KnB FanFiction [ Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘The Past’

KnB FanFiction

Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei

‘The Past’

……..

เรื่องราวไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับทุกคนได้เสมอ…

“ว้ากกกกกกก!!!”

ฮิวงะ จุนเปย์แหกปากร้องเสียงดังลั่นเมื่อจู่ๆเขาก็ร่วงลงมาจากฟ้าอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงว่าอยู่ดีๆเขาก็ถูกพื้นดินปฏิเสธแล้วส่งไปให้ท้องฟ้าจัดการแทน…

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นฟระะะะะะ?!!!!”

กัปตันเซย์รินในชุดนักเรียนโหวกเหวกโวยวายอย่างไร้สติ สภาพพื้นดินที่มีต้นหญ้าสีเขียวๆแซมอยู่เล็กน้อยค่อยๆปรากฏใกล้สายตาเขาเข้ามาเรื่อยๆ คนสวมแว่นตัดสินใจถอดแว่นออกแล้วหลับตาปี๋ แม้จะอยากรอดแต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เขาหล่นลงในพื้นที่โล่งแจ้ง ความหวังที่จะฉวยจับกิ่งไม้หรือมีพรมหญ้ารกๆเป็นเบาะกันกระแทกนั้นเป็นศูนย์

แต่ทว่า..

‘ตุ้บ!’

“ฮึบบ!”

‘กร๊อบ’

“เฮะ..?!!!”

คนตกลงมาสนใจเสียงดัง’กร๊อบ’ที่บ่งบอกว่ากระดูกเขาได้รับการกระทบกระเทือน มากกว่าที่จะสนใจว่าทำไมเขาถึงไม่หล่นลงบนพื้น และเมินเฉยต่อเสียงอีกเสียงหนึ่งอย่างไม่ไยดี…

“อูย… ระบมเลยแฮะ ว่าแต่ ทำไมเรายังไม่ตายฟะ?!”

พอรู้ตัวจึงได้หันหน้ามองไปรอบๆ ร่างของเขาลอยอยู่นเหนือพื้นดินเกือบสองเมตร ฮิวงะหยิบแว่นขึ้นมาประจำตำแหน่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้

ร่างนั้นอุ้มฮิวงะไว้ในท่าอุ้มเจ้าสาว เกราะเหล็กแข็งแรงทรงพลังอันเป็นเอกลักษณ์ทำเอากัปตันเซย์รินเบิกตากว้าง อ้าปากพะงาบๆ

รูปร่างบึกบึนสูงใหญ่ในชุดเกราะและหมวกเกราะที่คุ้นตาทำให้ฮิวงะนึกถึงหุ่นฟิคเกอร์ทาเคดะ คัตสึโยริของเขาที่ตอนนี้น่าจะยังอยู่ในห้องนอน ทาเคดะ คัตสึโยริเป็นลูกชายของทาเคดะ ชินเง็น ขุนศึกพยัคฆ์บูรพาที่โด่งดังคนนั้นนั่นเอง…

เขาจำเกราะนี้ได้ไม่ผิดแน่ ว่าแต่ทำไมล่ะ…ทำไมลูกชายของขุนศึกที่โด่งดังแบบนั้น..

ทำไมถึงหน้าละม้ายคล้ายคิโยชิ เท็ปเปย์เวอร์ชั่นผู้ใหญ่อย่างนี้ล่ะว้อย?!!

“มนุษย์นำโชค เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ยังไม่หายตระหนกตกใจงั้นรึ.. ทว่าข้าเองก็ตระหนกตกใจไม่แพ้กัน เพียงแค่อธิษฐานขอให้ชนะศึกที่นากาชิโนะนี่ ท่านเทพเจ้าก็ส่งเจ้าลงมาในทันใด ท่านคงส่งเจ้ามาเป็นผู้นำโชคลาภให้กองทัพทาเคดะกระมัง”

ทาเคดะ คัตสึโยริค่อยๆวางร่างของคนในอ้อมแขนลงกับพื้นอย่างนิ่มนวลแล้วนั่งลงข้างๆ ฮิวงะกระพริบตาปริบๆเรียงลำดับเหตุการณ์อย่างมึนงง อยู่ดีๆเขาก็หล่นมาจากฟ้า คัตสึโยริที่หน้าเหมือนคิโยชิมาช่วยรับเขาไว้ เขาไม่กระแทกกับพื้นแต่กระแทกกับเกราะเหล็กของหมอนี่จนระบม และตอนนี้…ดูเหมือนว่าเขาจะหลงมาอยู่ในยุคเซ็นโกคุ…

แถมตอนนี้คัตสึโยริยังเชื่อสนิทใจเลยว่าเขาเป็นคนที่ถูกเทพส่งมา เดี๋ยวสิฟะ! เรื่องหล่นลงมานี่ช่างเถอะเพราะไม่รู้จะแก้ตัวยัง แต่เรื่องนำช่งนำโชคอะไรนี่ผิดแล้ว! เพราะฝ่ายที่จะชนะศึกที่นากาชิโนะคือโอดะ โนบุนะงะที่ยกทัพมาช่วยโตกุกาวะ อิเอยาสึต่างหาก!

แต่ขืนพูดออกไปต้องแย่แน่….

ฮิวงะกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบากก่อนจะถามสถานการณ์ปัจจุบันในตอนนี้อย่างเคร่งเครียด

“เอ่อ… แล้วนี่สถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ”

“อา…นินจาของข้ารายงานว่าทางฝั่งโตกุกาวะจะส่งสารขอความช่วยเหลือจากโอดะ หากทัพหนุนของโอดะมาถึงสมรภูมิเมื่อใด ข้าจะลองเจรจาหย่าศึกดู…”

“โตดุกาวะอาจจะใช่ แต่โอดะคงไม่ยินยอมแน่ๆ..” ฮิวงะนึกถึงความจริงในประวัติศาสตร์แล้วสีหน้าหม่นลงเล็กน้อย ทาเคดะ คัตสึโยริเป็นซามูไรที่กล้าหาญและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ผู้เป็นพ่อ อนาคตของเขากำลังรุ่งโรจน์หากไม่พ่ายศึกนากาชิโนะครั้งนี้…

คนอย่างฮิวงะ จุนเปย์อยากจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ อยากจะช่วยเหลือคัตสึโยริที่ดันบังเอิญมีใบหน้าละม้ายคล้ายคนสำคัญของเขา…

ไม่อยากเห็นใบหน้าของคนคนนั้นที่กำลังเจ็บปวด… แต่การเปลี่ยนประวัติศาสตรฺสำหรับคตที่รักประวัติศาสตร์อย่างเขาถือเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ แถมยังจะกลายเป็นว่าลบหลู่เกียรติทั้งผู้แพ้และผู้ชนะได้..

“ข้าได้แต่หวังว่าโอดะคนนั้นคงมีความยึดมั่นในวิถีซามูไรอยู่บ้าง… โอ้.. ข้าลืมแนะนำตัวไปเลยสินะ ข้าคือทาเคดะ คัตสึโยริ ว่าแต่สหายนำโชค เจ้ามีนามว่ากระไรหรือ?”

“เอ่อ…ฮิวงะ ฮิวงะ จุนเปย์” ฮิวงะว่าพลางแหงนหน้ามองท้องฟ้า เทพเจ้าส่งเขามาที่นี่เพื่อมานำโชค…? ไม่หรอก ส่งเขามาดูความเจ็บปวดของอีกคนจนเขาทรมานไปทั้งใจต่างหาก…

“เป็นชื่อที่องอาจยิ่งนัก จุนเปย์เพื่อนข้า ชื่อของเจ้าจะตราตรึงอยู่ในหัวใจข้า ในฐานะมนุษย์นำโชคแห่งสวรรค์ตลอดไป” แม่ทัพคนปัจจุบันแห่งตระกูลทาเคดะลุกขึ้นยืนช้าๆ สายลมอ่อนๆพัดผ่านคนทั้งคู่เบาๆ

“…เอ่อ ว่าแต่ทำไมถึงคิดว่าฉันเป็นมนุษย์ล่ะ อาจจะเป็นเทพเป็นปีศาจแห่งความพ่ายแพ้อะไรก็ได้นี่” ฮิวงะถามออกไปอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะตอนนี้ในใจของเขากำลังคิดถามตัวเองว่าควรจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ดีหรือไม่

“ก็ข้าเห็นสีหน้าหวาดกลัวของเจ้า ข้าเลยคิดว่าเจ้าน่าจะเป็นมนุษย์ในบังคับบัญชาของท่านเทพมากกว่าน่ะ… อ๊ะ เวลาล่วงเลยมาเช่นนี้ ข้าว่าพวกเราควรกลับได้แล้ว ข้าจะให้คนจัดเตรียมอาหารและเสื้อผ้าให้เจ้า ตกดึกเราจะไปเจรจาหย่าศึกกับฝั่งโตกุกาวะ-โอดะกัน” ทาเคดะ คัตสึโยริว่าพลางยื่นมือให้อีกคนจับเพื่อที่จะช่วยดึงร่างอีกฝ่ายขึ้น ฮิวงะค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างโงนเงน ถึงจะไม่มาก แต่ร่างกายเขาก็ได้รับการกระทบกระเทือนอยู่พอควรเลยทีเดียว

“อา..เจ้าเจ็บอยู่นี่นะ งั้นก็ขึ้นมาบนหลังข้าสิ” คัตสึโยริย่อตัวลง ฮิวงะมองแผ่นหลังแกร่งอย่างลังเล แต่สุดท้ายก็ค่อยๆพาสังขารอันบอบช้ำไปนั่งอยู่บนนั้น

“ขะ ขอบคุณ..” ฮิวงะเอ่ยเสียงเบาหวิว คัตสึโยริยิ้มร่าก่อนจะค่อยๆเดินเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนบาดแผลของอีกคน ระหว่างทางมีบทสนทนาเกิดขึ้นบ้าง ฮิวงะพอจะลืมเรื่องเครียดในใจเขาไปได้บ้าง คงเป็นเพราะได้ตะโกนโหวกเหวกใส่คัตสึโยริ บรรยากาศของชายคนนี้…ไม่ต่างอะไรกับคิโยชิซักนิด…

เสียงหัวเราะของคัตสึโยริดังกังวาลอยู่ในหัวเขา มันซ้อนทับกับเสียงของคิโยชิอย่างน่าประหลาด ฮิวงะเงยหน้ามองท้องฟ้า หลังจากนี้ไปชีวิตเขาจะเป็นยังไงต่อไป ต้องติดอยู่ในยุคเซ็นโกคุไปจนวันตาย? หรือว่าอาจจะตายวันนี้ ตายเพราะลูกหลงในสงคราม… ไหนจะเรื่องเปลี่ยนประวัติศาสตร์อีก..

ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ แต่ที่รู้ๆตอนนี้คือเขาคิดถึงคิโยชิเหลือเกิน….

…..

ณ ที่ตั้งค่ายของทัพพันธมิตรโอดะ-โตกุกาวะ

ฮิวงะ จุนเปย์ในชุดยูคาตะสีดำเรียบๆดันแว่นด้วยสีหน้าเป็นกังวล ในขณะที่ทาเคดะ คัตสึโยริและทหารคนสนิทอีกสองสามคนมีสีหน้าจริงจังเคร่งเครียดไม่แพ้กัน

“นายท่าน! แม่ทัพฝ่ายทาเคดะมาขอเข้าพบขอรับ!”

หลังจากที่แจ้งความประสงค์ ทหารของทางฝ่ายโอดะก็รีบตะโกนบอกนายของตนทันที ทันทีที่ได้ยินเสียงตอบรับ คัตสึโยริก็รีบเดินนำเข้าไปในที่พักของโอดะทันที ฮิวงะเร่งเดินตามอีกคนไปอย่างเป็นห่วง เมื่อเข้ามาในกระโจมค่าย สิ่งแรกที่ฮิวงะกวาดตามองหาคือร่างของโอดะ โนบุนางะ โตกุกาวะ อิเอยาสึ และอาเคจิ มิตสึฮิเดะ บุคคลในประวัติศาสตร์ทั้งสามที่ตนมีฟิคเกอร์เก็บเอาไว้

“อึก.. จะ เจ้า…” คัตสึโยริเป็่นฝ่ายอ้ำอึ้งเมื่อเห็นใบหน้าของหนึ่งในสามขุนพลที่ยิ่งใหญ่ แต่ฮิวงะยิ่งอึ้งกว่า ทำไมโตกุกาวะถึงได้หน้าคล้ายสึจิดะ?!!! แล้วทำไมมิตสึฮิเดะถึงได้หน้าคล้ายอิสึกิ?!! แล้วทำไมโนบุนางะถึงได้หน้าคล้ายเขาได้ล่ะว้อย?!!!

ฮิวงะเหมือนเห็นคัตสึโยริลอบมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปคุยธุระต่อ

“ท่านโอดะ โนบุนางะ ที่ข้ามาในวันนี้ ก็เพื่อมาเจรจาขอหย่าศึก ข้าต้องการแคว้นมิคาวะซึ่งเดิมเป็นของตระกูลทาเคดะคืน หากท่านรับปากข้า ตระกูลทาเคดะขอสัญญาว่าจะไม่รุกรานท่านเป็นเวลา3ปี..”

“เป็นฝ่ายเสียเปรียบแท้ๆยังมีหน้ามาตั้งเงื่อนไขอีกนะ ทาเคดะ คัตสึโยริ นี่น่ะหรือวิถีซามูไรของตระกูลทาเคดะ” โนบุนางะฉีกยิ้มที่ฮิวงะรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เดี๋ยวสิฟะ! นี่เขาฉีกยิ้มแยงกี้แล้วมันแย่ขนาดนั้นเลยเรอะ?! ถึงว่าสิทำไมคิโยชิกับพวกในทีมถึงได้ขำ…

โฮ่ยๆ อย่าหันไปกลั้นขำสิฟะ! คัตสึโยริ!!!

ฮิวงะที่แอบอยู่หลังทหารคนสนิทของคัตสึโยริแทบจะเข้าไปเตะแม่ทัพผู้ขำไม่ดูเวลาเอาเสียเลย บรรยากาศกำลังเครียดๆเลยนะว้อย!!

“ทาเคดะ คัตสึโยริ! เจ้าน่ะดูแลบ้านเมืองไม่ดีจนผู้คนหนีห่างแล้วยังมีหน้ามาขู่ให้ข้ายกทัพกลับอีก เจ้ามันก็ไม่ต่างจากฝูงโจร!” โนบุนางะตะโกนชี้หน้าด่าอีกฝ่ายอย่างก้าวร้าว ฮิวงะพยักหน้าชื่นชมมาดนั้นของตน ออกจะแข็งแกร่งและเหี้ยมโหดจนทหารที่ยืนบังเขาอยู่แข็งทื่อเพราะแรงกดดัน แต่ทำไมคัตสึโยริกลับมองแล้วลอบหันไปยิ้มทางอื่นล่ะว้อยยย?!!

จะคัตสึโยริหรือคิโยชิมันก็นิสัยไม่ต่างกันเลยนี่หว่า!!! หน็อยแน่!! ไอ้คัตสึโยชิ!!

“ท่านโอดะโปรดใจเย็นก่อน ทั้งข้าและตระกูลทาเคดะหาใช่กองโจรอย่างที่ท่านว่าไม่..”

เวลาแบบนี้นายต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะตระกูลโดนย่ำยีศักดิ์ศรีสิฟะ! คัตสึโยริ นายกลายเป็นคัตสึโยชิแล้วจริงๆเรอะ?!!

“เจ้านี่น่ารำคาญ! พูดไปก็เท่านั้น ข้าไม่ลดตัวลงฟังคำอธิบายของฝูงโจรทาเคดะหรอกเฟ้ย!”

“ทั้งๆที่ข้าอยากจะพักรบ..พบรักกับท่านแท้ๆ… ถ้าท่านอยากรบนัก เราก็มารบกัน! แต่เห็นทีคงจะเป็นรบแรกพัก…รักแรกพบ”

คัตสึโยริหันหลังเดินออกไปจากกระโจมค่ายอย่างงามสง่า ภาพสุดท้ายที่ฮิวงะเห็นคือคิ้วของตนในเวอร์ชั่นผู้ใหญ่กำลังกระตุกขึ้นลงรัวๆ โดนมุกของคัตสึโยริกระแทกหน้าซะขนาดนั้น…กัปตันเซย์รินไม่อยากนึกถึงเวลาที่ตนโมโหเมื่อถูกกวนประสาทซะเท่าไหร่หรอก คาดว่ามันคงร้ายแรงพอๆกับที่โนบุฮิวงะคนนี้เป็นนั่นล่ะ…

ร้ายกาจจริงๆคัตสึโยริ! นี่ล่ะคือสิ่งที่คนซื่อๆอย่างคิโยชิไม่มี มุกที่จู่ๆก็เล่นออกมาได้แบบนั้น..!!

……ว่าแต่ไม่อายบ้างเรอะ?!

ฮิวงะเหลือบมองกระโจมที่เริ่มมีเสียงข้าวของหล่นกระทบพื้น เสียงโวยวายดังแว่วมาตามสายลมเย็นยามค่ำคืน

“ไอ้-เจ้า-ทา-เค-ดะ!!!!!!!”

ฮิวงะรู้สึกเห็นใจโนบุนางะที่หน้าคล้ายตนเลยผลักคัตสึโยริเบาๆเป็นการแก้แค้นแทน การชกหรือเตะร่างของคัตสึโยริที่ห่อหุ้มไปด้วยเกราะเหล็กไม่ใช่วิธีที่ดีแม้เขาจะอยากทำก็ตาม

“นี่…จุนเปย์”

“เรียกฮิวงะสิฟะ!”

“แต่จ้าอยากเรียกจุนเปย์นี่”

“เออๆ” ฮิวงะยักไหล่อย่างขี้เกียจเถียง เขาไม่ได้กำลังเดินอยู่กับคิโยชิ แต่เป็นแม่ทัพแห่งทัพทาเคดะ ถึงจะหน้าตาคล้าย นิสัยคล้าย บรรยากาศคล้าย แต่ก็ยังไม่ใช่คิโยชิของเขาอยู่ดี… เพราะงั้นสิ่งที่ทำกับคิโยชิได้อย่างเช่นการเถียง ก็ใช่ว่าจะทำได้อย่างเชื่อสนิทใจนักว่าอีกฝ่ายไม่ถือโทษโกรธเคืองกันจริงๆ

“จุนเปย์..ข้าว่านะ..”

“…?”

“โอดะ โนบุนางะ….น่ารักดี…”

………

“ไอ้ซามูไรบ้านั่น!! ทั้งๆที่ข้าคิดจะเป็นฝ่ายยั่วโมโหให้มันขาดสติแท้ๆ!!”

โอดะ โนบุนางะปัดแก้วน้ำลงจากโต๊ะอย่างไม่ไยดี เสียงแก้วที่หล่นแตกทำเอามิตสึฮิเดะที่กำลังจดกลอนไฮกุที่นึกไว้ในใจตั้งแต่ยังอยู่ระหว่างการเจรจาหย่าศึกอยู่เงยหน้าขึ้นมามองผู้เป็นนาย โตกุกาวะ อิเอยาสึถอนหายใจก่อนจะเอ่ยปลอบโนบุนางะที่กำลังคลั่งให้เย็นลง

“ใจเย็นก่อนเถิด ท่านโอดะ… แล้วนี่ท่านไปยั่วโมโหทาเคดะแบบนั้นจะไม่แย่เอาหรือ อีกฝ่ายเป็นถึงซามูไรที่ผู้คนนับถือมาก ข้าเกรงว่าพวกเขาจะต่อต้านเรา..”

“เฮอะ! ถ้าคิดจะรวบรวมแผ่นดิน ยังไงก็ต้องปราบพวกซามูไรอยู่แล้วนี่!”

“แต่การยั่วโมโหแบบนั้นมันผิดวิถีซามูไรนะขอรับนายท่าน ถึงท่านทาเคดะจะเกี้ยวท่านกลับก็เถอะ….” มิตสึฮิเดะว่าพลางเหลือบมองอิเอยาสุเป็นเชิงขอทัพหนุน อิเอยาสุได้แต่ส่ายหน้าอย่างจำใจ คนที่กล้าตักเตือนโนบุนางะแล้วยังมีชีวิตรอดก็เห็นจะมีแต่มิตสึฮิเดะเท่านั้น เพราะงั้นเขาไม่ขอเสี่ยงดีกว่า..

“ผิดวิถีซามูไร? เจ้าก็รู้นี่ว่าข้าไม่เคยสนอะไรพรรค์นั้น… ถ้าอยากจะให้ญี่ปุ่นสงบสุข ก็ต้องรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น.. แต่ตราบที่ซามูไรยังจับอาวุธ สงครามจะไม่มีวันยุติ” นัยน์ตาสีเข้มหม่นลงเล็กน้อย ภาพความโหดร้ายของสงครามยังคงฝังรากลึกอยู่ในสมอง ไม่มีนักรบคนใดที่สามารถลืมภาพเหล่านั้นได้ลง ต่อให้แข็งแกร่ง หรือต่อให้ยิ่งใหญ่เพียงใดก็ตาม…

“สงครามจะยุติได้ก็ต่อเมื่อปราบพวกซามูไรให้สิ้น และเพื่อการนั้น ข้าต้องชนะ! และเพื่อชัยชนะ ข้าไม่สนกฎกติกาที่เหนี่ยวรั้งความเจริญของประเทศนี้ไว้หรอก”

“……”

“เอาล่ะ เรื่องนั้นพักเอาไว้ก่อน… มาสนเรื่องแผนการเอาชนะทาเคดะกันก่อนดีกว่า” โนบุนางะยิ้มแยกเขี้ยว อิเอยาสึเหลือบมองพันธมิตรของตนเล็กน้อย ได้แต่เฝ้าภาวนาให้ผลลัพธ์จากศึกครั้งนี้ออกมาดีตามที่เขาคาดหวังไว้…

……..

ณ ที่ตั้งค่ายของทัพตระกูลทาเคดะ

“คืนนี้เมฆมาก ดูท่าฝนจะตกหนัก..”

ทาเคดะ คัตสึโยริว่าพลางมองออกไปนอกช่องลมของกระโจมค่าย

“นี่ คัตสึโยริ ทำไมพวกเราไม่ลอบโจมตีโนบุนางะตั้งแต่คืนนี้เลยล่ะ” ฮิวงะว่าพลางมองสำรวจทหารรอบๆตัว หลายๆคนมีท่าทีตื่นตระหนกเมื่อทราบว่าทหารของฝ่ายศัตรูมีประมาณสี่หมื่นคน

“การลอบโจมตีหาใช่วิสัยของตระกูลซามูไรผู้ทรงเกียรติไม่” คัตสึโยริตอบด้วยน้ำเสียงห้าวหาญจนฮิวงะไม่กล้าแย้งว่าการที่เจ้าตัวไปปล่อยมุกเสี่ยวใส่ศัตรูมาก็น่าจะเรียกว่าเป็นการเสื่อมเกียรติเช่นกัน…

“อ้อ เหรอ…” ฮิวงะมุมปากกระตุกเล็กน้อย ยิ่งเห็นคัตสึโยริพล่ามวิถีซามูไรให้ฟังก็ยิ่งอยากโวยวาย แต่สุดท้ายเสียงของคัตสึโยริก็ถูกกลบด้วยเสียงตะโกนร้อนรนของนายทหารคนหนึ่ง

“นายท่าน!! ศัตรูลอบโจมตีค่ายขอรับ!!”

“ร้ายกาจไม่เบานี่…โอดะ”

นัยน์ตาของคัตสึโยริเปลี่ยนไปจนฮิวงะแทบจำไม่ได้ ความซื่อตรงในแววตาพลันสลายไป ปรากฏเพียงความท้าทายที่แฝงอยู่ในนั้น

“เตรียมจัดทัพเดี๋ยวนี้! ข้าจะไปกำราบเจ้านั่นให้ยอมสยบอยู่แทบเท้าข้า!”

….ทำไมมันฟังดูแหม่งๆฟะ?!! มะ ไม่เข้าใจคนสมัยก่อนเลยโว้ย!!!!

“โฮ่ย คัตสึโยริ! ฉันขอไปด้วยละกัน!”

“แต่มันอันตรายนะเพื่อนข้า เจ้าบอกว่าตัวเจ้านั้นไร้ซึ่งวิชาการฟาดฟันศัตรู..”

“แล้วจะให้มองคนอื่นสู้อยู่อย่างเดียวเนี่ยนะ?! ตลกล่ะ! ยอมทำอย่างนั้นก็บ้าแล้ว!!”

“…จุนเปย์ เจ้าเป็นมิตรแท้แห่งข้าโดยแท้”

“เรียกซะขยะแขยง! รีบไปได้แล้วน่า!!”

คัตสึโยริและฮิวงะกระโดดขึ้นม้าตัวเดียวกัน ใครใช้ให้เขาขี่ม้าไม่เป็นกันล่ะ….

“เจ้าคุมม้าไว้นะจุนเปย์ ระหว่างนั้นข้าจะสังหารพวกทหารโอดะไปด้วย”

“ฉันคุมม้าเป็นซะที่ไหนล่ะฟะ! แต่จะลองดูละกัน!”

…ฮิวงะเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองนั้นเป็นภาระอันใหญ่หลวงสำหรับทัพทาเคดะเลยทีเดียว

“ทัพทาเคดะเราเลื่องชื่อเรื่องทัพม้า ด้วยเหตุนั้นจึงมีการฝึกให้ม้าเชื่องกับคน ข้าว่าเจ้าทำได้ ลองดูสิ” คัตสึโยริที่นั่งอยู่ข้างหลังเริ่มหยิบดาบหยิบทวนขึ้นมาประจำที่ กัปตันเซย์รินกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบากก่อนจะนำม้าทะยานออกจากเขตค่ายชั้นในเช่นเดียวกับนายทหารคนอื่นๆ แต่ทว่าเมื่ออกจากค่ายไปได้เล็กน้อย มิตสึฮิเดะที่เป็นผู้นำทัพกลับถอนทัพทันทีเมื่อเห็นคัตสึโยริ

ฮิวงะใจหายวาบเมื่อข้อมูลบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว…

เขามัวแต่ใจร้อนบวกกับเป็นห่วงคัตสึโยริ สุดท้ายก็เลยลืมนึกถึงแผนของโนบุนางะไปเลย…

“คัตสึโยริ!!! ถอยทัพกลับเดี๋ยวนี้!!! อย่าไปติดกับแผนการของเจ้าพวกนั้น!!”

“พูดอะไรน่ะจุนเปย์! พวกเราจะถอยไม่ได้!! ไม่สิ ห้ามถอยเด็ดขาด!!”

สายฝนเริ่มตกลงกระทบกับพื้นโลก เลนส์แว่นของฮิวงะเริ่มพร่ามัว ทัศนวิสัยของทัพทาเคดะเริ่มแย่ ทั้งฝนที่ตกชุ่มฉ่ำและความมืดสนิทในยามดึก ฮิวงะพยายามจะบังคับม้าให้หันกลับหลัง แต่คัตสึโยริไวกว่า เขาเตะที่สีข้างของม้าศึกเต็มๆแรง ม้าเริ่มออกวิ่งไปข้างหน้าอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

“คัตสึโยริ!!!!”

ฮิวงะโวยวายเสียงดังแข่งกับสายฝนที่ตกลงมาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ

ม้าของทาเคดะ คัตสึโยริวิ่งตามม้าของขุนศึกคนอื่นๆมาหยุดอยู่ ณ พื้นที่ราบ ที่ถูกล้อมห่างๆด้วยรั้วไม้เตี้ยๆ ฮิวงะหน้าซีดเผือด จุดจบอันเลวร้ายของทัพทาเคดะกำลังจะเปิดม่านขึ้นแล้ว

“คัตสึโยริ!!! ถอยทัพเดี๋ยวนี้!!!!!!!”

“พูดอะไรของเจ้าน่ะจุนเปย์!! ข้าน่ะ–”

‘เปรี้ยง!’

‘เปรี้ยง!’

‘เปรี้ยง!’

‘เปรี้ยง!’

เสียงปืนไฟดังขึ้นติดๆกันหลายนัด ทหารรอบๆตัวของคัตสึโยริค่อยๆตกจากหลังม้าทีละคนๆ เมื่อกำจัดทัพม้าไปได้เยอะแล้ว กองกำลังของโอดะและอิเอยาสึที่ซุ่มอยู่ก็กรูกันมาจัดการทัพทาเคดะทันที

“ถอยเถอะขอรับนายท่าน!”

“ถอยซะ!!! คัตสึโยริ!!!”

“อึก… ทั้งหมด!!! ถอนทัพออกจากที่นี่เดี๋ยวนี้!!!!”

นักรบหนุ่มตะโกนก้อง เมื่อได้ยินสัญญาณจากแม่ทัพ ทหารที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งหมดก็ควบม้าและวิ่งออกไปทันที กัปตันเซย์รินควบม้าสุดความสามาถ ม้าของทัพทาเคดะเชื่องอย่างที่คัตสึโยริโฆษณาไว้จริงๆเสียด้วย ในประวัติศาสตร์ไม่ได้มีบันทึกว่าคัตสึโยริตายในศึกครั้งนี้ ดังนั้นเพียงแค่พาเจ้าแม่ทัพที่ตอนนี้กำลังเจ็บปวดรวดร้าวหัวใจสุดๆออกไปจากสนามรบเร็วๆก็พอ…

ฮิวงะลอบมองนัยน์ตาสีอ่อนของคัตสึโยริที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดระคนสิ้นหวัง พาลทำให้นึกถึงใครบางคนที่หน้าคล้ายๆกัน…

‘เปรี้ยง!’

เสียงเหนี่ยวไกครั้งสุดท้ายดังขึ้น กระสุนปืนไฟเจาะทะลุอกของฮิวงะเต็มๆ คัตสึโยริเบิกตากว้าง มองร่างที่ร่วงลงไปจากหลังม้าที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง

“จุนเปย์!!!!”

เพียวแค่เสี้ยววินาที ที่มือของคนทั้งสองเลื่อนผ่านกัน เพียงชั่วครู่ ม้าแสนเชื่องที่ยังคงทำหน้าที่ของมันเป็นอย่างดียังคงวิ่งต่อไป ระยะห่างระหว่างหนึ่งคนเป็นกับหนึ่งคนตายนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ คัตสึโยริตั้งใจจะหันกลับไปค้นหาศพของฮิวงะ แต่สุดท้ายแล้วภาระหน้าที่ของแม่ทัพก็ทำให้เขาต้องจำใจหนีต่อไป

“ลาก่อน…จุนเปย์”

ฝนหยุดตกแล้ว แต่น่าแปลกที่นัยน์ตาสีอ่อนของแม่ทัพหนุ่มยังคงพร่ามัว…

เสียงฝีเท้าของม้าค่อยๆเบาลงเรื่อยๆจนกระทั่งเงียบหายไป ไม่หลงเหลือสิ่งใดให้สนามรบ เพราะความเจ็บปวดโศกเศร้าของคนตายนั้น ได้ถูกคนที่เหลือรอดนำกลับไปด้วยแล้ว…

………..

ฮิวงะรู้สึกมึนหัว

กัปตันเซย์รินในชุดเครื่องแบบนักเรียนที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อค่อยๆลืมตาตื่น หลังจากที่เผลอหลับไปในห้องชมรม สัมผัสเปียกชื้นบริเวณขอบตาทำเอาหนุ่มเผลอยกหลังมือขึ้นไปเช็ดโดยอัตโนมัติ

‘น้ำตา…?’

นี่เขาร้องไห้งั้นเหรอ…

“อ้าว ฮิวงะ มาอยู่ที่นี่เอง”

คิโยชิที่ผลักประตูเข้ามาในห้องชมรมมองกัปตันทีมที่นอนร่อแร่อยู่บนพื้น ท่าทางซีดเซียวของฮิวงะทำเอาอีกคนต้องปรี่เข้าไปดูอาการทันที

“ฮิวงะ! เป็นอะไรรึเปล่า!”

น้ำเสียงของคิโยชินั้นร้อนรนและแฝงไปด้วยความเป็นห่วง ฮิวงะหน้าร้อนวาบเมื่อสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเหล่านั้น

“ก็แค่เข้ามาหลับแล้วก็ฝันร้ายน่ะ…” ฮิวงะเหลือบมองมือของคิโยชิ ภาพสุดท้ายก่อนที่เขาจะตาย ภาพของมือคัตสึโยริที่พยายามจะคว้าร่างเขาเอาไว้ ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับเพื่อนร่วมทีมนั้นแบกรับความเจ็บปวดไว้มากมายจนเขาเห็นแล้วเจ็บปวดไปด้วย

“คะ ความจริงก็ไม่ได้อยากอะไร..”ฮิวงะเริ่มเกริ่นนำขณะที่หันหน้าไปมองทางอื่น ตู้ล็อกเกอร์ของใครซักคนกลายเป็นจุดโฟกัสของเขาไปโดยปริยาย

“…..ตะ แต่ขอจับมือหน่อย”

“เห ได้สิ ได้อยู่แล้วล่ะ” คิโยชิยิ้มร่า มือของคนสองคนค่อยๆขยับเข้าหากันแล้วจับกันแน่น

‘…ถือว่าฉันจับมือนายไว้แล้วนะ คัตสึโยริ…’

แต่ว่า…

“ฮะ..ฮิวงะ?”

“หนะ หนวกหูเฟ้ย! เงียบๆน่า!! ขออยู่อย่างนี้ซักพัก…”

ฮิวงะเอนหัวลงบนไหล่ของอีกคน นัยน์ตาสีเข้มปิดสนิท คิโยชิมองคนผมดำที่ผล็อยหลับไปโดยที่ไม่ได้ถอดแว่นแล้วยิ้มน้อยๆ ก่อนจะอาสาถอดแว่นให้อีกคน

‘คัตสึโยริ..ฉันคงให้นายได้แค่มือ เพราะทั้งใจฉันให้คิโยชิไปหมดแล้วน่ะสิ…’

นั่นคือความคิดสุดท้ายของฮิวงะก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลง และดำดิ่งเข้าสู่ห้วงแห่งนิทราในที่สุด

……….

กรี๊ดดดดดดดพดดดจบแล้วค่าาาาาาาาาาาาจบแล้วววววววว่าจะเขียนสั้นๆไหงมันกลายเป็นแบบนี้ฟฟฟฟฟฟ ทำไมถึงได้ทำลายอิมเมจนักรบบาซาระที่วางคาร์ไว้ตั้งแต่แรกแบบนี้คะะะะะะะฟฟฟฟฟฟฟฟฟ โอยยยยย อะ เอาเปฌนว่าขอให้ทำใจสนุกกับฟิคที่ออกมาผิดคาดแบบนี้ด้วยนะคะแงงงฟฟฟฟฟฟ

Advertisements

2 thoughts on “KnB FanFiction [ Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘The Past’

  1. โอ๊ยยยยยยยยยยยย ตอนจบบบ !!!! ตอนจบบบบ ทำไมมันถึงได้ฟสดยบำบๆสปจอบฟงฟากายหวฟแบบนี้ หัวใจทั้งหมดให้คิโยชิไปหมดแล้วคืออะไรคะ แงงงงงงงงงงงง //ทุบตีทุกสิ่งอย่างรอบตัวด้วยความฟิน// มีหลายรสมากค่ะฟิคเรื่องนี้(แถมยาวด้วย) ตอนแรกอ่านมางงชื่อนักรบ ใครเป็นใคร อะไรยังไง พอซักพักเริ่มฮา หน้านักรบคนนั้นเหมือนคนนี้ มีมุกเสี่ยวคำผวนโผล่มาอีก แนวบู๊มาต่อแล้วก็จบยุคประวัติศาสตร์ด้วยดราม่า ต่อจากฝันนี่ก็โรแมนติกซะะะ โฮฮฮฮ หลายอารมณ์หลายแนวมากจริงๆ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ นี่ไม่รู้เรื่องประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเลยมีบางส่วนที่อ่านไม่รู้เรื่องแต่ก็เป็นฟิคที่สนุกมากค่ะ ตอนนั้นดองเซ็นโกคุบาซาระเอาไว้กะว่าหลังสอบจะหาอ่าน พออ่านฟิคแล้วยิ่งรู้สึกว่าหลังสอบต้องอ่านให้ได้แน่ๆ (จะได้เข้าใจความรู้สึกพี่ฮิวงะด้วย ฟฟฟฟฟฟฟ) ความจริงควรจะอ่านประวัติศาสตร์ที่เรียนเตรียมสอบ แต่นี่มานั่งอ่านฟิคประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ก๊ากกกกก เนื้อหาไม่ได้เกี่ยวกันเลย ถึงบางส่วนในใจจะมีตะโกนมาบอกว่า”มันก็ประวัติศาสตร์เหมือนกันแหละ”ก็ตาม

    เหมือนจะเม้นท์ยาวแข่งกับฟิคยังไงไม่รู้ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ถ้ามันยาวจนลายตาก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฮา ขอบคุณที่อุตส่าห์เขียนฟิคมาให้อ่านกันค่ะะ ♡

    • ฟฟฟฟฟฟขอบคุณค่ะบีซังงง(ใช้ค่ะละกันเนอะขี้เกียจลบ.. #…) เป็นฟิคที่ใช้แรงเขียนนานจริงๆด้วยค่ะกรี๊ดดดด ตอนเขียนอารมณ์ไม่ค่อยคงที่ก็เลยออกมาผสมๆปนเปกันเยอะมากค่ะฟฟฟฟ ต้องอ่านบาซาระให้ได้นะคะะะะ ฟฟฟฟฟ มีอยู่ช่วงนึงที่เรายังไม่ได้ดูครก.เพราะกำลังติดเมะบาซาราะงอมแงมอยู่ โหลดมาดูจนมือถือเม็มเต็มเลย แบบซับไทยก็ไม่มี|||Orz พอได้ลองมาเขียนแบบย้อนยุคก็เป็นการฟื้นพลังความติ่งที่ดีมากค่ะ ฟฟฟฟฟ เขียนไปก็กางมังงะอ่านไปด้วย เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นฟิคที่ใช้เวลาเยอะและยาวที่สุดค่ะ|||Orz ความจริงเราก็ไม่ได้สอบเรื่องนี้เหมือนกัน #อ้าววว ตะ แต่พอพล็อตมาก็เลยเมินหนังสือเรียนแล้วมาเขียนฟิคแทนนี่ล่ะค่ะฟฟฟฟ โอยยยย หลังสอบต้องอ่านต้องดูต้องเสพให้ได้นะคะะะะ ฮืออออ มันเป็นอะไรที่ดีมากจริงๆ ฟฟฟฟฟฟฟฟ ต่อมติ่งแตกอเกนนน เขียนเมนท์ตอบบีซังไปมาก็เริ่มยาวเหมือนกันแล้วนะคะเนี่ยฟฟฟฟฟฟฟ ขอบคุณที่อ่านนะคะ รู้สึกกำลังใจลุกโชติช่วงชัชวาลเลยค่ะฟฟฟฟ บังไงก็ขอบคุณนะคะ ถึงยาวแค่ไหนเราก็จะตอบ❤️ อิ////อิ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s