาให้ติดกับตัวตุ๊กตา
“โอ้วววว ไม่นะ เส้นผมสีทองสุดสวยของช้านนนนนน” ลัสต์กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาไหลออกมาจากนัยน์ตาสีน้ำเงินสวยมีเสน่ห์ มือเรียวสวยทั้งสองข้างกุมหนังหัวบริเวณที่แหว่งไปแน่น
“หึ จบเกมกันตรงนี้แหละ เริ่มจากแกก่อนละกันไอ้หัวทอง ความจริงแล้วฉันอยากเล่นงานไอ้หัวแดงก่อนเพราะสีมันเหมือนกับสีผมของไอ้ศาสดาปาหี่นั่น แต่ถ้าเริ่มที่แก น่าจะสนุกที่สุดนะ หึ..หึ…” การินแสยะยิ้มเหี้ยม ปากพึมพำคาถาที่ฟังไม่รู้เรื่อง เมื่อท่องคาถาจบ เล็บของเด็กหนุ่มผมดำก็จิกเข้าไปที่หน้าของตุ๊กตาจนเป็นรอย
“อ๊ากกก เจ็บ ฉันจะเสียโฉมมั้ยเนี่ย ฮือๆ” ลัสต์กุมหน้าไว้ เลือดสีแดงไหลซึมออกมาจากร่องมือ ห้าหนุ่มที่เหลือมองหน้ากันเลิ่กลั่กไม่รู้จะทำยังไงดี ส่วนไพรด์ได้แต่มองตุ๊กตาในมือของการิน…โดยไม่คิดจะทำอะไรเลย…
“ตายแล้ว ทำไมคุณลัสต์ถึงเลือดไหลคะ” น้ำค้างผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรได้แต่มองหน้าคนนั้นทีคนนู้นทีอย่างเลิ่กลั่ก เมื่อเห็นดังนั้นไพรด์ที่ยืนอยู่ข้างๆจึงตอบคำถามของน้ำค้างแทนคนอื่นที่ยืนทำอะไรไม่ถูก
“หมอนั่นโดนการินทำร้าย…” ..คำพูดสั้นๆง่ายๆได้ใจความของไพรด์ทำให้เด็กสาวตกใจมากเพราะด้วยความเป็นคนดีจัด
“หยุดเถอะนะคะคุณการิน ไม่ว่าคุณจะทำร้ายคุณลัสต์ยังไงก็เถอะ หยุดเถอะค่ะ” น้ำค้างอ้อนวอนทั้งน้ำตา ขณะเดียวกันก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าสีชมพูอ่อนให้ลัสต์ไปเช็ดเลือด
“หึ…หึ…หึ…พวกแกทำให้ความหวังที่ฉันตั้งไว้ต้องสูญเปล่าหมดเพราะนึกว่าพวกแกจะเก่งกว่านี้ แต่เห็นแก่ว่าสโนวไวท์ขอมาบวกกับฉันยังไม่ได้กินข้าวและไม่มีอารมณ์จะเล่นกับพวกแกแล้ว ดังนั้น เดี๋ยวเราค่อยมาเล่นกันใหม่ในคราวหน้าละกัน…อย่าลืมสิว่าฉันยังอยู่ที่นี่ได้อีกเป็นสองอาทิตย์นะ หึ…หึ…หึ…” การินเก็บตุ๊กตาลงในกระเป๋า คลายคาถาแล้วเดินจากไป ส่วนน้ำค้างรีบเดินไปดูแผลของลัสต์ที่ใบหน้าแล้วบอกให้เขารีบไปห้องพยาบาลซะ แต่แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องบอกลัสต์ก็วิ่งแน่บไปแล้ว
ณ ศาลาประจำการของหกหนุ่ม…แต่คราวนี้พิเศษกว่าเดิมเพราะมีไพรด์มาร่วมวงด้วย…
“ฝ่ายสวรรค์ต้องส่งการินมาข่มขู่พวกเราแน่ ทำไงดีล่ะ”ลัสต์เบ้ปากเพราะไม่ชินกับการที่มีปลาสเตอร์ปิดที่แก้มซ้าย โชคดีที่การินแค่หยอกเล่นลองเชิงไม่งั้นคงไม่จบแค่รอยแผลเล็กๆแบบนี้แน่…
“อืม ยังไงซะก็ทนแค่สองอาทิตย์เองน่า ไม่น่าจะนานมากนี่ เอ๊ะ จะว่าไปการินก็อยู่ห้องเดียวกับนายนี่นาลัสต์ พนันได้เลยว่าหมอนั่นต้องเหม็นขี้หน้านายแน่” อวาไรซ์เขี่ยหัวเลซีเนสส์ไปพลางเลียอมยิ้มที่แย่งมาจากกลัตโทนี่ไปพลาง
“เฮ้อ สองอาทิตย์งั้นเหรอ เพราะหมอนั่นอยู่ที่โรงอาหาร ฉันก็เลยไม่กล้าเข้าไปกินข้าวเลย” กลัตโทนี่บ่นงึมงำอยู่ในลำคอพลางควักอมยิ้มลอลลี่ป๊อปอันใหม่ขึ้นมาอมแทนอันที่ถูกอวาไรซ์แย่งไป
“……………..”  ไพรด์ไม่พูดอะไร ในใจของหนุ่มแห่งบาปอัตตากำลังครุ่นคิดเรื่องของเด็กหนุ่มนามการิน…บางครั้งสวรรค์อาจกำลังลองเชิงพวกเขาอยู่ก็ได้ ถึงได้ส่งการินมาอยู่แค่สองอาทิตย์ เพราะฝ่ายนั้นเชื่อมั่นว่าไม่ว่ายังไงน้ำค้างก็ไม่มีทางแพ้บาปทั้งเจ็ดอย่างพวกเขาแน่……
“…อยู่บนโลกพวกเราซี้ซั้วใช้เวทไม่ได้ด้วย ไม่งั้นฉันจะเสกให้ก้นของหมอนั่นไฟลุกพรึ่บเลย” ราธพึมพำ หากพวกเขาใช้เวทมนต์อย่างโจ่งแจ้งบนโลกมนุษย์ ก็เท่ากับว่าเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง แผนการของเซรอธก็อาจจะล่มเอาง่ายๆ และถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆพวกเขาไม่ตายดีแน่
“ชิ น่าอิจฉามันชะมัด หมอนั่นแย่งความเด่นไปหมดเลย ทั้งๆที่เป็นแค่คนที่มีรังสีมืดมนอยู่รอบตัวแท้ๆ” เอ็นวี่บ่นบ้าง แต่นึกไม่ถึงว่าจะมีคนตอบกลับมา
“ต.ฉ.ว.พ.หม.น.ป.บ.น.หล.ค.ถ.ด.ช.” เลซีเนสส์พึมพำเสร็จก็นอนหลับอุตุบนตักลัสต์ต่อ
“เฮ้ หมอนั่นพูดว่าไงอ่ะ” ราธหันไปถามลัสต์ที่ตอนนี้กำลังยุ่งอยู่กับการหาชื่อเครื่องสำอางมาลบลอยแผลบนใบหน้าแทนใช้ปลาสเตอร์โดยใช้ไอพอดทัชที่เซรอธให้มาและอาศัยฟรีไวไฟของโรงเรียน
“แต่ฉันว่าเพราะหมอนั่นเป็นแบบนั้นแหละคนถึงได้ชอบ… พูดว่าเงี้ย” ลัสต์เงยหน้าขึ้นจากรายชื่อเครื่องสำอางครู่หนึ่งก่อนจะก้มลงไปอ่านต่อ
“อ้อ ที่แท้นายก็แค่ต้องการจะตอบเอ็นวี่สินะ นึกว่านายจะเสนอความคิดอะไรซะอีก” ราธพึมพำ นึกเสียใจที่หวังกับเลซีเนสส์ไว้มากเกินไป
“แล้วนายคิดว่าไงล่ะไพรด์” อวาไรซ์หันไปถามไพรด์ นานๆ ทีไพรด์จะมานั่งด้วยกันกับพวกเขา อย่างน้อยก็น่าจะชวนคุยอะไรบ้าง
“…ไม่จำเป็นต้องบอกพวกนาย…”  ไพรด์ไม่ตอบคำถามของอวาไรซ์ได้แต่พูดเปรยขึ้นเรียบๆครั้งหนึ่งแล้วเดินจากไป
“ยังไงก็ตาม การินไม่ใช่คนธรรมดา ระวังตัวไว้เถอะเจ้าพวกสมองกลวง”

……………………………………..

 

“หึ…หึ…หึ…แกมันเจ้าบาปอัตตานี่หว่า เสนอหน้ามาให้ฉันเล่นอีกแล้วเหรอ”การินเงยหน้าจากก๋วยเตี๋ยวไก่สูตรเด็ดขึ้นมามองสีหน้านิ่งเรียบของไพรด์ด้วยแววตานึกสนุก
“ฉันก็แค่มาทำความรู้จักกับนายเฉยๆ ไม่ง่ายนะที่ฉันจะยอมคุยกับใครแบบนี้”  ไพรด์มองหน้าการิน ความจริงแล้วเขาก็แค่ต้องการมาสังเกตพฤติกรรมของอีฝ่ายเท่านั้นแหละ ความคิดที่ว่าอีกฝ่ายอยู่ระดับเดียวกับเขาไม่อยู่ในหัวไพรด์เลยซักนิด…
“นั่นสินะ ยังไงฉันกับแกก็ยังต้องเห็นหน้ากันไปอีกสองอาทิตย์ น่าสนุกจังเลยเนอะลูซิเฟอร์ หึ…หึ…หึ…” การินทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้ไพรด์นั่งมองชามก๋วยเตี๋ยวไก่ที่กินเสร็จแล้วอยู่คนเดียว…
“นั่นสินะ อีกสองอาทิตย์…ช่างยาวไกลเหลือเกินนะ” ไพรด์พึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายไป…โดยไม่หันกลับมามองชามก๋วยเตี๋ยวที่ถูกทิ้งเอาไว้อีกเลย…

 

 

********************************************

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s