ดอกไม้สีครามกับความทรงจำ

ดอกไม้สีครามกับความทรงจำ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนที่แสนห่างไกล เด็กหญิงวัยเก้าปีในชุดเดรสวันพีซสีขาวคนหนึ่งกำลังนั่งพิงโคนต้นแอปเปิล นัยน์ตากลมโตสีมรกตเหม่อมองไปยังทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้ปริศนาสีฟ้าสวย ก่อนจะก้มหน้าวาดรูปทุ่งดอกไม้เบื้องหน้าอย่างตั้งใจ สายลมอ่อนๆพัดผ่านเด็กหญิงและต้นแอปเปิล เสียงใบไม้เสียดสีกันเบาๆดังขึ้น และตามมาด้วยเสียงร้องของเด็กหญิงเมื่อเธอเห็นกระดาษแผ่นน้อยปลิวไปตามสายลม สองเท้าเล็กๆรีบวิ่งตามในทันที แต่วิ่งไปได้ไม่เท่าไหร่ร่างเล็กก็ต้องหยุดหอบหายใจกลางทาง สายลมยังคงพัดเอื่อยๆ เด็กหญิงเบะปากร้องไห้ แต่สัมผัสอบอุ่นของใครคนหนึ่งสามารถสะกดน้ำตาของเธอไว้ได้ มือแกร่งของชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน เขานั่งยองๆข้างๆเด็กหญิง มืออีกข้างหนึ่งยื่นกระดาษขาวที่ยังคงมีรูปของดอกไม้ปริศนาที่ยังวาดไม่เสร็จดีให้อีกฝ่าย เขายิ้มน้อยๆเมื่อพบว่าเด็กหญิงเริ่มยิ้มออก

“ขอบคุณค่ะพี่ชาย” เธอเอ่ยขอบคุณเขาด้วยน้ำเสียงสดใส นัยน์ตาสีเขียวมรกตจับจ้องไปที่ใบหน้าของผู้ช่วยเหลือ ชายคนนี้มีเรือนผมสีทองสว่างที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพราะแรงลม นัยน์ตาสีฟ้าครามของเขานั้นงดงามราวกับอัญมณี …ราวกับสีของดอกไม้ปริศนาที่รายล้อมไปทั่วทุ่ง

“เธอรู้จักดอกไม้พวกนี้หรือเปล่า?” จู่ๆชายหนุ่มก็ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ เมื่อเห็นเขาทิ้งตัวนั่งลงบนผืนดิน เด็กหญิงจึงนั่งลงข้างๆกัน มือข้างหนึ่งถือแผ่นกระดาษในมือไว้ตลอดเพราะกลัวว่ามันจะลอยหนีเธอไปอีก สายลมยังคงไม่หยุดทำหน้าที่ ทั้งเรือนผมสีทองของเขาและเรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวยของเธอเคลื่อนไหวตามแรงของมัน

“ไม่รู้จักค่ะ มันคือดอกอะไรเหรอคะ”

“ดอกฟอร์เก็ตมีน็อต หรือเรียกว่าดอกแวววิเชียรก็ได้ สวยใช่ไหมล่ะ” ชายหนุ่มตอบพลางเด็ดดอกไม้สีครามสวยขึ้นมาดอกหนึ่ง เขาเหม่อมองมันอยู่ครู่เดียวก่อนจะเอ่ยถามเด็กหญิงด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟังว่า

“รู้จักตำนานของฟอร์เก็ตมีน็อตไหม แม่หนูน้อย”

“เอ๋ ตำนานเหรอคะ น่าสนใจจัง พี่ชายเล่าให้ฟังหน่อยสิคะ” เด็กหญิงตัวน้อยตาเป็นประกาย ขึ้นชื่อว่าตำนานย่อมเป็นเรื่องน่าสนุกสำหรับเด็กตัวน้อยพอๆกับนิทานก่อนนอนอยู่แล้ว

“…ได้สิ” ชายหนุ่มผมทองตอบเบาๆก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงชวนฟัง

“นานมาแล้ว ขณะที่อัศวินหนุ่มและคนรักของเขากำลังเดินชมจันทร์ด้วยกัน หญิงสาวเหลือบไปเห็นดอกไม้ปริศนาดอกหนึ่งขึ้นอยู่ริมตลิ่ง จึงขอร้องให้อัศวินช่วยลงไปเก็บให้ อัศวินทำตามคำขอ แต่ทว่า…”

เสียงของชายหนุ่มเงียบหายไปครู่หนึ่ง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเริ่มเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนเช่นเดิม แต่ลึกๆแล้วเด็กหญิงกลับรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แอบซ่อนอยู่ในน้ำเสียงน่าฟังนั้น

“…ระหว่างที่อัศวินกำลังก้มเก็บดอกไม้ เขาลื่นไถลลงไปในแม่น้ำ เขาว่ายน้ำไม่ได้เพราะเสื้อเกราะมีน้ำหนักมาก แต่ก่อนที่จะจมน้ำ เขาได้โยนดอกไม้ปริศนาดอกนั้นให้กับคนรักพร้อมกับพูดว่า ‘อย่าลืมฉัน’ (Forget Me Not) จากนั้นร่างของเขาก็จมหายไปในแม่น้ำนั้น… ดอกไม้ดอกนั้นเลยมีชื่อว่าดอกฟอร์เก็ตมีน็อต ตามคำพูดสุดท้ายของอัศวินคนนั้น…”

ความเงียบแผ่บรรยากาศเข้าปกคลุมบริเวณนั้นทันทีที่ชายหนุ่มเล่าจบ แม้แต่สายลมที่พัดเอื่อยๆตลอดการเล่าเรื่องยังไม่มีทีท่าว่าทำหน้าที่ต่อ ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากน้อยๆของเด็กหญิง นัยน์ตาสีฟ้าตวัดมองร่างเล็กที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆก่อนจะลูบหัวอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา

“ไม่ชอบหรือ?” ชายหนุ่มเอ่ยถาม

“ทำไมคุณอัศวินถึงต้องตายด้วยล่ะคะ” เด็กหญิงเงยหน้าที่เปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตาขึ้นมามองชายหนุ่ม

“ไม่รู้สิ…” เขาตอบสั้นๆก่อนจะยื่นดอกฟอร์เก็ตมีน็อตให้เด็กหญิง พร้อมกับเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่เจือไปด้วยความอบอุ่น

“ถึงตอนจบของตำนานจะไม่ได้จบอย่างมีความสุข แต่เธอกับผมก็ยังมีความสุขดี ยังมีความสุขที่ได้พบกัน หรือว่าเธอไม่มีความสุขที่ได้พบกับผม…?”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ! หนูดีใจมากที่ได้เจอพี่ชาย พี่ชายเล่าอะไรให้หนูฟังตั้งหลายอย่างแถมยังช่วยหนูอีก หนูน่ะมีความสุขมากๆเลยนะคะ!!” เด็กหญิงว่าพลางรับดอกฟอร์เก็ตมีน็อตจากอีกอีกฝ่ายมาถือไว้ ในใจนึกอายที่ตัวเองเสียมารยาทตะโกนความในใจออกไป เธอน่าจะตอบเขาดีๆ ไม่ใช่ตะโกนใส่พี่ชายผมทองเสียงดังแบบนั้น

“นึกว่าเธอจะโกรธที่ผมเล่าเรื่องเศร้าๆให้ฟังเสียอีก ขอบคุณมากนะที่ไม่โกรธ ความจริงแล้วผมไม่ค่อยอยากเล่าเรื่องแบบนี้ให้เด็กๆฟัง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเล่าเรื่องที่สนุกๆ แต่ความทรงจำในหัวของผมมีแค่เรื่องของดอกฟอร์เก็ตมีน็อตเท่านั้น…”

จู่ๆเสียงเรียกของพ่อแม่เด็กสาวก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณให้เด็กหญิงและชายหนุ่มต้องบอกลากัน แม้ว่าเด็กหญิงจะยังไม่อยากกลับก็ตาม

“ดูเหมือนว่าเธอคงต้องไปแล้วสินะ” ชายหนุ่มว่าพลางดันตัวเองขึ้นจากพื้นหญ้า เด็กหญิงลุกตามบ้างก่อนจะถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

“เราจะได้เจอกันอีกมั้ยคะ?”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมไม่มีทางลืมเธอแน่นอน เธอเองก็อย่าลืมผมนะ แม่สาวน้อย” ชายหนุ่มยิ้มให้เธอเป็นครั้งสุดท้าย สายลมพัดมาวูบหนึ่ง จู่ๆร่างของเขาก็หายไปต่อหน้าต่อตาเด็กหญิงเสียแล้ว

“เอ๋ พี่ชายผมทองหายไปไหนแล้ว พี่ชายคะ!”

ไร้เสียงตอบรับจากชายหนุ่ม เด็กหญิงจึงตะโกนลั่นทุ่งดอกไม้สีคราม เสียงของเธอดังก้องไปทั่ว ราวกับว่าตั้งใจจะให้ดอกฟอร์เก็ตมีน็อตทุกดอกเป็นพยาน

“หนูจะไม่ลืมพี่ชายผมทองนะคะ!!!”

ชายหนุ่มผมทองคนหนึ่งยืนมองแผ่นหลังเล็กๆของเด็กหญิงวัยเก้าปีที่กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาผู้ปกครองของเธอ แผ่นหลังนั้นค่อยๆไกลออกไปเรื่อยๆ ไกลออกไปจากทุ่งดอกฟอร์เก็ตมีน็อตของเขา

ชายหนุ่มเบนสายตาออกมาจากภาพนั้น ในตอนนี้เขามีความทรงจำแรกที่ไม่เกี่ยวอะไรกับดอกฟอร์เก็ตมีน็อตอยู่ในหัวสมองแล้ว นั่นคือความทรงจำเกี่ยวกับเด็กหญิงคนนั้น… เด็กหญิงที่ตะโกนลั่นทุ่งดอกฟอร์เก็ตมีน็อตว่าจะไม่ลืมเขา

เขาเองก็ไม่มีทางลืมเธอเช่นกัน…

ท่ามกลางสายลมที่พัดเอื่อยๆ ชายเสื้อเชิร์ตสีขาวของเขาสะบัดตามแรงลมเล็กน้อย อัศวินผู้โชคร้ายคนนั้นก็คือเขาเอง ตำนานที่เขาเล่าให้เด็กหญิงฟังคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเขา อัศวินหนุ่มลืมอดีตทุกอย่างทันทีที่หมดลมหายใจ และกลายเป็นวิญญาณสิงสถิตอยู่ที่แม่น้ำแห่งนั้น วันเวลาแปรเปลี่ยน แม่น้ำและพื้นที่บริเวณนั้นกลายสภาพเป็นทุ่งดอกฟอร์เก็ตมีน็อต…

เด็กหญิงนัยน์ตาสีมรกตเป็นคนแรกที่เข้าไปในทุ่งกว้าง และได้พูดคุยกับเจ้าของตำนานดอกไม้สีครามสวย เป็นคนแรกที่เข้ามาเหยียบผืนดินแห่งนี้เมื่อแปรสภาพเสร็จสมบูรณ์…

วิญญาณหนุ่มนอนแผ่บนพื้นหญ้า ค่อยๆปิดเปลือกตาลงช้าๆ สายลมอ่อนยังคงพัดผ่าน เขายิ้มน้อยๆกับเหตุการณ์ในวันนี้ แล้วพึมพำกับตัวเองเบาๆ

“อย่าลืมผมนะ…”

……….

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s